- หน้าแรก
- เกิดใหม่คืนล้างตระกูล เส้นทางทวงแค้นของซาสึเกะ
- บทที่ 28 - ร่างทดลองพิเศษ
บทที่ 28 - ร่างทดลองพิเศษ
บทที่ 28 - ร่างทดลองพิเศษ
บทที่ 28 - ร่างทดลองพิเศษ
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
ขณะที่กำลังเขียนอยู่ จู่ๆ ซาสึเกะก็พบจุดที่ผิดปกติบางอย่าง เขาหยุดปากกาแล้วมองไปที่บรรทัดของเดือนเมษายน ปีโคโนฮะที่ 61
ตามข้อมูลจากคัมภีร์รินโนะโช ทีม 7 ได้ทำภารกิจ 8 ครั้ง เป็นระดับ C 1 ครั้ง ระดับ D 7 ครั้งในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน ภารกิจระดับ C ก็คือภารกิจที่แคว้นนามิ
แล้วช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม ระยะเวลาสามเดือนนี้ พวกเขาทำอะไรกันอยู่?
นั่งแคะเล็บอยู่บ้านสามเดือนงั้นเหรอ?
ไม่ได้ออกไปทำภารกิจเลยสักครั้ง?
แต่จากคำพูดของซาสึเกะในห้วงเวลาเดิม ในช่วงสามเดือนนี้ทีม 7 น่าจะทำภารกิจอีกหลายภารกิจ เพียงแต่ไม่ได้ถูกเล่าถึงในเนื้อเรื่องหลักเท่านั้นเอง
หลังจากทบทวนเค้าโครงเรื่องหลักของห้วงเวลาเดิมในหัวไปหนึ่งรอบ ซาสึเกะก็วางแผนการขั้นต้นไว้ในใจ จากนั้นก็เผากระดาษแผ่นนั้นทิ้งทันที
จะต้องเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาให้ได้ภายในเวลาสี่ปีเจ็ดเดือนนี้
ช้าสุดก็ต้องไม่เกินเดือนกรกฎาคม ปีโคโนฮะที่ 61 ซึ่งก็คือช่วงสอบจูนิน
ทำแบบนี้ถึงจะรับประกันได้ว่าเขามีพลังต่อสู้มากพอที่จะทำให้แผนการดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
ไม่อย่างนั้นล่ะก็ คงจะลำบากแย่...
ค่อยๆ รวบรวมความคิดในหัว สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป เดินไปที่เบาะรองนั่งกลางห้องแล้วเริ่มฝึกทำสมาธิโยคะ
หากเขายังไม่มีวี่แววว่าจะเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาได้ด้วยวิธีฝึกเพิ่มพลังจิตใจไปจนถึงเดือนเมษายน ปีโคโนฮะที่ 61 แล้วล่ะก็
ถึงตอนนั้นเขาก็คงต้องใช้เวลาสามเดือนตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม ลงมือทำตามความคิดที่ค่อนข้างอันตรายและสุดโต่งบางอย่างแล้ว
แม้ว่าด้วยนิสัยของเขา จะไม่ค่อยทำอะไรที่ไม่มั่นใจเต็มร้อยก็ตาม
แต่บางครั้ง ความเสี่ยงบางอย่างก็จำเป็นต้องแลก!
แคว้นทาโนะ ณ ฐานทัพใต้ดินแห่งใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างมิดชิด
ภายในห้องทดลองชีวภาพแห่งหนึ่ง
โอโรจิมารุที่สวมชุดเข้ารูปสีขาวอมเหลือง และผูกเชือกสีม่วงไว้ด้านหลัง ยืนอยู่หน้าจอแสดงผลที่ซับซ้อนด้วยสีหน้าจดจ่อ
รอบตัวเขายังมีกล้องจุลทรรศน์ หลอดทดลอง มีดผ่าตัด และอุปกรณ์ทดลองอื่นๆ อีกมากมายวางเรียงรายอยู่
สิ่งที่เขากำลังวิจัยอยู่ตอนนี้ก็คือเนตรวงแหวนที่ดันโซส่งมาให้
ผ่านไปเนิ่นนาน โอโรจิมารุก็เงยหน้าขึ้นมาพึมพำ "เงื่อนไขการเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผากับเนตรวงแหวนธรรมดามันต่างกันตรงไหนกันแน่นะ?"
โอโรจิมารุหยิบเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลอุจิวะที่ดันโซให้มาขึ้นมาอ่าน ขณะเดียวกันก็คอยนึกถึงชาวอุจิวะที่เขาเคยเจอตอนอยู่โคโนฮะไปด้วย
คนตระกูลอุจิวะมักจะเบิกเนตรวงแหวนธรรมดาได้ในตอนที่กำลังโกรธจัด หรือตอนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตความเป็นความตาย!
