- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่โลกยอดยุทธ์ เริ่มต้นด้วยการเก็บตกดาวโรงเรียน
- บทที่ 24 โรงฆ่าสัตว์อสูรต่างมิติ
บทที่ 24 โรงฆ่าสัตว์อสูรต่างมิติ
บทที่ 24 โรงฆ่าสัตว์อสูรต่างมิติ
บทที่ 24 โรงฆ่าสัตว์อสูรต่างมิติ
อย่างไรเสีย กรรมการหลี่เตียนหยาก็เป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งผ่านการฝึกฝนมาอย่างเป็นมืออาชีพ
แม้ว่านางจะตกตะลึงในรูปโฉมอันงดงามและกลิ่นอายพลังอันเหนือชั้นของซูชิงเกอไปชั่วขณะ ทว่าอาการแข็งทื่อบนใบหน้านั้นกลับคงอยู่เพียงแค่หนึ่งในสิบของวินาที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอันกระตือรือร้นและเป็นงานเป็นการอย่างรวดเร็ว
นางค้อมกายลงเล็กน้อย แสดงท่าทางนอบน้อมยิ่งนัก แววตาแฝงไปด้วยความชื่นชมอย่างพอดิบพอดี
"ที่แท้ก็เป็นคู่ชีวิตของคุณเฉินนี่เอง ดิฉันได้ยินชื่อเสียงของคุณเฉินมานานแล้วว่ายังหนุ่มและมีอนาคตไกล นึกมิถึงเลยว่าคู่ชีวิตของคุณก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์เช่นกัน"
"ทั้งสองท่านช่างเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก เป็นคู่สร้างคู่สมที่สวรรค์ประทานมาจริงๆ ค่ะ"
คำยกยอนี้ช่างมีชั้นเชิงยิ่งนัก
มันมิเพียงแต่ชื่นชมในความงามของซูชิงเกอ ทว่ายังเอ่ยชมรสนิยมของเฉินเย่ไปพร้อมกันด้วย
ใบหน้าบอบบางของซูชิงเกอที่เดิมทีตึงเครียดอยู่บ้าง ค่อยๆ ผ่อนคลายลงภายใต้คำพูดอันไพเราะเหล่านี้
แม้ว่านางจะรู้สึกหึงหวงอยู่บ้างที่เจ้าหน้าที่สาวผู้นี้ดูกระตือรือร้นกับเฉินเย่เกินไป ทว่านางก็มิใช่คนใจแคบถึงขนาดที่จะทำให้อีกฝ่ายต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าผู้คน
"ชมเกินไปแล้วค่ะ"
ซูชิงเกอพยักหน้าเบาๆ แม้ว่าท่าทางจะยังคงดูเย็นชาและห่างเหิน ทว่ามือนิ้วที่กุมแขนของเฉินเย่เอาไว้กลับผ่อนแรงลงเล็กน้อย
"พวกท่านมาที่นี่เพื่อดำเนินการรับรองผู้ฝึกยุทธ์ใช่หรือไม่คะ"
กรรมการหลี่เตียนหยาเบี่ยงกายหลบ พลางผายมือเชื้อเชิญอย่างสง่างาม
"เนื่องจากคุณเฉินเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งดาวอย่างเป็นทางการและได้รับสิทธิ์วีไอพีอยู่แล้ว ดังนั้นท่านสามารถใช้ช่องทางพิเศษของคุณเฉินได้โดยตรง มิต้องไปต่อคิวที่โถงใหญ่ให้เสียเวลาค่ะ"
"เชิญทางนี้เลยค่ะ ดิฉันจะพาทั้งสองท่านไปยังห้องทดสอบระดับวีไอพีเอง"
หน้าเครื่องทดสอบพลังหมัด
ซูชิงเกอรวมพลังปราณลงสู่จุดตันเถียน แผ่นหลังของนางยืดตรงราวกับมังกรทะยาน
วิชาหายใจเสียงอสนีบาตเปิดทำงานในฉับพลัน
"ฮะ"
