- หน้าแรก
- เถ้าแก่สำนักคุ้มภัยไม่ธรรมดา ณ ต่างโลก
- บทที่ 20 ตลาดบุคลากร
บทที่ 20 ตลาดบุคลากร
บทที่ 20 ตลาดบุคลากร
บทที่ 20 ตลาดบุคลากร
ซูซานรับจดหมายไป แต่กลับวางมันลงข้างๆ โดยไม่ได้มองแม้แต่นิดเดียว
"ท่านไม่ดูหน่อยหรือว่าเป็นจดหมายของเถ้าแก่เนี๊ยะซูหรือเปล่า?" โจวชิงถามด้วยความสงสัย
"ข้าอ่านหนังสือไม่ออก" ซูซานตอบ
โจวชิงหลุดหัวเราะออกมา "แล้วท่านจะอ่านจดหมายได้อย่างไรล่ะ?"
"ในหมู่บ้านมีอาจารย์สอนหนังสืออยู่ ปกติแล้วเวลาคนในหมู่บ้านจะเขียนจดหมาย หรืออ่านจดหมาย ก็จะไปหาเขา" ซูซานกล่าว
"อ้อ แบบนี้นี่เอง" โจวชิงพูด "อันที่จริง ข้าก็อ่านหนังสือออกนะ ถ้าท่านไว้ใจข้า ข้าจะช่วยอ่านจดหมายให้ท่านฟังก็ได้"
ในยุคสมัยนี้ การที่คนธรรมดาทั่วไปจะอ่านหนังสือไม่ออกถือเป็นเรื่องปกติมาก การที่ซูซานอ่านหนังสือไม่ออกก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน
"ไม่ต้อง" ซูซานปฏิเสธอย่างไร้ความลังเล
โจวชิงยิ้มแล้วบอก "ตกลง ถ้างั้นข้าขอตัวก่อนนะ"
เห็นได้ชัดว่าซูซานไม่ได้ไว้ใจโจวชิง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน เพราะทั้งสองคนไม่ได้รู้จักกันมาก่อน เมื่อเทียบกับโจวชิงแล้ว ซูซานย่อมเชื่อใจอาจารย์สอนหนังสือในหมู่บ้านมากกว่าอยู่แล้ว
แม้จะถูกปฏิเสธ แต่โจวชิงก็ไม่ได้ผิดหวังอะไรมากนัก ที่เขาเสนอตัวจะช่วยอ่านจดหมายให้ซูซานฟัง ก็เป็นเพราะสงสัยว่าซูเชี่ยนอวิ๋นเขียนอะไรถึงซูซาน แค่อยากจะสนองความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองเท่านั้น การที่ซูซานปฏิเสธก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อเขา
"คุ้มภัยสำเร็จ!"
"ได้รับแต้มอัปเกรด 5.00001 แต้ม"
"เปิดใช้งานตลาดบุคลากร!"
