- หน้าแรก
- หวนคืนบัลลังก์จักรพรรดิเซียน
- บทที่ 32 อานุภาพ
บทที่ 32 อานุภาพ
บทที่ 32 อานุภาพ
ตระกูลอู่ ตระกูลเฟิง ตระกูลโจว ตระกูลเซวียนหยวน จวนเจ้าเมือง และเทพธิดาจื่อโยวแห่งสมาคมการค้าเทียนซิง ล้วนพากันมายังหน้าประตูเมือง
เพียงเพราะเสียงหมาป่าคำรามของเฮ่อจู ยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงทั้งหมดในเมืองกูหยางล้วนเคลื่อนไหวแล้ว
กระทั่งทุกคนตามมาถึงหน้าประตูเมืองเพื่อเตรียมตัวต่อสู้กับเฮ่อจู พวกเขาถึงได้พบด้วยความตกตะลึงว่า ผู้ที่ยืนอยู่ข้างกายเฮ่อจูนั้นคือเซวียนหยวนฮ่าวเทียน
ผู้ที่มาจากตระกูลเซวียนหยวนย่อมเป็นเซวียนหยวนเลี่ย ทันทีที่เขาเห็นบุตรชายของตนยืนอยู่ข้างกายเฮ่อจู ก็แทบจะอ้าปากค้างจนคางหลุด "เทียนเอ๋อร์ นี่เจ้า..."
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนค้อมกายคารวะเซวียนหยวนเลี่ยเล็กน้อย "ท่านพ่อ ข้ากลับมาจากการฝึกฝนที่เทือกเขาเทียนซ่าแล้ว นี่คือสัตว์เลี้ยงอสูรที่ข้าเพิ่งจะรับมา!"
สิ้นเสียงของเขา เฟิงหลีเฉิงก็แค่นเสียงเย็นชา "เหลวไหล ผู้เยาว์ขอบเขตเบิกชีพจรต่ำต้อยเช่นเจ้า กล้ากล่าวว่ารับเฮ่อจูที่เป็นถึงปรมาจารย์อสูรระดับหนึ่งดาวเป็นสัตว์เลี้ยงอสูรอย่างนั้นหรือ? ช่างเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระที่สุดในใต้หล้า!"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา เพียงกล่าวกับเฮ่อจูที่อยู่ข้างกายว่า "เฮ่อจู นี่คือบิดาของข้า เจ้าจงทำความเคารพเถิด!"
เฮ่อจูพยักหน้าแสดงความเคารพต่อเซวียนหยวนเลี่ยอย่างนอบน้อม ว่านอนสอนง่ายราวกับเป็นสุนัขล่าเนื้อที่ถูกฝึกให้เชื่องแล้ว
"นะ... นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?" สีหน้าของเฟิงหลีเฉิงดูราวกับถูกอุจจาระป้ายเข้าที่หน้าก็มิปาน
ผู้อาวุโสตระกูลโจว โจวซานทงเบิกตาโพลงจนลูกตาแทบจะถลนออกมา "นี่... นี่เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด เจ้าจะสยบเฮ่อจูตัวหนึ่งได้อย่างไร ฮ่าฮ่าฮ่า ข้ารู้แล้ว นี่เป็นของปลอม เจ้าก็แค่หาสุนัขพื้นบ้านมาตัวหนึ่งก็เท่านั้น!"