ดวงตางดงามของซูชิงเกอเบิกกว้างขึ้นมาทันที นางชกหมัดออกไปสุดแรง
ตูม
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
ตัวเลขบนหน้าจอกระโดดอย่างบ้าคลั่ง
พลังหมัด หนึ่งพันห้าสิบกิโลกรัม
"ท่านพี่ ข้าทำสำเร็จแล้ว"
เมื่อเห็นตัวเลขนั้น ซูชิงเกอก็ตื่นเต้นดีใจราวกับเด็กสตรีตัวเล็กๆ นางหมุนตัวกลับมาหมายจะโผเข้าสู่อ้อมแขนของเฉินเย่
ทว่าเมื่อเห็นว่ามีคนนอกอยู่ด้วย นางจึงชะงักฝีเท้าไว้ทัน ทำได้เพียงมองดูเฉินเย่ด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อและแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอยากได้คำชม
เฉินเย่ก้าวไปข้างหน้า หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อบางๆ บนหน้าผากของนางอย่างแผ่วเบา พลางเอ่ยชมเชยอย่างมิปิดบัง
"ยอดเยี่ยมมาก ยอดเยี่ยมกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก"
"ดูเหมือนว่าการฝึกซ้อมพิเศษในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจะมิสูญเปล่าจริงๆ"
เมื่อได้ยินคำว่าฝึกซ้อมพิเศษ ใบหน้าของซูชิงเกอก็ยิ่งแดงซ่าน นางค้อนให้เขาด้วยความเคืองใจทีหนึ่ง
เมื่อมองดูทั้งสองคนเย้าแหย่กัน กรรมการหลี่เตียนหยาก็รู้สึกอิจฉาและตกใจไปพร้อมกัน
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับสภาพจิตใจของตน แล้วยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้อย่างนอบน้อม
"คุณซูคะ ข้อมูลของท่านผ่านเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมดแล้วค่ะ"
"ดิฉันจะดำเนินการตรวจสอบผ่านช่องทางด่วนให้ ใบรับรองจะเสร็จสิ้นภายในสิบนาทีค่ะ"
"นอกจากนี้..."
"เนื่องจากตอนนี้ทั้งสองท่านล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์อย่างเป็นทางการแล้ว ตามกฎระเบียบของสหพันธ์ ผู้ฝึกยุทธ์จะได้รับสิทธิ์ในการเลือกอาชีพได้อย่างอิสระค่ะ"
"หมายความว่า ท่านมิต้องไปรับงานระดับต่ำอย่างพวกพนักงานขนย้าย พนักงานทำความสะอาด หรือพนักงานส่งของที่ระบบสุ่มจัดสรรให้เหมือนกับปุถุชนคนธรรมดา ทว่าท่านสามารถเลือกตำแหน่งงานที่ท่านพึงพอใจได้เองจากทำเนียบวิสาหกิจที่ร่วมมือกับสมาคมผู้ฝึกยุทธ์ค่ะ"
"นี่ถือเป็นสิทธิพิเศษอันยิ่งใหญ่สำหรับผู้ฝึกยุทธ์เลยทีเดียวค่ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของซูชิงเกอก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
เลือกได้อย่างอิสระอย่างนั้นหรือ ช่างดียิ่งนัก
ทว่าเฉินเย่กลับดูสงบนิ่งยิ่งนัก เขามองไปทางกรรมการหลี่เตียนหยาแล้วเอ่ยถาม
