เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 โหรวเอ๋อร์เกิดเรื่อง

บทที่ 7 โหรวเอ๋อร์เกิดเรื่อง

บทที่ 7 โหรวเอ๋อร์เกิดเรื่อง


เรียกท่านปู่? หักแขนหักขาตัวเองทิ้ง?

เซวียนหยวนฮ่าวเทียนขมวดคิ้วกระบี่ จากนั้นมุมปากของเขาก็ยกยิ้มเย็นชาขึ้นมาสายหนึ่ง แล้วลงมืออย่างดุดัน ฟาดฝ่ามือออกไปอย่างแรง

"เพียะ!"

สิ้นเสียงของผู้ดูแล ฝ่ามือของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็ฟาดลงบนใบหน้าของเขาอย่างจัง

ภายใต้แรงฟาดจากฝ่ามือนี้ ร่างของผู้ดูแลปลิวละลิ่ว กระเด็นล้มคะมำหน้าทิ่มดิน ฟันหน้าหลุดร่วงไปหนึ่งซี่

"ไอ้สวะ ไอ้ลูกหมาพันทางอย่างเจ้ากล้าตบข้าหรือ?!" ผู้ดูแลตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา มองเซวียนหยวนฮ่าวเทียนด้วยใบหน้าเหลือเชื่อ ดวงตาสองข้างพ่นไฟ แผดเสียงคำรามลั่น

ฝ่ามือนี้ตบจนเขามึนงงไปหมด เขาไม่เคยคิดเลยว่าไอ้สวะคนหนึ่งจะกล้าลงมือกับเขา

ลูกหมาพันทาง สามคำนี้ทำให้เซวียนหยวนฮ่าวเทียนบังเกิดโทสะ เขาพุ่งพรวดไปเบื้องหน้าผู้ดูแลราวกับลูกธนู เงื้อฝ่ามือขนาดเท่าพัดใบกล้วยระดมตบลงบนใบหน้าของผู้ดูแลอย่างไม่หยุดหย่อน

"เพียะ! เพียะ! เพียะ!"

"ไอ้ลูกหมาพันทาง เจ้ารีบหยุดมือเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นลูกพี่ลูกน้องของข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!"

"เพียะ เพียะ เพียะ!"

"นายน้อย ข้าน้อยสมควรตาย ท่านโปรดละเว้นข้าเถิด"

"เพียะ เพียะ เพียะ!"

เหล่าองครักษ์เฝ้าประตูที่เห็นภาพนี้ต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน ผู้ดูแลผู้นั้นแม้จะไม่ใช่อัจฉริยะ ทว่าด้วยอายุที่มาก จึงเบิกชีพจรได้แต่เนิ่นๆ บัดนี้อยู่ขอบเขตเบิกชีพจรขั้นสามแล้ว

ทว่าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนเพิ่งเบิกชีพจรสวรรค์ได้เพียงเส้นเดียว ซ้ำยังเป็นชีพจรสวรรค์ที่ผู้คนต่างยอมรับว่าเป็นขยะ กลับสามารถทุบตีผู้ดูแลประดุจทารุณสุนัขตัวหนึ่ง นี่เขาทำได้อย่างไรกัน?

"ท่านปู่! อย่าตีเลย หากท่านยังตีอีก ท่านจะไม่ได้พบเสี่ยวโหรวสาวใช้ของท่านแล้วนะ!"