เฮ่อจูนั้นมีสติปัญญาเฉียบแหลมยิ่งนัก เมื่อได้ยินคำพูดของโจวซานทงก็บังเกิดความโทสะขึ้นมาทันที มันส่งเสียงคำรามต่ำคราหนึ่ง ไอปราณอันดุร้ายสายหนึ่งก็พุ่งทะลักเข้าหาโจวซานทง
ความดุร้ายของสัตว์อสูรนั้นเหนือล้ำกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปมากนัก อีกทั้งเทือกเขาเทียนซ่าก็ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนเทียนหลีและซ่าปฐพีอันเลวร้าย เฮ่อจูที่อาศัยอยู่ที่นั่นย่อมมีไอปราณอันดุร้ายที่เหี้ยมเกรียมถึงเพียงใด เพียงแค่ถูกปะทะเข้าเช่นนี้ โจวซานทงก็กระอักเลือดออกมาคำโตทันที
ทว่าเซวียนหยวนเลี่ยที่ยืนอยู่ข้างกายโจวซานทงกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย แสดงให้เห็นว่าการควบคุมของเฮ่อจูนั้นล้ำเลิศเพียงใด
คราวนี้ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์สิ่งใดอีกต่อไป พละกำลังเช่นนี้ มีเพียงปรมาจารย์อสูรเท่านั้นที่จะทำได้
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนตบหัวเฮ่อจูเบาๆ แล้วหันไปมองเจ้าเมืองจ้าวเต๋อ "ท่านเจ้าเมือง พวกท่านหลายคนมาขวางอยู่ที่นี่ หรือว่าจะไม่อนุญาตให้ข้าเข้าเมืองอย่างนั้นหรือ?"
วันนี้หากมีผู้ใดกล้าขัดขวางไม่ให้เขาเข้าเมือง เช่นนั้นเขาก็จะบุกทะลวงเข้าไปโดยตรง
จ้าวเต๋อ เจ้าเมืองกูหยาง ผู้ครอบครองชีพจรวิญญาณธาตุดินระดับหก ขอบเขตสร้างรากฐานระดับหก พละกำลังในเมืองกูหยางแห่งนี้นับว่าอยู่ในอันดับต้นๆ ตลอดมาเขามักจะปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนในฐานะผู้ไกล่เกลี่ย ดูราวกับเป็นคนไร้ความสามารถโดยสิ้นเชิง
แต่หากเป็นคนไร้ความสามารถจริงๆ ราชวงศ์เทียนอวี่จะให้เขามาเป็นเจ้าเมืองได้อย่างไร? แล้วจ้าวเต๋ออย่างเขาจะมีความสามารถนั่งตำแหน่งเจ้าเมืองนี้อย่างมั่นคงได้อย่างไร?
หลังจากสบตากับเซวียนหยวนฮ่าวเทียนอยู่ครู่หนึ่ง จ้าวเต๋อก็อ่านความโอหังที่ซุกซ่อนอยู่ในแววตาของอีกฝ่ายออกแล้ว เขาหรี่ตาก่อนจะหัวเราะร่าออกมาในเวลาต่อมา "สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์เทียนอวี่ของข้า เซวียนหยวนฮ่าวเทียน เจ้าได้พิสูจน์ชื่อเสียงความเป็นอัจฉริยะของตนเองอีกครั้งแล้ว!"
เมื่อหัวเราะจบ เขาก็โบกมือให้ทหารเหล่านั้นถอยออกไป "เมืองกูหยางคือบ้านของเจ้าเสมอ เชิญ!"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนยิ้มบางๆ แล้วตบหัวเฮ่อจู "เข้าเมือง!"
ทุกย่างก้าวที่หนึ่งคนหนึ่งหมาป่าเดินผ่าน ฝูงชนล้วนแหวกทางให้ราวกับเกลียวคลื่น
มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ก้าวออกมาข้างหน้า นั่นคือเซวียนหยวนเลี่ยและสตรีชุดม่วง
"เทียนเอ๋อร์ เจ้าทำได้อย่างไร?" เซวียนหยวนเลี่ยมองเซวียนหยวนฮ่าวเทียน รู้สึกว่าบุตรชายของตนได้สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาอีกครั้งแล้ว
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนไม่ได้ใส่ใจนัก "เรื่องเล็กน้อยเพียงแค่นี้ มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้หรือ? ท่านพ่อไม่ต้องสนใจเรื่องเหล่านี้หรอก เพียงแค่ตั้งใจบำเพ็ญเพียรอย่างสงบก็พอแล้ว!"