"ในเมื่อพี่เสี่ยวหยาเอ่ยถึงเรื่องนี้ ในฐานะที่ท่านเป็นคนในวงการ พอจะมีคำแนะนำดีๆ บ้างหรือไม่"
"ท่านก็รู้ว่าพวกเราต้องฝึกฝนและ... อืม ต้องดูแลบ้านเรือนด้วย ดังนั้นพวกเราจึงอยากได้งานที่คุ้มค่ากับแรงที่เสียไปน่ะครับ"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ แววตาของกรรมการหลี่เตียนหยาก็แวบประกายความยินดีที่ยากจะสังเกตเห็นขึ้นมาสายหนึ่ง
โอกาสมาถึงแล้ว
เหตุผลที่นางหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ก็เพื่อที่จะนำเสนอตำแหน่งงานที่มีปัญหาซึ่งทำให้นางปวดหัวมาเป็นเวลานานนั่นเอง
ค่าคอมมิชชั่นในการรับสมัครของตำแหน่งงานนั้นค่อนข้างสูงยิ่งนัก ทว่าเนื่องจากสภาพแวดล้อมในการทำงานย่ำแย่เกินไป ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีศักดิ์ศรีอยู่บ้างต่างพากันปฏิเสธที่จะไป ทำให้นำแหน่งงานนั้นว่างเว้นมาโดยตลอด
กรรมการหลี่เตียนหยาขยับแว่นสายตากรอบทองของตน พลางทำสีหน้าครุ่นคิด
"คุณเฉิน คุณซูคะ ในเมื่อพวกท่านเอ่ยถาม ดิฉันก็จะไม่พูดจาเหลวไหล"
"หากต้องการรายได้สูง หน้าที่รับผิดชอบน้อย และเป็นประโยชน์ต่อวิถียุทธ์การฝึกฝนของพวกท่านด้วย..."
"ส่วนตัวดิฉันขอแนะนำงานนี้เป็นอย่างยิ่ง โรงฆ่าสัตว์อสูรต่างมิติแห่งที่สามของเมืองหนานเจียง ค่ะ"
"โรงฆ่าสัตว์อย่างนั้นหรือคะ"
คิ้วงามของซูชิงเกอขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นางยกมือขึ้นปิดปมจมูกและปากตามสัญชาตญาณ ภาพของโลหิตที่ไหลนองและกลิ่นคาวคละคลุ้งพลันแวบผ่านเข้ามาในสมองทันที
สำหรับอดีตคุณหนูเช่นนาง ความรู้สึกต่อต้านในใจย่อมมีไม่น้อยเลยทีเดียว
"คุณซูคะ อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธเลยค่ะ"
กรรมการหลี่เตียนหยารีบอธิบายอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความน่าเชื่อถือ
"แม้ว่าตำแหน่งงานนี้ฟังดูอาจมิค่อยมีหน้ามีตาเท่าใดนัก ทว่าข้อดีของมันกลับมิอาจนำไปเปรียบเทียบกับงานอื่นได้เลยค่ะ"
"อย่างแรก รายได้สูงและใช้เวลาน้อย ค่าแรงขั้นต่ำต่อวันคือห้าร้อยเครดิต ทั้งยังมีค่าคอมมิชชั่นตามจำนวนชิ้นงานอีกด้วย ท่านทำงานเพียงแค่วันละสี่ชั่วโมงเท่านั้น เป็นการเข้ากะครึ่งวัน ส่วนเวลาที่เหลือย่อมเป็นของท่านอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะใช้ในการฝึกฝนหรือ... ใช้เวลาอยู่ร่วมกันในฐานะคู่รัก ท่านก็จะมีเวลาเหลือเฟือค่ะ"
เมื่อได้ยินคำว่าเวลาอยู่ร่วมกันในฐานะคู่รัก คิ้วของเฉินเย่ก็กระตุกไปทีหนึ่ง
"อย่างที่สอง และเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ"
