- หน้าแรก
- อยากตายใจจะขาด แต่สวรรค์ดันให้ข้าเป็นจักรพรรดิเซียน
- บทที่ 14 - หลินเนี่ยนเจวี๋ยผู้เปี่ยมความมั่นใจ
บทที่ 14 - หลินเนี่ยนเจวี๋ยผู้เปี่ยมความมั่นใจ
บทที่ 14 - หลินเนี่ยนเจวี๋ยผู้เปี่ยมความมั่นใจ
บทที่ 14 - หลินเนี่ยนเจวี๋ยผู้เปี่ยมความมั่นใจ
"ได้ยินมาว่าหลินเทียนอี้เหมือนจะบรรลุระดับผสานกายาแล้วนะ"
"ไม่ใช่แค่ระดับผสานกายานะ แต่ยังหยั่งรู้เจตจำนงกระบี่ที่แท้จริงได้ด้วย!"
"จริงหรือนี่?"
"ข้าเห็นมากับตาตัวเองเลยเชียวล่ะ ดูท่าสำนักเต๋าสวรรค์ตอนนี้ คงจะก้าวขึ้นมาเป็นขุมกำลังอันดับหนึ่งได้แล้วล่ะ"
"..."
ผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มีเพียงคนส่วนน้อยที่ได้เห็นกับตา แต่หลังจากข่าวแพร่ออกไปเมื่อเช้านี้ แทบทุกสำนักใหญ่ต่างก็ได้ยินข่าวนี้กันถ้วนหน้า
ถ้าเป็นแค่ผู้ที่เพิ่งบรรลุระดับผสานกายา พวกเขาอาจจะไม่หวาดกลัวเท่าไหร่นัก
แต่ถ้าเป็นผู้ที่อยู่ในระดับผสานกายาและหยั่งรู้เจตจำนงกระบี่ที่แท้จริงได้ พวกเขาก็ต้องชั่งน้ำหนักฝีมือของตัวเองดูหน่อยแล้ว
และวันนี้เอง ที่พวกเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า สำนักเต๋าสวรรค์ แท้จริงแล้วก็คือสำนักผู้ฝึกกระบี่
"เอ๊ะ? แปลกจัง ทำไมข้างหลังหลินเทียนอี้ถึงพาไอ้หนุ่มที่เพิ่งจะรวบรวมลมปราณมาด้วยล่ะ"
ตอนนั้นเอง ก็มีคนสังเกตเห็นการดำรงอยู่ของเจียงหมิง
ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจเจียงหมิงเท่าไหร่นัก เพราะเจียงหมิงแทบไม่มีบทบาทอะไร แถมยังดูอายุน้อยมากๆ จึงไม่รู้สึกว่าแปลกอะไร แต่พอมองดูตอนนี้ ท่ามกลางยอดฝีมือระดับแปลงวิญญาณตั้งมากมาย จู่ๆ ก็มีระดับรวบรวมลมปราณโผล่มาคนหนึ่ง
มันดูขัดหูขัดตาชะมัด
ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ ไม่มีใครเข้าใจเลยว่าในใจหลินเทียนอี้กำลังคิดอะไรอยู่
ต่อให้พาศิษย์ออกมาเปิดหูเปิดตา ก็ไม่น่าจะพาคนที่ฝีมืออ่อนหัดขนาดนี้มาด้วยไม่ใช่หรือ?
เมื่อเห็นสายตาของทุกคน หลินเทียนอี้ก็ส่ายหน้ายิ้มขื่น
ระดับพลังของเจียงหมิงนั้นประหลาดจริงๆ
ตามหลักแล้ว เมื่อฝึกตนจนถึงระดับหนึ่ง จุดตันเถียนก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามระดับพลังที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นความผันผวนของพลังปราณที่แผ่ออกมาจึงสามารถบอกระดับพลังของคนผู้นั้นได้
แต่เจียงหมิงมีพลังแข็งแกร่งขนาดนั้นแท้ๆ กลับสามารถเก็บซ่อนพลังปราณและกดเอาไว้ให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดได้ นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเคยเห็นมาทั้งชีวิต
แต่ในใจเขาคิดว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
อย่างน้อยพวกคนพวกนี้ก็ไม่มีใครรู้ ว่าสำนักเต๋าสวรรค์แท้จริงแล้วยังมีไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุดซ่อนอยู่อีกใบ
เมื่อผู้คนพากันขึ้นมาบนเกาะลอยฟ้าครบแล้ว เจ้าสำนักแสวงมรรคในตอนนี้ ก็ค่อยๆ เดินมาหยุดอยู่ตรงกลางลานกว้าง
หลินเนี่ยนเจวี๋ยเอามือไพล่หลัง มีผู้อาวุโสที่เก่งกาจที่สุดของสำนักแสวงมรรคสองคนยืนขนาบข้างซ้ายขวา
ทั้งสามคนปรากฏตัวขึ้น ล้วนอยู่ในระดับผสานกายาทั้งสิ้น!
เมื่อทุกคนเห็นพวกเขาทั้งสามคน ต่างก็มีกำลังใจฮึกเหิมขึ้นมาทันที
ขุมกำลังระดับนี้ที่แสดงให้เห็นอย่างเปิดเผย ทั่วทั้งทวีปนภาคราม มีเพียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้น
เวลานี้ หลินเนี่ยนเจวี๋ยเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า "ขอต้อนรับท่านเจ้าสำนักทุกท่านสู่สำนักแสวงมรรคของเรา ผ่านมาหลายปี คิดว่าทุกท่านคงมีระดับพลังที่ก้าวหน้าขึ้น นี่ก็คือจุดประสงค์ของงานชุมนุมวิถีเต๋าที่เราจัดขึ้นมาหลายปี และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่หลายปีมานี้ทุกท่านให้เกียรติมาร่วมงานเสมอมา"
"วันนี้ ข้าหลินเนี่ยนเจวี๋ยขอขอบคุณทุกท่านจากใจจริง"
พูดจบ หลินเนี่ยนเจวี๋ยก็ประสานมือคารวะทุกคนรอบด้านอย่างนอบน้อม
เมื่อเห็นดังนั้น บรรดาเจ้าสำนักก็ประสานมือตอบตามมารยาท
หลินเนี่ยนเจวี๋ยกล่าวต่อ "คิดว่าทุกท่านคงทราบเรื่องที่เกิดปรากฏการณ์แห่งวิถีสวรรค์ที่แคว้นเพลิงอมตะทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ ข้าน้อยไร้ความสามารถ จนถึงวันนี้ก็มีเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์อยู่ในมือเพียงสองแผ่นเท่านั้น"
"ตามที่ข้ารู้มา เศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์มีทั้งหมดเก้าแผ่น หากรวบรวมครบทั้งหมด อาจจะได้ล่วงรู้ข้อมูลเกี่ยวกับวิถีสวรรค์"
"สามพันปีมานี้ ทวีปนภาครามของเราไม่มีผู้ใดที่บรรลุเป็นเซียนได้เลย สาเหตุเบื้องลึกนั้น แม้เราจะจัดงานชุมนุมวิถีเต๋ามาเกือบพันปีก็ยังไม่ล่วงรู้ถึงที่มาที่ไป บัดนี้ การปรากฏขึ้นของเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์ อาจจะเป็นสิ่งที่จะมาทำลายสถานการณ์เช่นนี้ลงได้ ดังนั้น ข้าในนามของสำนักแสวงมรรคทั้งสำนัก ขอบังอาจขอให้สหายที่ครอบครองเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์ โปรดมอบให้ข้า เพื่อไขความลับของเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์ต่อหน้าทุกท่านด้วยเถิด"
พูดจบ หลินเนี่ยนเจวี๋ยก็กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างเย่อหยิ่ง
เมื่อได้ยินประโยคนี้ สำนักที่ไม่มีเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์ก็ไม่รู้สึกอะไร
ส่วนสำนักที่มีเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์ ต่างก็มีจิตสังหารปรากฏขึ้นในดวงตา!
"เศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์พวกเราหามาด้วยความยากลำบาก จะยอมยกให้เจ้าง่ายๆ ได้ยังไง?! แล้วพวกเราจะรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริงหรือเท็จ เกิดเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์นั่นเป็นคัมภีร์สืบทอดวิถีสวรรค์ พวกเรามิขาดทุนย่อยยับหรอกหรือ!"
เจ้าสำนักดาราสวรรค์ลุกพรวดขึ้นมา ชี้หน้าด่าหลินเนี่ยนเจวี๋ย
"ทุกท่านอย่าหลงเชื่อคำพูดของเจ้านี่เด็ดขาด พลังงานที่แฝงอยู่ในเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์นั้นไม่ธรรมดา ตอนนี้พวกเรายังรักษาสมดุลกันไว้ได้ แต่ถ้ามีคนได้คัมภีร์สืบทอดวิถีสวรรค์ไป ทั่วทั้งทวีปนภาคราม คงตกอยู่ในกำมือของมันแต่เพียงผู้เดียว!"
"หลินเนี่ยนเจวี๋ย เจ้าช่างมักมากนักนะ!"
น้ำเสียงของเจ้าสำนักดาราสวรรค์ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงใจเลยแม้แต่น้อย ทุกถ้อยคำล้วนบีบคั้นกดดัน
เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าสำนักดาราสวรรค์ สำนักต่างๆ ที่มีเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์อยู่ในมือต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา
กลับเป็นหลินเทียนอี้ที่ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรมากนัก
เพราะสิ่งที่หลินเนี่ยนเจวี๋ยพูด แทบไม่ต่างจากข้อมูลที่เจียงหมิงบอกพวกเขาเลย
แต่ทำไมหลินเนี่ยนเจวี๋ยถึงรู้ล่ะ?
พวกเขาหันไปมองเจียงหมิง
เวลานี้เจียงหมิงไม่มีท่าทีว่าจะตอบคำถาม ทำเพียงแค่จ้องมองหลินเนี่ยนเจวี๋ยเงียบๆ ไม่ได้ทำอะไร
ตอนนั้นเอง หลินเนี่ยนเจวี๋ยเอามือไพล่หลัง เอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆ ว่า "เจ้าสำนักหาน ในเมื่อท่านบอกว่าไม่ยินยอม งั้นเราก็มาทำตามกฎเดิมของงานชุมนุมวิถีเต๋ากันดีไหม?"
"ถ้าข้าแพ้ เศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์สองแผ่นในมือข้า ข้าขอยกให้ แต่ถ้าข้าชนะ ท่านก็ต้องมอบเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์ในมือท่านมาให้ข้า"
สิ้นคำพูด ทุกคนก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
แม้เจ้าสำนักหวังแห่งสำนักดาราสวรรค์จะอยู่ในระดับผสานกายาเหมือนกัน แต่หลินเนี่ยนเจวี๋ยไม่เหมือนคนอื่น
ยังไม่ต้องพูดถึงรากฐานของสำนักแสวงมรรค ในฐานะเจ้าสำนักแสวงมรรค การใช้วิธีธรรมดาจะไปทำอะไรเขาได้?
แต่ว่า...
นั่นมันเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์ถึงสองแผ่นเชียวนะ!
เป็นเจ้าสำนักเหมือนกัน อยู่ระดับผสานกายาเหมือนกัน ฝีมือพวกเขามันจะต่างกันสักแค่ไหนเชียว?
เจ้าสำนักหวังขมวดคิ้ว ก้าวออกไปอย่างไม่ลังเล
"เจ้าอย่ามาพูดจาพล่อยๆ นะ ถ้าข้าชนะ เศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์ทั้งสองแผ่นต้องตกเป็นของข้าทั้งหมด!" เจ้าสำนักหวังเอ่ยด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
หลินเนี่ยนเจวี๋ยแสยะยิ้ม ล้วงเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์สองแผ่นออกมาจากถุงเก็บของอย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนในที่นั้นต่างก็เบิกตากว้าง
เศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์!
ถึงกับโยนออกมาแบบส่งๆ เลยเนี่ยนะ?
นี่มันมั่นใจเกินไปแล้ว!
เมื่อเห็นดังนั้น สีหน้าของเจ้าสำนักหวังก็ดูไม่ค่อยดีนัก สุดท้ายก็ต้องหยิบเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์ของตัวเองออกมาเช่นกัน
"ตอนนี้..."
หลังจากเจ้าสำนักหวังหยิบออกมาแล้ว ก็กำลังจะอ้าปากพูด
วินาทีต่อมา
ความเร็วของหลินเนี่ยนเจวี๋ยก็พุ่งทะยาน ร่างของเขา 'ฟุ่บ' หายไปจากตรงนั้นในพริบตา
เมื่อเจ้าสำนักหวังได้สติกลับมา ร่างของหลินเนี่ยนเจวี๋ยก็มาปรากฏอยู่เหนือศีรษะของเขาแล้ว!
"อะไรกัน!"
เจ้าสำนักหวังหน้าถอดสี รีบโคจรพลังปราณขึ้นมาป้องกันทันที
ทว่า หลินเนี่ยนเจวี๋ยกลับมีสีหน้าเย็นชา ซัดฝ่ามือเข้าใส่กลางกระหม่อมของเจ้าสำนักหวัง!
ตู้ม!!
ชั่วพริบตา พื้นที่ที่เจ้าสำนักหวังยืนอยู่ก็เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่แตกแขนงออกไป เมื่อทุกคนเห็นฉากนี้ ต่างก็รู้สึกใจหายวาบ
โชคดีที่เจ้าสำนักหวังตอบสนองได้ทันท่วงที จึงสามารถหลบการโจมตีส่วนใหญ่ของหลินเนี่ยนเจวี๋ยไปได้อย่างหวุดหวิด แต่อานุภาพจากฝ่ามือเมื่อครู่ที่กดทับลงมาบนศีรษะ ก็ยังทำให้เขาถึงกับหน้ามืดตาลาย
มีเลือดกำเดาไหลซึมออกมาสองสาย
เวลานี้ หลินเนี่ยนเจวี๋ยหัวเราะเย็นชา "เจ้าสำนักหวัง ดูเหมือนท่านยังไม่เข้าใจสินะ การลดการป้องกันลงระหว่างการต่อสู้ ถือเป็นข้อห้ามที่ร้ายแรงที่สุดนะ!"
เจ้าสำนักหวังแยกเขี้ยว "ไอ้คนไร้สัจจะ!"
สิ้นคำพูด เจ้าสำนักหวังก็รีบจู่โจมตีทันที
ความเร่งรีบนี้ ทำให้ความเร็วของเขากลับสู้ยอดฝีมือระดับแปลงวิญญาณไม่ได้เสียด้วยซ้ำ ผู้คนรอบข้างต่างก็ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
เจ้าสำนักหวัง ใจร้อนเกินไปแล้วจริงๆ