เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 - ซื่อจื่อไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ

บทที่ 22 - ซื่อจื่อไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ

บทที่ 22 - ซื่อจื่อไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ


บทที่ 22 - ซื่อจื่อไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ

ในขณะเดียวกัน นางยังต้องแบกรับแรงกดดันจากทุกสารทิศ ช่างไม่ง่ายเลยจริงๆ

นับตั้งแต่กวนหนิงเดินทางมาถึงเมืองหลวง เขายังไม่ได้ส่งข่าวกลับไปที่อวิ๋นโจวเลย เขารู้ว่าพ่อบ้านอู๋ต้องคอยรายงานความเคลื่อนไหวในเมืองหลวงกลับไปอย่างแน่นอน

เขารู้จักพ่อบ้านอู๋ดี พ่อบ้านอู๋เป็นคนเก่าคนแก่ของจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง การที่ถูกส่งมาอยู่ที่เมืองหลวง ย่อมเป็นข้อพิสูจน์ถึงความจงรักภักดีของเขา...

พ่อบ้านอู๋ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า "ขอรับ บาวยังคงติดต่อกับพระชายาอยู่เสมอ"

การติดต่อนี้ไม่ได้ทำกันอย่างเปิดเผย ตอนนี้ทุกฝ่ายต่างก็จับตามองอยู่ มีความไม่สะดวกหลายอย่าง การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย อาจถูกคนภายนอกสังเกตเห็นได้

"ท่านช่วยส่งข่าวบอกท่านแม่ทีว่า หลังจากราชสำนักมีคำสั่งโยกย้ายลงมา ให้ควบคุมกองทัพเจิ้นเป่ยไว้ให้ดี อย่าให้มีการขัดขืนคำสั่งเด็ดขาด"

กวนหนิงกำชับ "แต่ก็อย่าให้ดูโอนอ่อนผ่อนตามจนเกินไป สามารถทำอะไรบางอย่างได้ตามความเหมาะสม ข้าเชื่อว่าท่านแม่จะรู้ดีว่าควรทำระดับไหน"

"มีอะไรอีกไหมขอรับ?"

ตอนนี้พ่อบ้านอู๋มองกวนหนิงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และพร้อมจะทำตามคำสั่งทุกอย่าง

"ส่วนเรื่องของข้า ไม่ต้องเล่ารายละเอียดอะไรมาก แค่บอกว่าสบายดีก็พอ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง"

ในเมื่อทะลุมิติมาแล้ว กลับไปไม่ได้แล้ว เขาก็ต้องยอมรับและปรับตัวให้เข้ากับฐานะนี้ นี่ก็เพื่อตัวเขาเองด้วย

"ขอรับ"

"เรื่องอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ที่สำคัญคือต้องรักษากำลังคนไว้ให้มากที่สุด ข้าคิดว่าท่านแม่เองก็คงคิดแบบเดียวกัน นางคงไม่อยากรอจนท่านพ่อกลับมา แล้วพบว่าทุกอย่างพังทลายไปหมดแล้ว"

"ซื่อจื่อคิดว่าท่านอ๋องจะยังกลับมาได้อีกหรือขอรับ?"

พ่อบ้านอู๋ถาม

แม้แต่จิ้นเยว่ก็มองมาที่กวนหนิง

"ท่านคิดว่าเสด็จพ่อจะยอมจำนนทิ้งชีวิตไว้ที่ดินแดนหมานฮวงจริงๆ หรือ?"

"ไม่ขอรับ"

พ่อบ้านอู๋ตอบอย่างหนักแน่น

"นั่นแหละคือคำตอบ"

กวนหนิงกล่าว "บางทีตอนนี้ท่านอาจจะกำลังเผชิญกับความยากลำบากบางอย่าง หรืออาจจะติดอยู่ที่ไหนสักแห่ง หรืออาจจะมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้กลับมาไม่ได้... สรุปก็คือเรื่องนี้มีเงื่อนงำน่าสงสัยมาก ต้องสืบหาความจริงให้ได้"

"ทางท่านน่าจะมีรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ท่านพ่อเกิดเรื่องใช่ไหม เอามาให้ข้าดูหน่อย"

"มีขอรับ"

ถึงแม้พ่อบ้านอู๋จะอยู่ที่เมืองหลวง แต่เขาก็ติดต่อกับอวิ๋นโจวอย่างใกล้ชิดมาตลอด

ถึงแม้ศูนย์กลางของจวนเจิ้นเป่ยอ๋องจะไม่ได้อยู่ที่เมืองหลวง และในจวนนี้ก็ไม่ได้มีคนอยู่มากนัก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่สนใจไยดีอะไรเลย

เมืองหลวงซ่างจิงคือศูนย์กลางของราชวงศ์ต้าคัง เป็นศูนย์กลางทางการเมือง พ่อบ้านอู๋มีหน้าที่สืบข่าวสารต่างๆ ในราชสำนัก แล้วส่งกลับไปที่อวิ๋นโจว...