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของสิ่งมีชีวิต?
สิ่งที่เรียกว่าการตอบสนองต่อสิ่งเร้า คือสัญชาตญาณการตอบสนองของสิ่งมีชีวิตเมื่อถูกกระตุ้นหรือเผชิญกับอันตราย
มักจะแสดงออกในรูปของระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจและอัตราการหายใจเร็วขึ้น มีการหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนเพิ่มขึ้น พละกำลังเพิ่มขึ้น และความเร็วเพิ่มขึ้น
ทุกคนล้วนมีการแสดงออกแบบนี้ คนเรามักจะระเบิดพลังที่เหนือกว่าปกติออกมาได้ในเวลาที่โกรธจัดหรือต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล
โอโรจิมารุเองก็มี เขาไม่ได้รู้สึกแปลกประหลาดอะไรกับเรื่องนี้ เพียงแต่คนตระกูลอุจิวะนั้นพิเศษกว่าคนอื่นนิดหน่อย ซึ่งก็คือขีดจำกัดสายเลือดของพวกเขานั่นเอง
เมื่อถูกกระตุ้นให้โกรธจัดหรือต้องเผชิญกับวิกฤตความเป็นความตาย สมองจะหลั่งสารลึกลับบางอย่างออกมา เซลล์ดวงตาที่ได้รับผลกระทบจากสารนั้นจะเกิดการกลายพันธุ์ และเบิกเนตรวงแหวนขึ้นมาได้
นี่คือวิธีเบิกเนตรวงแหวนธรรมดา แล้วเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาล่ะ?
เศร้าโศก? โกรธแค้น? กดดัน? ดีใจ?
หรือว่าเป็นอารมณ์รูปแบบอื่น?
ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ทำไมในคืนนั้น ถึงไม่มีคนของอุจิวะคนไหนเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาได้เลยนอกจากอุจิวะ อิทาจิ?
หรือว่าจำเป็นต้องฆ่าคนในครอบครัว?
โอโรจิมารุนึกถึงอุจิวะ อิทาจิ ว่ากันว่าเขาเป็นคนลงมือฆ่าพ่อแม่ของตัวเองกับมือ หรือว่าวิธีเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาจะเป็นวิธีการต้องคำสาปอย่างการฆ่าคนในครอบครัวงั้นเหรอ?
ไม่สิ!
ไม่ว่าพฤติกรรมของอุจิวะ อิทาจิจะสุดโต่งแค่ไหน หากตัดเรื่องงมงายพวกนั้นทิ้งไป ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นเพราะอารมณ์ของอุจิวะ อิทาจิเกิดความเปลี่ยนแปลงหลังจากฆ่าพ่อแม่ต่างหาก!
พรสวรรค์!
นอกเหนือจากการถูกกระตุ้นอารมณ์อย่างรุนแรงแล้ว ตัวผู้เบิกเนตรเองก็ต้องมีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งมากพอด้วย ถึงจะสามารถเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาได้!
โอโรจิมารุรู้สึกเหมือนตัวเองจับจุดสำคัญได้แล้ว ต่อให้เขาจะเกลียดแค้นอุจิวะ อิทาจิมากแค่ไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่าพรสวรรค์ของอุจิวะ อิทาจินั้นสูงส่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา
"หึๆ..."
โอโรจิมารุเลียริมฝีปาก นึกถึงอุจิวะ ซาสึเกะ น้องชายของอุจิวะ อิทาจิที่ถูกทิ้งไว้ในโคโนฮะ ในเมื่อเป็นพี่น้องร่วมอุทรกัน แม้พรสวรรค์อาจจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่น่าจะทิ้งห่างกันเกินไปใช่ไหม?
หลังจากวางรายงานการวิเคราะห์ในมือลง โอโรจิมารุก็ตบมือ ผ่านไปไม่นาน ผู้ช่วยคนหนึ่งก็เดินเข้ามา คุกเข่าข้างหนึ่งแล้วกล่าวด้วยความเคารพ:
"ท่านโอโรจิมารุ!"
"พาเด็กที่ชื่อชินคนนั้นมานี่!"
"ครับ!"
