- หน้าแรก
- วิถีเทพผู้อัญเชิญปีศาจกับระบบอัปสเตตัสสุดโกง เริ่มต้นจากการอัญเชิญซัคคิวบัส
- ตอนที่ 4 ทำไมถึงเป็นซัคคิวบัสอีกล่ะเนี่ย?
ตอนที่ 4 ทำไมถึงเป็นซัคคิวบัสอีกล่ะเนี่ย?
ตอนที่ 4 ทำไมถึงเป็นซัคคิวบัสอีกล่ะเนี่ย?
ในห้องใต้ดิน ฉีหลินมองวงเวทสีม่วงตรงปลายเท้าพลางครุ่นคิด
การอัญเชิญปีศาจต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษมั้ยนะ?
ต้องสิ
ถ้าคุณรวยล้นฟ้า คุณก็สามารถซื้อวัตถุดิบหายากมาทำการอัญเชิญแบบเจาะจงได้ อยากได้ปีศาจชนิดไหนก็จัดไปเลย
แต่น่าเสียดาย ฉีหลินมันจนกรอบเป็นยาจก
ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่อัญเชิญแบบสุ่มเท่านั้น
และในปัจจุบันซึ่งเป็นปีที่ 30 แห่งยุคเหนือธรรมชาติ วัตถุดิบสำหรับวาดวงเวทอัญเชิญปีศาจแบบสุ่มไม่ได้แพงอะไรเลย เรียกว่าถูกแสนถูกด้วยซ้ำ แค่ใช้เงินร้อยกว่าหยวนไปซื้อน้ำยาพิเศษมาวาดภาพวงเวทก็จบเรื่อง แถมตราบใดที่น้ำยายังไม่เสื่อมสภาพหรือถูกเช็ดออก วงเวทอัญเชิญแบบสุ่มนี้ก็สามารถใช้งานซ้ำได้หลายครั้ง
วงเวทที่ร่างเดิมวาดไว้เพิ่งจะเมื่อคืนนี้เอง กว่าน้ำยาจะหมดอายุก็อีกนาน
เพราะงั้น ตอนนี้ฉีหลินแค่ต้องปล่อยพลังจิต ท่องคาถาสักประโยค ก็สามารถเปิดใช้งานวงเวทและเริ่มอัญเชิญปีศาจได้เลย
ความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้อัญเชิญปีศาจ มีชื่อว่า—ปีศาจประทับร่าง!
ก็ตามชื่อเลย คือการให้ปีศาจเข้ามาสิงสถิตในร่างกาย แล้วดึงเอาพลังของปีศาจตนนั้นมาใช้งาน
ในคลาสศูนย์ ผู้อัญเชิญปีศาจที่ถูกปีศาจประทับร่างนั้น เรียกได้ว่าแทบจะไร้เทียมทาน
เพราะต่อให้เป็นปีศาจที่อ่อนแอที่สุด ระดับชีวิตของพวกมันก็คือคลาสหนึ่ง
ผู้อัญเชิญปีศาจที่มีปีศาจคลาสหนึ่งประทับร่าง ถ้าจะไปอัดพวกผู้ใช้พลังคลาสศูนย์ มันก็เหมือนเอาผู้ใหญ่ไปรังแกเด็กนั่นแหละ!
พูดง่ายๆ ก็คือ ขอแค่ฉีหลินทำพันธสัญญากับปีศาจสำเร็จสักตน เขาก็สามารถซ้อมไอ้โทมัสคลาสศูนย์ได้อย่างชิลๆ เอาคืนหมัดที่โดนชกเมื่อหัวค่ำได้สบาย—ก็บอกแล้วไง ว่าเขาน่ะไม่ชอบเก็บความแค้นไว้ข้ามคืน!
"คู, ติโม..."
ฉีหลินยืนอยู่หน้าวงเวท สายตาจับจ้องไปที่ใจกลางวงเวทเขม็ง แล้วเริ่มเปล่งเสียงอ่านพยางค์ที่ฟังดูซับซ้อนเข้าใจยากออกมา "เลได, ชี, ลารอส, ไคอา..."
นี่คือภาษาปีศาจ
ภาษาปีศาจที่แท้จริง มีเพียงเผ่าพันธุ์ปีศาจเท่านั้นที่ออกเสียงได้ ด้วยอวัยวะรับเสียงของมนุษย์ ทำได้แค่เลียนแบบให้ใกล้เคียงที่สุดเท่านั้น แต่สำหรับการอัญเชิญปีศาจ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
"วิ้งง!"
เมื่อฉีหลินร่ายคาถาไปเรื่อยๆ วงเวทก็ค่อยๆ เปล่งแสงสีม่วงสว่างวาบขึ้นมา สว่างบ้างมืดบ้างสลับกันไป
เขาใช้เวลาร่ายคาถาท่อนนี้อยู่นานถึงสามนาทีเต็ม
ในที่สุด,
"ตูม!"
แสงสีม่วงระเบิดออกอย่างรุนแรง พร้อมกับคลื่นกระแทกที่ซัดเอาฉีหลินกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เสียหลักล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น
"ชิ ซาคุ..."
ท่ามกลางแสงสีม่วงที่สาดส่องจากวงเวทอัญเชิญ มีเสียงเด็กสาวที่เต็มไปด้วยความรังเกียจค่อยๆ ดังลอดออกมา
ฉีหลินพอจะฟังออกคร่าวๆ
คำว่า ซาคุ เป็นคำที่มีหลายความหมายในภาษาปีศาจ แต่ในบริบทนี้ มันแปลว่า สวะ, ขยะ, หรือ ไอ้ไร้ประโยชน์ อะไรเทือกนั้น
สรุปคือเขาโดนดูถูกงั้นสิ?
ฉีหลินนั่งอยู่บนพื้น เงยหน้ามองไปทางวงเวท
ทันใดนั้น ท่ามกลางแสงสีม่วงอันเข้มข้น ก็มีเท้าเปล่าขาวเนียนของมนุษย์ยื่นออกมา แล้วฟาด "แปะ" เข้าที่หน้าเขาเต็มๆ ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
"แกคิดจะมองหน้าฉันตรงๆ งั้นเหรอ? ใครอนุญาตให้ทำแบบนั้นฮะ? ชิ ไอ้มนุษย์อ่อนแอ"
คราวนี้เธอพูดภาษามนุษย์แฮะ แถมยังเป็นภาษาของสหพันธ์บลูสตาร์ซะด้วย
วงเวทอัญเชิญที่ฉีหลินใช้อยู่ เป็นผลงานออริจินัลที่ชาวบลูสตาร์คิดค้นขึ้นมาเอง หนึ่งในฟังก์ชันของมันก็คือ แปลภาษา ปีศาจที่ถูกอัญเชิญมาจะเรียนรู้ภาษาสหพันธ์ได้โดยอัตโนมัติ ไม่อย่างนั้นทั้งสองฝ่ายคงคุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องทำพันธสัญญาหรอก
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น
ประเด็นคือตอนนี้ฉีหลินกำลังโดนตีนลูบหน้าอยู่ต่างหาก
เขาคิดว่าตัวเองควรจะโกรธสิ แต่มันกลับโกรธไม่ลงแฮะ
เพราะไอ้เท้าข้างนี้... เอิ่ม เขาไม่ได้มีรสนิยมแปลกประหลาดอะไรหรอกนะ ชาติก่อนก็ไม่มี ชาตินี้ก็ยิ่งไม่มีใหญ่ แต่... แต่มันไม่รู้เป็นบ้าอะไร เขากลับรู้สึกว่าไอ้เท้าข้างนี้... ทำไมมันหอมจังวะ แม่งเอ๊ย!
นี่มันต้องเป็นเวทมนตร์แน่ๆ!
เป็นวิชาชั่วร้ายของซัคคิวบัส! มันบิดเบือนการรับรู้กลิ่นของเขา ใช่! ต้องเป็นแบบนี้แหละ!