"โหรวเอ๋อร์ นางเป็นอะไร? รีบพูดมา มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งเสีย"

เมื่อได้ยินว่าโหรวเอ๋อร์เกิดเรื่อง หัวใจของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็พลันบีบรัดแน่น ดวงตาเผยจิตสังหาร เขาหิ้วคอเสื้อผู้ดูแลขึ้นมาประดุจหิ้วลูกเจี๊ยบตัวหนึ่ง

"ผู้อาวุโสสามตามหาท่านไม่พบ อีกทั้งยังทำอันใดผู้นำตระกูลไม่ได้ จึงหันไปเล่นงานเสี่ยวโหรวแทน เมื่อช่วงเช้าเสี่ยวโหรวเพิ่งกลับจากการเยี่ยมญาติที่บ้านเกิด ก็ถูกคนของผู้อาวุโสสามหลอกให้ไปยังหอจุ้ยชุนเพื่อมอบให้นายน้อยตระกูลโจว หากท่านไปช้าคงไม่ทันการแล้ว" ผู้ดูแลยอมบอกทุกอย่างจนหมดเปลือก

เซวียนหยวนฮ่าวเทียนมองใบหน้าที่บวมเป่งราวกับหัวหมูของผู้ดูแลด้วยสายตารังเกียจ เอ่ยเสียงเย็นเยียบ "ทางที่ดีอย่าได้หลอกข้า มิเช่นนั้นเจ้าจะไม่มีจุดจบที่ดีแน่"

เสี่ยวโหรวคือสาวใช้คนสนิทของเซวียนหยวนฮ่าวเทียน เมื่อสามปีก่อนมีคนลอบสังหารเขา หากไม่ใช่เพราะเสี่ยวโหรวเอาตัวเข้ารับกระบี่แทน เขาคงสิ้นชีพไปนานแล้ว ครั้งนั้นเสี่ยวโหรวเกือบเอาชีวิตไม่รอด

สตรีผู้มีรักแท้และผูกพันลึกซึ้งเช่นนี้ เซวียนหยวนฮ่าวเทียนย่อมไม่อยากให้นางเกิดเรื่องร้ายใดๆ ขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้ยังเกิดขึ้นเพราะเขา เขาจึงไม่อาจนิ่งดูดายได้

บังเอิญมีศิษย์สายรองตระกูลเซวียนหยวนคนหนึ่งขี่ม้ากลับมาพอดี เซวียนหยวนฮ่าวเทียนจึงแย่งชิงม้าตัวนั้นมา จากนั้นก็พลิกตัวขึ้นหลังม้า ควบม้าห้อตะบึงมุ่งหน้าสู่หอจุ้ยชุนด้วยความเร็วสูงสุด

"ไอ้สวะ ฝากไว้ก่อนเถอะ ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นดีแน่!" ศิษย์สายรองตระกูลเซวียนหยวนผู้นั้นตั้งตัวไม่ทัน ถูกเซวียนหยวนฮ่าวเทียนกระชากตกลงมาจากหลังม้าจนหน้าคะมำคลุกฝุ่น ทำได้เพียงมองแผ่นหลังของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนพลางก่นด่าด้วยความโกรธแค้น

"ไอ้สวะนี่จู่ๆ ก็แข็งแกร่งขึ้นมาเช่นนี้ ผู้นำตระกูลต้องมอบของดีอันใดให้มันเป็นแน่ หึ ถึงกระนั้นมันก็ย่อมสู้รับมือนายน้อยตระกูลโจวไม่ได้หรอก หากมันถูกนายน้อยตระกูลโจวทำลายวรยุทธ์ เซวียนหยวนเวยลูกพี่ลูกน้องของข้าก็จะได้ครอบครองตำแหน่งนายน้อยอย่างมั่นคงเสียที" ผู้ดูแลจ้องมองแผ่นหลังของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนด้วยสายตาโหดเหี้ยม เอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม

……

หอจุ้ยชุนตั้งอยู่ในย่านที่คึกคักที่สุดของเมืองกูหยาง เป็นหอนางโลมที่ดีที่สุดในเมืองกูหยาง เหล่าคุณชายเสเพลส่วนใหญ่มักจะมาหาความสำราญและดื่มกินกันที่นี่

เบื้องหน้าถนนใหญ่จอแจอึกทึก ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาไม่ขาดสาย เสียงตะโกนเร่ขายของดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ทำให้เซวียนหยวนฮ่าวเทียนไม่อาจเร่งความเร็วขึ้นมาได้ จึงทำให้เขาร้อนรนดั่งไฟสุมทรวง

"ฮี้ ฮี้ ฮี้!"

