เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 สายพลังผู้พยากรณ์, อัปเกรดพลังเวท

ตอนที่ 22 สายพลังผู้พยากรณ์, อัปเกรดพลังเวท

ตอนที่ 22 สายพลังผู้พยากรณ์, อัปเกรดพลังเวท


ผู้พยากรณ์ สายพลังระดับแรร์!

คนที่มีพลังสายพิเศษนี้ จะมีความสามารถในการหยั่งรู้อนาคตได้ในระดับหนึ่ง โดยต้องอาศัยสื่อกลางบางอย่างเพื่อทำการพยากรณ์ทำนาย

และสื่อกลางที่โจวอวี่ชอบใช้... เห็นได้ชัดว่าคือกระดองเต่า

"งั้นแสดงว่า..."

ฉีหลินเหลือบมองกระดองเต่าลายพร้อยบนโต๊ะ ก่อนจะมองกลับไปที่โจวอวี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"คุณเคยทำนายหาตัวฆาตกรคดีหั่นศพต่อเนื่องแล้วเหรอครับ? แล้วผลออกมาว่าเป็นเดวิดงั้นสิ?"

"ฉันไม่ได้เทพขนาดนั้นหรอก"

โจวอวี่ส่ายหน้าเบาๆ ตอบเสียงเรียบ

"ฉันเป็นแค่ผู้พยากรณ์คลาสห้า พลังทำนายของฉันไม่ได้เก่งกาจอย่างที่นายคิดหรอกนะ อธิบายง่ายๆ ละกัน สมมติว่านายเอากระดาษที่เขียนเลข 5 ใส่ไว้ในกล่อง

ต่อให้ฉันใช้พลังทำนายอย่างเต็มที่ ฉันก็บอกได้แค่ว่าในกล่องใบนี้มีตัวเลขอยู่

แต่ฉันไม่สามารถทำนายได้ว่าตัวเลขนั้นอยู่ในรูปแบบไหน และยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำนายออกมาเป็นตัวเลขที่ถูกต้องเป๊ะๆ

ถ้าเปลี่ยนเป็นคดีหั่นศพกับเดวิดก็คือ... ผลการทำนายบอกฉันว่า ฆาตกรตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังคดีหั่นศพนี้ ฉันต้องเคยเห็นหน้ามันมาก่อนแน่ๆ แต่ฉันทำนายเจาะจงไม่ได้ว่ามันคือคนไหนที่ฉันเคยเจอกันแน่

ที่จริงแล้วนะ ต่อให้ฉันทำนายออกมาได้เป๊ะๆ ว่าเป็นใคร มันก็ไม่มีประโยชน์หรอก

ตามกฎหมายของสหพันธ์ในปัจจุบัน ผลการทำนายจากสายพลังผู้พยากรณ์ นักพยากรณ์ หรือนักอ่านไพ่ทาโรต์ ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ ไม่มีผลทางกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าอยากจะเอาผิดให้ได้ ก็ต้องหาหลักฐานจริงๆ จังๆ มายืนยันอยู่ดี"

พอโจวอวี่พูดจบ สายตาที่มองมาทางฉีหลินก็ยิ่งทอประกายร้อนแรงขึ้น

"ตกลงว่าคดีนี้ผมจะช่วยอะไรคุณได้บ้างล่ะครับ? พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า"

ฉีหลินถามอย่างจนใจ

"ติดต่อกันไว้ก็พอ"

โจวอวี่หยิบมือถือตัวเองกลับไป แล้วกดโทรออกหาเบอร์มือถือของฉีหลินเพื่อทิ้งประวัติการโทรไว้ ก่อนจะกดวางสาย

"ฉันเชื่อว่ากฎเกณฑ์บางอย่างที่มองไม่เห็น มันได้ผูกมัดนาย ฉัน เดวิด แล้วก็คดีหั่นศพต่อเนื่องเอาไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนาแล้ว

ฉันเรียกมันว่า... โชคชะตา

เวลามันจะบอกคำตอบกับพวกเราเอง ฉีหลิน... ฉันคิดว่าในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป นายมีโอกาสสูงมากที่จะได้สัมผัสกับข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้มากขึ้น หวังว่าถึงตอนนั้น นายจะติดต่อมาหาฉัน แล้วช่วยให้เบาะแสเพื่อที่ฉันจะได้ลากคอฆาตกรมาลงโทษให้ได้"

"หมดแล้วเหรอ?"