ในจังหวะที่โจวชิงหันหลังเดินจากมา เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัวของเขา
แต้มอัปเกรดสะสมของโจวชิงเพิ่มขึ้นเป็น 18.00001 แต้ม
แน่นอนว่า สิ่งที่ทำให้โจวชิงรู้สึกยินดีและตั้งตารอคอยมากที่สุดก็คือการเปิดใช้งานฟังก์ชันใหม่ "ตลาดบุคลากร"
หน้าต่างแสดงผลของตลาดบุคลากรยังคงเป็นหน้าจอเสมือนจริงที่ลอยอยู่กลางอากาศ บนหน้าจอนี้มีข้อมูลปรากฏขึ้นมาสามรายการ:
จ้าวขุย: อายุ 28 ปี เชี่ยวชาญการใช้กระบอง ฝึกฝน "เพลงกระบองลมหมุน" ราคาค่าจ้าง: เงิน 5 ตำลึง
หยวนหลู: อายุ 30 ปี เชี่ยวชาญการใช้ดาบและกระบี่ ฝึกฝน "เพลงกระบี่เจ็ดวนไร้ลักษณ์", "เพลงดาบหวนกลับ" ราคาค่าจ้าง: เงิน 100 ตำลึง
ชิวฉิน (หญิง): อายุ 29 ปี เชี่ยวชาญการใช้กระบี่ยาว ฝึกฝน "เพลงกระบี่หลิวซวี่" ราคาค่าจ้าง: เงิน 30 ตำลึง
"บุคลากร" สามคน ข้อมูลแนะนำสามรายการ
นอกจากนี้ ที่ด้านล่างของหน้าจอเสมือนจริงนี้ยังมีตัวอักษรเล็กๆ เขียนไว้อีกหนึ่งบรรทัด:
ระดับตัวละครจากต่ำไปสูงแบ่งเป็น: สีเขียว, สีเหลือง, สีม่วง, สีส้ม, สีทอง
โจวชิงมองดูชื่อของคนทั้งสามคน ชื่อของจ้าวขุยเป็นสีเขียว ชื่อของชิวฉินเป็นสีเหลือง ส่วนชื่อของหยวนหลูเป็นสีม่วง สามคนสามสี เห็นได้ชัดว่ายิ่งความแข็งแกร่งมาก ราคาค่าจ้างก็จะยิ่งสูงขึ้น
โจวชิงได้ดูคำอธิบายของ "ตลาดบุคลากร" อีกครั้ง
ตลาดบุคลากร (เลเวล 1): รีเฟรชทุกๆ เที่ยงคืน การรีเฟรชแต่ละครั้งจะมีบุคคลากรปรากฏขึ้นสามคน ในแต่ละวันสามารถจ้างบุคลากรได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น สามารถใช้แต้มอัปเกรดในการรีเฟรชได้ โดยการรีเฟรชแต่ละครั้งจะใช้แต้มอัปเกรด 3 แต้ม (หมายเหตุ: ตลาดบุคลากรเลเวล 1 มีบุคลากรระดับสูงสุดเพียงแค่สีม่วงเท่านั้น ยิ่งตลาดบุคลากรมีเลเวลสูงเท่าไหร่ โอกาสที่จะสุ่มเจอบุคลากรระดับสูงก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น)
การอัปเกรดตลาดบุคลากรเลเวลหนึ่งเป็นเลเวลสอง ต้องใช้แต้มอัปเกรด 10 แต้ม
เมื่ออ่านคำอธิบายเหล่านี้จบ โจวชิงก็เข้าใจแจ่มแจ้ง
ตลาดบุคลากรก็คือสถานที่สำหรับรับสมัครขุนพล หรือพูดอีกอย่างก็คือรับสมัครผู้คุ้มภัย เมื่อมีฟังก์ชันนี้ โจวชิงก็จะสามารถรับสมัครผู้คุ้มภัยที่มีความแข็งแกร่งได้ และผู้คุ้มภัยที่รับสมัครผ่านวิธีการนี้ จะมีความภักดีต่อสำนักคุ้มภัยร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม จะไม่มีทางเกิดเหตุการณ์ผู้คุ้มภัยทรยศหนีไปเหมือนช่วงที่สำนักคุ้มภัยเกิดเรื่องก่อนหน้านี้อีก
โจวชิงรู้สึกพอใจกับฟังก์ชันใหม่นี้มาก เพียงแต่ว่า ตอนนี้ตลาดบุคลากรยังมีเลเวลต่ำเกินไป จึงยังไม่สามารถรีเฟรชเจอยอดฝีมือที่เก่งกาจมากๆ ได้
"ถ้าข้ากดรับสมัคร คนที่ถูกเลือกจะมาโผล่ตรงหน้าข้ากะทันหันเลยไหมนะ?" โจวชิงแอบคิดในใจ
ด้วยความอยากรู้ถึงความแข็งแกร่งของขุนพลในตลาดบุคลากร โจวชิงจึงเดินไปที่ลับตาคน แล้วเปิดตลาดบุคลากรขึ้นมาอีกครั้ง เขาเลือกหยวนหลู จากนั้นก็กดรับสมัคร
ผลก็คือ เงินในตัวโจวชิงหายไปหนึ่งร้อยตำลึง แต่ตรงหน้าเขากลับไม่มีอะไรเลย