ในที่สุดหลังจากผ่านไปครึ่งก้านธูป เซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าหอจุ้ยชุน

"นายน้อยตระกูลเซวียนหยวน ท่านมาแล้วหรือเจ้าคะ เร็วเข้า แม่นางทั้งหลายออกมาต้อนรับคุณชายใหญ่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนเร็ว เด็กรับใช้รีบนำม้าไปผูกแล้วดูแลให้ดี"

เซวียนหยวนฮ่าวเทียนเพิ่งมาถึง แม่เล้าก็จำเขาได้ทันที นางต้อนรับขับสู้เซวียนหยวนฮ่าวเทียนอย่างกระตือรือร้น หญิงสาวกลุ่มหนึ่งที่แต่งกายงดงามฉูดฉาดก็เดินออกมาต้อนรับเช่นกัน

แม่เล้ามีสีหน้ากำกวม ก้มหน้าชำเลืองมองเป้ากางเกงของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนอย่างจงใจ คราวก่อนเซวียนหยวนฮ่าวเทียนสู้รบปรบมือกับหญิงสาวสามสิบคนตามลำพังจนแทบจะสูญสิ้นน้ำกามจนตาย ผ่านไปเพียงไม่กี่วันก็กลับมาคึกคักมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ช่างทำให้นางนับถือจากใจจริง

"ไอ้เดรัจฉานนายน้อยตระกูลโจวอยู่ที่ใด" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนไม่อ้อมค้อม เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"คุณชาย เหตุใดจึงอารมณ์เสียปานนี้เล่าเจ้าคะ มาถึงที่นี่แล้วก็ควรจะเบิกบานใจเสียหน่อย"

"อย่าโมโหไปเลยเจ้าค่ะ มีเรื่องใดสำคัญไปกว่าการหาความสำราญและเสพสังวาสอีกเล่า?"

สตรีผู้มีรูปโฉมงดงามสองสามนางโผเข้าสู่อ้อมอกของเซวียนหยวนฮ่าวเทียน เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

"นำทางไป มิเช่นนั้นก็ตาย!"

เซวียนหยวนฮ่าวเทียนผลักหญิงสาวเหล่านั้นออกไปอย่างแรง ชักกระบี่ออกมาพาดไว้บนคอของแม่เล้า

"คุณชายอย่าฆ่าข้าเลย ข้าน้อยนำทางให้แล้วเจ้าค่ะ"

แม่เล้าตกใจจนหน้าซีดเผือด ขวัญหนีดีฝ่อ รีบเดินนำทางไปทันที

ในขณะเดียวกัน ภายในห้องหับอันโอ่อ่าบนชั้นสองของหอจุ้ยชุน มีเด็กหนุ่มสองคนกำลังจ้องมองเด็กสาวนางหนึ่งด้วยสายตาหื่นกระหาย

เด็กสาวผู้นั้นสวมกระโปรงยาวสีเขียว มีใบหน้างดงามหยดย้อยจนนำภัยมาสู่ตัว รูปร่างสูงโปร่ง เรียวขาตรงยาว ผิวกายดุจหยกขาวผ่องบอบบางน่าทะนุถนอม เส้นผมสีดำขลับดุจน้ำตกทิ้งตัวสยายลงมาถึงเอวอย่างเป็นธรรมชาติ งดงามราวกับนางฟ้าจุติลงมาบนโลกมนุษย์ ทว่ายามนี้บนใบหน้างดงามไร้ที่ติกลับฉายแววตื่นตระหนกหวาดกลัว