ความหมายลึกซึ้งในแววตาของเขาถูกเซวียนหยวนเลี่ยมองออก ดังนั้นเซวียนหยวนเลี่ยจึงพยักหน้าและไม่กล่าวสิ่งใดอีก
สตรีชุดม่วงที่ไม่ปริปากพูดมาตลอด ในเวลานี้ในที่สุดก็เอ่ยปากขึ้น "น้องฮ่าวเทียน เจ้าทำให้พี่สาวประหลาดใจอีกแล้วนะเนี่ย บอกพี่สาวได้หรือไม่ว่าเจ้าทำได้อย่างไร?"
"มันมาสวามิภักดิ์ต่อข้าเอง!" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนกล่าวตามความจริง
ทว่าสตรีชุดม่วงเห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อ นางเพียงแค่ค้อนขวับให้เขาด้วยท่วงท่าอันงดงามหยดย้อย "น้องฮ่าวเทียน ประเดี๋ยวข้าจะไปหาเจ้านะ!"
"หืม?" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนมองไปยังสตรีชุดม่วง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอย่างไร
สตรีชุดม่วงก็ไม่อธิบาย นางเพียงหัวเราะเบาๆ แล้วปลิวตัวจากไปอย่างชดช้อย
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนส่ายหน้าอย่างขบขัน พาเฮ่อจูและเซวียนหยวนเลี่ยกลับจวนไปด้วยกัน
ระหว่างทางเซวียนหยวนฮ่าวเทียนได้สอบถามเรื่องการบำเพ็ญเพียรของเซวียนหยวนเลี่ย เซวียนหยวนเลี่ยบอกบุตรชายด้วยความดีใจว่า การบำเพ็ญเพียรราบรื่นเป็นอย่างมาก ไม่เกินครึ่งปีเขาก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานได้แล้ว
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนนำผงรวบปราณของตนออกมาสองขวดมอบให้เซวียนหยวนเลี่ย พร้อมตักเตือนอีกฝ่ายถึงสรรพคุณของยาที่ปรุงขึ้นเป็นพิเศษนี้ เมื่อกล่าวจบ พวกเขาก็มาถึงหน้าจวนตระกูลเซวียนหยวนพอดี
กลุ่มคนในจวนตระกูลเซวียนหยวนกำลังรอคอยข่าวคราวจากหน้าประตูเมือง เวลานี้เมื่อเห็นดาวมฤตยูอย่างเซวียนหยวนฮ่าวเทียนพาเฮ่อจูกลับมาด้วย ก็มีคนสลบไปสองคนและวิ่งหนีไปสามคนทันที
ผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลเซวียนหยวนมองเฮ่อจูด้วยความสั่นเทา "นะ... นี่... นี่มันเรื่องอันใดกัน?"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนไม่มีความสนใจที่จะใส่ใจคนเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย เขาไม่แม้แต่จะปรายตามอง และกลับไปยังเรือนหลังเล็กของตนเองทันที
ทิ้งไว้เพียงเซวียนหยวนเลี่ยที่คอยอธิบายให้ผู้คนในจวนฟัง ส่งผลให้ทุกคนต่างตกตะลึงจนคางแทบหลุด
เซวียนหยวนเวยรู้สึกเจ็บปวดที่หน้าอกอย่างรุนแรง เดิมทีเขาคิดว่าด้วยชีพจรปุถุชนระดับหนึ่งของเซวียนหยวนฮ่าวเทียน สักวันหนึ่งตนจะสามารถก้าวข้ามอีกฝ่าย และเหยียบย่ำอีกฝ่ายไว้ใต้ฝ่าเท้าได้อีกครั้ง
ใครจะไปรู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายกลับพาเฮ่อจูที่สามารถสังหารล้างเมืองได้กลับมาโดยตรง หลังจากนี้ เซวียนหยวนเวยอย่างเขาจะมีวันลืมตาอ้าปากได้อีกหรือ?