ฉีหลินแอบงง

"มีแค่นี้เนี่ยนะ? นึกว่าจะบอกอะไรผมมากกว่านี้ซะอีก อย่างเช่นตอนที่คุณสงสัยเดวิด คุณไม่ได้ตามสืบหรือสะกดรอยตามเขาเลยเหรอ? ไม่เจออะไรเลยหรือไง? แล้วไอ้รูปที่คุณให้ผมดูเมื่อกี้สรุปมันยังไงกันแน่? แล้วเหยื่อที่ถูกหั่นศพมีลักษณะอะไรที่เหมือนกันบ้างล่ะ?"

"..."

โจวอวี่นิ่งเงียบไปหลายวินาที ก่อนจะยอมพูดออกมา

"พวกนี้เป็นความลับทางราชการ ฉันบอกไปแล้ว นายกับซัคคิวบัสของนายห้ามเอาไปแพร่งพรายเด็ดขาดนะ"

ฉีหลินตั้งใจฟังขึ้นมาทันที

ส่วนอิเลน่ากลับหาวหวอดๆ ยัยซัคคิวบัสตัวน้อยนี่ไม่ได้สนใจความจริงของคดีนี้มาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

"ฉันต้องเคยแอบสืบเรื่องเดวิดอยู่แล้วสิ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย"

โจวอวี่เอนหลังพิงเก้าอี้ เอ่ยเสียงเนิบนาบ

"ส่วนรูปถ่ายที่ฉันเพิ่งให้นายดูเมื่อกี้ เดวิดมันก็ยอมรับว่าคืนนั้นมันไปวิ่งออกกำลังกาย แล้วก็บังเอิญวิ่งผ่านตรงนั้นพอดี แล้วไงต่อล่ะ มันก็บอกว่ามันไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

รูปถ่ายใบเดียวมันจะไปยืนยันอะไรได้?

เอามาเป็นหลักฐานไม่ได้หรอก

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ได้ทำให้ความสงสัยในใจฉันลดลงเลย เพราะลางสังหรณ์มันบอกว่า เดวิดต้องมีปัญหาแน่ๆ

บางทีนายอาจจะอยากหัวเราะเยาะฉัน แล้วถามว่าฉันทำงานสืบสวนด้วยลางสังหรณ์ล้วนๆ เลยเหรอ?

ฉันบอกได้แค่ว่า ทำคดีมันพึ่งลางสังหรณ์อย่างเดียวไม่ได้หรอก แต่มันก็ขาดลางสังหรณ์ไม่ได้เหมือนกัน ยิ่งฉันเป็นผู้พยากรณ์ด้วยแล้ว ลางสังหรณ์ของคนแบบฉัน มันคือพลังเหนือธรรมชาติที่มีอยู่จริงเชียวนะ

ส่วนพวกเหยื่อที่ถูกหั่นศพน่ะ...

ไม่มีรูปแบบอะไรให้จับทางได้เลย มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง มีทั้งคนแก่ วัยรุ่น แล้วก็เด็ก มีทั้งผู้ใช้พลังเหนือธรรมชาติแล้วก็คนธรรมดา ไม่มีจุดเชื่อมโยงอะไรที่เหมือนกันเลยสักนิด แถมสังคมของแต่ละคนก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยด้วย

ฆาตกรเหมือนแค่สุ่มเลือกเหยื่อมาฆ่าทิ้งเฉยๆ แถมยังลบร่องรอยได้สะอาดหมดจด ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีหรือใช้พลังเหนือธรรมชาติตรวจสอบ ก็หาเบาะแสอะไรไม่ได้เลยสักนิด"

"เข้าใจละ"

ฉีหลินฟังมาถึงตรงนี้ก็ลุกขึ้นยืนช้าๆ

"หมายความว่าตอนนี้ยังไม่มีเบาะแสอะไรเลยสินะครับ? ก็ได้ ผมจะคอยจับตาดูให้ ถ้าเกิดผมเจอเบาะแสอะไร หรือว่าเห็นเดวิดมีท่าทีน่าสงสัย ผมจะโทรหาคุณก็แล้วกัน"

