- หน้าแรก
- มหาราชบุตรเขยไร้เทียมทาน
- บทที่ 16 - ซื่อจื่อ ท่านไม่กลัวโดนตีตายหรือขอรับ?
บทที่ 16 - ซื่อจื่อ ท่านไม่กลัวโดนตีตายหรือขอรับ?
บทที่ 16 - ซื่อจื่อ ท่านไม่กลัวโดนตีตายหรือขอรับ?
บทที่ 16 - ซื่อจื่อ ท่านไม่กลัวโดนตีตายหรือขอรับ?
เมื่อกล่องไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะถูกเปิดออก ทุกคนต่างชะเง้อคอไปมอง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือระฆังใบเล็กประณีตสองใบวางอยู่ด้านใน
"นี่มันระฆังพระจากหน้าวิหารของวัดหานซานนี่นา!"
เจิ้งเสียนโพล่งขึ้นมาเป็นคนแรก
"ระฆังใบนี้ได้รับเสียงสวดมนต์และกลิ่นอายพระพุทธศาสนาทุกวัน ล้ำค่าหาใดเปรียบ บิดาข้าเคยบริจาคทองคำแท่งหนึ่งให้กับวัดหานซาน ถึงจะได้มาเพียงใบเดียว แต่นี่กลับมีถึงสองใบ!"
"เป็นระฆังพระจากวัดหานซานจริงๆ ด้วย บนนั้นยังมีรอยสลักอักษรอยู่เลย"
อีกคนผสมโรง พร้อมกับร้องอุทานด้วยความทึ่ง นี่มันถือว่าทุ่มทุนสร้างสุดๆ ไปเลย
ฝ่าบาทองค์ปัจจุบันทรงให้ความสำคัญกับศาสนาพุทธมากกว่าศาสนาเต๋า ถึงขนาดเคยเสด็จไปที่วัดหานซานด้วยพระองค์เอง ผู้คนต่างแอบเรียกขานวัดหานซานว่าเป็นวัดหลวง
สิ่งนี้ช่วยยกระดับสถานะของวัดหานซานให้สูงส่งขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนเป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คน
เจิ้งเสียนกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่ก็พลันชะงักไป
มอบระฆัง (ซ่งจง)?
ส่งวิญญาณคนตาย (ซ่งจง)?
เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า นี่มันก็เป็นคำพ้องเสียงอีกแล้ว!
วันนี้มีคำพ้องเสียงเยอะเกินไปแล้ว
เขาหันไปมองคนอื่นๆ ทุกคนต่างเงียบกริบ สายตาทุกคู่จ้องมองกวนหนิงด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
บรรยากาศที่เคยครึกครื้น พลันเงียบสงัดลงในพริบตา!
เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครโง่ ทุกคนล้วนเข้าใจความหมายแฝงนี้ดี!
'ส่งวิญญาณคนตาย' หมายถึงอะไร?
ก็หมายถึงการจัดงานศพไงล่ะ
คำสาปแช่งนี้มันโหดร้ายเกินไปแล้ว!
ของขวัญชิ้นนี้ก็โหดร้ายเกินไปแล้ว!
ใครๆ ก็รู้ธรรมเนียมข้อห้ามนี้ดีว่า ระฆังมีไว้ให้ขอ ไม่ใช่ให้มอบให้กัน
ซื่อจื่อผู้นี้ ช่างใจกล้าบ้าบิ่นเกินคน ไม่มีใครเทียบเทียมได้จริงๆ!
ด้วยเหตุนี้ สายตาที่มองมาจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
ปราณแค้นอันมหาศาลถาโถมเข้ามา กวนหนิงสัมผัสได้อย่างรุนแรง
ปราณแค้นนี้มาจากเติ้งหมิงจื้อ ภายใต้การสนับสนุนของปราณแค้นนี้ กวนหนิงรู้สึกได้เลยว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เพราะปราณแค้นนี้มันรุนแรงมาก!
ตามมาติดๆ ด้วยปราณแค้นอีกระลอก ซึ่งมาจากเติ้งชิว!
ต่อให้เขาเป็นคนที่มีจิตใจนิ่งสงบแค่ไหน มาถึงตอนนี้ก็ยากที่จะสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ได้
มอบระฆัง ส่งวิญญาณคนตาย
นี่มันแช่งให้เขาตายชัดๆ!
ดวงตาของเติ้งหมิงจื้อแดงก่ำ ใบหน้าขาวซีด ร่างกายสั่นเทา นี่คืออาการของคนที่โกรธจัดจนถึงขีดสุด...
"กวนหนิง เจ้า..."
เขาเค้นคำพูดออกมาจากไรฟันได้เพียงไม่กี่คำ กำลังจะอ้าปากด่าต่อ แต่แล้วก็หมดสติล้มตึงลงไปกองกับพื้น...
"นี่มัน..."
กวนหนิงถึงกับอึ้ง โกรธขนาดนั้นเชียวหรือ?
อันที่จริง ปัญหามันก็คือเรื่องเดิมนั่นแหละ ปกติแล้วย่อมไม่เป็นถึงขนาดนี้
แต่ความโกรธทำลายสุขภาพ
พอมาเจอกับกวนหนิง อาการก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
ก่อนหน้านี้เขาก็โกรธกวนหนิงจนแทบคลั่งมาหลายระลอกแล้ว แต่ปราณแค้นเหล่านั้นถูกกวนหนิงดูดซับไปจนหมด เขาถึงได้หมดสติไปแบบนี้
"หมิงจื้อ?"
"คุณชายเติ้ง?"
"นายน้อย"
การล้มพับไปอย่างกะทันหันของเติ้งหมิงจื้อ ทำลายความเงียบสงบลง คนอื่นๆ รีบแตกตื่นตกใจทันที
"รีบไปตามท่านหมอซวินมาเร็วเข้า"
"รีบไป"
งานเลี้ยงที่กำลังดำเนินไปได้ด้วยดีกลับต้องมาวุ่นวาย จวนตระกูลเติ้งมีหมอประจำจวนอยู่แล้ว ไม่นานนักชายชราคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามา
"หมิงจื้อเป็นอะไรไหม?"
"อาการเป็นอย่างไรบ้าง?"
เติ้งชิวร้อนใจอย่างมาก เติ้งหมิงจื้อเป็นบุตรชายคนโตและเป็นลูกที่เขาตั้งความหวังไว้มากที่สุด
"คุณชายโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ทำให้หมดสติไปชั่วครู่ ประเดี๋ยวก็ฟื้นแล้วขอรับ"
คำวินิจฉัยของท่านหมอทำเอาทุกคนอึ้งไปตามๆ กัน
โกรธจนเป็นลม
ถึงกับโกรธจนหมดสติไปเลยเชียวหรือ
สายตาทุกคู่หันกลับมาจับจ้องที่กวนหนิงอีกครั้ง ทว่าเขากลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำ...
เจ้านี่!
ใจคออำมหิตจริงๆ!
"พยุงหมิงจื้อกลับไปพักที่ห้อง"
เติ้งชิวสั่งบ่าวไพร่ให้พากางหมิงจื้อออกไป จากนั้นเขาก็สูดหายใจลึกๆ แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับกวนหนิง ความโกรธเกรี้ยวในแววตาของเขาไม่ได้ถูกปิดบังไว้อีกต่อไป เขาจ้องกวนหนิงเขม็ง
เห็นได้ชัดว่า เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ แม้แต่รองเสนาบดีกรมกลาโหมฝ่ายซ้ายผู้มีจิตใจเยือกเย็น ก็ยากที่จะปกปิดความโกรธในใจไว้ได้!
ทว่า กวนหนิงกลับยิ้มแล้วเอ่ยถาม "ไม่ทราบว่าใต้เท้าเติ้งพอใจกับของขวัญชิ้นนี้หรือไม่ขอรับ?"
สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อ
เจ้ายังกล้าถามแบบนี้ออกมาได้อีกหรือ?
แม้แต่ผู้ติดตามทหารองครักษ์ที่มากับกวนหนิงยังตกใจจนถึงขีดสุด
ซื่อจื่อ ท่านไม่กลัวโดนตีตายหรือขอรับ?
เขาขยับเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างแนบเนียน ตั้งท่าเตรียมพร้อมปกป้อง
เขากลัวซื่อจื่อโดนรุมกระทืบจริงๆ
"นี่คือระฆังพระที่ข้าไปขอมาจากวัดหานซานเชียวนะ ของแท้แน่นอน ไม่ได้หลอกลวง"
กวนหนิงอธิบายว่า "ได้ยินมาว่า ถ้านำระฆังใบนี้ไปแขวนไว้ในบ้าน จะศักดิ์สิทธิ์มาก ใต้เท้าเติ้งลองเอาไปแขวนไว้ในห้องนอนดูสิ เผลอๆ อาจจะได้เลื่อนตำแหน่งอีกก็ได้นะ"
สายตาของทุกคนหรี่ลงอีกครั้ง
มอบระฆัง หมายถึงส่งวิญญาณคนตาย
ที่เจ้าบอกว่าศักดิ์สิทธิ์ หมายถึงจะตายเร็วขึ้นงั้นหรือ?
เจ้ายังกล้าพูดแบบนี้อยู่อีกหรือ?
พวกเขาถึงกับอึ้งไปเลย
เพิ่งจะเคยเห็นคนโอหังไร้ขีดจำกัดขนาดนี้เป็นครั้งแรก
กวนหนิงพูดต่ออีกว่า "ทำไมข้าถึงเตรียมระฆังพระมาสองใบงั้นหรือ?"
"ใบหนึ่งก็เพื่อมอบให้ใต้เท้าเติ้ง เพื่อแสดงความยินดีที่ได้เลื่อนตำแหน่ง ส่วนอีกใบก็เพื่อมอบให้หมิงหย่วน สหายรักของข้า..."
"พรุ่งนี้เขาต้องจากเมืองหลวงไป ถูกเนรเทศไปที่เฟ่ยโจว หนทางยาวไกล หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาล่ะ จะทำอย่างไร?"
กวนหนิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "อีกอย่าง สภาพแวดล้อมที่เฟ่ยโจวก็แร้นแค้น ทุรกันดาร ตลอดสามปีนี้ไม่รู้จะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง"
"เฮ้อ ข้าล่ะเป็นห่วงเขาจริงๆ!"
สีหน้าของกวนหนิงเต็มไปด้วยความกังวล หากเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องราว คงคิดว่าเขากับเติ้งหมิงหย่วนมีความผูกพันฉันเพื่อนที่ลึกซึ้งกันจริงๆ และอาจจะโดนหลอกเอาได้ง่ายๆ
แต่ทุกคนในที่นี้ต่างก็รู้ดีว่า คำพูดของกวนหนิงล้วนเป็นคำประชดประชัน ซ้ำยังแฝงความหมายสาปแช่งไว้อย่างชัดเจน
หนทางยาวไกล ระวังจะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน?
สภาพแวดล้อมแร้นแค้น ทุรกันดาร?
ล้วนแต่เป็นการแช่งให้ตายทั้งสิ้น!
นี่แหละถึงเรียกว่าโหดเหี้ยมของจริง!
"หวังว่าระฆังใบนี้จะคอยอยู่เคียงข้างหมิงหย่วน และเป็นตัวแทนความห่วงใยของข้า ใต้เท้าเติ้งต้องนำไปมอบให้เขานะขอรับ..."
"พอได้แล้ว!"
เติ้งชิวตวาดลั่น
เขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว คำพูดแต่ละคำช่างทิ่มแทงใจดำเหลือเกิน ขนาดเติ้งหมิงจื้อ ลูกชายของเขายังโกรธจนหมดสติไป เขายังกล้าพูดต่ออีก
"ทำไมหรือขอรับ?"
กวนหนิงแสร้งทำเป็นตกใจ "หรือว่าท่านไม่ชอบของขวัญชิ้นนี้?"
"โอ๊ะ แย่แล้วสิ ข้าก็นึกว่าท่านจะชอบ แต่ของขวัญให้ไปแล้ว จะเอาคืนมันก็คงไม่ดี"
"ถ้าอย่างนั้นท่านก็ทิ้งมันไปเถอะ?"
"ก็คงไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่นัก"
กวนหนิงบ่นพึมพำกับตัวเอง
"นี่มันระฆังพระจากวัดหานซานเลยนะ ถ้าทิ้งไป ก็เท่ากับลบหลู่ดูหมิ่นพระพุทธองค์ ถ้าเป็นคนธรรมดาก็คงไม่เป็นไรหรอก แต่ระดับท่านแล้ว คงจะส่งผลเสียไม่น้อยเลยล่ะ..."
กวนหนิงพูดต่อว่า "ถ้างั้นท่านก็ฝืนใจรับไว้หน่อยแล้วกันนะขอรับ?"
ทุกคนตกใจอีกครั้ง
แผนนี้ร้ายกาจจริงๆ
เพราะกวนหนิงพูดถูก ระฆังพระไม่ใช่ของธรรมดาทั่วไป ถ้าเอาไปทิ้งขว้างสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วมีคนรู้เข้า จะต้องโดนรุมประณามแน่ๆ เผลอๆ พระจากวัดหานซานอาจจะตามมาเอาเรื่องถึงบ้านด้วยซ้ำ
ประเด็นสำคัญก็คือ ตอนนี้ฝ่าบาททรงให้ความสำคัญกับพุทธศาสนา ทำให้ศาสนาพุทธเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก
ถึงแม้จะไม่ได้บังคับให้นับถือ แต่เจ้าก็ลบหลู่ไม่ได้
นี่แหละคือความน่าอึดอัดใจที่สุด
ต่อให้เจ้าจะไม่ชอบแค่ไหน เจ้าก็ต้องดูแลรักษามันอย่างดี แขวนมันไว้ในที่สูง
แบบนี้เจ้าก็จะได้นึกถึงเรื่องราวในวันนี้ทุกวัน
นี่คือระฆังที่กวนหนิงมอบให้เจ้า
ชวนให้สะอิดสะเอียน สะอิดสะเอียนถึงที่สุด!
"เจ้า..."
เติ้งชิวโกรธจนพูดไม่ออก นี่มันทางตันชัดๆ ต่อให้เป็นเขาก็คิดหาทางออกไม่ได้
ไอ้เด็กนี่มันวางแผนมาอย่างดีแน่ๆ
ปราณแค้นหลั่งไหลเข้ามาเป็นระลอก กวนหนิงคิดในใจอย่างขบขันว่า หมาแก่ตัวนี้ระวังจะโกรธจนเป็นลมไปอีกคนนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะสนุกแน่
อันที่จริง ตอนนี้ใบหน้าของเติ้งชิวก็เริ่มซีดเผือดลงแล้ว
"กวนซื่อจื่อ ทำเกินไปแล้วนะ"
ตอนนั้นเอง สวีฉางอิง เสนาบดีกรมกลาโหมก็เอ่ยขึ้น
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่กลับแฝงพลังพิเศษบางอย่าง ก่อตัวเป็นแรงกดดันที่มองไม่เห็นพุ่งตรงเข้าใส่กวนหนิง
กวนหนิงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันนั้น
เขารู้ดีว่า นี่เป็นเพราะร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้น ถ้าเป็นเมื่อก่อน แค่คำพูดไม่กี่คำนี้ ก็คงทำให้เขาทรุดลงไปกองกับพื้นแล้ว
ตาแก่คนนี้ ไม่ใช่คนธรรมดา
ก็แน่ล่ะสิ
คนที่สามารถไต่เต้าขึ้นมาเป็นเสนาบดีกรมกลาโหมได้ จะเป็นคนธรรมดาได้อย่างไร?
(จบแล้ว)