- หน้าแรก
- ผมเป็นแค่ขันที แต่ขอสั่งการทั้งแผ่นดิน
- บทที่ 25 - ความโกรธแค้นของผู้บัญชาการตงฉ่าง
บทที่ 25 - ความโกรธแค้นของผู้บัญชาการตงฉ่าง
บทที่ 25 - ความโกรธแค้นของผู้บัญชาการตงฉ่าง
อวี่ฮว่าเฉินที่ลงมือเมื่อครู่คือตัวปลอมอย่างนั้นหรือ? อวี่ฮว่าเฉินตัวจริงตายไปแล้ว? คำพูดของเฉาเจิ้งกางทำให้เหล่าขันทีตงฉ่างต่างพากันงุนงง ข้อมูลนี้มันหนักหนาเกินไปแล้ว ในสายตาของพวกเขา นี่เป็นเพราะเฉาเจิ้งกางพ่ายแพ้ให้กับหลินอีชิว จึงทำให้เขาสติแตกไปแล้ว! ทว่าเฉาเจิ้งกางก็คือผู้บัญชาการตงฉ่าง เป็นลูกพี่ของพวกเขา เขาพูดสิ่งใดย่อมเป็นสิ่งนั้น ใครจะกล้าโต้แย้งเล่า?
"ขอรับ ท่านผู้บัญชาการ!" ขันทีสองคนที่อยู่ด้านหลังเฉาเจิ้งกางรีบพยักหน้ารับคำสั่ง ก่อนจะเดินตามหลังเฉาเจิ้งกางมุ่งหน้าไปยังตำหนักซิ่วชุน!
เวลานี้ภายในตำหนักซิ่วชุน ว่านจี้เอ๋อร์กำลังปักผ้าอยู่ ในขณะเดียวกัน ภายในหัวก็บังเกิดภาพเหตุการณ์ที่อยู่กับหลินอีชิวเมื่อวานนี้ขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อนึกถึงฉากบนเตียงนอนนั้น พวงแก้มของนางก็แดงซ่านขึ้นมาทันที ชั่วขณะนั้น ว่านจี้เอ๋อร์ที่แก้มแดงปลั่งยิ่งดูงดงามหยดย้อย ราวกับหญิงงามที่เดินออกมาจากภาพวาดก็มิปาน
ตอนนั้นเอง ด้านนอกก็มีคนมารายงานว่า เฉาเจิ้งกางผู้บัญชาการตงฉ่างมาขอเข้าเฝ้าพระสนม!
"เขามาทำไมกัน?" เมื่อได้ยินคำรายงาน คิ้วของว่านจี้เอ๋อร์ก็ขมวดเข้าหากันทันที นางรู้ดีว่าคนมาไม่ประสงค์ดี คนประสงค์ดีไม่มา ปกติแล้วตำหนักซิ่วชุนกับฝั่งตงฉ่างไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กันนัก เรื่องการใช้ชีวิตประจำวันของตำหนักซิ่วชุน ล้วนเป็นทางฝั่งซีฉ่างที่คอยจัดการให้ และซีฉ่างกับตงฉ่างก็ไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร ทว่าตอนนี้เฉาเจิ้งกางกลับมาที่ตำหนักซิ่วชุนของนาง เกรงว่าคงจะเกี่ยวข้องกับซีฉ่าง ย่อมไม่ได้มาโดยไร้สาเหตุเป็นแน่!
"ช่างเถอะ ในเมื่อเขามาแล้วก็ให้เขาเข้ามา ในวังหลวงแห่งนี้ไม่กลัวหอกดาบซึ่งหน้า แต่กลัวลูกศรลับต่างหาก!" ทว่าหลังจากนั้นว่านจี้เอ๋อร์ก็คิดตกและคิดได้เช่นนี้ เมื่อคิดถึงตรงนี้ นางก็หันไปกล่าวกับสาวใช้ที่มารายงานว่า "ให้เขาเข้ามาเถิด!"
