เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 29 ทำไมเจ้าถึงได้มีหลายขากันละ

ตอนที่ 29 ทำไมเจ้าถึงได้มีหลายขากันละ

ตอนที่ 29 ทำไมเจ้าถึงได้มีหลายขากันละ


ตอนที่ 29 ทำไมเจ้าถึงได้มีหลายขากันละ

"ดิพ เจ้าแน่ใจนะว่าข้าสามารถเข้าไปในซากปรักหักพังนั้นได้?"

ในขณะที่เหล่าราชันกำลังเข้าใกล้ทางเข้าและรอให้ซากปรักหักพังเปิดออก

ในตอนนั้นเอง เฉิน ซื่อ ก็ได้มาอยู่อีกด้านหนึ่งของม่านแสง และแอบมองไปรอบๆ

[หลังจากการวิเคราะห์ ระบบว่าพบม่านพลังที่อยู่ในบริเวณนี้อ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะลดลงถึงระดับต่ำสุดในอีก 13 นาที เวลานั้นท่านสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ]

"เราต้องรออีก 13 นาทีใช่ไหม?"

เฉิน ซื่อ มองไปยังข้างหน้า ซึ่งแน่นอนว่ามันมีม่านแสงหลากสีปกคลุมเงาปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ

เขาไม่ใช่ราชัน ดังนั้นเขาจึงมองไม่เห็นป้ายทางเข้าหรืออะไรทำนองนั้น เขาจึงไม่รู้ว่าทางเข้าสู่ซากปรักหักพังอยู่ที่ไหน

โชคดีที่ ดิพ สามารถคาดเดาได้อย่างที่คิดและพบเส้นทางเข้าไปและหลบซ่อนจากราชันคนอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้

"สู้กันได้ตามใจชอบเลย ตราบใดที่พวกเจ้าไม่เข้ามาแย่งของๆ ข้าละก็นะ"

จุดประสงค์ของ เฉิน ซื่อ ในการมาที่นี่คือเพื่อค้นหาชิ้นส่วนเทคโนโลยีจากยุคก่อน ซึ่งเขาไม่สามารถหาซื้อได้แม้ว่าจะมีเงินก็ตาม

หลังจากรออยู่ตรงนั้นประมาณ 13 นาที ม่านแสงหลากสีที่ปกคลุมเงาก็ค่อยๆ สลายไป เผยให้เห็นช่องว่างขนาดใหญ่ที่พอจะให้คนสามารถผ่านเข้าไปได้

มาแล้ว

เฉิน ซื่อ ยืดตัวตรงด้วยความตื่นเต้นทันที

ด้านหลังของเขามีกองทัพทหารจักรกลจำนวนมหาศาลที่สวมชุดเกราะคอยเผยอยู่ทุกมุมของซากปรักหักพัง

โดรนลาดตระเวนกว่า 10 ตัวกำลังลอยอยู่ในอากาศ ปลดปล่อยคลื่นอินฟราเรดตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบ

นี้คือกองทัพจักรกลที่เฉิน ซื่อ ใช้เวลาทั้งคืนในการสร้างขึ้นมา

ในจำนวนนี้ สุนัขจักรกลมีจำนวนมากที่สุด โดยมีทั้งหมด 25 ตัว

จำนวนของแมงมุมจักรกล 2 ดาวได้เพิ่มขึ้นจนเป็น 15 ตัว พร้อมกับหุ่นยนต์ซ่อมบำรุงที่จับคู่กัน

ภาพตรงหน้าทั้งหมดให้บรรยากาศหนาวเย็น และมีกลิ่นของเหล็กโชยออกมา

"ออกเดินทางได้"

จากคำสั่งของเขา

โดรนลาดตระเวนที่บินอยู่เหนือหัว เป็นผู้นำผ่านม่านแสงเข้าไปข้างในพร้อมกับส่งภาพออกมา

เฉิน ซื่อ เดินตามไปติดๆ ตัวเขาถูกห้อมรอบด้วยกองกำลังทหารจักรกล ก้าวผ่านม่านแสงที่สร้างจากคลื่นพลังงานและหายไปตัวไป

ในวินาทีต่อมาภาพตรงหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป

เขามาถึงพื้นที่อิสระที่ตัดขาดจากโลกภายนอกทันที และต้องตกตะลึงกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า

"เงามืดบางลงงั้นเหรอ?"

ตรงข้ามกับความคาดหวังของเขา เงามืดภายในซากปรักหักพังไม่ได้หนามากนัก การมองเห็นของพวกเขาทั้งหมดถูกบดบังด้วยม่านแสงหลากสี

อย่างไรก็ตาม มันมีคริสตัลหลากสีมากกว่าเขตกัมมันตภาพรังสีก่อนหน้านี้หลายเท่า ทั้งต้นไม้ อาคาร ต่างบิดเบี้ยวและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีรูปร่างที่แปลกประหลาดมากมาย

ทุกแห่งหนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า คริสตัลหลากสีกระจายตัวออกไปเหมือนกับไวรัส มันปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด ทำให้เขามองเห็นแสงสะท้อนราวกับภาพลวงตา

หวืดดด

แหล่งกำเนิดแสงที่จากเดิมมีระยะกว่า 20 เมตร กับหดตัวลงเหลือเพียง 4 เมตร ซึ่งมันลดลงยิ่งกว่าในเหมืองซะอีก

[คำเตือน! ตรวจพบรังสีรุนแรง]

[คำเตือน! ตรวจการปนเปื้อนอย่างรุนแรง]

[ระดับคำสาปในพื้นที่นี้อยู่ในระดับกลาง]

คำสาประดับกลาง!

เฉิน ซื่อ รู้สึกตกตะลึงกับการแจ้งเตือนของดิพ

ถ้าเขาจำไม่ผิด พื้นที่ใหม่ที่พวกเขาอยู่เป็นพื้นที่คำสาประดับต่ำเท่านั้น

พื้นที่คำสาประดับกลางจะมีแต่สถานที่ที่ราชันระดับ 2 ขึ้นไปอาศัยอยู่เท่านั้น

มันชัดเจนแล้วว่า

ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่น่ากลัวขนาดไหน

หากเงามืดไม่อ่อนแอลง พวกเขาคงไม่สามารถเข้าใกล้ที่นี่ได้

"เปลี่ยนเป็นรูปแบบป้องกัน"

เฉิน ซื่อไม่กล้าที่จะประมาท เขาสั่งให้กองทัพจักรกลเปลี่ยนรูปแบบทันที โดยสร้างวงล้อมป้องกันรอบตัวเขาและเพิ่มระยะการมองเห็นด้วยแสงจากสุนัขจักรกล

หลังจากยืนยันแล้วว่าทุกอย่างปลอดภัย เขาก็ได้นำกองกำลังทหารจักรกลของเขาเข้าไปยังส่วนลึกของซากปรักหักพัง

....

และในเวลานั้นเอง

ณ ทางเข้าอีกฝั่งหนึ่ง

เหล่าราชันที่รออยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง ก็ได้รับการแจ้งเตือนว่าทางเข้าเปิดแล้ว พวกเขาต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

"ทางเข้าเปิดแล้ว!"

"เร็วเข้า! รีบเข้าไปเร็ว"

"ไป!"

เหล่าราชันต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พวกเขาทั้งหมดรีบวิ่งเข้าไปในซากปรักหักพังอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับกองกำลังทหารและกลุ่มของพวกเขา พวกเขาต้องการคว้าทรัพยากรมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

แต่ทันทีที่เขาผ่านม่านแสงเข้ามา การแจ้งเตือนต่างๆ ก็ดังขึ้นในหัวของเขาอย่างกะทันหัน คำสาปต่างๆ ถาโถมเข้ามาบนร่างกายของเขาทันที แม้แต่แหล่งกำเนิดแสงบนร่างของพวกเขาก็ลดลงอย่างกะทันหัน

"นรกเอ้ย! ทำไมระดับคำสาปที่นี่ถึงได้สูงขนาดนี้!!"

"แย่แล้ว แหล่งกำเนิดแสงธรรมดาไม่สามารถฝ่ามันได้"

"หวาง ไฉ ทำไมเจ้าถึงได้มีขาเพิ่มขึ้นมาละ"

"คำสาปบ้านี้! พวกทหารเริ่มกลายพันธุ์แล้ว!"

"ถอย! รีบถอยเร็วเข้า!"

กลุ่มราชันตื่นตระหนก พวกเขาไม่เคยเผชิญหน้ากับคำสาปที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน

ในช่วงเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว กองกำลังทหารของราชันจำนวนมากถูกคำสาปกัดกร่อนจนกลายเป็นมอนสเตอร์เพราะพวกมันไม่ได้รับการปกป้องจากแสงสว่าง

บางตัวมีขาเพิ่มถึง 8 ขาและระเบิดออกมาอย่างเสียงดังสนั่นดัง "ปัง!"

พวกเขาหวาดกลัวมากจึงรีบหันหลังกลับและหลบหนีออกจากพื้นที่คำสาป

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา พวกเขาทั้งหมดต่างก็หยุดนิ่ง จ้องมองไปยังที่ยังสถานที่ที่เขาเพิ่งเข้ามาอย่างว่างเปล่า เหลือเพียงแสงเลือนลางมันไม่มีร่องรอยของทางเข้าแม้แต่น้อย

ปรากฏการณ์หักเหของแสง

มันเป็นปรากฏการณ์อันแปลกประหลาดในเขตกัมมันตภาพรังสี

เนื่องจากปริมาณของคริสตัลหลากสีที่กลายพันธุ์จำนวนมาก มันจึงได้เกิดปรากฏการณ์หักเหของแสงจนรบกวนการมองเห็น ทำให้เกิดเป็นภาพลวงตา ทำให้พวกเขาแยกระหว่างความจริงและภาพลวงตาได้ยาก

นี่เป็นสถานการณ์ที่เมื่อเผชิญหน้ากับคำสาปรังสีที่รุนแรงระดับหนึ่ง

ดังนั้น แม้ว่าความเข้มข้นของเงามืดจะไม่สูงนัก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถประเมินระดับอันตรายได้ต่ำเกินไป

โชคดี

ราชันส่วนใหญ่ได้มีเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีก่อนออกเดินทาง

เมื่อเห็นว่าระยะของแสงสว่างเริ่มลดลง พวกเขาจึงรีบหยิบลูกบอลแสงออกมาจากคลังและเริ่มแจกจ่าย

เพียงชั่วพริบตาเดียวกับ ระยะของแสงสว่างรอบตัวพวกเขาก็ขยายออกกว่า 10 เมตรอีกครั้ง

แหล่งกำเนิดแสงรอบๆ ตัว ซู เฮิง และ โจว เหวินหยู่ ยิ่งสว่างถึง 20 เมตร

"ของเหล่านั้นน่าจะเป็นอุปกรณ์อย่างน้อยก็ระดับ 2 ดาวใช่ไหม?"

ห่างออกไปไม่ไกลนัก หลิน เฟิง และคนอื่นๆ เฝ้ามองดูอย่างเงียบงัน โดยมีความรู้สึกที่บอกไม่ถูกอยู่ภายในดวงตาของเขา

เพราะแม้แต่ราชันอย่าง หลิน เฟิง ซึ่งสร้างดินแดนของเขามาเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้วก็ยังไม่สามารถหาอุปกรณ์ส่องสว่างระดับ 2 ดาวได้

"พวกเราไปกันเถอะ รีบไปดูตรงนั้นเร็ว"

เมื่อเห็นกลุ่มของ โจว เหวินหยู่ กำลังออกไป หลิน เฟิง ก็เลือกทิศทางที่แตกต่างจากพวกเขาทันทีมุ่งหน้าเข้าไปยังส่วนลึกของซากปรักหักพังมากขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากประสบกับความโกลาหลในช่วงแรก เหล่าราชันก็ค่อยๆ ปรับตัวและเริ่มนำกลุ่มของพวกเขามุ่งหน้าไปยังทิศทางต่างๆ

ทางเข้าที่คึกคักก่อนหน้านี้กลายเป็นรกร้างทันที เหลือทิ้งไว้เพียงศพของทหารที่กลายพันธุ์

เท่านั้น

แต่ไม่มีใครสังเกตเห็น

ไม่นานหลังจากที่พวกเขาจากไป กลุ่มคริสตัลหลากสีก็เริ่มปกคลุมบนร่างของศพ

แสงและเงามืด รอบๆ ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นภายใต้การหักเหของแสงจากคริสตัลกลายพันธุ์เหล่านี้

.....

อีกด้านหนึ่ง

ภายในป่าคริสตัล

ในขณะที่เหล่าราชันทั้งหมดที่เข้ามาในซากปรักหักพังกำลังเผชิญหน้ากับปรากฏการณ์การหักเหของแสง

ในตอนนั้นเอง เฉิน ซื่อก็ได้ผ่านป่าคริสตัลเข้ามายังส่วนลึกของซากปรักหักพัง

"ดิพ เจ้าคิดว่าถ้าข้าโยนเจ้าออกมาข้างนอกแล้วให้เจ้าอาบรังสีเหล่านี้ มันจะทำให้สมองของเจ้าวิวัฒนาการและได้รับพลังการประมวลผลเพิ่มขึ้นหรือเปล่า"

เฉิน ซื่อ พูดด้วยความอยากรู้ขณะมองไปรอบๆ

เมื่อเขาเข้าไปในส่วนลึกมากขึ้น เขาก็พบว่าจำนวนคริสตัลที่อยู่รอบๆ ดูเหมือนจะลดลงเรื่อยๆ แต่ความเข้มข้นของรังสีดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แหล่งกำเนิดแสงในมือของเขาลดลงไปเกือบ 3 เมตร

โชคดีที่เขามีคลื่นอินฟราเรดทำให้เขาสามารถแยกแยะระหว่างภาพลวงตาและเงาดำมืดได้อย่างง่ายดาย

[หลังจากการคำนวณ โอกาสที่จะเกิดประติหารย์เช่นนี้มีอยู่เพียง 0.01% ระบบไม่แนะนำให้ทำตาม]

ดิพ ยังคงรักษาน้ำเสียงที่เย็นชาและจริงจัง

"มันก็ยังมีโอกาส 0.01 ไม่ใช่เหรอ?"

[ระบบกำลังประมวลผล กรุณาลองใหม่อีกครั้งในภายหลัง..]

....

เฉิน ซื่อ กำลังจะพูดบางอย่างออกมา แต่วินาทีต่อมาเขาก็หยุดชะงักและมองไปข้างหน้าด้วยความประหลาดใจ

คริสตัลกลายพันธุ์ที่อยู่รอบๆ ทั้งหมดหายไป มันถูกแทนที่ด้วยดินแดนสีเขียวอันกว้างใหญ่

อาคารเหล็กจากยุคสมัยก่อนตั้งอยู่บนนั้น มันถูกปกคลุมด้วยเห็ดและดอกไม้รูปร่างแปลกประหลาดมากมาย ราวกับธรรมชาติที่ได้รับการฟื้นฟูหลังจากเกิดภัยพิบัติ

ดินแดนทั้งหมดเต็มไปด้วยชีวิตชีวา พร้อมกับความงามที่ไม่สามารถอธิบายได้ซึ่งเป็นการผสานระหว่างธรรมชาติและเทคโนโลยีสมัยใหม่

"ธรรมชาติที่นี้ กำลังฟื้นฟูงั้นเหรอ?"

จบบทที่ ตอนที่ 29 ทำไมเจ้าถึงได้มีหลายขากันละ

คัดลอกลิงก์แล้ว