เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 วิชาใบมีดชำแหละขั้นต้น

บทที่ 25 วิชาใบมีดชำแหละขั้นต้น

บทที่ 25 วิชาใบมีดชำแหละขั้นต้น


บทที่ 25 วิชาใบมีดชำแหละขั้นต้น

ต้องยอมรับว่าหลังจากได้อ่านความคิดเห็นเหล่านี้แล้ว เฉินเย่ก็รู้สึกสนใจอยู่ไม่น้อย

โลหิตแก่นแท้และอวัยวะภายในของสัตว์อสูรต่างมิตินั้นบำรุงร่างกายได้ดีเยี่ยมจริงแท้แน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น การฝึกฝนวิชาหายใจเสียงอสนีบาตพยัคฆ์มังกรยังเน้นย้ำเรื่องการขัดเกลาพลังปราณภายในร่างกาย เพื่อเสริมสร้างอวัยวะภายในทั้งห้าและอวัยวะภายนอกทั้งหกให้แข็งแกร่ง

นี่ถือเป็นการบำรุงร่างกายด้วยสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกันอย่างประจวบเหมาะที่สุด

"ภรรยา ดูสิ"

เฉินเย่ยื่นโทรศัพท์ให้ซูชิงเกอพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทึบต่ำ

"วิชาหายใจเสียงอสนีบาตของเจ้าจะมุ่งเน้นแต่การฝึกซ้อมอย่างตรากตรำมิได้ เจ้าจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่มีพลังงานสูงมาช่วยเสริมด้วย"

"โรงฆ่าสัตว์แห่งนี้มิต่างอะไรกับห้องอาหารที่สั่งตัดมาเพื่อเจ้าโดยเฉพาะเลยทีเดียว"

ซูชิงเกอมองดูหน้าจอ คิ้วงามยังคงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ทว่าความรู้สึกต่อต้านในแววตาของนางกลับลดน้อยลงไปมากอย่างเห็นได้ชัด

"แต่ว่า... อวัยวะภายในของสัตว์อสูรต่างมิติ... มันน่าสะอิดสะเอียนออกปานนั้น..."

นางเคยเป็นถึงคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลซู ในอดีตดื่มเพียงน้ำยาบริสุทธิ์และรับประทานเนื้อสเต็กที่ผ่านการปรุงอย่างประณีตเท่านั้น

การต้องมารับประทานเครื่องในโดยตรงอย่างนั้นหรือ

"น่าสะอิดสะเอียนอย่างนั้นหรือ"

เฉินเย่ย้มพลางเอ่ยว่า "เจ้ามีหน้าที่เพียงงดงามปานบุปผาก็พอ ส่วนข้ามีหน้าที่หาเงินเลี้ยงครอบครัวเอง"

ซูชิงเกอมีความบอบบางและมิเหมาะสมกับงานเช่นนี้จริงๆ

ทว่าสำหรับเฉินเย่แล้วเรื่องนี้มิใช่ปัญหาเลย

นิ้วมือของเฉินเย่ยังคงเลื่อนหน้าจอลงไปด้านล่าง

แม้ว่าความคิดเห็นก่อนหน้านี้จะพากันยกย่องโรงฆ่าสัตว์ราวกับเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในการเพิ่มระดับ ทว่าในสถานที่อย่างกระดานสนทนา ย่อมมิเคยขาดแคลนพวกชอบก่อกวนและพวกที่ชอบเห็นต่าง

และก็เป็นจริงดังคาด ในช่วงท้ายน้ำเสียงของความคิดเห็นพลันเปลี่ยนไปในทันที

หึ มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังหลอกลวงหน้าใหม่อยู่ที่นี่ ขอเตือนไว้คำหนึ่งเลยว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามไปที่โรงฆ่าสัตว์แห่งที่สามเด็ดขาด

รุ่นพี่ บอกรายละเอียดหน่อยสิครับ เหตุใดกัน

เรื่องนี้ยังต้องถามอีกหรือ โรงฆ่าสัตว์แห่งที่สามได้รับการยอมรับว่าเป็น สนามระดับต่ำ พวกเขาจัดการชำแหละเฉพาะสัตว์กินพืชระดับต่ำสุดอย่างพวกหมูป่าเขี้ยวตันและโคทมิฬเขี้ยวโตเท่านั้น หากคิดจะไป ให้ไปที่โรงฆ่าสัตว์แห่งที่หนึ่งหรือแห่งที่สองเถอะ พวกเสือดาวเงาและหมีเกราะเหล็กที่นั่นต่างหากที่เป็นของดีที่แท้จริง