"เพคะ!" สาวใช้รับคำสั่งแล้วถอยออกไป
ผ่านไปไม่นาน เฉาเจิ้งกางก็พาขันทีสองคนเดินเข้ามาอยู่เบื้องหน้าของว่านจี้เอ๋อร์ เมื่อเห็นว่านจี้เอ๋อร์ เขาก็รีบทำความเคารพก่อนเป็นอันดับแรก!
"ผู้บัญชาการมีงานรัดตัวมาตลอด วันนี้เหตุใดถึงมาที่ตำหนักซิ่วชุนของข้าได้เล่า?" หลังจากจิบน้ำชา ว่านจี้เอ๋อร์ก็เอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา
"พระสนมทรงไม่ทราบ วันนี้ที่กระหม่อมมาตำหนักซิ่วชุน ก็เพื่อจะนำความลับอันยิ่งใหญ่มาทูลพระสนมพ่ะย่ะค่ะ!" เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉาเจิ้งกางก็ปรายตามองสาวใช้ข้างกายว่านจี้เอ๋อร์ด้วยท่าทีลึกลับซับซ้อน
เมื่อเห็นดังนั้น ว่านจี้เอ๋อร์ก็โบกมือเป็นสัญญาณให้สาวใช้ถอยออกไป ทว่าในใจกลับกระตุกวูบ ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นมา!
"ผู้บัญชาการ ตอนนี้ท่านมีอะไรก็พูดมาเถิด!"
เฉาเจิ้งกางลดเสียงต่ำลงแล้วกล่าวว่า "พระสนม บ่าวเฒ่าสงสัยว่าอวี่ฮว่าเฉินผู้บัญชาการซีฉ่างจะมีคนปลอมตัวมา เขาคือตัวปลอมพ่ะย่ะค่ะ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หวังว่าพระสนมจะนำเรื่องนี้ไปกราบทูลฝ่าบาท เพื่อให้ฝ่าบาทลงโทษเขานะพ่ะย่ะค่ะ!" เมื่อพูดถึงตรงนี้ แววตาของเฉาเจิ้งกางก็ทอประกายความเคียดแค้นออกมา
ตอนนี้เขากลายเป็นคนพิการไปแล้ว ย่อมไม่อาจจัดการหลินอีชิวได้เลยแม้แต่น้อย แต่ต่อให้หลินอีชิวจะมีวรยุทธ์ล้ำเลิศเพียงใด หากต้องเผชิญหน้ากับราชวงศ์ต้าเฉียนทั้งหมดก็ไม่อาจต้านทานได้ ขอเพียงสามารถพิสูจน์ได้ว่าเขาคือตัวปลอม เขาย่อมต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะผู้บัญชาการตงฉ่าง สัญชาตญาณของเฉาเจิ้งกางนั้นแม่นยำมาโดยตลอด อย่างเช่นครั้งนี้ เขามั่นใจเต็มสิบส่วนว่าหลินอีชิวคือตัวปลอม เพียงแต่ตอนนี้เขายังหาหลักฐานไม่ได้เท่านั้น ส่วนเรื่องหลักฐาน จำเป็นต้องให้ว่านกุ้ยเฟยเป่าหูฝ่าบาท เพื่อให้ฝ่าบาทไปสืบสวน!
"ตัวปลอมหรือ?" คำพูดของเฉาเจิ้งกางทำให้หัวใจของว่านจี้เอ๋อร์เต้นผิดจังหวะจริงๆ เพราะนี่คือความลับระหว่างนางกับหลินอีชิว คาดไม่ถึงเลยว่าเฉาเจิ้งกางจะล่วงรู้ความลับนี้ด้วย!
"ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ พระสนม วรยุทธ์ของอวี่ฮว่าเฉินบ่าวรู้ดีที่สุด เขาและบ่าวมีฝีมือสูสีกัน ไม่มีทางที่จะแข็งแกร่งขึ้นมาอย่างกะทันหันเช่นนี้ได้ มีเพียงความเป็นไปได้เดียว นั่นก็คือเขาเป็นตัวปลอม ตอนนี้มีคนสวมรอยเป็นเขาเพื่อกุมอำนาจซีฉ่างพ่ะย่ะค่ะ!" เฉาเจิ้งกางพยักหน้าพลางกล่าวด้วยแววตาเคียดแค้น
"ผู้บัญชาการ เพียงเพราะวรยุทธ์ของผู้บัญชาการอวี่แข็งแกร่งกว่าท่าน ท่านก็คิดว่าเขาเป็นตัวปลอมแล้วหรือ? เช่นนี้ไม่ด่วนสรุปไปหน่อยหรือ?" เมื่อได้ยินดังนั้น ว่านจี้เอ๋อร์ก็ถอนหายใจยาวและวางใจลง เดิมทีนางคิดว่าเฉาเจิ้งกางมีหลักฐานมาพิสูจน์ว่าหลินอีชิวเป็นตัวปลอม แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเพียงการคาดเดาของเขาเท่านั้น!
"ไม่พ่ะย่ะค่ะ พระสนม นอกจากจุดนี้แล้ว บนตัวเขายังมีข้อน่าสงสัยอีกมากมาย หากพระสนมได้สัมผัสใกล้ชิดเขา จะต้องรู้สึกได้อย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ! สรุปก็คือ ขอเพียงพระสนมนำเรื่องนี้ไปกราบทูลฝ่าบาท ให้ฝ่าบาททรงทดสอบเขาดูสักหน่อย จะต้องได้ผลลัพธ์อย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!" เมื่อเห็นว่าว่านจี้เอ๋อร์ไม่เชื่อ แถมยังมีท่าทีรำคาญใจ เฉาเจิ้งกางจึงรีบกล่าว
"ความรู้สึกงั้นหรือ? ผู้บัญชาการ ในวังหลวงแห่งนี้มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าท่านกับผู้บัญชาการอวี่แห่งซีฉ่างไม่ลงรอยกัน การต่อสู้แย่งชิงกันบ้างก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากท่านใช้เพียงความรู้สึกของตัวเอง มาให้เปิ่นกงใส่ร้ายผู้บัญชาการอวี่แห่งซีฉ่างว่าเป็นตัวปลอมละก็ เช่นนั้นก็ต้องขออภัยด้วย เปิ่นกงทำไม่ได้!" ว่านจี้เอ๋อร์ปั้นหน้าขรึมพลางกล่าว
ตอนนี้นางกับหลินอีชิวเปรียบเสมือนตั๊กแตนที่ถูกผูกติดอยู่บนเชือกเส้นเดียวกัน แล้วนางจะไปช่วยเฉาเจิ้งกางได้อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับหลินอีชิวแล้ว นางรู้สึกรังเกียจเฉาเจิ้งกางมากกว่าเสียอีก!
"นี่ ... " เมื่อเห็นว่านจี้เอ๋อร์พูดจาเด็ดขาดเช่นนี้ สีหน้าของเฉาเจิ้งกางก็ดูไม่ได้ขึ้นมาทันที หากไม่ใช่เพราะสถานการณ์บีบบังคับ ด้วยนิสัยของเขา มีหรือจะมาขอความช่วยเหลือจากว่านจี้เอ๋อร์? น่าเจ็บใจนักที่ว่านจี้เอ๋อร์ผู้นี้ดูเหมือนจะเอนเอียงไปทางฝั่งซีฉ่างอย่างเต็มที่ และไม่คิดจะช่วยเขาเลยแม้แต่น้อย!
"ซิ่วเอ๋อร์ ส่งแขก!"
"ผู้บัญชาการ เชิญกลับไปเถิด!" ในเมื่อพูดมาถึงขั้นนี้แล้วก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก ว่านจี้เอ๋อร์จึงออกปากไล่แขกทันที
อย่าว่าแต่องค์จักรพรรดิมัวแต่วุ่นวายอยู่กับการบำเพ็ญเพียรเพื่อเป็นเซียน นางแทบจะไม่มีโอกาสได้เป่าหูเลย ต่อให้มีโอกาส นางก็ไม่มีทางช่วยเฉาเจิ้งกางอย่างเด็ดขาด!