ใช่แล้ว ซัคคิวบัส
ฉีหลินแทบไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเลย
ในบรรดาเผ่าพันธุ์ปีศาจ พวกที่มีโครงสร้างเท้าเหมือนมนุษย์มีอยู่แค่น้อยนิด และในบรรดาพวกนั้น พวกที่ผู้อัญเชิญคลาสศูนย์สามารถเรียกออกมาได้ ก็มีแค่ซัคคิวบัสเพียงเผ่าเดียว
ผลลัพธ์มันชัดเจนสุดๆ
เมื่อคืนร่างเดิมอัญเชิญซัคคิวบัสออกมาได้ตัวนึง
และคืนนี้ เขาก็ดันอัญเชิญซัคคิวบัสออกมาได้อีกตัวนึง
แต่น่าจะไม่ใช่ตัวเดียวกันหรอกนะ เพราะซัคคิวบัสตัวเมื่อคืนมีท่อนล่างเป็นกีบเท้าแพะ ซึ่งเป็นหนึ่งในเผ่าย่อยของซัคคิวบัส ส่วนตัวที่อยู่ตรงหน้าเขานี่มันคนละเผ่าย่อยกัน
ระบบเผ่าพันธุ์ของปีศาจมันซับซ้อนมาก แต่ละเผ่าก็มีสายแยกย่อยออกไปอีกเพียบ อย่างซัคคิวบัสก็มีหลายแบบ มีทั้งแบบมนุษย์ร้อยเปอร์เซ็นต์, แบบหัวแพะตัวคน, แบบตัวคนตีนแพะ... และอีกสารพัดรูปแบบ ถ้าจะให้ศึกษากันจริงๆ จังๆ คงต้องไปเรียนกันในระดับมหาลัยนู่นแหละ
"……"
ในที่สุด ตีนน้อยๆ ที่แปะอยู่บนหน้าฉีหลินก็ถูกดึงกลับไป
ฉีหลินจึงได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของซัคคิวบัสตนนี้
เธอเป็นเด็กสาวผมยาวที่เปลือยเปล่าไร้เสื้อผ้าเบิ้มมาก แถมยังเต่งตึงสุดๆ ตามสายตาที่ฉีหลินกะเอา คร่าวๆ ก็น่าจะคัพ D หรือไม่ก็ E นู่นเลย
หน้าตาของเธอจิ้มลิ้มพริ้มเพรา สวยซะจนแทบจะหาคำมาบรรยายไม่ได้... อื้ม ทั้งใหญ่ทั้งสวย พวกซัคคิวบัสก็มักจะเป็นแบบนี้แหละ
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าของพวกนี้ก็คือ บนหัวของเธอมีเขาสีม่วงดำรูปทรงคล้ายเขาแกะม้วนอยู่ ผมยาวสีชมพูสลวยถึงเอว นัยน์ตาสีชมพูอมม่วง ส่วนสูงน่าจะประมาณร้อยหกสิบแปดเซนติเมตร และที่บั้นท้ายก็มีหางสีดำเรียวยาวแกว่งไปมา
ฉีหลินใช้ความรู้เรื่องปีศาจในความทรงจำ ประเมินซัคคิวบัสตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
ไม่มีเสื้อผ้า ไม่มีรองเท้า
—น่าจะเป็นซัคคิวบัสระดับชาวบ้าน ฐานะไม่ค่อยดี พวกซัคคิวบัสที่มีฐานะเขาใส่เสื้อผ้ากันทั้งนั้น ส่วนพวกชนชั้นสูงยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีชุดเกราะปีศาจสั่งทำพิเศษเลยทีเดียว
รูปร่างเหมือนมนุษย์ทุกประการ มีหางเรียวยาวสีม่วงดำงอกออกมาจากกระดูกก้นกบ ปลายหางเป็นรูปหัวใจ แต่ไม่มีปีก
—ฟันธงว่าเป็นชาวบ้านชัวร์ เพราะพวกชนชั้นสูงมักจะมีปีกกันทั้งนั้น
ลวดลายบริเวณหน้าท้องหม่นหมองไร้ประกาย
—ยังซิง สำหรับมาตรฐานของซัคคิวบัสแล้ว ถือว่าแรร์ไอเทมเลยนะเนี่ย
สรุป: ซัคคิวบัสน้อยธรรมดาๆ ตนหนึ่ง
แต่ก็นะ ต่อให้เป็นซัคคิวบัสธรรมดาๆ เธอก็ยังถูกจัดอยู่ในระดับ "ปีศาจชั้นสูง" มีสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์ และมีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก ถ้าผู้อัญเชิญปีศาจคลาสศูนย์คนไหนทำพันธสัญญากับซัคคิวบัสได้ล่ะก็ เพื่อนร่วมอาชีพคงได้อิจฉาตาร้อนจนแทบคลั่งตาย
"นี่!"
จังหวะนั้น ซัคคิวบัสน้อยเห็นฉีหลินเอาแต่จ้องเธออยู่นาน ก็เลยย่นจมูกเล็กๆ อย่างไม่สบอารมณ์
"พูดภาษาปีศาจเป็นป่าวเนี่ย?!"
"เอ่อ..."
ฉีหลินลุกขึ้นยืน พยายามเรียบเรียงคำพูดในหัว
"ดา... ดาไลยา... คู..."
"หยุดๆๆ! แกหุบปากไปเลยไป! พูดภาษามนุษย์นั่นแหละ!"
ซัคคิวบัสน้อยทำหน้าเหยเก เหมือนมนุษย์ที่ได้ยินเสียงเล็บขูดกระดานดำยังไงยังงั้น
"โอเค"
ฉีหลินเห็นแบบนั้นก็เลยกลับมาพูดภาษาสหพันธ์
"ฉันไม่สัมผัสได้ถึงแรงสะท้อนกลับของพลังจิตเลย นั่นก็แปลว่าเธอไม่ได้ต่อต้านการอัญเชิญของฉัน แถมฉันเดาว่า... เธอไม่ได้แค่ไม่ต่อต้านนะ แต่จงใจตอบรับการอัญเชิญซะด้วยซ้ำใช่มั้ยล่ะ?"
"ใช่"
ซัคคิวบัสน้อยดูหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย เธอยกแขนขึ้นกอดอก ดันเนินเนื้อให้เบียดกันจนเกิดส่วนโค้งเว้าเย้ายวน
"ฉันถูกเผ่าไล่ออกมาน่ะ ซัคคิวบัสที่ยังไม่โตเต็มวัยอย่างฉันแทบไม่มีทางเอาชีวิตรอดในดินแดนรกร้างได้เลย ฉันก็เลยต้องหนีมาที่โลกมนุษย์เพื่อเอาชีวิตรอด พอดีสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังอัญเชิญปีศาจอยู่ ฉันก็เลยถือโอกาสตามน้ำมานี่แหละ"
"ทำไมเธอถึงถูกไล่ออกมาล่ะ?"
ฉีหลินใจแป้ว หรือว่าเขาดันไปอัญเชิญอาชญากรปีศาจมาซะแล้ววะ?
"ก็เพราะฉันกินเยอะเกินไปน่ะสิ"
พอได้ยินคำถามนี้ ซัคคิวบัสน้อยก็ยิ่งหงุดหงิดหนักกว่าเดิม เธอยกมือกุมหัวด้วยความปวดใจ แล้วนั่งยองๆ ลงไปกับพื้น
"ฉันตัวเดียวแต่ดันแดกข้าวเท่ากับปีศาจห้าตัว หัวหน้าเผ่าบอกว่าเลี้ยงฉันไม่ไหวแล้ว เลยไล่ให้ฉันออกมาหาอะไรกินเอง..."
ฉีหลินถึงกับเหวอ
แต่พอลองคิดดูดีๆ มันก็สมเหตุสมผลอยู่แฮะ
ในหนังสือบอกไว้ว่า โลกที่พวกปีศาจอาศัยอยู่นั้นเรียกว่า "ขุมนรก" สภาพแวดล้อมโหดร้าย อาหารการกินขาดแคลน ถ้ามีพวกกินจุโผล่มาในเผ่าเล็กๆ ที่อ่อนแอ การจะอัปเปหิเจ้านั่นออกไปก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เมกเซนส์สุดๆ
ความจริงนี่ก็คือเหตุผลที่ปีศาจหลายตนเลือกมาทำพันธสัญญากับมนุษย์นั่นแหละ
ถาม: ทำไมถึงมาโลกมนุษย์?
ตอบ: มาหาข้าวกินไงล่ะ
"ถ้างั้น มาทำพันธสัญญากับฉันสิ!"
ฉีหลินยื่นมือขวาออกไป ยิ้มให้ซัคคิวบัสน้อยตรงหน้า
"ฉันชื่อฉีหลิน! มาอยู่กับฉัน รับรองว่าตั้งแต่นี้ไปมีกินมีใช้ไม่อดอยาก! อยากจะกินเยอะแค่ไหนก็จัดไปเลย!"
"……"
ซัคคิวบัสน้อยทำหน้าฉงนสงสัย แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมา
"เฮ้อ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกปีศาจเถื่อนนั่นมาดักอยู่หน้าถ้ำฉันล่ะก็ ฉันคงกลับไปเลือกเจ้านายใหม่ดีๆ กว่านี้แล้วล่ะ ดูบ้านซอมซ่อของแกสิ ทั้งชื้นทั้งเหม็น มองปร๊าดเดียวก็รู้ว่าจนกรอบ แต่ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ สถานการณ์มันบังคับนี่นา"
พูดจบ เธอก็ลุกขึ้นยืน จ้องมองฉีหลินด้วยสายตาจริงจัง แล้วเอ่ยเป็นภาษาปีศาจ
"ดาริยากูดามู, อิเลน่า!"
—นามของข้าในตอนนี้คือ, อิเลน่า!
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ชื่อจริง
ชื่อจริงของปีศาจมีความสำคัญมากและยาวเหยียดสุดๆ ถ้าอยากได้ชื่อจริงของปีศาจ ก็ต้องใช้ใจแลกใจ ทำให้ปีศาจตนนั้นจงรักภักดีหรือหลงรักคุณจากใจจริงให้ได้เสียก่อน
โดยปกติแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างผู้อัญเชิญกับปีศาจก็ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเจ้านายกับลูกน้องหรอก แต่เป็นความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าฝ่ายไหนเกิดไม่พอใจขึ้นมา ก็สามารถยกเลิกพันธสัญญาได้ทุกเมื่อ
และเมื่อพันธสัญญาถูกยกเลิก ปีศาจก็จะถูกบังคับส่งตัวกลับขุมนรกทันที ในขณะเดียวกันผู้อัญเชิญก็จะต้องรับผลกระทบทางจิตใจในระดับหนึ่งด้วย
"เริ่มล่ะนะ อย่าร้องโอดโอยซะล่ะ"
จังหวะนั้น ซัคคิวบัสน้อยอิเลน่าก็ตวัดหางรูปหัวใจของเธอ เข้ามาพันรัดกับมือขวาของฉีหลินแน่นหนา
"ซี๊ดด!"
ควันจางๆ ลอยขึ้นมาจากหลังมือขวาของฉีหลิน รอยประทับรูปทรงคล้ายสัญลักษณ์ 【§】 ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาอย่างช้าๆ
รอยประทับเสร็จสมบูรณ์ พันธสัญญาเป็นอันเสร็จสิ้น!
เมื่อถึงจุดนี้ แสงสีม่วงจากวงเวทอัญเชิญก็ค่อยๆ จางหายไป และดับลงอย่างสมบูรณ์
"ฉันจะกินข้าว!"
อิเลน่าดึงหางกลับ ยกแขนขึ้นกอดอก แล้วพูดกับฉีหลินด้วยน้ำเสียงจริงจังขึงขัง
"ได้สิ"
ฉีหลินพยักหน้าเบาๆ "รอกินข้าวเสร็จแล้ว ไปหาใครบางคนเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ"
"โห?"
อิเลน่าเลิกคิ้ว มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอยากลองของ
"มนุษย์... ฉันสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของแก มันเหมือนจะเป็นความโกรธใช่มั้ย? น่าสนใจดีนี่ แกจะไปหาเรื่องวิวาท? หรือจะไปฆ่าฟันล่ะ?"
"ช่างเถอะ ยังไงก็ได้ ขอแค่กินอิ่ม หลังจากนั้นฉันลุยเป็นเพื่อนแกเอง!"