- หน้าแรก
- วิถีเทพผู้อัญเชิญปีศาจกับระบบอัปสเตตัสสุดโกง เริ่มต้นจากการอัญเชิญซัคคิวบัส
- ตอนที่ 10 รายงานผลตรวจของอิเลน่า และการมาเยือนของเดวิด
ตอนที่ 10 รายงานผลตรวจของอิเลน่า และการมาเยือนของเดวิด
ตอนที่ 10 รายงานผลตรวจของอิเลน่า และการมาเยือนของเดวิด
ห้องพยาบาลของโรงเรียน
แพทย์หญิงประจำโรงเรียนร่ายเวทมนตร์ สร้างบาเรียแสงสีดำสนิทเพื่อกั้นพื้นที่ แล้วทำการตรวจร่างกายอิเลน่าอยู่ภายในนั้น
ส่วนฉีหลินกับเฝิงเส้าหยวน นั่งรออยู่บนเก้าอี้ด้านนอกอย่างเงียบๆ
"ครูเฝิงครับ อีกสองสามวันผมจะคืนเงินให้นะครับ"
จู่ๆ ฉีหลินก็พูดขึ้น
"ไม่ต้องหรอก" เฝิงเส้าหยวนหันมามองเขา เสียงหัวเราะช่างอ่อนโยน
"ก็แค่ค่าข้าวไม่กี่มื้อเอง บัตรอาหารของครูมีส่วนลดน่ะ ไม่ต้องเก็บไปใส่ใจหรอก ถือซะว่า... อืม... ถือซะว่าข้าวไม่กี่มื้อนั้น เป็นของขวัญแสดงความยินดีจากครูละกัน ยินดีด้วยนะ ที่ทำพันธสัญญาปีศาจตนแรกสำเร็จแล้ว"
"ขอบคุณครับครู"
ฉีหลินเอ่ยตอบอย่างจริงจัง
ในความทรงจำของร่างเดิม เฝิงเส้าหยวนมักจะรูดบัตรซื้อข้าวให้เขาอยู่บ่อยๆ มันไม่ใช่แค่ "ไม่กี่มื้อ" หรอก แต่มันปาไป "หลายสิบมื้อ" แล้วต่างหาก
"ว่าแต่ ครูจำได้ว่าคะแนนสอบย่อยเดือนก่อน ค่าสถานะความแข็งแกร่งทางจิตของเธอเพิ่งจะ 5 ดาวเองไม่ใช่เหรอ?" เฝิงเส้าหยวนเปลี่ยนเรื่องคุย
"แล้วตอนนี้ล่ะ? ไม่ถึงเดือน พุ่งไป 7 ดาวแล้วเหรอ?"
"ใช่ครับ 7 ดาว" ฉีหลินพยักหน้า
"ผมคิดว่า ร่างกายผมน่าจะเริ่มเข้าสู่วัยเจริญเติบโตแล้วน่ะครับ"
"เยี่ยม เป็นเรื่องดีนะ!" เฝิงเส้าหยวนยิ้มแล้วตบไหล่เขาเบาๆ
ฉีหลินยิ้มตอบ ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ในปีเหนือธรรมชาติที่ 17 ศาสตราจารย์วิกเตอร์แห่งสหพันธ์ได้เสนอทฤษฎีวัยแรกรุ่นแห่งพรสวรรค์ขึ้นเป็นครั้งแรก
ศาสตราจารย์วิกเตอร์เชื่อว่า การเจริญเติบโตของมนุษย์ยุคใหม่แบ่งออกเป็นสองประเภท คือการเจริญเติบโตทางร่างกาย และการเจริญเติบโตทางพรสวรรค์ในการบ่มเพาะ ซึ่งการเจริญเติบโตทางพรสวรรค์จะมาช้ากว่าทางร่างกาย ไม่ว่าชายหรือหญิง มักจะปรากฏในช่วงอายุ 16-20 ปี
ศาสตราจารย์วิกเตอร์เรียกสิ่งนี้ว่า "วัยแรกรุ่นแห่งพรสวรรค์"
พวกไร้พรสวรรค์ก่อนอายุ 16 ปี ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นขยะจริงๆ เสมอไป บางทีพอเข้าสู่วัยแรกรุ่นแห่งพรสวรรค์ปุ๊บ พลังอาจจะระเบิดตู้มต้ามแบบก้าวกระโดดเลยก็ได้
ตอนนี้ฉีหลินอายุ 17 ปี ซึ่งตรงกับช่วงอายุตามทฤษฎีพอดีเป๊ะ
ดังนั้น การที่เขาเก่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากการอัปแต้มสเตตัสของระบบ เขาแค่ใช้ข้ออ้างเรื่องกำลังโตก็สิ้นเรื่อง
ไม่ว่าใครจะถาม เขาก็มีข้ออ้างเดียวคือ: พ่อคนนี้มันอัจฉริยะอยู่แล้วเว้ย แค่เพิ่งจะเริ่มโตเท่านั้นแหละ!
"อีกแค่ครึ่งปีก็จะถึงช่วงสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนะ"
จังหวะนั้นเอง เฝิงเส้าหยวนมองฉีหลินที่อยู่ข้างๆ แล้วเปิดประเด็นใหม่ขึ้นมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย
"เธอเพิ่งจะได้ย้ายเข้ามาเรียนห้องนี้ พูดตามตรงนะ มันค่อนข้างช้าไปหน่อย ถ้าอยากสอบติดมหาวิทยาลัยพลังเหนือธรรมชาติ ช่วงเวลานี้เธอต้องขยันให้มากกว่าคนอื่นเป็นสองเท่านะ"
"พูดถึงเรื่องนี้..."
ฉีหลินตาลุกวาว รีบถามทันที
"ครูเฝิงครับ ผมได้ยินมาว่าครูเย่เซินที่สอนวิชาชีววิทยา เขามักจะรับสมัครผู้ช่วยเพื่อช่วยเพาะพันธุ์แมลงต่างมิติทีละเยอะๆ ใช่ไหมครับ? ผมจำได้ว่าหน้าหนาวปีที่แล้ว เขากับพวกลูกศิษย์เพาะพันธุ์ยุงต่างมิติออกมาตั้งหลายหมื่นตัว ประสบความสำเร็จในการอุดช่องโหว่ที่เมืองรุ่งอรุณไม่มียุงในหน้าหนาว... ไม่ทราบว่าครูพอจะช่วยพูดให้ผมสักหน่อย เพื่อขอโอกาสสัมภาษณ์ได้ไหมครับ?"
นั่นมันยุงที่ไหนกันล่ะ?
มันคือค่าประสบการณ์ (EXP) ต่างหากเว้ย!
ค่าประสบการณ์เป็นหมื่นๆ แต้ม บ้าเอ๊ย เยอะพอให้เขาอัปเลเวลได้ตั้งหลายสิบเลเวลเลยนะ!
"หืม?"
เฝิงเส้าหยวนได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับมึนตึ้บ
"เธออยากไปเป็นผู้ช่วยให้ตาเฒ่าเย่เนี่ยนะ? ทำไมล่ะ? เขาเป็นดรูอิดนะ แต่เธออยู่สายผู้อัญเชิญปีศาจ ไปอยู่กับเขาแล้วจะได้ความรู้นอกตำราอะไรมา? ครูว่านะ ช่วงเวลานี้เธอเอาเวลาไปตั้งใจบ่มเพาะพลังดีกว่า อย่าเพิ่งไปวอกแวกเรื่องอื่นเลย... อ้อ แล้วก็อย่าไปพูดเรื่องยุงต่อหน้าเขาล่ะ เพราะไอ้เรื่องนี้นี่แหละ เขาถึงโดนเทศบาลปรับเงินไปตั้งสามแสนกว่า"
"ผมรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมในห้องทดลองชีววิทยา น่าจะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของพรสวรรค์ของผมได้น่ะครับ"
ฉีหลินตีหน้าขรึม แถสีข้างถลอกปอกเปิกทันที
"ครูจำทฤษฎีวัยแรกรุ่นแห่งพรสวรรค์ของศาสตราจารย์วิกเตอร์ได้ไหมครับ? เขาบอกว่า สถานการณ์เฉพาะเจาะจงบางอย่าง สามารถกระตุ้นสมองของมนุษย์ยุคใหม่ให้ดึงพรสวรรค์ในการฝึกฝนออกมาได้ ผมก็เลยคิดว่า สถานที่ที่มีพืชกับแมลงเยอะๆ แบบนั้นแหละ คือสถานการณ์เฉพาะเจาะจงของผม
เพราะผมจำได้แม่นเลยว่า คืนที่ค่าพลังจิตของผมพุ่งขึ้นไป 6 ดาวน่ะ คือคืนที่ผมสะดุดล้มหัวทิ่มลงไปในพุ่มไม้ริมถนน แล้วพอกลับบ้านคืนนั้นผมก็ทะลวงระดับได้เลย! หลังจากนั้นไม่กี่วันก็ทะลวงระดับรอบสอง ถึงได้กลายเป็น 7 ดาวนี่แหละครับ"
"โอ้?"
เฝิงเส้าหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
"ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ มันก็น่าลองดูนะ... อืม เอาล่ะ เดี๋ยวครูจะหาเวลาไปคุยเรื่องนี้กับตาเฒ่าเย่ให้ เพื่อขอโอกาสให้เธอได้ลองไปสัมภาษณ์ดู"
"ขอบคุณมากครับครูเฝิง!"
ฉีหลินรีบผุดลุกขึ้นขอบคุณทันที
"อย่าเพิ่งรีบขอบคุณเลย" เฝิงเส้าหยวนยิ้ม
"มันก็แค่โอกาสสัมภาษณ์ จะผ่านหรือไม่ผ่านก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอเองนะ แต่ขอเตือนไว้ก่อน ช่วงบ่ายวันนี้มีเรียนวิชาชีววิทยาของตาเฒ่าเย่พอดี ในห้องก็พยายามทำตัวให้โดดเด่นเข้าไว้ล่ะ ไม่แน่ตอนสัมภาษณ์อาจจะได้คะแนนบวกเพิ่มก็ได้"
"รับทราบครับ ผมจะพยา..."
วูบ!
ฉีหลินยังพูดไม่ทันจบ บาเรียสีดำด้านข้างก็ค่อยๆ สลายไป เผยให้เห็นเตียงผู้ป่วยที่มีอิเลน่านอนอยู่บนนั้น โดยมีแพทย์หญิงวัยกลางคนยืนอยู่ข้างๆ
การตรวจร่างกายปีศาจ เสร็จสิ้นแล้ว
"ไม่มีปัญหาอะไรใหญ่โตนักหรอก แค่ขาดสารอาหารนิดหน่อยน่ะ"
แพทย์หญิงเดินไปที่คอมพิวเตอร์กับเครื่องปริ้นเตอร์ เคาะแป้นพิมพ์สองสามที แล้วปริ้นต์ใบรายงานผลการตรวจส่งให้ฉีหลิน
"ครูอัปโหลดข้อมูลเข้าระบบขึ้นทะเบียนปีศาจเรียบร้อยแล้ว นี่ใบรายงานผล ลองอ่านดูนะ เครื่องมือแพทย์ที่นี่อาจจะไม่ละเอียดพอ การประเมินความสามารถอาจจะมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง แต่คงไม่หนีกันเท่าไหร่ อ้อ แล้วก็ ในใบรายงานมีคำแนะนำอยู่สองข้อ เธอต้องจำไว้ให้ขึ้นใจล่ะ"
"ขอบคุณครับครู"
ฉีหลินรับใบรายงานมา แล้วก้มลงอ่าน
——
【นามแฝงปีศาจ: อิเลน่า】
【นามแท้ปีศาจ: ไม่ทราบ】
【เผ่าพันธุ์: ซัคคิวบัส】
【สถานะ: สามัญชน】
【เพศ: หญิง】
【อายุ: 17 ปี (วัยเด็ก)】
【ระดับชีวิต: คลาสหนึ่ง】
【พละกำลัง: คลาสหนึ่ง 3 ดาว】
【ความว่องไว: คลาสหนึ่ง 3 ดาว】
【การป้องกัน: คลาสศูนย์ 8 ดาว】
【ความแข็งแกร่งทางจิต: คลาสหนึ่ง 3 ดาว】
【พลังเวท: คลาสหนึ่ง 5 ดาว】
【คำแนะนำจากแพทย์ 1: ปีศาจตนนี้มีการเจริญเติบโตทางร่างกายไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ค่าพลังป้องกันทางกายภาพค่อนข้างต่ำ สันนิษฐานว่าเกิดจากการขาดสารอาหารเป็นเวลานาน ขอแนะนำให้ผู้อัญเชิญปีศาจจัดเตรียมอาหารให้เพียงพอในระยะนี้ หากได้รับการบำรุงอย่างถูกต้องราวสองถึงสามเดือน ระดับการป้องกันของปีศาจตนนี้น่าจะพัฒนาไปถึงระดับคลาสหนึ่ง 0 ดาวได้】
【คำแนะนำจากแพทย์ 2: ซัคคิวบัสถือเป็นปีศาจประเภทหนึ่ง ไม่ใช่มนุษย์ โปรดอย่ามีเพศสัมพันธ์อย่างไม่เหมาะสมกับเธอเพียงเพราะเห็นแก่รูปร่างหน้าตา หากมีความจำเป็นต้องทำจริงๆ กรุณาป้องกันให้เรียบร้อย แม้ว่ามนุษย์กับซัคคิวบัสจะไม่มีปัญหาเรื่องความต่างสายพันธุ์ในการสืบพันธุ์ แต่ในปัจจุบัน สหพันธ์บลูสตาร์ยังไม่รับรองสถานะพลเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายให้กับลูกครึ่งปีศาจ】
——
"..."
ฉีหลินเกาหัวแกรกๆ
"คำแนะนำข้อสองน่ะ จำให้ขึ้นใจเลยนะ"
เฝิงเส้าหยวนหัวเราะพลางใช้นิ้วเคาะที่ใบรายงานผล ก่อนจะเดินไปทางประตู
"เอาล่ะ พาอิเลน่ากลับไปเรียนได้แล้ว คาบแรกปาเข้าไปครึ่งชั่วโมงแล้วมั้งเนี่ย"
"รับทราบครับ"
ฉีหลินพับใบรายงานผลยัดใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วกวักมือเรียกอิเลน่าที่นั่งอยู่บนเตียง
"มาเถอะ ไปเรียนกัน นี่ไง การไปโรงเรียนที่เธอตั้งตารอ"
"เย้!"
อิเลน่ากระโดดโลดเต้นพุ่งพรวดเข้ามาหา ท่าทางตื่นเต้นจนแพทย์หญิงทนไม่ไหวหลุดขำออกมา
"ยุคนี้ปีศาจยังใฝ่รู้มากกว่าเด็กนักเรียนอย่างพวกเธออีกนะเนี่ย"
"ฮะ ฮะ..."
……
……
ห้อง ม.6/1 หรือที่รู้จักกันในชื่อ ห้องคิง หรือ ห้องเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยพลังเหนือธรรมชาติ
ในโรงเรียนมัธยมรุ่งอรุณที่ 3 นักเรียนชั้น ม.6 ที่มีแววว่าจะสอบติดมหาวิทยาลัยพลังเหนือธรรมชาติได้ จะถูกคัดมาเรียนรวมกันที่ห้องคิงนี้
เท่าที่ฉีหลินรู้ ตอนนี้ห้องคิงมีผู้ใช้พลังเหนือธรรมชาติคลาสหนึ่งรวมเดวิดด้วยก็ 6 คนเข้าไปแล้ว ได้ข่าวว่าหนึ่งในนั้นอายุเพิ่งจะ 16 ปี อ่อนกว่าเขาตั้งปีนึง... ไม่สิ เกือบสองปีเลยต่างหาก เพราะอีกไม่กี่วันฉีหลินก็จะอายุครบ 18 แล้ว
แต่ฉีหลินกลับมองไม่เห็นเจ้า 6 คนที่ว่านี่เลย
พอเขาพาอิเลน่ากลับมาที่ห้อง ถึงได้พบว่าพวกคลาสหนึ่งทั้ง 6 คนไม่ได้อยู่ในห้องเรียน เดาว่าน่าจะโดนเรียกไปติวเข้มแยกต่างหาก
ครูสอนวิชาภาษาที่กำลังสอนอยู่หยุดชะงัก แล้วยิ้มกว้างเชิญให้ทั้งคู่ขึ้นไปแนะนำตัวง่ายๆ หน้าชั้นเรียน
"ผมชื่อฉีหลิน งานอดิเรกคือ... เอ้อ ชอบเล่นบาสครับ"
"ฉันชื่ออิเลน่า สิ่งที่ชอบคือ การกินข้าว"
"ฮ่าๆๆๆ!"
การแนะนำตัวของฉีหลินนั้นธรรมดาจืดชืด แต่พอตาอิเลน่าพูดประโยคนี้ออกมา ทั้งห้องก็ฮากระจาย นักเรียนกว่าสามสิบคนพากันขำกลิ้ง บรรยากาศในห้องเรียนเปลี่ยนเป็นครึกครื้นขึ้นมาทันตาเห็น
ส่วนอิเลน่ากลับยืนงงเป็นไก่ตาแตก
เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด ว่าทำไมพอเธอบอกว่าชอบกินข้าว เจ้าพวกมนุษย์ถึงต้องพากันหัวเราะด้วยล่ะ หรือว่าเจ้าพวกนี้ไม่ชอบกินข้าวกันหรือไง?
"ดูหน้าเอ๋อๆ ของเธอสิ น่ารักชะมัดเลย! อ๊าย!!"
"สรุปว่าเมื่อคืนเธอฉีกยิ้มไปพลาง หักแขนพวกนักเลงไปสี่สิบกว่าคนจริงๆ เหรอวะ?"
"ไม่ใช่สามสิบกว่าคนเหรอ?"
"หกสิบไม่ใช่เรอะ?!"
"ข่าวลือ ชัวร์ป้าบว่านั่นต้องเป็นข่าวลือมั่วซั่วแน่ๆ ซัคคิวบัสสาวสวยน่ารักออกขนาดนี้ จะไปทำตัวโหดเหี้ยมแบบที่คนเขาลือกันได้ยังไง"
"นั่นสิๆ นายดูตากลมโตใสปิ๊งของเธอสิ ขาวโบ๊ะสวยหยาดเยิ้มซะขนาดนั้น... แค่ก!"
"เหอะ เจ้าพวกนั้นก็แค่อิจฉาที่อิเลน่าหน้าตาสวยล่ะสิไม่ว่า"
"อิเลน่า! มานี่มา! มานั่งข้างๆ ฉันสิ ตรงนี้ว่างอยู่นะ!"
"..."
เพื่อนร่วมชั้นไม่ว่าชายหรือหญิง ต่างพากันส่งเสียงเชิญชวนอิเลน่า ทิ้งข่าวลือสยองขวัญก่อนหน้านี้ไปซะหมดจด
หน้าตาดีคือความถูกต้องงั้นสิ?
ก็ใช่นะ แต่มันก็ไม่ใช่ซะทีเดียวหรอก
พรสวรรค์อย่างหนึ่งของซัคคิวบัสก็คือ การทำให้สิ่งมีชีวิตอื่นเกิดความรู้สึกดีๆ ต่อตนเองโดยไม่รู้ตัว นักเรียนระดับคลาสศูนย์พวกนี้ พอมาอยู่ในระยะประชิดแบบนี้ มีหรือจะต้านทานเสน่ห์อันเย้ายวนของอิเลน่าได้
"เงียบหน่อย!! ฉีหลิน อิเลน่า พวกเธอสองคนนั่งด้วยกันนะ ไปนั่งแถวหลังสุดของกลุ่มแรกก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูค่อยจัดที่นั่งให้ใหม่"
"ครับครู"
ภายใต้คำสั่งของครูสอนภาษา ฉีหลินและอิเลน่าก็เดินไปนั่งประจำที่
อิเลน่ายังไม่มีหนังสือ เลยต้องดูเล่มเดียวกับฉีหลินไปก่อน
พอครูเคาะกระดานดำสองสามที ความสงบก็กลับคืนสู่ห้องเรียน ทุกคนเริ่มเรียนกันต่อ แต่ส่วนใหญ่ดูจะไม่ค่อยมีกะจิตกะใจจะเรียนเท่าไหร่นัก ก็อย่างว่าแหละ ในยุคสมัยนี้ วิชาภาษามีแรงดึงดูดใจวัยรุ่นน้อยกว่าวิชาภาษาต่างดาวจากต่างมิติซะอีก
แต่อิเลน่ากลับตั้งใจเรียนแบบสุดๆ ยกมือตอบคำถามตั้งหลายรอบ ถึงจะตอบผิดหมดทุกข้อก็เถอะ แต่ก็ยังได้รับคำชมชุดใหญ่จากครูอยู่ดี
จนท้ายที่สุด ฉีหลินก็ยกหนังสือให้เธอไปเลย ส่วนตัวเองฟุบหน้าลงกับโต๊ะนั่งเล่นวงเวียนแก้เซ็ง...
กริ๊งงงง!
"เลิกเรียนได้"
"ขอบคุณครับ/ค่ะ คุณครู—"
"อิเลน่า!!"
"ฉันขอเรียกเธอว่านาน่าได้ไหม?"
"ผมสีชมพูของเธอนี่สีธรรมชาติหรือว่าย้อมมาอ่า?!"
พอถึงเวลาพัก เพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่ก็กรูกันเข้ามาล้อมวงฉีหลินกับอิเลน่า ยิงคำถามใส่ไม่ยั้ง
แน่ล่ะว่าเป้าหมายหลักคือการเข้ามาคุยกับอิเลน่า ส่วนฉีหลินน่ะเป็นแค่ของแถม
เขาเลยขี้เกียจจะไปสุงสิงสานสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมชั้น ปล่อยให้อิเลน่านั่งเป็นจุดสนใจอยู่ตรงนั้น แล้วตัวเองก็เดินออกมานอกห้องเรียน ยืนพิงระเบียงมองลงมาจากมุมสูง ดูพวกนักเรียนเตะบอลเล่นบาสอยู่ที่สนามด้านล่าง
โรงเรียนมัธยมรุ่งอรุณที่ 3 ไม่มีกิจกรรมเข้าแถวเคารพธงชาติหรือเต้นแอโรบิกตอนเช้าอะไรเทือกนั้นหรอก ของพรรค์นั้นสหพันธ์สั่งยกเลิกไปตั้งสิบกว่าปีแล้ว
"อรุณสวัสดิ์ ยินดีต้อนรับสู่ห้องคิงนะ"
จู่ๆ ร่างสูงใหญ่กำยำก็เดินมายืนประกบข้างฉีหลิน แล้วเท้าแขนพิงระเบียงอยู่ข้างๆ เขา
ฉีหลินเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย
หมอนี่เป็นชายหนุ่มชาวตะวันตกที่สูงถึงสองเมตร หน้าตาหล่อเหลา เบ้าตาลึก จมูกโด่งเป็นสัน ชุดนักเรียนที่ใส่อยู่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นไซส์ใหญ่พิเศษ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังปิดบังมัดกล้ามล่ำบึ้กที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้าไม่มิด
"กอร์ดอน เดวิด?"
ฉีหลินเอ่ยถาม
"ฉันเอง"
เดวิดพยักหน้าเบาๆ