"เพคะ!" สาวใช้ซิ่วเอ๋อร์ที่รออยู่หน้าประตูมานานเดินเข้ามา พร้อมกับผายมือทำท่าเชิญ
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าน้อยก็ขอตัวลาก่อน!"
"ทว่าพระสนม ข้าน้อยบริหารตงฉ่างมาหลายปี ความรู้สึกไม่เคยผิดพลาด ข้าน้อยจะต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ว่าอวี่ฮว่าเฉินเป็นตัวปลอมให้ได้! หวังเพียงว่าถึงเวลานั้นพระสนมกับทางฝั่งซีฉ่าง จะไม่ได้มีส่วนพัวพันอะไรกันก็พอนะพ่ะย่ะค่ะ!" เฉาเจิ้งกางที่ถูกไล่ตะเพิดปรายตามองว่านจี้เอ๋อร์อย่างมาดร้ายก่อนจะลุกขึ้นกล่าว พูดจบก็หันหลังเดินจากไป!
ผ่านไปไม่นาน สาวใช้ซิ่วเอ๋อร์ก็กลับมาอีกครั้ง
"ซิ่วเอ๋อร์ รอให้ฟ้ามืดแล้วเจ้าไปที่ซีฉ่าง แจ้งให้ผู้บัญชาการอวี่ทราบ ให้เขามาที่ตำหนักซิ่วชุนช่วงพลบค่ำ เปิ่นกงมีเรื่องจะคุยด้วย!" ว่านจี้เอ๋อร์ทอดสายตามองออกไปนอกตำหนักซิ่วชุนพลางเอ่ยกับซิ่วเอ๋อร์ บนใบหน้าของนางปรากฏแววความกังวลใจ
เมฆฝนตั้งเค้าพายุใหญ่กำลังจะมา สองวันนี้ติดแล้วที่นางรู้สึกว่าวังหลวงกำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น และตอนนี้ดูเหมือนว่า ความรู้สึกของนางกำลังจะกลายเป็นจริงแล้ว
"เพคะ!" ซิ่วเอ๋อร์พยักหน้ารับคำสั่ง
ในเวลาเดียวกัน ณ ที่ทำการซีฉ่าง ภายใต้การควบคุมตัวของหลินอีชิวอย่างใกล้ชิด ไป๋ซู่ซู่สตรีศักดิ์สิทธิ์พรรคมารก็ถูกนำตัวไปขังไว้ในคุกสวรรค์โซนเอกของซีฉ่าง จากนั้นหลินอีชิวก็โบกมือเป็นสัญญาณให้คนอื่นๆ ถอยออกไปทั้งหมด ส่วนตัวเขากลับจ้องมองไป๋ซู่ซู่ที่ถูกขังอยู่ในคุกด้วยความสนใจ
ต้องยอมรับเลยว่าไป๋ซู่ซู่ผู้นี้สมกับเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ของพรรคมารจริงๆ ช่างเกิดมางดงามหยดย้อยเสียจริง งดงามกว่าดาราดังหรือเน็ตไอดอลในชาติก่อนเสียอีก! พูดตามตรง การขังนางไว้ที่นี่ช่างเป็นการทำลายของสวยๆ งามๆ โดยแท้!
"คนแซ่อวี่ หากเจ้ามีปัญญาก็ฆ่าข้าเสียเลย ในฐานะสตรีศักดิ์สิทธิ์พรรคมาร ข้าไม่สนเรื่องความเป็นความตายมาตั้งนานแล้ว แต่หากเจ้าคิดจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อซีฉ่างจากปากข้าละก็ ฝันไปเถอะ!" เมื่อเห็นหลินอีชิวเอาแต่จ้องมองนางตาไม่กะพริบ ไป๋ซู่ซู่ก็ตวาดใส่ด้วยความโกรธ