พูดจบ เขาก็เดินไปที่มุมห้อง หิ้วถุงน้อยใหญ่ขึ้นมาสิบกว่าถุง

ในนั้นมีทั้งเสื้อผ้า กางเกง กระโปรง ถุงน่อง รองเท้าใหม่ของเขากับอิเลน่าที่เพิ่งไปซื้อมาวันนี้... และอื่นๆ อีกเพียบ

แถมในจำนวนนั้นยังมีชุดแบบพิเศษๆ อยู่สองสามชุด อย่างเช่น ชุดเครื่องแบบนักเรียน JK หรือชุดบันนี่เกิร์ลอะไรพวกนั้น ซึ่งจริงๆ อิเลน่าก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก

...แต่เขาชอบไงล่ะ

"เดี๋ยวฉันขับรถไปส่งที่โรงเรียนแล้วกัน"

โจวอวี่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปยังลานจอดรถด้านนอก

ฉีหลินก็ไม่ได้ปฏิเสธ

หนึ่งนาทีต่อมา เขากับอิเลน่าก็ขึ้นไปนั่งบนรถสปอร์ตสีเหลืองของโจวอวี่ รูปทรงรถมันดูคล้ายๆ ร่างรถของบัมเบิ้ลบีในชาติที่แล้วของเขาเลย

บนท้องถนนที่มีรถราวิ่งขวักไขว่ รถสปอร์ตสีเหลืองคันนี้ดูเตะตาเป็นพิเศษ แถมยังเหยียบคันเร่งแซงคันอื่นอยู่บ่อยๆ

แต่ฝีมือการขับรถของโจวอวี่ถือว่าเข้าขั้นเทพ ฉีหลินกับอิเลน่าที่นั่งอยู่ข้างหลังแทบไม่รู้สึกถึงความโคลงเคลงเลยสักนิด

"อ้อ จริงสิ ยินดีด้วยนะที่ก้าวเข้าสู่คลาสหนึ่งแล้ว"

โจวอวี่ที่ขับรถมือเดียวจู่ๆ ก็พูดขึ้นมา

"มิน่าล่ะ ตอนเซ็นสัญญานายถึงได้ดูมั่นใจขนาดนั้น ที่แท้พรสวรรค์ในการฝึกฝนก็เริ่มระเบิดออกมาแล้วนี่เอง"

"ทำไม? เสียใจล่ะสิที่ยอมเซ็นเงื่อนไขพิเศษหน้านั้นให้ผม?"

ฉีหลินพูดหยอกกลับไป

"ทำไมฉันต้องเสียใจด้วยล่ะ?" โจวอวี่ยิ้ม

"ถ้านายสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ กลายเป็นผู้ใช้พลังเหนือมนุษย์คลาสสามคลาสสี่ แล้วค่อยกลับมาร่วมทีมสำรวจต่างมิติ มันเป็นเรื่องดีมหาศาลสำหรับเมืองรุ่งอรุณของเราเลยนะ ฉันดีใจแทบไม่ทัน จะเอาอะไรมาเสียใจเล่า?"

"อย่างนี้นี่เอง..."

ฉีหลินไม่ได้พูดอะไรต่อ

โจวอวี่ก็เงียบไปเช่นกัน

ไม่กี่นาทีต่อมา รั้วโรงเรียนมัธยมรุ่งอรุณที่ 3 ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า

"ส่งตรงนี้แหละครับ ขอบคุณมากครับหัวหน้าโจว"

"ได้"

รถสปอร์ตสีเหลืองจอดเทียบฟุตบาท ฉีหลินกับอิเลน่าเปิดประตูแล้วก้าวลงจากรถพร้อมกัน

ทั้งสองคนหิ้วถุงพะรุงพะรังเดินมุ่งหน้ากลับหอพักพลางคุยกันไปด้วย

"อิเลน่า ซื้อเสื้อผ้ามาใหม่แล้ว คราวหลังอาบน้ำตอนกลางคืนเสร็จก็หัดใส่ชุดนอนบ้างนะ อย่าแก้ผ้าเดินโทงๆ อีกเข้าใจไหม"

"ก็ได้ๆ งั้นคืนนี้ใส่ตัวไหนดีล่ะ?"