คนข้างบนนี่เป็นพวก มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ หรืออย่างไร ลบกระทู้ไปเลยนะ อย่ามาทำให้หน้าใหม่ต้องหลงทาง

เจ้ามิรู้สภาพตลาดในยามนี้หรืออย่างไร นอกจากโรงฆ่าสัตว์แห่งที่สามที่ยังคงเปิดรับหน้าใหม่เนื่องจากการขยายกิจการแล้ว โรงฆ่าสัตว์แห่งที่หนึ่งและแห่งที่สองล้วนเต็มมาตั้งนานแล้ว เงื่อนไขเริ่มต้นของพวกเขาคือผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองดาวบวกกับประสบการณ์ชำแหละระดับเชี่ยวชาญ หน้าใหม่คิดจะไปที่นั่นอย่างนั้นหรือ พวกเขาจะอยากได้เจ้าหรืออย่างไร

จริงแท้ทีเดียว มีทางเลือกให้ก็ดีถมเถไปแล้ว ทว่าผู้คนกลับยังคงเรื่องมากอยู่ได้

เจ้าของกระทู้พูดถูกแล้ว แม้ว่าโรงฆ่าสัตว์แห่งที่สามจะเป็นระดับต่ำ ทว่ามันชนะด้วยเรื่องของปริมาณและความอิ่มท้อง สำหรับหน้าใหม่ระดับหนึ่งดาวแล้ว ที่นี่คือสถานที่ที่ปลอดภัยและมั่นคงที่สุดในการฝึกฝนฝีมือ

แม้ว่ากระทู้ที่แนะนำ โรงฆ่าสัตว์แห่งที่สาม ในกระดานสนทนาจะกำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก ถึงขั้นยกย่องให้ที่นี่เป็นสรวงสวรรค์สำหรับผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่

ทว่าเฉินเย่เป็นผู้ผ่านชีวิตมาถึงสองชาติภพ ยามที่มองดู กระทู้แนะนำ ที่มีรูปแบบเป็นระเบียบเรียบร้อยและมีน้ำเสียงตื่นเต้นเหล่านั้น เขามักจะรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างอยู่เสมอ

"กลิ่นอายเช่นนี้... เหตุใดจึงดูคล้ายกับพวกโฆษณาจัดหางานที่หลอกลวงในชาติก่อนของข้าเลยนะ"

เฉินเย่ลูบคางพลางพึมพำกับตัวเอง

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้เขามิพึงพอใจที่สุดก็คือ กิจการหลักของโรงฆ่าสัตว์แห่งที่สามนั้นมีเพียง หมูป่าเขี้ยวตันกลายพันธุ์ และ โคทมิฬเขี้ยวโต ระดับต่ำเท่านั้น

แม้ว่าสัตว์อสูรต่างมิติสองชนิดนี้จะมีปริมาณมาก ทว่าทั้งพลังงานที่อยู่ในเนื้อและขีดความยากในการชำแหละล้วนอยู่ใน ระดับเริ่มต้น เท่านั้น

หากต้องการได้รับโลหิตแก่นแท้และอวัยวะภายในที่มีมูลค่าสูงจริงๆ ย่อมยังคงต้องไปที่โรงฆ่าสัตว์แห่งที่หนึ่งหรือแห่งที่สอง

สัตว์อสูรต่างมิติที่ถูกชำแหละที่นั่นคือพวก เสือดาวเงา หมีเกราะเหล็ก หรือแม้กระทั่ง เสือเพลิงคลั่ง

เฉินเย่คลิกเข้าไปดูโบชัวร์การรับสมัครของโรงฆ่าสัตว์แห่งที่หนึ่งและแห่งที่สอง

เงื่อนไขการรับสมัคร ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองดาว อัตราการพัฒนาพันธุกรรมยี่สิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป บวกกับประสบการณ์ชำแหละระดับเชี่ยวชาญ ต้องผ่านการประเมิน ณ สถานที่จริง

"ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองดาว..."

เฉินเย่เหลือบมองข้อมูลแผงควบคุมในปัจจุบันของตนเอง ยี่สิบห้าจุดเจ็ดเปอร์เซ็นต์

ในแง่ของพละกำลังที่แท้จริง เขาก้าวข้ามเกณฑ์มาตรฐานไปตั้งนานแล้ว

แม้ว่าจะมิได้ไปรับการรับรอง ทว่าเขาก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองดาวขั้นกลางอย่างมั่นคง

ความยากลำบากกลับตกอยู่ที่ ประสบการณ์ชำแหละระดับเชี่ยวชาญ เรื่องนี้

นี่คือสิ่งที่เฉินเย่มิมีในยามนี้

เขามิรู้เช่นกันว่าตนเองจะสามารถใช้แต้มการพัฒนาเพื่อเพิ่มระดับมันได้หรือไม่

เมื่อกลับมาถึงบ้าน

เฉินเย่บอกเล่าแผนการของตนให้ซูชิงเกอฟัง

ซูชิงเกอกำลังนั่งแต่งเล็บอยู่บนโซฟา ยามที่นางได้ยินเฉินเย่บอกว่าจะไปที่โรงฆ่าสัตว์ คิ้วงามของนางก็ขมวดเข้าหากันแน่นในทันที

"เฉินเย่ นี่เจ้าพูดจริงหรือคะ"

"นั่นเป็นสถานที่สำหรับจัดการกับซากสัตว์อสูรต่างมิตินะ... ทั้งสกปรกทั้งเหม็น และยัง..."

เพียงแค่คิดว่าต้องใช้มือของตนเองไปสัมผัสกับอวัยวะภายในที่เหนียวเหนอะหนะเหล่านั้น และต้องเผชิญหน้ากับภาพของโลหิตที่ไหลนอง ซูชิงเกอก็รู้สึกมิสบายตัวและสะอิดสะเอียนขึ้นมาตามสัญชาตญาณทันที

"ข้ารู้ว่าสภาพแวดล้อมย่ำแย่"

เฉินเย่นั่งลงข้างกายนาและอธิบายอย่างอดทน

"ทว่าในยามนี้ นี่คือทางเลือกที่มีความคุ้มค่าต่อราคาดีที่สุด ข้าต้องการโลหิตแก่นแท้ของสัตว์อสูรต่างมิติเหล่านั้นมาช่วยในการฝึกฝนของพวกเรา และข้ายังต้องสร้างทักษะในการชำแหละเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกไปนอกเมืองในวันหน้าอีกด้วย"

เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ เฉินเย่ก็หยุดชะงักลง เขา มองดูใบหน้าบอบบางที่กำลังต่อต้านของซูชิงเกอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"แน่นอนว่านั่นคือแผนการของข้า ทว่าข้ามิได้ตั้งใจจะให้เจ้าต้องไปตรากตรำกับเรื่องนี้ด้วยหรอกนะ"

"เจ้าสามารถเลือกงานที่ผ่อนคลายกว่านี้ มีสภาพแวดล้อมที่ดีและมิต้องเผชิญกับอันตรายใดๆ ได้"

"ข้าจะไปที่โรงฆ่าสัตว์เพียงลำพังเอง"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ท่าทางการเคลื่อนไหวของซูชิงเกอก็หยุดชะงักลง

นางมองไปทางเฉินเย่

บุรุษผู้นี้ เพื่อครอบครัวนี้และเพื่อการฝึกฝนของพวกเขาทั้งสองคน เขายอมที่จะไปในสถานที่ที่ทั้งสกปรกและเหน็ดเหนื่อยที่สุด

แล้วตัวนางเล่า

นางจะหลบซ่อนอยู่ใต้ปีกของเขาและเป็นเพียงแจกันดอกไม้ประดับบ้านที่ทำได้แค่มองดูทว่ามิอาจร่วมต่อสู้ได้จริงๆ อย่างนั้นหรือ

หากนางมิกล้าเผชิญหน้ากับโลหิตและมิสามารถปรับตัวเข้ากับการเข่นฆ่าได้ วันหน้าคู่นางจะเดินไปได้ไกลสักเพียงใดบนเส้นทางแห่งวิถียุทธ์

นางจะไปชำระแค้นกับตระกูลซูได้อย่างไร

ทันใดนั้นเอง

ในสมองของซูชิงเกอ ใบหน้าอันเสแสร้งของมารดาเลี้ยง ฟางเฉียน พลันผุดขึ้นมาโดยมิอาจควบคุมได้ รวมถึงใบหน้าที่ได้ใจของน้องสาวต่างมารดา ซูชิงหลัว ด้วยเช่นกัน

หาก... นางคิดซะว่าพวกนางเป็นสัตว์อสูรต่างมิติ...

หากนางสามารถฝึกฝนวิชาชำแหละอันยอดเยี่ยมได้สำเร็จ...

นางจะสามารถจัดการกับสองแม่ลูกคู่นี้ทีละชิ้นๆ...

แววตาของซูชิงเกอค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเย็นชา และกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายสายหนึ่งที่นางมิเคยสัมผัสมาก่อนก็แผ่ซ่านขึ้นมาในใจ

"ไม่ค่ะ"

ซูชิงเกอวางกรรไกรตัดเล็บลง นางหันศีรษะกลับมาแล้วมองเฉินเย่ด้วยสายตาที่แน่วมั่น

"ข้าจะไปกับเจ้าด้วย"

เฉินเย่นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วรีบโบกมือปฏิเสธทันที "ภรรยา อย่าใจร้อนไปเลย สถานที่พรรค์นั้นมิเหมาะสมกับเจ้าจริงๆ เจ้าอยู่บ้านและมีหน้าที่เพียงงดงามปานบุปผาก็พอแล้ว..."

"เฉินเย่"

ซูชิงเกอเอ่ยขัดจังหวะเขาแล้วลุกขึ้นยืน น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจและกระเง้ากระงอดอยู่บ้าง

"นี่เจ้ากำลังดูแคลนสตรีอยู่หรือคะ"

"เหตุใดข้าต้องมีหน้าที่เพียงงดงามปานบุปผาอยู่บ้านด้วยเล่า"

"ในเมื่อพวกเราเป็นสามีภรรยากัน ย่อมต้องร่วมแรงร่วมใจก้าวหน้าและถอยหลังไปด้วยกัน"

"หากจะไปก็ต้องไปด้วยกัน พวกเราจะทำเป็นทีมสามีภรรยา ข้ามิเชื่อหรอกว่าข้าจะแย่ไปกว่าเจ้า"

เฉินเย่มองดูภรรยาดาวโรงเรียนที่มีท่าทางกระปรี้กระเปร่ายิ่งนัก เขารู้สึกทึ่งและขบขันไปพร้อมกัน

เดิมทีเฉินเย่กำลังคำนวณในใจว่าจะลองเปิดดูวิดีโอการชำแหละเพื่อศึกษาล่วงหน้าก่อนดี หรือจะไปหาอาจารย์พิเศษมาช่วยสอนหลักสูตรเร่งรัดสักสองวันดี

อย่างไรเสีย เกณฑ์การรับสมัครของโรงฆ่าสัตว์แห่งที่หนึ่งและแห่งที่สองก็ตั้งอยู่ตรงนั้น เงื่อนไขของ ประสบการณ์ชำแหละระดับเชี่ยวชาญ ได้ปิดกั้นเฉินเย่ไว้ภายนอกเรียบร้อยแล้ว

ทว่าเมื่อได้เห็นท่าทาง สามีภรรยาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พละกำลังย่อมตัดเหล็กกล้าได้ ของซูชิงเกอ ความลังเลใจเล็กๆ ในใจของเฉินเย่ก็มลายหายไปสิ้นในทันที

"ตกลง"

เฉินเย่ตบหน้าขาของตนเองแล้วตกลงอย่างยินดี

"ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปที่โรงฆ่าสัตว์แห่งที่สามกันก่อน"

"เมื่อพวกเรากลายเป็นพนักงานที่มีความชำนาญแล้ว พวกเราค่อยไปสัมภาษณ์ที่โรงฆ่าสัตว์แห่งที่หนึ่งและแห่งที่สองกัน"