"แม่นางน้อย เจ้าร่ายรำให้คุณชายอย่างข้าดูสักเพลงสิ มิเช่นนั้นข้าจะขืนใจเจ้าต่อหน้าเซวียนหยวนเช่อเสีย" เด็กหนุ่มผู้หนึ่งหัวเราะอย่างหยาบโลน เด็กหนุ่มผู้นี้มีใบหน้าซีดเซียวราวกับคนอมโรค

"โจวอี้ ไอ้สารเลว ทางที่ดีเจ้าปล่อยข้าไปเสีย มิเช่นนั้นนายน้อยฮ่าวเทียนไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่" เด็กสาวแผดเสียงด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยว

"เสี่ยวโหรว ยอมรับชะตากรรมเสียเถอะ ไอ้สวะนั่นหายหัวไปหลายวันแล้ว คาดว่าคงจะกลัวถูกผู้อาวุโสสามแก้แค้น จึงหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในป่าลึกแล้วล่ะ" เด็กหนุ่มอีกคนเอ่ยขึ้น

"เซวียนหยวนเช่อ ไอ้ลูกเต่า เหตุใดเจ้าต้องทำร้ายข้าด้วย" เด็กสาวเสี่ยวโหรวด่าทอ

"พี่โจวอี้ ดูเหมือนนังหนูนี่จะชอบไม้แข็งไม่ชอบไม้อ่อน ท่านรีบจัดการนางเถิด ประเดี๋ยวข้าก็จะได้ลิ้มลองรสชาติของหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองกูหยางดูบ้าง" เซวียนหยวนเช่อยิ้มอย่างหื่นกระหาย

"แม่นางน้อย พี่ชายมาแล้ว"

เมื่อโจวอี้ได้ยินคำพูดของเซวียนหยวนเช่อ แววตาของเขาก็ทอประกายหยาบโลน พุ่งเข้าใส่เสี่ยวโหรวทันที

"โจวอี้ ไอ้เดรัจฉาน เจ้าอย่าเข้ามานะ" เสี่ยวโหรวหวาดกลัวจนถึงขีดสุด ร่างผอมบางถอยกรูดไปด้านหลัง

"แควก!"

โจวอี้ยิ้มอย่างหยาบโลนไม่หยุด คว้ากระโปรงยาวของเสี่ยวโหรวแล้วกระชากจนขาดวิ่นเป็นชิ้นใหญ่

"กรี๊ด! นายน้อยรีบมาช่วยข้าด้วย" เสี่ยวโหรวเผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาในดวงตางดงาม ดูน่าสงสารจับใจ

"ฮ่าๆๆ ร้องสิ ร้องเลย ต่อให้เจ้าร้องจนคอแตกก็ไม่มีใครมาช่วยเจ้าหรอก!"

เมื่อเห็นเรือนร่างที่ถูกเปิดเผยของเสี่ยวโหรว ดวงตาของโจวอี้ก็แดงก่ำ ลมหายใจหอบหนักราวกับสัตว์เดรัจฉานตัวผู้ที่กำลังติดสัด พุ่งตัวเข้าหาเสี่ยวโหรวต่อไป

เซวียนหยวนฮ่าวเทียนที่เพิ่งมาถึงหน้าประตู เมื่อได้ยินเสียงจากในห้อง โทสะก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที โกรธเกรี้ยวจนถึงขีดสุด

"ปัง!"

เขาถีบประตูพังแล้วบุกเข้าไป

"มารดามันเถอะ ใครหน้าไหนกล้ามาขัดจังหวะความสุขของบิดา รนหาที่ตายนักใช่ไหม!"