"ทำบ้าอะไรเนี่ย? หลอกลวงกันเหรอ?" โจวชิงพูดไม่ออกเลยทีเดียว
เสียเงินไปแล้ว แต่กลับไม่เห็นคน แบบนี้ทำให้โจวชิงรู้สึกไม่พอใจจริงๆ
ทว่า เมื่อนึกถึง "แผนที่ป่ายเต๋อ" ที่ระบบให้มาก่อนหน้านี้ว่ามันใช้งานได้จริง โจวชิงก็คิดว่าระบบนี้น่าจะไม่ได้หลอกลวงเขา บางทีหยวนหลูอาจจะรอเขาอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้
โจวชิงกลับไปที่สำนักคุ้มภัยด้วยความรู้สึกกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย
พอถึงหน้าประตู ผู้เฒ่าหลี่ก็เดินเข้ามาหา
"นายน้อย เมื่อกี้มีคนมาที่นี่ บอกว่าเป็นผู้คุ้มภัยที่นายน้อยจ้างมาขอรับ"
"อ้อ คนอยู่ไหนล่ะ?" โจวชิงดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว
"นั่งรออยู่ในห้องโถงรับแขกขอรับ"
โจวชิงพยักหน้า แล้วรีบเดินไปที่ห้องโถงรับแขก และก็พบว่ามีชายร่างใหญ่คนหนึ่งกำลังนั่งรออยู่อย่างเงียบๆ จริงๆ
"ผู้น้อยหยวนหลู คารวะเถ้าแก่ขอรับ" เมื่อชายร่างใหญ่เห็นโจวชิง เขาก็รีบประสานมือทำความเคารพทันที
เป็นหยวนหลูจริงๆ ด้วย!
โจวชิงเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
ขุนพลที่รับสมัครมาจากตลาดบุคลากร จะไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าเขาแบบปุบปับ แต่จะเป็นฝ่ายเดินทางมาหาที่สำนักคุ้มภัยเอง เพื่อรอให้เขารับเข้าทำงาน
"ข้าว่าแล้วเชียว ระบบมันจะหลอกลวงได้ยังไงกันล่ะ" โจวชิงพึมพำกับตัวเอง เขามองไปที่หยวนหลูพร้อมกับรอยยิ้ม แล้วพูดว่า "มา พวกเรามาประลองฝีมือกันสักหน่อยเถอะ"
สาเหตุที่โจวชิงรีบรับคนจากตลาดบุคลากรเร็วขนาดนี้ ประการแรกคือ สำนักคุ้มภัยตอนนี้มีแค่เขากับหยวนจวินสองคนซึ่งเห็นได้ชัดว่ายังไม่พอ ประการที่สอง โจวชิงมีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของขุนพลที่รีเฟรชออกมาจากตลาดบุคลากร เขาอยากรู้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาอยู่ในระดับไหน
"ขอรับ!"
ในฐานะคนที่โจวชิงรับสมัครมาจากตลาดบุคลากร หยวนหลูย่อมปฏิบัติตามคำสั่งของโจวชิงทุกประการโดยไม่มีข้อกังขา
สำนักคุ้มภัย "กวงเวย" มีพื้นที่กว้างขวาง ในอดีตโจวหนิงได้จัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งในฐานที่มั่นให้เป็นลานประลองยุทธ์โดยเฉพาะ เมื่อผู้คุ้มภัยของสำนักไม่ได้ออกไปทำภารกิจ พวกเขาก็จะมาฝึกซ้อมและประลองฝีมือกันที่นี่
โจวชิงพาหยวนหลูมาที่ลานประลอง เขาหยิบทวนยาวออกมาจากชั้นวางอาวุธด้านข้าง ส่วนหยวนหลูก็หยิบกระบี่ยาวมาหนึ่งเล่ม
เมื่อทั้งสองคนตั้งท่าเตรียมพร้อม หยวนหลูก็เป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน
เพียงแค่เห็นหยวนหลูขยับเท้าเบาๆ ร่างของเขาก็พุ่งทะยานเข้าหาโจวชิงราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง ข้อมือของเขาสะบัดไปมา เงากระบี่จำนวนมากก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของหยวนหลู เมื่อหยวนหลูพุ่งมาถึงตรงหน้าโจวชิง เงากระบี่เหล่านั้นก็นับไม่ถ้วน และครอบคลุมร่างของโจวชิงเอาไว้ทั้งหมด
เพลงกระบี่เจ็ดวนไร้ลักษณ์!