กรรมการหลี่เตียนหยาชี้ไปที่แผนภาพโครงสร้างร่างกายของสัตว์อสูรต่างมิติต่างๆ บนหน้าจอ แล้วลดเสียงต่ำลง
"ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่ สิ่งที่พวกท่านขาดแคลนที่สุดในยามนี้ก็คือความเข้าใจในโครงสร้างร่างกายของสัตว์อสูรต่างมิติค่ะ"
"ที่โรงฆ่าสัตว์ ท่านจะได้พบเจอกับสัตว์อสูรต่างมิติระดับต่ำสารพัดชนิดในทุกๆ วัน การลงมือชำแหละพวกมันด้วยตนเองจะช่วยให้ท่านเข้าใจเรื่องการกระจายตัวของกระดูก เนื้อสัมผัสของกล้ามเนื้อ และจุดตายของพวกมันได้อย่างแจ่มแจ้งที่สุดค่ะ"
"ยามที่ต้องออกไปสู้รบภายนอกเมืองในวันหน้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ช่วยชีวิตท่านได้เลยทีเดียวค่ะ"
"ผู้ฝึกยุทธ์รุ่นพี่จำนวนมากถึงกับต้องยอมเสียเงินเพื่อไปลงเรียนวิชากายวิภาคศาสตร์โดยเฉพาะ ทว่าที่นี่ นอกจากจะเรียนรู้ได้ฟรีแล้ว ยังได้เงินค่าจ้างอีกด้วยนะคะ"
คำพูดของนางมีเหตุผลรองรับอย่างแน่นหนา ชกเข้าที่จุดสำคัญโดยตรง
จริงแท้ทีเดียว ในที่สุดผู้ฝึกยุทธ์ก็ต้องก้าวเข้าสู่สนามรบ
หากไปอยู่บนสนามรบแล้วแม้แต่หัวใจของสัตว์อสูรต่างมิติอยู่ที่ใดก็ยังมิรู้ ย่อมมิต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย
ทว่า คำพูดของกรรมการหลี่เตียนหยาก็แฝงไปด้วยการเคลือบน้ำตาลอยู่บ้างเช่นกัน
ที่โรงฆ่าสัตว์แห่งที่สาม สัตว์อสูรต่างมิติกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ล้วนเป็นหมูป่าเขี้ยวตันและโคทมิฬเขี้ยวโต สองชนิดนี้รับมือได้ง่ายที่สุด และมิมีผู้ใดไปศึกษาพวกมันเป็นพิเศษหรอก
"แน่นอนว่ามันย่อมมีข้อเสียอยู่บ้างค่ะ"
กรรมการหลี่เตียนหยามิได้พูดถึงแต่ข้อดีเท่านั้น นางเอ่ยเสริมด้วยท่าทางจริงใจ
"สภาพแวดล้อมค่อนข้างตรากตรำจริงๆ กลิ่นก็แรง และการต้องคลุกคลีกับซากสัตว์อสูรต่างมิติตลอดทั้งวันก็ช่างน่าเบื่อหน่าย ทั้งยังมิค่อยสอดคล้องกับภาพลักษณ์ที่งดงามในสายตาของผู้คนเท่าใดนักค่ะ"
เฉินเย่ลูบคางพลางครุ่นคิดในใจ
เงินดี นั่นคือสิ่งสำคัญ เพราะยามนี้เขามีภรรยาที่ต้องเลี้ยงดูแล้ว
ใช้เวลาน้อย หมายความว่าเขามีเวลาอยู่เป็นเพื่อนซูชิงเกอในการฝึกฝนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากขึ้น
การทำความคุ้นเคยกับโครงสร้างของสัตว์อสูรต่างมิติ ย่อมเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ในการต่อสู้จริงที่ดีอย่างหนึ่ง
ไม่ว่าจะมองอย่างไร นี่ก็เป็นงานในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สมบูรณ์แบบงานหนึ่ง
แต่ว่า...
เฉินเย่เหลือบมองกรรมการหลี่เตียนหยาที่ยังคงรักษา รอยยิ้มตามหน้าที่เอาไว้
โลกนี้มิมีเนื้อสวรรค์ร่วงหล่นลงมาเฉยๆ หรอก
ต่อให้นางจะเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลส่วนตัวของเขา ทว่าก็มิอาจใจดีถึงขนาดเก็บงานที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ไว้ให้เขาแต่เพียงผู้เดียวเป็นแน่
หรือเป็นเพราะเขาหล่อเหลา แข็งแรง และน่าเอ็นดูจริงๆ
แม้เรื่องนั้นจะมีส่วนเป็นไปได้สูง ทว่าเฉินเย่ก็ยังมิอาจวางใจได้ทั้งหมด
"ฟังดูค่อนข้างดีทีเดียวครับ"
เฉินเย่พยักหน้า มิได้ตัดสินใจในทันที
"ทว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ข้ากับชิงเกออยากกลับไปปรึกษาและคิดทบทวนดูให้ดีก่อนครับ"
"ท่านช่วยส่งข้อมูลนี้ให้ข้าก่อนได้หรือไม่"
เมื่อเห็นว่าเฉินเย่มิได้ตกลงในทันที แววตาของกรรมการหลี่เตียนหยาก็แวบประกายความผิดหวังขึ้นมาสายหนึ่ง ทว่านางก็เก็บงำมันไว้ได้อย่างรวดเร็ว
"แน่นอนค่ะ มิมีปัญหาอยู่แล้ว นี่เป็นการเลือกของทั้งสองฝ่าย ย่อมต้องคิดทบทวนให้รอบคอบถึงจะถูกค่ะ"
"ดิฉันได้ส่งข้อมูลไปยังบัญชีผู้ฝึกยุทธ์ของท่านแล้ว สามารถตรวจสอบได้ทุกเมื่อเลยค่ะ"
สิบนาทีต่อมา
ซูชิงเกอได้รับใบรับรองผู้ฝึกยุทธ์ที่เพิ่งออกให้ใหม่ในโทรศัพท์ของนาง
"ท่านพี่ พวกเราจะไปที่โรงฆ่าสัตว์จริงๆ หรือคะ"
ซูชิงเกอย่นจมูก เห็นได้ชัดว่าในใจของนางยังคงมีความรู้สึกต่อต้านสถานที่แห่งนั้นอยู่บ้าง
"แม้ว่ากรรมการหลี่เตียนหยาคนนั้นจะพูดซะดิบดี ทว่าข้ากลับรู้สึกเหมือนนางกำลังหลอกพวกเราอยู่เลยค่ะ"
"ยิ่งกว่านั้น... การฆ่าหมูเชือดแกะมันทั้งสกปรกทั้งคาวออกปานนั้น"
เฉินเย่ยิ้มพลางหยิกแก้มของนาง "กลัวสกปรกอย่างนั้นหรือ หากวันหน้าเจ้าต้องไปที่สนามรบจริงๆ แล้วโลหิตของสัตว์อสูรต่างมิติฉีดพ่นใส่หน้าเจ้า เจ้ามิต้องหยิบกระดาษทิชชู่เปียกออกมาเช็ดก่อนหรืออย่างไร"
"นั่น... นั่นมันมิเหมือนกันนี่คะ" ซูชิงเกอพึมพำ
"ความจริงคำพูดของนางก็มีเหตุผลอยู่บ้าง ทว่าพวกเราจะฟังความข้างเดียวมิได้"
เฉินเย่หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเปิดแอปพลิเคชันสมาคมผู้ฝึกยุทธ์ ซึ่งมีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ที่ได้รับการรับรองแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าสู่ระบบได้
เขาตรงไปยังส่วนกระดานสนทนาของเมืองหนานเจียงทันที
เขาพิมพ์คำสำคัญลงไป งานหน้าใหม่
เขาทำการค้นหา
เสียงเลื่อนหน้าจอดังขึ้น กระทู้สนทนานับสิบๆ กระทู้พลันผุดขึ้นมา
เฉินเย่กวาดสายตาอ่านดูคร่าวๆ ดวงตาของเขาพลันเป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย
เชื่อหรือไม่ แม้จะมีกระทู้จำนวนมากที่บ่นเรื่องสภาพแวดล้อมอันย่ำแย่ ทว่ากลับมีกระทู้ไม่น้อยที่แนะนำงานนี้ และยังได้รับความนิยมค่อนข้างสูงอีกด้วย
เฉินเย่คลิกเข้าไปในกระทู้ที่ชื่อว่า ช่วยเหลือหน้าใหม่ เพิ่งได้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งดาว เลือกงานอะไรดี ในทันที
หัวข้อตามกระทู้เลยครับ เพิ่งได้รับใบรับรอง มีรุ่นพี่ท่านใดพอจะช่วยชี้แนะแนวทางให้ได้บ้างไหมครับ
ฝันอยู่หรือเปล่า แนวทางอะไรกัน ทุกคนต่างก็เก็บงำความลับไว้กับตัวทั้งนั้นแหละ
เจ้าของกระทู้ อย่าไปฟังคนข้างบนเลย ความจริงมีสถานที่แห่งหนึ่งที่ผู้คนมากมายพากันดูแคลน ทว่าความจริงมันกลับเป็นขุมทรัพย์สำหรับหน้าใหม่เลยทีเดียว โรงฆ่าสัตว์อสูรต่างมิตินั่นไง
สายตาของเฉินเย่หรี่ลงขณะอ่านข้อความต่อไป
โรงฆ่าสัตว์อย่างนั้นหรือ พูดจริงหรือเปล่าคนข้างบน นั่นมันมิยิ่งแย่กว่าการไปเป็นหัวหน้ารปภ. อีกหรือ ได้ยินว่าทั้งสกปรกทั้งเหม็นเลยนะ
หึนั่นมันพวกคนนอกมองแค่เปลือกนอก เดี๋ยวข้าจะแยกแยะให้ฟังเอง
อย่างแรก โรงฆ่าสัตว์จ่ายเงินตามชิ้นงาน หากเจ้าเป็นคนมือไว การหาเงินเดือนละสองสามหมื่นเครดิตก็เป็นเรื่องง่ายๆ เลย มิได้ดีกว่าเงินเดือนประจำอันน้อยนิดของพวกพนักงานรักษาความปลอดภัยหรอกหรือ
อย่างที่สอง และเป็นสิ่งสำคัญที่สุด รู้หรือไม่ว่าส่วนใดของสัตว์อสูรต่างมิติที่บำรุงร่างกายได้ดีที่สุด มิใช่เนื้อหรอกนะ ทว่ามันคือโลหิตแก่นแท้และอวัยวะภายในต่างหาก หากไปซื้อข้างนอกราคาแพงหูฉี่เลยทีเดียว ทว่าที่โรงฆ่าสัตว์ สิ่งเหล่านั้นถือเป็นสวัสดิการของพนักงาน บางครั้งเจ้ายังสามารถแอบเก็บเศษเนื้อเล็กๆ น้อยๆ กลับบ้านไปต้มซุปได้อีกด้วย การเพิ่มพูนพลังปราณและโลหิตช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
อย่างที่สาม ยามที่เจ้าต้องใช้มีดชำแหละสัตว์อสูรต่างมิติในทุกๆ วัน ภายในเวลาสามเดือน เจ้าจะรู้จักโครงสร้างร่างกายของพวกมันดีจนสามารถวาดแผนผังได้หลับตาเลยทีเดียว ยามที่ออกไปล่าสัตว์นอกเมืองในวันหน้า เจ้าจะสามารถลงมือได้อย่างแม่นยำทุกครั้ง นั่นแหละคือประสบการณ์การต่อสู้จริง
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือเรื่องกลิ่น ทว่าเจ้าเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ หากต้องการแข็งแกร่งขึ้น ความยากลำบากเพียงเท่านี้ยังทนมิได้เชียวหรือ
สุดยอดมาก รุ่นพี่ท่านคือตำนาน ข้าตาสว่างแล้ว ข้าจะไปสมัครเดี๋ยวนี้เลย
บวกหนึ่ง เรื่องกลิ่นอาจจะแย่หน่อย ทว่าเพื่อโลหิตแก่นแท้ของสัตว์อสูรต่างมิตินั่น ข้าลุยด้วยคน