โจวอี้ที่กำลังโถมทับลงบนร่างของเสี่ยวโหรว เตรียมพร้อมจะเผด็จศึกและย่ำยีนาง กลับต้องตกใจกับเสียงดังสนั่นจนอารมณ์ดับวูบและหดตัวลงทันที เขาหันไปมองที่ประตูด้วยความโกรธเกรี้ยว

"ปล่อยเสี่ยวโหรวซะ มิเช่นนั้นก็ตาย!" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนเอ่ยเสียงเย็นชา เมื่อเห็นว่าเสี่ยวโหรวยังไม่ถูกล่วงเกิน เขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"ไอ้สวะ เจ้ากล้ามาขัดจังหวะความสุขของข้า ตอนนี้ข้าโกรธมาก ผลที่ตามมาร้ายแรงนัก ทางที่ดีตอนนี้เจ้าคลานเข้ามาหาข้าดั่งสุนัขตัวหนึ่งแล้วเรียกข้าว่าท่านปู่สักหลายๆ ครั้งสิ ข้าอาจจะพิจารณาละเว้นสวะอย่างเจ้า มิเช่นนั้นก็ไปลงนรกซะ"

โจวอี้ปรายตามองเซวียนหยวนฮ่าวเทียนด้วยความเหยียดหยามและหยิ่งผยองเป็นที่สุด เรื่องที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนเบิกชีพจรสวรรค์ที่ด้อยเสียยิ่งกว่าระดับหนึ่งได้นั้นแพร่สะพัดไปทั่วเมืองกูหยางนานแล้ว โจวอี้จึงไม่เห็นเซวียนหยวนฮ่าวเทียนอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

"เรียกท่านปู่?! โจวอี้ ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ปล่อยเสี่ยวโหรวเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าตายอย่างศพไม่สวยแน่" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนแววตาสาดประกายจิตสังหาร เอ่ยเตือนเสียงเย็น

โจวอี้ผู้นี้เป็นเพียงแค่ผู้ที่ทะลวงเส้นชีพจรได้ยี่สิบสี่เส้น บรรลุขอบเขตเบิกชีพจรขั้นห้าเท่านั้น เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นก็สามารถสังหารมันได้แล้ว ต้องรู้ว่าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนผู้เบิกชีพจรมารบรรพกาล ในอดีตยังเคยเป็นถึงจักรพรรดิเซียนผู้ไร้เทียมทาน วิชามารของเขานั้นสุดจะจินตนาการได้

แม้เขาจะอยู่ในขอบเขตเบิกชีพจรขั้นห้าเช่นกัน ทว่าเมื่อสำแดงพลังออกมา แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานก็ไม่อาจทำอันใดเขาได้

"ไปตายซะ!"

เมื่อเห็นตัวตลกของเมืองกูหยางมาวางอำนาจบาตรใหญ่ต่อหน้าตนเอง โจวอี้ก็ไม่คิดหน้าคิดหลัง ชกหมัดเข้าใส่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนทันที

"ปัง!"

เมื่อเห็นโจวอี้บุกเข้ามา เซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็ทะยานร่างเข้าหา ปราณแท้ในร่างเดือดพล่าน ทรงพลังรวมศูนย์ไว้ที่ฝ่ามือขวา จากนั้นเขาก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่กลางกระหม่อมของโจวอี้อย่างจัง สังหารโจวอี้ในพริบตา

"คิดจะหนีหรือ เจ้าก็ไปตายด้วยซะ!"

หลังจากสังหารโจวอี้แล้ว ร่างของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็วูบไหว ไล่ตามเซวียนหยวนเช่อที่เตรียมจะหลบหนีไป เขาส่งหมัดกระแทกชีพจรหัวใจของเซวียนหยวนเช่อจนแหลกสลาย ทำให้เซวียนหยวนเช่อล้มลงขาดใจตายคาที่ทันที

เมื่อเผชิญหน้ากับสวะทั้งสองคนนี้ สำหรับเซวียนหยวนฮ่าวเทียนแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากการเชือดไก่ฆ่าหมา เขาไม่ได้ใช้วิธีการอันใดสลักสำคัญเลยด้วยซ้ำ ก็สามารถสังหารพวกมันได้อย่างง่ายดาย

จบบทที่ บทที่ 7 โหรวเอ๋อร์เกิดเรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว