- หน้าแรก
- ราชันเทพ เอไอ
- ตอนที่ 28 ความอ่อนแอถือเป็นบาป
ตอนที่ 28 ความอ่อนแอถือเป็นบาป
ตอนที่ 28 ความอ่อนแอถือเป็นบาป
ตอนที่ 28 ความอ่อนแอถือเป็นบาป
ข่าวการเปิดออกของซากปรักหักพังขนาดใหญ่ได้แพร่กระจายออกไปในหอคอยอย่างรวดเร็ว
กลุ่มราชันแม้แต่ผู้เก็บขยะ ก็ยังตกอยู่ในความโกลาหล
"ว่าไงนะ? มีซากปรักหักพังขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในพื้นที่ใหม่งั้นเหรอ?"
"ข้อมูลนี้ถูกต้องหรือเปล่า?"
"เร็วเข้า! รีบส่งคนไปตรวจสอบเร็ว"
"เวรเอ้ย! ทำไมถึงต้องเป็นเวลานี้ด้วย"
"การต่อสู้เพื่อแย่งชิงทรัพยากรที่นี่มาถึงจุดเดือดแล้ว การเทเลพอร์ตไปยังพื้นที่ใหม่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ต้องดูกันว่าราชันหน้าใหม่เหล่านั้นจะมีพลังพอหรือไม่?"
"ดินแดนของนายน้อยดูเหมือนจะอยู่ที่นั่นด้วย"
....
จู่ๆ บริษัทและหอการค้าต่างๆ ทั้งในและนอกหอคอยต่างระดมกำลังและส่งคนไปตรวจสถานการณ์ในพื้นที่ใหม่
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพวกเขาอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการต่อสู้เพื่อแย่งชิงทรัพยากร และพื้นที่ใหม่เพิ่งจะเปิดออก จึงไม่มีอาคารอย่างหอคอยเทเลพอร์ต พวกเขาจึงไม่สามารถส่งใครไปนั้นได้
พวกเขาทำได้เพียงนำทรัพยากรมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับราชันหน้าใหม่ที่เขาสนับสนุนอย่างรวดเร็ว และต่อสู้เพื่อแย่งชิงสมบัติล้ำค่าในซากปรักหักพังขนาดใหญ่
เรื่องนี้
ทำให้เหล่าราชันหน้าใหม่ในพื้นที่ตื่นเต้นอย่างมาก ข้อความในช่องแชทราชันเด้งขึ้นอย่างรวดเร็วทุกคนต่างพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้
เพราะการเปิดออกของซากปรักหักพังขนาดใหญ่ มันมักจะมาพร้อมกับทรัพยากรจำนวนมหาศาล เช่นเดียวกับสมบัติล้ำค่าที่ยากจะค้นหาในสถานการณ์ปกติ และไอเทมทรงพลัง อย่าง คริสตัลแห่งการเติบโตอีกด้วย
นั้นเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาตื่นเต้นแล้ว
และ
เป็นธรรมดาที่ต้องรวม เฉิน ซื่อ เข้าไปด้วย
เขาไม่คาดคิดว่าข้อมูลที่ ดิพ ดักฟังได้โดยบังเอิญ แท้จริงแล้วคือการแจ้งเตือนการเปิดออกของซากปรักหักพังขนาดใหญ่
หากเขาจำไม่ผิด มันคือซากปรักหักพังของเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยเงาดำมืดซึ่งอยู่ในส่วนลึก ซึ่งทำให้เหล่าราชันทำได้เพียงเก็บเกี่ยวทรัพยากรรอบนอกเท่านั้น
แต่เมื่อเงามืดเริ่มจากลง ในที่สุดเมืองก็ค่อยๆปรากฏขึ้น
และเมื่อดูจากรูปลักษณ์ของมันแล้ว มันมีขนาดใหญ่กว่าเขตกัมมันตภาพรังสีหลายเท่า แม้ว่าเขาจะอยู่ที่เหมืองเขาก็ยังเห็นมันได้อย่างเลือนลาง!
"เยี่ยมมา ดูกันว่าพวกเราจะหาชิประดับสูงและแหล่งพลังงานระดับสูงได้ไหม"
หลังจากอัพเกรดเครื่องจักรมาหลายวัน เตาถลุงแร่และเครื่องตีเหล็กของเขาก็ได้รับการอัพเกรดจนเกือบเสร็จแล้ว
สิ่งที่ เฉิน ซื่อ ขาดมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ พลังงาน ชิป และชิ้นส่วนจักรกลที่มีความละเอียดสูง
สิ่งที่เขาซื้อในหน้าต่างแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่จะเป็นของระดับต่ำซึ่งสามารถอัพเกรดทหารจักรกลได้สูงสุด 3 ดาวเท่านั้น หากเขาต้องการอัพเกรดให้เหนือกว่านี้เขาต้องลองเข้าไปเสี่ยงโชคในซากปรักหักพังจากยุคเก่าเท่านั้น
หากเขาโชคดีพอ เขาอาจจะยังอาวุธเลเซอร์หรืออะไรแล้วแต่ หากเขามีโชคมากพอเขาสามารถมอบมันให้กับ ดิพ เพื่อทำการทดลองต่อได้
อย่างไรก็ตาม ในชีวิตก่อนของเขาไม่มีข้อมูลการทดลองและพัฒนาเกี่ยวกับอาวุธเลเซอร์มากนัก แต่บางทีเขาอาจสร้างมันขึ้นที่นี่ได้
เมื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการต่อสู้ครั้งใหญ่ เฉิน ซื่อ ก็ระงับความตื่นเต้นและเริ่มสร้างทหารจักรกลด้วยกำลังทั้งหมดของเขา
ทั่วทั้งพื้นที่ใหม่เต็มไปด้วยความโกลาหล
....
เพียงชั่วพริบตา
วันต่อมาก็มาถึง
เป็นเวลาครึ่งชั่วโมงก่อนจะเที่ยง ณ มุมๆ หนึ่งของซากปรักหักพังของเมืองอันมืดมิดก็เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก
มีราชันจำนวนมากเดินทางออกมาจากดินแดนของพวกเขา มีทหารเผ่าพันธุ์ต่างๆ กระจายออกไปอยู่ทุกหนแห่ง ทำให้ดูเหมือนงานเทศกาลประจำปี
แม้แต่ราชันบางคนที่มีดินแดนอยู่ไกลจากที่นี่ก็ยังมาแต่เช้า ทำให้พื้นที่ทั้งหมดเต็มไปด้วยฝุ่นควัน
"เจ้าอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย"
ภายในฝูงชน ซู เฮิง มองไปยังกลุ่มราชันที่เพิ่งมาถึงจากฝั่งตรงข้าม มีแสงเปล่งประกายออกมาจากดวงตาของเขา
ทุกคนมองไปยังทิศทางของเสียงและเหล่าชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาช้าๆ พร้อมกับทหารของเขาตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นทหารธาตุที่มีรูปร่างเป็นไฟลอยอยู่รอบๆ ตัวเขา อุณหภูมิสูงขึ้นทุกที่ที่เขาเดินไป
"โจว เหวินหยู่!"
ผู้คนต่างกรีดร้องออกมา
เพราะเขาคือราชันหน้าใหม่แห่งพื้นที่ใหม่ซึ่งเป็นผู้ปลุกพลังและอัญเชิญทหาร 3 ดาวเทียบเท่ากับ ซู เฮิง
นอกจากนี้ ทหารที่เขายังอัญเชิญออกมายังเป็นทหารธาตุที่หาได้ยากเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นธาตุไฟที่สามารถควบคุมเปลวเพลิงได้
ในอีกด้านหนึ่ง กองกำลังของโจว เหวินหยู่ ก็ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าจอมเวทย์อันเดดของ ซู เฮิง อีกด้วย
เพราะเมื่อมันฝ่าทะลุขีดจำกัดทหาร 3 ดาวและวิวัฒนาการได้สำเร็จ มันก็มีแนวโน้มที่จะวิวัฒนาการกลายเป็นยักษ์ยักษ์เพลิง และสามารถใช้สกิลหมู่ที่น่าสะพรึงกลัวได้ ซึ่งเป็นศัตรูที่ราชันหลายๆ คนไม่ต้องการเผชิญหน้า
ทันทีที่ โจว เหวินหยู่ ปรากฏตัว เหล่าราชันก็พากันตื่นตัวทันที บรรยากาศรอบเดือดพ่านขึ้นมาอีกครั้ง
"ทำไม ข้าจะมาไม่ได้"
โจว เหวินหยู่ ยิ้มออกมามองตรงไปยัง ซู เฮิง ที่อยู่ตรงข้ามเขา
แม่เมื่อเขาเห็นแม่มดที่อยู่ข้างๆ อีกฝ่าย รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็จางหายไป "ข้าได้ยินมาว่าเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าประสบความสูญเสียครั้งใหญ่จากการเผชิญหน้ากับราชันคนอื่น?"
"ทำไม เจ้าต้องการหัวเราะเยาะข้างั้นเหรอ?"
"ไม่ ไม่ ไม่เลย ข้าแค่สงสัยว่าคนแบบไหนกันที่สามารถรับมือกับจอมเวทย์อันเดดของเจ้าได้"
แม้ว่าซู เฮิง จะเป็นคนที่หยิ่งยโส แต่ความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่มีใครสงสัยเลย อย่างน้อยแม้แต่ โจว เหวินหยู่ ก็ยังไม่มั่นใจนักว่าจะเอาชนะเขาในตอนนี้ได้
แต่
รอยยิ้มของเขาที่จางหายไปก็กลับมาอีกครั้ง
"ช่างมันเถอะ ข้าไม่สนใจที่จะซ้ำเติมเจ้าต่อหน้าผู้คนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ข้าได้รับมา ทหารของคน ๆ นั้นไม่เกิน 2 ดาวด้วยซ้ำ ข้าไม่ได้อ่อนแอเหมือนเจ้าหรอกนะ"
หลังจากพูดจบ โจว เหวินหยู่ ก็หันหลังและจากไปท่ามกลางเสียงหัวเราะ ทิ้งให้ ซู เฮิง ยื่นนิ่งด้วยสีหน้าซีดเผือด จ้องไปที่ด้านหลังของเขา
กลิ่นอายของสงครามที่ถูกจุดขึ้นก่อนเริ่มการต่อสู้ทำให้ราชันที่อ่อนแอคนอื่นๆ เริ่มกังวล
.....
"หลังจากเข้าไปแล้ว อย่าพยายามขัดแย้งกับพวกเขาละ"
ท่ามกลางฝูงชน หลิน เฟิงที่เดินทางจากระยะไกล พูดกับ หลิน ซีรั่วและราชันคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ เขา
เช่นเดียวกับ โจว เหวินหยู่ พวกเขาทั้งหมดเดินทางมาไกลหลายสิบกิโลเมตรเพื่อเข้าไปในซากปรักหักพังขนาดใหญ่และเก็บเกี่ยวทรัพยากร
เพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด เขาจึงร่วมมือกับราชันระดับต่ำเหล่านี้ และวางแผนที่จะสำรวจซากปรักหักพังขนาดใหญ่แห่งนี้ด้วยกัน
"ข้าไม่คิดว่า โจว เหวินหยู่ จะมาด้วย"
ราชันคนหนึ่งมีสีหน้าเคร่งขรึม มองไปยังร่างที่อยู่ห่างออกไป
แม้แต่ หลิน ซีรั่วก็ยังกำมือแน่น แววตาของนางเต็มไปด้วยความโกรธ
เพราะผู้ที่ขโมยสายแร่ของพวกเขาไปก่อนหน้านี้ก็คือ โจว เหวินหยู่ ผู้นี้
ต้องรู้ก่อนว่าสายแร่ที่พี่ชายของนางและราชันคนอื่นๆ ร่วมมือกันค้นหา มันต้องเวลากว่า 2 เดือนกว่าจะหามันเจอ
อย่างไรก็ตาม โจว เหวินหยู่ กลับชิงมันไปและโจมตีราชันคนอื่นๆ จนบาดเจ็บไปหลายคน
หาก หลิน เฟิง ไม่ยอมแพ้และทิ้งแหล่งทรัพยากรที่เขาได้มาด้วยความยากลำบาก มันคงไม่จบแค่การเจ็บตัว
ดังนั้นจึงสามารถจินตนาการได้ถึงความโกรธในใจของพวกเขาเลย เมื่อพบกับ โจว เหวินหยู่ อีกครั้ง
"ตกลง"
หลิน เฟิง รู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงรีบหยุดพวกเขาทันที "พวกเราไม่สามารถไปขัดใจ โจว เหวินหยู่ และกองกำลังที่อยู่เบื้องหลังเขาได้ พวกเจ้าอย่าทำอะไร โง่ๆ ละ"
"แต่...."
หลิน ซีรั่วอ้าปากอยากจะพูดบางอย่างแต่นางก็หยุดตัวเองเอาไว้
แม้คนอื่นๆ จะโกรธ แต่พวกเขาก็รู้ถึงช่องว่างระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย จึงได้แต่มองตามหลังด้วยความแค้น
"เจ้าสารเลว นั้นมาโชว์โง่อะไรตรงนี้!"
"ไม่นานเหล่านั้น เจ้าชั่วนั้นต้องถูกขยี้จนแหลก"
เหล่าราชันได้แต่สาปแช่ง และหวังว่าจะมีคนมาสอนบทเรียนให้กับ โจว เหวินหยู่ เพื่อที่พวกเขาจะระบายความโกรธของตนเองออกมา
นี่คือความโศกเศร้าของราชันระดับล่าง
เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาที่ไม่มีกองกำลังหนุนหลังและความแข็งแกร่งเพียงพอ จึงได้แต่กล้ำกลืนความโกรธและทำอะไรไม่ได้
พวกเขาต้องต่อสู้เป็นตายกับราชันคนอื่นเพียงเพื่อทรัพยากรเล็กน้อย
เพราะที่นี่คือโลกของพระเจ้า
ซึ่งความอ่อนแอถือเป็นบาป
เพื่อความอยู่รอด เขาจำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตและเพิ่มความแข็งแกร่งโดยไม่สนสิ่งใด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกกลืนกินโดยราชันคนอื่นๆ
"ไปกันเถอะ อีกไม่นานทางเข้าก็เปิดแล้ว"
หลิน เฟิง ถอนหายใจอย่างเงียบงัน โดยไม่ได้พูดอะไรอีก
แต่แสงที่สะท้อนออกมาจากดวงตาของเขายิ่งเปล่งประกายขึ้นไปอีก
มันคือความปรารถนาในความแข็งแกร่ง!