มีเงาไร้ลักษณ์!
นี่คือเพลงกระบี่ที่หยวนหลูเชี่ยวชาญที่สุด
ต้องเป็นคนที่อยู่ในสถานการณ์นั้นเท่านั้นถึงจะสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของเพลงกระบี่นี้ รอบตัวโจวชิงถูกปกคลุมไปด้วยเงากระบี่ทั้งหมด บดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ ปิดกั้นทางลมจนมิดชิด
โจวชิงส่งเสียงคำรามต่ำๆ สองมือจับทวนยาวไว้แน่น แล้วแทงตรงออกไป ปลายทวนเล็งตรงไปยังจุดศูนย์กลางของม่านกระบี่
เคร้ง!
เสียงปะทะกันดังกังวาน โจวชิงรู้สึกเพียงแค่ว่าแขนของเขาสะดุดกึก ทวนยาวในมือไม่สามารถแทงทะลุคืบหน้าไปได้อีกแม้แต่นิดเดียว
โจวชิงรีบชักทวนกลับมาทันที ใช้ทวนแทนกระบอง แล้วกวาดฟาดออกไปในแนวนอน
ปัง ปัง ปัง!
เสียงปะทะกันอย่างดุเดือดดังขึ้นอีกครั้ง เงากระบี่เหล่านั้นราวกับมีตัวตนจริงๆ พวกมันสามารถต้านทานการโจมตีกวาดฟาดของโจวชิงไว้ได้ทั้งหมด ในเวลาเดียวกัน โจวชิงกลับหาช่องโหว่ไม่เจอเลยแม้แต่น้อย
แม้จะมีกระบี่เพียงเล่มเดียว แต่เงากระบี่ที่ดูราวกับมีตัวตนกลับมีนับไม่ถ้วน เงากระบี่เหล่านี้ทั้งพลิกแพลงและแปลกประหลาด ในขณะที่มันป้องกันการโจมตีของโจวชิงไว้ได้ มันก็ยังสามารถโจมตีสวนกลับใส่โจวชิงได้อีกด้วย
โจวชิงตกใจมาก รีบชักทวนกลับมาตั้งรับไว้ตรงหน้า เสียงโลหะปะทะกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง สองเท้าของโจวชิงจำต้องก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ อย่างไม่อาจควบคุมได้ เขาเสียเปรียบในการชิงจังหวะลงมือโดยสมบูรณ์ ทำได้เพียงตั้งรับอย่างเหนื่อยล้าเท่านั้น
เพลงทวนทลายจันทร์ของโจวชิงอยู่ในขั้นเชี่ยวชาญชำนาญแล้ว ความเข้าใจในเพลงทวนของเขาก็ไม่ได้แย่ แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่ใช่คู่มือของหยวนหลู เขาถูกหยวนหลูกดดันอย่างหนัก การตั้งรับเป็นเวลานานย่อมต้องมีพลาด หลังจากผ่านไปสามสี่สิบกระบวนท่า โจวชิงก็เผยช่องโหว่ออกมาเล็กน้อย หยวนหลูฉวยโอกาสนั้นรุกไล่โจมตีอย่างหนักหน่วง กระบี่ยาวของเขาก็พาดเข้าที่คอของโจวชิง เงากระบี่รอบๆ ตัวก็หายวับไปในพริบตานั้นเอง
รู้ผลแพ้ชนะแล้ว