"แล้วแต่เธอชอบเลย"

"อ้อ"

"เอ้อ ตอนที่ยังไม่นอน ลองหยิบถุงน่องตาข่ายมาใส่ดูสิ พนักงานขายก็บอกแล้วนี่ ว่าถุงน่องช่วยป้องกันเส้นเลือดขอดที่ขาได้ผลชะงัด แถมถ้าใส่นานๆ ยังช่วยปรับทรงขาให้สวยขึ้นด้วยนะ"

"จริงง่ะ?"

"จริงสิ"

...

...

กลางดึก เวลา 23:30 น.

ฉีหลินยังคงมุ่งหน้าไปฟาร์ม EXP ที่ห้องแล็บของครูเย่เซินตามปกติ... อ่า ไม่สิ ไปทำงานต่างหาก

พอครูเย่เซินเห็นเขามาถึง ก็เอ่ยปากชมแบบขอไปทีประโยคหนึ่ง ก่อนจะบอกให้เขาตั้งใจทำงานต่อไป แถมยังบอกอีกว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขาจะไม่มานั่งรอฉีหลินที่นี่แล้ว ให้ฉีหลินมาตามเวลาแล้วก็กลับตามเวลาเองได้เลย

พูดจบไอ้หัวเขียวนี่ก็กลับไปนอน

ก่อนไปก็ยังอุตส่าห์ส่งสายตาอิจฉาตาร้อนมองผมขาวเต็มหัวของฉีหลินแวบหนึ่งด้วยนะ... ให้ตายสิ

เอาเป็นว่า คืนนี้ฉีหลินปฏิบัติตามกฎเหล็กสิบตัวฆ่าเจ็ดอย่างเคร่งครัด สรุปแล้วเขากวาดล้างไข่แมลงเรืองแสงไปได้กว่าหกร้อยฟอง โกยค่าประสบการณ์มาได้หกร้อยกว่าแต้มเน้นๆ

【ค่าประสบการณ์ (EXP): 643/500】

【คุณสามารถทำการอัปเลเวลได้แล้ว!】

"อัปเลเวล"

【อัปเลเวลสำเร็จ!】

【แต้มสเตตัสคงเหลือ: 1】

——

【ค่าประสบการณ์ (EXP): 143/600】

——

"อืม..."

ฉีหลินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวายในห้องแล็บ จ้องมองหน้าต่างระบบอัปสเตตัสในปัจจุบันของตัวเองอย่างใช้ความคิด

——

【พละกำลัง: คลาสศูนย์ 7 ดาว】

【ความว่องไว: คลาสศูนย์ 4 ดาว】

【การป้องกัน: คลาสศูนย์ 5 ดาว】

【ความแข็งแกร่งทางจิต: คลาสหนึ่ง 0 ดาว】

【พลังเวท: คลาสศูนย์ 8 ดาว】

——

แล้วจะอัปสเตตัสอะไรต่อดีล่ะ?

ฉีหลินครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเอาแต้มสเตตัส 1 แต้มที่ได้มาวันนี้ ไปอัปลงที่พลังเวท

【พลังเวท: คลาสศูนย์ 8 ดาว → 9 ดาว!】

"วิ้ง!"

ฉีหลินยกมือขวาขึ้นมา ปลดปล่อยละอองแสงสีม่วงเปล่งประกายออกมา

พลังพลังเวทในร่างของเขา ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพหรือปริมาณล้วนยกระดับขึ้นในชั่วพริบตา

"ฉันต้องใช้จุดแข็งกลบจุดด้อยให้ได้"

ฉีหลินพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางดึงพลังพลังเวทกลับมา

เดวิดคืออัศวินออร่าคลาสหนึ่งขั้นสูงสุด

โดยปกติแล้ว ถ้าผู้ใช้พลังเหนือมนุษย์มีพลังหลักถึงระดับคลาสหนึ่ง 9 ดาว ก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นคลาสหนึ่งขั้นสูงสุดแล้ว

อย่างเช่น ออร่าของอัศวินออร่า หรือพลังเวทของจอมเวท เป็นต้น

ในฐานะอัศวินออร่า ตอนนี้เดวิดมีสเตตัสออร่าถึงคลาสหนึ่ง 9 ดาว คนอื่นก็ย่อมมองว่าเขาเป็นอัศวินออร่าคลาสหนึ่งขั้นสูงสุด

แต่เดวิดไม่ได้เก่งแค่ออร่า ร่างกายของหมอนั่นก็ถูกฝึกฝนมาอย่างแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับฉีหลินแล้ว สมรรถภาพร่างกายของมันจัดว่าระเบิดเถิดเทิงไปเลย แถมมันยังเชี่ยวชาญเพลงดาบและทักษะการต่อสู้ระยะประชิดอีกต่างหาก

ด้วยเหตุนี้เอง ถ้าเขาอยากจะเอาชนะเดวิดให้ได้ในวันศุกร์หน้า เขาก็ต้องใช้จุดแข็งสู้กับจุดอ่อนของอีกฝ่าย ด้วยสภาพของเขาในตอนนี้ ขืนไปซัดแลกหมัดระยะประชิดกับไอ้กล้ามโตนั่นมีแต่แพ้ลูกเดียว เขาต้องรักษาระยะห่าง แล้วใช้เวทมนตร์เผด็จศึกเท่านั้น

เพราะงั้นในตอนนี้ การอัปเกรดพลังเวทกับความแข็งแกร่งทางจิตก่อนถึงจะเป็นทางออกที่ถูกต้อง

ส่วนเรื่องร่างกาย... รอให้ผ่านด่านเดวิดไปได้ค่อยว่ากัน

"กลับไปนอนดีกว่า"

ฉีหลินเก็บข้าวของ ปิดไฟแล้วเดินออกจากห้องแล็บ

ขากลับ เขาไม่ได้บังเอิญเจอเดวิดเหมือนเมื่อคืน

เพราะว่าไฟที่ห้องฝึกสมรรถภาพทางกายที่อยู่ไกลออกไป... มันยังเปิดสว่างโร่อยู่เลย

...

...

เช้าวันต่อมา

วันนี้คือวันพุธ ฉีหลินกับอิเลน่ายังคงไม่ได้เข้าเรียนในห้องตามปกติเหมือนเมื่อวาน แต่เดินตามครูประจำชั้นเฝิงเส้าหยวนกลับมาที่ห้องอัญเชิญปีศาจบนตึกเรียนหมายเลข 3 อีกครั้ง

วัสดุสำหรับอัญเชิญทหารกลเวท เฝิงเส้าหยวนเอามาเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว

"หืม?"

เฝิงเส้าหยวนวางกล่องสีดำในมือลงบนโต๊ะ กำลังจะเปิดกล่อง แต่หางตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นขากางเกงนักเรียนของอิเลน่าเข้าพอดี

"อิเลน่า ช่วยถกขากางเกงขึ้นหน่อยได้ไหม?"

"อ้อ"

อิเลน่าทำตามอย่างว่าง่าย เธอดึงขากางเกงตัวโคร่งขึ้นไป เผยให้เห็นถุงน่องตาข่ายสีดำที่ใส่ไว้ข้างในโผล่ออกมา

"?!"

ฉีหลินถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย

ยัยนี่เมื่อคืนตอนเข้านอนไม่ได้ถอดถุงน่องหรอกเรอะ? บ้าเอ๊ย! แล้วเช้านี้ตื่นมาใส่กางเกงนักเรียนทับก็ยังไม่ยอมถอดอีก?!

"ใครสอนให้เธอใส่ถุงน่องแบบนี้ฮะ?" เฝิงเส้าหยวนขมวดคิ้วถาม

"ฉีหลิน"

อิเลน่าชี้เป้าแฉออกมาโต้งๆ

"เฮ้อ"

เฝิงเส้าหยวนถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนจะส่งสายตาจิกกัดมองไปทางฉีหลิน

"เอาเป็นว่า... เพลาๆ ลงบ้างนะ เข้าใจไหม?"

จบบทที่ ตอนที่ 22 สายพลังผู้พยากรณ์, อัปเกรดพลังเวท

คัดลอกลิงก์แล้ว