ความจริงแล้ว หลังจากที่กวนจงซานเกิดเรื่อง จวนเจิ้นเป่ยอ๋องก็ได้ส่งคนออกไปสืบข่าวมากมาย แต่ตอนนั้นกวนหนิงเพิ่งทะลุมิติมา ยังปรับตัวเข้ากับฐานะใหม่ไม่ได้ จึงไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก

"เดี๋ยวบ่าวจะเอาไปให้ที่ห้องนะขอรับ"

พ่อบ้านอู๋กล่าวเสริมว่า "แต่ก็ไม่ได้มีความคืบหน้าอะไรมากนัก จากข้อมูลที่ได้มา... ความเป็นไปได้สูงที่สุดคือท่านอ๋องอาจจะ..."

เขาไม่ได้พูดต่อ แต่กวนหนิงก็เข้าใจดีว่าหมายถึงอะไร

"พวกเราสืบไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะสืบไม่ได้นี่"

"ซื่อจื่อหมายความว่าอย่างไรขอรับ?"

"ไม่มีอะไรหรอก ท่านไปจัดการธุระเถอะ เดี๋ยวค่อยเอาข้อมูลไปให้ข้าที่ห้อง"

"ขอรับ"

พ่อบ้านอู๋ขอตัวออกไป

ส่วนกวนหนิงก็หันกลับมาง่วนอยู่กับบาร์เบลของเขาต่อ

"มองอะไรอยู่ มาช่วยกันหน่อยสิ"

กวนหนิงเรียกจิ้นเยว่

เปลี่ยนเรื่องเร็วไปไหมเนี่ย? เมื่อกี้ยังคุยเรื่องเครียดๆ กันอยู่เลย แล้วตอนนี้ล่ะ?

"อ้อ เจ้าค่ะ"

จิ้นเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยความสงสัยว่า "ซื่อจื่อกำลังทำอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?"

"อ้อ นี่คืออุปกรณ์สำหรับยกน้ำหนัก เรียกว่าบาร์เบล"

"มันคืออะไรเจ้าคะ?"

"เดี๋ยวเจ้าก็รู้ เจาะรูตรงนี้ให้หน่อย..."

ด้วยความช่วยเหลือจากจิ้นเยว่ ผู้ฝึกยุทธ์สาว บาร์เบลก็เสร็จสมบูรณ์ในเวลาอันรวดเร็ว

ถึงแม้จะทำจากแผ่นหิน แต่กวนหนิงก็พยายามทำให้เหมือนกับบาร์เบลในโลกยุคก่อนมากที่สุด เพื่อให้สามารถปรับเพิ่มลดน้ำหนักได้ตามต้องการ

"เสร็จแล้ว!"

กวนหนิงตบมือ ปัดฝุ่นออกอย่างพึงพอใจ ตอนนี้ได้เวลาทดสอบแล้ว

เขาเริ่มจากใส่แผ่นหินสองแผ่น แต่ละแผ่นมีน้ำหนักประมาณสองจวิน หรือราวๆ หกสิบจิน (ชั่ง) ในยุคนี้ น้ำหนักมีหน่วยพื้นฐานคือ จู โดยยี่สิบสี่จูเท่ากับหนึ่งเหลียง (ตำลึง) สิบหกเหลียงเท่ากับหนึ่งจิน และสูงกว่าจินก็คือ จวิน

หนึ่งจวินเท่ากับสามสิบจิน และหนึ่งสือเท่ากับสี่จวิน

ดังนั้นแผ่นหินสองแผ่นนี้จึงมีน้ำหนักรวมหนึ่งร้อยยี่สิบจิน

สำหรับคนทั่วไป น้ำหนักขนาดนี้ถือว่าหนักเอาการ แต่กวนหนิงลองยกดู กลับยกขึ้นได้อย่างสบายๆ

พละกำลังเพิ่มขึ้นจริงๆ ด้วย

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาไม่มีทางทำได้แน่นอน

ถึงแม้รูปร่างของเขาจะดูสูงโปร่งและแข็งแรง แต่จริงๆ แล้วอ่อนแอมาก

ตอนเด็กๆ กวนหนิงเคยป่วยหนัก พอหายดี ร่างกายก็อ่อนแอลงอย่างมาก นี่คือสาเหตุที่เขาไม่มีพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์

แต่ตอนนี้ ร่างกายเขาดีขึ้นแล้ว

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า จิ้นเยว่ก็ถึงบางอ้อ ที่แท้ก็เหมือนกับการยกหินก้อนใหญ่ๆ นี่เอง!