ส่วนเซวียนหยวนรั่วหลานนั้น ตอนนี้นางเสียใจจนแทบอยากจะฆ่าตัวตายแล้ว
ไม่ว่าจะอย่างไรนางก็นึกไม่ถึงว่า เซวียนหยวนฮ่าวเทียนที่ตนทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี จะมีอิทธิฤทธิ์ถึงเพียงนี้ ตอนนี้ทุกสิ่งที่อีกฝ่ายกระทำล้วนเท่ากับการตบหน้านางครั้งแล้วครั้งเล่า
ยามนี้นางเห็นบ่าวไพร่คนใดกระซิบกระซาบกัน ก็รู้สึกไปหมดว่าอีกฝ่ายกำลังแอบหัวเราะเยาะตนอยู่
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนกลับมาถึงภายในเรือนหลังเล็ก สตรีทั้งสามอย่างโหรวเอ๋อร์ก็รีบออกมาต้อนรับเขาทันที
โหรวเอ๋อร์ไม่รู้สึกอะไรกับเฮ่อจู นางทำราวกับมองไม่เห็นมัน และโผเข้าสู่อ้อมอกของเซวียนหยวนฮ่าวเทียน "คุณชาย ในที่สุดท่านก็กลับมาเสียที โหรวเอ๋อร์คิดถึงท่านเหลือเกิน!"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนยิ้มอย่างเบิกบานใจ ตบศีรษะเล็กๆ ของโหรวเอ๋อร์เบาๆ แล้วกล่าวกับเฮ่อจูที่อยู่ข้างกายว่า "หลังจากนี้ไปนางคือนายหญิงของเจ้า จำไว้หรือไม่?"
เฮ่อจูพยักหน้าทันที
ส่วนสองพี่น้องตระกูลกู่นั้นจดจำเฮ่อจูได้ จึงรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน ทว่าในใจกลับยิ่งเลื่อมใสในความสามารถของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนราวกับเขาเป็นเทพสวรรค์ หลังจากโหรวเอ๋อร์และเซวียนหยวนฮ่าวเทียนออดอ้อนกันเสร็จ หญิงสาวทั้งสองจึงก้าวเข้ามาทำความเคารพ
"การฝึกฝนของพวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนเอ่ยถาม
สองพี่น้องตระกูลกู่ตอบพร้อมกันว่า "เรียนคุณชาย พวกเราทะลวงเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์เล็กแล้วเจ้าค่ะ ภายในเจ็ดวันจะต้องบรรลุขอบเขตผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ได้อย่างแน่นอน!"
"ดีมาก การไปเทือกเขาเทียนซ่าในครั้งนี้ข้าได้เลือดเนื้อสัตว์อสูรมาไม่น้อย สามารถนำมาหลอมโอสถพิเศษให้พวกเจ้าได้ ถึงเวลานั้นจะช่วยปูรากฐานที่ดีกว่าเดิมให้พวกเจ้าได้! แต่ข้าช่วยได้เพียงปูรากฐานให้พวกเจ้าเท่านั้น ส่วนเรื่องการฝึกฝน พวกเจ้าต้องทำด้วยตนเอง เข้าใจหรือไม่?"
"เยว่ฉินและซิงฮว่าจะไม่ทำให้ความเมตตาของคุณชายต้องสูญเปล่าอย่างแน่นอน!"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนให้สองพี่น้องตระกูลกู่ช่วยทำความสะอาดพื้นที่แห่งหนึ่งในเรือน เพื่อใช้เป็นที่พักสำหรับเฮ่อจู
หลังจากจัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จสิ้น บ่าวไพร่ก็เข้ามารายงานว่า สตรีชุดม่วงมาขอเข้าพบ