ผ่านไปสักพัก บนเตียงผ่าตัดของโอโรจิมารุก็มีร่างของเด็กหนุ่มผิวซีดขาว ผมสั้นสีขาวนอนอยู่ ตอนนี้เขากำลังอยู่ในอาการหมดสติ
เด็กหนุ่มผมขาวมีชื่อว่าชิน ร่างกายของชินนั้นพิเศษมาก เขาไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อใดๆ ก็ตามที่นำมาปลูกถ่ายบนร่างกายของเขาเลย
ดังนั้น โอโรจิมารุจึงทำการทดลองกับชินมาแล้วมากมาย ชินเองก็ไม่ได้ถูกโอโรจิมารุบังคับ แต่เขาเต็มใจที่จะเป็นร่างทดลองของโอโรจิมารุเองต่างหาก
สำหรับชินที่หวังจะเรียนรู้เทคโนโลยีชีวภาพ โอโรจิมารุที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงจึงกลายเป็นคนที่เขายกย่องนับถือมากที่สุดในตอนนี้ไปโดยปริยาย
"แม้แต่ของที่มีการต่อต้านรุนแรงอย่างเนตรวงแหวนก็สามารถผสานเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยงั้นเหรอ?"
"ช่างเป็นร่างกายที่น่าทึ่งจริงๆ..."
โอโรจิมารุมองดูชินที่ถูกปลูกถ่ายเนตรวงแหวนสามโทโมเอะหนึ่งคู่ไปแล้ว แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านใดๆ เลย จนอดที่จะเดาะลิ้นด้วยความทึ่งไม่ได้
"น่าเสียดาย ที่พวกนี้มันก็เป็นแค่เนตรวงแหวนธรรมดาเท่านั้น..."
สีหน้าของโอโรจิมารุเปลี่ยนเป็นดำทะมึนลงอย่างรวดเร็ว เขานึกถึงอุจิวะ อิทาจิ และเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาของหมอนั่น!
ตลอดชีวิตนี้เขาไม่เคยถูกหยามเกียรติขนาดนี้มาก่อนเลย แม้ว่าตลอดชีวิตการเป็นนินจา เขาจะเคยพบกับความพ่ายแพ้มาบ้างก็ตาม
แต่การพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ และรวดเร็วขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกเลยจริงๆ!
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเคียดแค้นที่สุดก็คือ สายตาที่อุจิวะ อิทาจิมองมาที่เขาหลังจากเอาชนะเขาได้ต่างหาก
เยือกเย็น เย็นชาเสียจนถึงขีดสุด!
ราวกับเทพเจ้าที่อยู่เบื้องบน กำลังมองดูแมลงหรือมดปลวกที่ไม่รู้จักประมาณตนก็ไม่ปาน
มันทำให้เขารู้สึกถูกหยามเกียรติอย่างถึงที่สุด!
ต่อให้เป็นตอนที่เขาพ่ายแพ้ให้กับครึ่งเทพอย่างฮันโซซาลามันเดอร์ หรือพ่ายแพ้ให้กับหัวหน้าองค์กรแสงอุษาคนนั้น พวกเขาก็ไม่เคยใช้สายตาแบบนี้มองเขาเลยสักครั้ง
"หึๆ... อุจิวะ อิทาจิ วันข้างหน้าฉันจะต้องฆ่าแกให้ได้... ความอัปยศที่แกมอบให้ฉัน ฉันจะคืนสนองให้แกเป็นทวีคูณ..."
แววตาของโอโรจิมารุเปลี่ยนเป็นเย็นชาเยียบเย็น น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง ตอนนี้เขาราวกับงูพิษที่จ้องมองเหยื่อและเผยเขี้ยวพิษของมันออกมา
อุจิวะ อิทาจิ?
เขาคือใคร?
ทำไมตอนที่ท่านโอโรจิมารุพูดถึงเขา ท่านโอโรจิมารุที่มักจะสุขุมเยือกเย็นอยู่เสมอถึงได้หลุดมาดขนาดนี้
ท่ามกลางความสะลึมสะลือ ชินได้ยินเสียงพึมพำกับตัวเองของโอโรจิมารุ นอกจากน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยจิตสังหารแล้ว
ชินยังสัมผัสได้ถึงความปรารถนาและความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้จิตสังหารนั้นด้วย
ปรารถนา?
หวาดกลัว?
แม้แต่ท่านโอโรจิมารุก็ยังปรารถนาและหวาดกลัวคนที่มีชื่อว่าอุจิวะ อิทาจิคนนั้นงั้นเหรอ?
ชินในตอนนี้ยังไม่รู้หรอกว่าอุจิวะ อิทาจิคือใคร
แต่ชื่อของอุจิวะ อิทาจิก็ได้ประทับรอยจารึกอันลึกล้ำลงในใจของเขาเสียแล้ว!
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───