ในกองทัพก็มีอุปกรณ์แบบนี้ ไว้สำหรับฝึกความแข็งแกร่งของร่างกาย

แต่นางก็ต้องแปลกใจ

บนแผ่นหินมีตัวเลขบอกน้ำหนักอยู่ ซื่อจื่อยกน้ำหนักได้ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบจินเชียวหรือ?

"ซื่อจื่อ พละกำลังของท่าน?"

นางรู้สภาพร่างกายของกวนหนิงดี อย่าว่าแต่หนึ่งร้อยยี่สิบจินเลย แค่เจ็ดสิบแปดสิบจินก็ยกไม่ไหวแล้ว

แต่ตอนนี้ เขากลับทำได้

กวนหนิงไม่สนใจ เขาวางบาร์เบลลง แล้วเพิ่มน้ำหนักเข้าไปอีก แกนเหล็กที่ใช้ทำมาจากทวนเหล็กกล้าเนื้อดีของจวนอ๋อง มีความแข็งแรงทนทานมาก ไม่ต้องกลัวว่าจะหัก

เขาเพิ่มน้ำหนักเข้าไปอีกสี่สิบจิน คราวนี้เริ่มยกยากขึ้น แขนของเขาเริ่มสั่น

มาถึงจุดนี้ การเพิ่มน้ำหนักแต่ละจินล้วนเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง

เขาเพิ่มเข้าไปอีกยี่สิบจิน กวนหนิงพยายามยกขึ้น แต่มันก็หนักเกินไป ถึงจะยกขึ้นได้ แต่ก็ทนได้ไม่ถึงหนึ่งนาที

นี่คือขีดจำกัดของเขาแล้ว

แต่กวนหนิงก็พอใจมาก

เพราะพื้นฐานเดิมของเขามันแย่มาก การพัฒนาได้ขนาดนี้ ถือว่าก้าวกระโดดสุดๆ...

"ซื่อจื่อ พละกำลังของท่านทำไมถึง...?"

จิ้นเยว่ยังคงจมอยู่ในความตกตะลึง

กวนหนิงไม่ได้อธิบายอะไร เพราะอธิบายไปก็ไม่มีใครเข้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือความลับขั้นสุดยอดของเขา จะไปบอกใครสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร

"เจ้าลองดูสิ"

กวนหนิงอยากรู้ว่า ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงอย่างจิ้นเยว่ จะทำได้ขนาดไหน

"ข้าหรือเจ้าคะ?"

"อืม"

จิ้นเยว่เดินเข้าไปหา ใช้มือข้างเดียวจับแกนเหล็ก แล้วยกขึ้นอย่างง่ายดาย...

สบายๆ เหมือนไม่ได้ออกแรงอะไรเลย

"เจ้า..."

นี่มันผิดหลักวิทยาศาสตร์ชัดๆ!

แต่กวนหนิงก็ส่ายหน้า ตัวเขาเองยังทะลุมิติมาได้เลย จะไปพูดถึงเรื่องหลักวิทยาศาสตร์ทำไมอีก

"ก็เบาดีนี่เจ้าคะ"

จิ้นเยว่ทำหน้าซื่อตาใส ทำเอากวนหนิงแทบทรุด

"ซื่อจื่อ ข้าเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงนะเจ้าคะ"

"เข้าใจแล้ว"

กวนหนิงถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง เอามาตรฐานคนธรรมดาไปวัดกับผู้ฝึกยุทธ์ไม่ได้จริงๆ

"แต่ว่า ซื่อจื่อ พละกำลังของท่าน ทำไมจู่ๆ ถึงเพิ่มขึ้นได้ล่ะเจ้าคะ?"

จิ้นเยว่วางบาร์เบลลง ถามด้วยความสงสัย

ก่อนที่กวนหนิงจะตอบ นางก็ทำหน้าราวกับตระหนักอะไรบางอย่างได้ "ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ..."

"เข้าใจอะไรล่ะ?"

"ก่อนหน้านี้ ท่านแกล้งทำตัวอ่อนแอใช่ไหมเจ้าคะ!"

จิ้นเยว่กล่าวชื่นชม "ซื่อจื่อไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ ซ่อนคมไว้ในฝัก!"

"ข้า..."

เอาเถอะ จะคิดว่าข้าซ่อนความสามารถก็ช่างเถอะ ยังไงก็อธิบายไม่ถูกอยู่ดี

พอได้รู้ขีดจำกัดพละกำลังของตัวเองคร่าวๆ กวนหนิงก็เลิกทดสอบ อาบน้ำชำระร่างกาย แล้วกลับเข้าห้อง

เขาต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่บิดาเกิดเรื่องอย่างละเอียด เผื่อจะพบเบาะแสอะไรบางอย่าง สัญชาตญาณบอกเขาว่า เรื่องนี้มีเงื่อนงำน่าสงสัยมากเกินไป...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 22 - ซื่อจื่อไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว