- หน้าแรก
- ราชันเทพ เอไอ
- ตอนที่ 29 ทำไมเจ้าถึงได้มีหลายขากันละ
ตอนที่ 29 ทำไมเจ้าถึงได้มีหลายขากันละ
ตอนที่ 29 ทำไมเจ้าถึงได้มีหลายขากันละ
ตอนที่ 29 ทำไมเจ้าถึงได้มีหลายขากันละ
"ดิพ เจ้าแน่ใจนะว่าข้าสามารถเข้าไปในซากปรักหักพังนั้นได้?"
ในขณะที่เหล่าราชันกำลังเข้าใกล้ทางเข้าและรอให้ซากปรักหักพังเปิดออก
ในตอนนั้นเอง เฉิน ซื่อ ก็ได้มาอยู่อีกด้านหนึ่งของม่านแสง และแอบมองไปรอบๆ
[หลังจากการวิเคราะห์ ระบบว่าพบม่านพลังที่อยู่ในบริเวณนี้อ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะลดลงถึงระดับต่ำสุดในอีก 13 นาที เวลานั้นท่านสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ]
"เราต้องรออีก 13 นาทีใช่ไหม?"
เฉิน ซื่อ มองไปยังข้างหน้า ซึ่งแน่นอนว่ามันมีม่านแสงหลากสีปกคลุมเงาปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ
เขาไม่ใช่ราชัน ดังนั้นเขาจึงมองไม่เห็นป้ายทางเข้าหรืออะไรทำนองนั้น เขาจึงไม่รู้ว่าทางเข้าสู่ซากปรักหักพังอยู่ที่ไหน
โชคดีที่ ดิพ สามารถคาดเดาได้อย่างที่คิดและพบเส้นทางเข้าไปและหลบซ่อนจากราชันคนอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้
"สู้กันได้ตามใจชอบเลย ตราบใดที่พวกเจ้าไม่เข้ามาแย่งของๆ ข้าละก็นะ"
จุดประสงค์ของ เฉิน ซื่อ ในการมาที่นี่คือเพื่อค้นหาชิ้นส่วนเทคโนโลยีจากยุคก่อน ซึ่งเขาไม่สามารถหาซื้อได้แม้ว่าจะมีเงินก็ตาม
หลังจากรออยู่ตรงนั้นประมาณ 13 นาที ม่านแสงหลากสีที่ปกคลุมเงาก็ค่อยๆ สลายไป เผยให้เห็นช่องว่างขนาดใหญ่ที่พอจะให้คนสามารถผ่านเข้าไปได้
มาแล้ว
เฉิน ซื่อ ยืดตัวตรงด้วยความตื่นเต้นทันที
ด้านหลังของเขามีกองทัพทหารจักรกลจำนวนมหาศาลที่สวมชุดเกราะคอยเผยอยู่ทุกมุมของซากปรักหักพัง
โดรนลาดตระเวนกว่า 10 ตัวกำลังลอยอยู่ในอากาศ ปลดปล่อยคลื่นอินฟราเรดตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบ
นี้คือกองทัพจักรกลที่เฉิน ซื่อ ใช้เวลาทั้งคืนในการสร้างขึ้นมา
ในจำนวนนี้ สุนัขจักรกลมีจำนวนมากที่สุด โดยมีทั้งหมด 25 ตัว
จำนวนของแมงมุมจักรกล 2 ดาวได้เพิ่มขึ้นจนเป็น 15 ตัว พร้อมกับหุ่นยนต์ซ่อมบำรุงที่จับคู่กัน
ภาพตรงหน้าทั้งหมดให้บรรยากาศหนาวเย็น และมีกลิ่นของเหล็กโชยออกมา
"ออกเดินทางได้"
จากคำสั่งของเขา
โดรนลาดตระเวนที่บินอยู่เหนือหัว เป็นผู้นำผ่านม่านแสงเข้าไปข้างในพร้อมกับส่งภาพออกมา
เฉิน ซื่อ เดินตามไปติดๆ ตัวเขาถูกห้อมรอบด้วยกองกำลังทหารจักรกล ก้าวผ่านม่านแสงที่สร้างจากคลื่นพลังงานและหายไปตัวไป
ในวินาทีต่อมาภาพตรงหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
เขามาถึงพื้นที่อิสระที่ตัดขาดจากโลกภายนอกทันที และต้องตกตะลึงกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า
"เงามืดบางลงงั้นเหรอ?"
ตรงข้ามกับความคาดหวังของเขา เงามืดภายในซากปรักหักพังไม่ได้หนามากนัก การมองเห็นของพวกเขาทั้งหมดถูกบดบังด้วยม่านแสงหลากสี
อย่างไรก็ตาม มันมีคริสตัลหลากสีมากกว่าเขตกัมมันตภาพรังสีก่อนหน้านี้หลายเท่า ทั้งต้นไม้ อาคาร ต่างบิดเบี้ยวและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีรูปร่างที่แปลกประหลาดมากมาย
ทุกแห่งหนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า คริสตัลหลากสีกระจายตัวออกไปเหมือนกับไวรัส มันปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด ทำให้เขามองเห็นแสงสะท้อนราวกับภาพลวงตา
หวืดดด
แหล่งกำเนิดแสงที่จากเดิมมีระยะกว่า 20 เมตร กับหดตัวลงเหลือเพียง 4 เมตร ซึ่งมันลดลงยิ่งกว่าในเหมืองซะอีก
[คำเตือน! ตรวจพบรังสีรุนแรง]
[คำเตือน! ตรวจการปนเปื้อนอย่างรุนแรง]
[ระดับคำสาปในพื้นที่นี้อยู่ในระดับกลาง]
คำสาประดับกลาง!
เฉิน ซื่อ รู้สึกตกตะลึงกับการแจ้งเตือนของดิพ
ถ้าเขาจำไม่ผิด พื้นที่ใหม่ที่พวกเขาอยู่เป็นพื้นที่คำสาประดับต่ำเท่านั้น
พื้นที่คำสาประดับกลางจะมีแต่สถานที่ที่ราชันระดับ 2 ขึ้นไปอาศัยอยู่เท่านั้น
มันชัดเจนแล้วว่า
ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่น่ากลัวขนาดไหน
หากเงามืดไม่อ่อนแอลง พวกเขาคงไม่สามารถเข้าใกล้ที่นี่ได้
"เปลี่ยนเป็นรูปแบบป้องกัน"
เฉิน ซื่อไม่กล้าที่จะประมาท เขาสั่งให้กองทัพจักรกลเปลี่ยนรูปแบบทันที โดยสร้างวงล้อมป้องกันรอบตัวเขาและเพิ่มระยะการมองเห็นด้วยแสงจากสุนัขจักรกล
หลังจากยืนยันแล้วว่าทุกอย่างปลอดภัย เขาก็ได้นำกองกำลังทหารจักรกลของเขาเข้าไปยังส่วนลึกของซากปรักหักพัง
....
และในเวลานั้นเอง
ณ ทางเข้าอีกฝั่งหนึ่ง
เหล่าราชันที่รออยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง ก็ได้รับการแจ้งเตือนว่าทางเข้าเปิดแล้ว พวกเขาต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
"ทางเข้าเปิดแล้ว!"
"เร็วเข้า! รีบเข้าไปเร็ว"
"ไป!"
เหล่าราชันต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พวกเขาทั้งหมดรีบวิ่งเข้าไปในซากปรักหักพังอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับกองกำลังทหารและกลุ่มของพวกเขา พวกเขาต้องการคว้าทรัพยากรมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
แต่ทันทีที่เขาผ่านม่านแสงเข้ามา การแจ้งเตือนต่างๆ ก็ดังขึ้นในหัวของเขาอย่างกะทันหัน คำสาปต่างๆ ถาโถมเข้ามาบนร่างกายของเขาทันที แม้แต่แหล่งกำเนิดแสงบนร่างของพวกเขาก็ลดลงอย่างกะทันหัน
"นรกเอ้ย! ทำไมระดับคำสาปที่นี่ถึงได้สูงขนาดนี้!!"
"แย่แล้ว แหล่งกำเนิดแสงธรรมดาไม่สามารถฝ่ามันได้"
"หวาง ไฉ ทำไมเจ้าถึงได้มีขาเพิ่มขึ้นมาละ"
"คำสาปบ้านี้! พวกทหารเริ่มกลายพันธุ์แล้ว!"
"ถอย! รีบถอยเร็วเข้า!"
กลุ่มราชันตื่นตระหนก พวกเขาไม่เคยเผชิญหน้ากับคำสาปที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน
ในช่วงเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว กองกำลังทหารของราชันจำนวนมากถูกคำสาปกัดกร่อนจนกลายเป็นมอนสเตอร์เพราะพวกมันไม่ได้รับการปกป้องจากแสงสว่าง
บางตัวมีขาเพิ่มถึง 8 ขาและระเบิดออกมาอย่างเสียงดังสนั่นดัง "ปัง!"
พวกเขาหวาดกลัวมากจึงรีบหันหลังกลับและหลบหนีออกจากพื้นที่คำสาป
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา พวกเขาทั้งหมดต่างก็หยุดนิ่ง จ้องมองไปยังที่ยังสถานที่ที่เขาเพิ่งเข้ามาอย่างว่างเปล่า เหลือเพียงแสงเลือนลางมันไม่มีร่องรอยของทางเข้าแม้แต่น้อย
ปรากฏการณ์หักเหของแสง
มันเป็นปรากฏการณ์อันแปลกประหลาดในเขตกัมมันตภาพรังสี
เนื่องจากปริมาณของคริสตัลหลากสีที่กลายพันธุ์จำนวนมาก มันจึงได้เกิดปรากฏการณ์หักเหของแสงจนรบกวนการมองเห็น ทำให้เกิดเป็นภาพลวงตา ทำให้พวกเขาแยกระหว่างความจริงและภาพลวงตาได้ยาก
นี่เป็นสถานการณ์ที่เมื่อเผชิญหน้ากับคำสาปรังสีที่รุนแรงระดับหนึ่ง
ดังนั้น แม้ว่าความเข้มข้นของเงามืดจะไม่สูงนัก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถประเมินระดับอันตรายได้ต่ำเกินไป
โชคดี
ราชันส่วนใหญ่ได้มีเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีก่อนออกเดินทาง
เมื่อเห็นว่าระยะของแสงสว่างเริ่มลดลง พวกเขาจึงรีบหยิบลูกบอลแสงออกมาจากคลังและเริ่มแจกจ่าย
เพียงชั่วพริบตาเดียวกับ ระยะของแสงสว่างรอบตัวพวกเขาก็ขยายออกกว่า 10 เมตรอีกครั้ง
แหล่งกำเนิดแสงรอบๆ ตัว ซู เฮิง และ โจว เหวินหยู่ ยิ่งสว่างถึง 20 เมตร
"ของเหล่านั้นน่าจะเป็นอุปกรณ์อย่างน้อยก็ระดับ 2 ดาวใช่ไหม?"
ห่างออกไปไม่ไกลนัก หลิน เฟิง และคนอื่นๆ เฝ้ามองดูอย่างเงียบงัน โดยมีความรู้สึกที่บอกไม่ถูกอยู่ภายในดวงตาของเขา
เพราะแม้แต่ราชันอย่าง หลิน เฟิง ซึ่งสร้างดินแดนของเขามาเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้วก็ยังไม่สามารถหาอุปกรณ์ส่องสว่างระดับ 2 ดาวได้
"พวกเราไปกันเถอะ รีบไปดูตรงนั้นเร็ว"
เมื่อเห็นกลุ่มของ โจว เหวินหยู่ กำลังออกไป หลิน เฟิง ก็เลือกทิศทางที่แตกต่างจากพวกเขาทันทีมุ่งหน้าเข้าไปยังส่วนลึกของซากปรักหักพังมากขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากประสบกับความโกลาหลในช่วงแรก เหล่าราชันก็ค่อยๆ ปรับตัวและเริ่มนำกลุ่มของพวกเขามุ่งหน้าไปยังทิศทางต่างๆ
ทางเข้าที่คึกคักก่อนหน้านี้กลายเป็นรกร้างทันที เหลือทิ้งไว้เพียงศพของทหารที่กลายพันธุ์
เท่านั้น
แต่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ไม่นานหลังจากที่พวกเขาจากไป กลุ่มคริสตัลหลากสีก็เริ่มปกคลุมบนร่างของศพ
แสงและเงามืด รอบๆ ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นภายใต้การหักเหของแสงจากคริสตัลกลายพันธุ์เหล่านี้
.....
อีกด้านหนึ่ง
ภายในป่าคริสตัล
ในขณะที่เหล่าราชันทั้งหมดที่เข้ามาในซากปรักหักพังกำลังเผชิญหน้ากับปรากฏการณ์การหักเหของแสง
ในตอนนั้นเอง เฉิน ซื่อก็ได้ผ่านป่าคริสตัลเข้ามายังส่วนลึกของซากปรักหักพัง
"ดิพ เจ้าคิดว่าถ้าข้าโยนเจ้าออกมาข้างนอกแล้วให้เจ้าอาบรังสีเหล่านี้ มันจะทำให้สมองของเจ้าวิวัฒนาการและได้รับพลังการประมวลผลเพิ่มขึ้นหรือเปล่า"
เฉิน ซื่อ พูดด้วยความอยากรู้ขณะมองไปรอบๆ
เมื่อเขาเข้าไปในส่วนลึกมากขึ้น เขาก็พบว่าจำนวนคริสตัลที่อยู่รอบๆ ดูเหมือนจะลดลงเรื่อยๆ แต่ความเข้มข้นของรังสีดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แหล่งกำเนิดแสงในมือของเขาลดลงไปเกือบ 3 เมตร
โชคดีที่เขามีคลื่นอินฟราเรดทำให้เขาสามารถแยกแยะระหว่างภาพลวงตาและเงาดำมืดได้อย่างง่ายดาย
[หลังจากการคำนวณ โอกาสที่จะเกิดประติหารย์เช่นนี้มีอยู่เพียง 0.01% ระบบไม่แนะนำให้ทำตาม]
ดิพ ยังคงรักษาน้ำเสียงที่เย็นชาและจริงจัง
"มันก็ยังมีโอกาส 0.01 ไม่ใช่เหรอ?"
[ระบบกำลังประมวลผล กรุณาลองใหม่อีกครั้งในภายหลัง..]
....
เฉิน ซื่อ กำลังจะพูดบางอย่างออกมา แต่วินาทีต่อมาเขาก็หยุดชะงักและมองไปข้างหน้าด้วยความประหลาดใจ
คริสตัลกลายพันธุ์ที่อยู่รอบๆ ทั้งหมดหายไป มันถูกแทนที่ด้วยดินแดนสีเขียวอันกว้างใหญ่
อาคารเหล็กจากยุคสมัยก่อนตั้งอยู่บนนั้น มันถูกปกคลุมด้วยเห็ดและดอกไม้รูปร่างแปลกประหลาดมากมาย ราวกับธรรมชาติที่ได้รับการฟื้นฟูหลังจากเกิดภัยพิบัติ
ดินแดนทั้งหมดเต็มไปด้วยชีวิตชีวา พร้อมกับความงามที่ไม่สามารถอธิบายได้ซึ่งเป็นการผสานระหว่างธรรมชาติและเทคโนโลยีสมัยใหม่
"ธรรมชาติที่นี้ กำลังฟื้นฟูงั้นเหรอ?"