อย่างไรเสีย ตอนนี้พวกเขา ก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์อย่างเป็นทางการแล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ฝึกยุทธ์

ต่อให้โรงฆ่าสัตว์แห่งที่สามนี้จะเป็นหลุมพราง อย่างมากที่สุดก็แค่เรื่องการหักเงินค่าจ้างหรือมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ตรากตรำเท่านั้น

หากพวกมันบังอาจเล่นตุกติกประเภท เข้ามาง่ายทว่าออกยาก จริงๆ แม้จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งดาวก็มิใช่ผู้ที่ใครจะมาล่วงเกินได้ง่ายๆ หรอกนะ

อย่างแย่ที่สุด ก็แค่สละเงินรางวัลของเดือนนี้แล้วเดินจากมาโดยตรงเท่านั้น

"ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ค่ะ"

เมื่อเห็นเฉินเย่ตกลง รอยยิ้มแห่งชัยชนะก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของซูชิงเกอ แม้ว่าในส่วนลึกของดวงตาจะยังคงมีความรู้สึกต่อต้านสภาพแวดล้อมนั้นอยู่บ้าง ทว่ากลับมีความตื่นเต้นที่จะได้ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมากกว่า

เพียงพริบตาเดียว สัปดาห์หนึ่งก็ผ่านพ้นไป

ที่บริเวณชานเมืองหนานเจียง โรงฆ่าสัตว์แห่งที่สาม

ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ประตูบานใหญ่เสียด้วยซ้ำ กลิ่นคาวโลหิตที่หนาทึบจนชวนคลื่นไส้ ผสมปนเปกับกลิ่นสาบอันเป็นเอกลักษณ์ของสัตว์อสูรต่างมิติและกลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อ ก็ลอยโชยมาตามสายลม

"อึก..."

หลังจากเพิ่งก้าวลงจากรถยนต์โดยสารลอยฟ้า ใบหน้าของซูชิงเกอก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที

แม้ว่านางจะเตรียมใจมาบ้างแล้ว ทว่ากลิ่นนี้มันรุนแรงเกินกว่าจะรับไหวจริงๆ

"ภรรยา เจ้ามิเป็นไรใช่หรือไม่"

เมื่อเห็นท่าทางโงนเงนของนาง เฉินเย่จึงเข้าไปประคองไว้ด้วยความห่วงใยอยู่บ้าง

"เอาอย่างนี้ไหม... เจ้ากลับไปก่อนเถอะ กลิ่นนี้มันค่อนข้างรุนแรงเกินไปจริงๆ"

แม้แต่ตัวเฉินเย่เองก็ยังรู้สึกมิค่อยสบายตัวจากกลิ่นควันเหล่านี้เช่นกัน

"ไม่ค่ะ... ข้ามิกลับ"

ซูชิงเกอฝืนสะกดกลั้นความปั่นป่วนในกระเพาะอาหารของตนลงไป แล้วจ้องมองเฉินเย่ด้วยสายตาที่ดื้อรั้น น้ำเสียงของนางอู้อี้ "ข้ามาถึงขั้นนี้แล้ว... ข้า ซูชิงเกอ จะมิมีวันเป็นทหารหนีทัพเด็ดขาด"

ยามที่เอ่ยปาก นางก็ฉุดดึงเฉินเย่ให้เดินตามไป ฝีเท้าของนางฉับไวยิ่งขึ้น

"ไปกันเถอะ ไปรายงานตัวกัน"

ทั้งสองมาถึงที่สำนักงานฝ่ายบุคคล

เนื่องจากกรรมการหลี่เตียนหยาได้ช่วยจัดการนัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว ประกอบกับฐานะผู้ฝึกยุทธ์อย่างเป็นทางการของพวกเขา ขั้นตอนการรับเข้าทำงานจึงดำเนินไปอย่างราบรื่นเป็นพิเศษ

"เมื่อพวกเจ้าเข้าไปในโรงงานแล้ว อย่าคิดว่าตนเองเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ให้คิดว่าตนเองเป็นคนฆ่าสัตว์ซะ"

"โควตาภารกิจประจำวันคือการชำแหละหมูป่าเขี้ยวตันห้าสิบตัว หากพวกเจ้าทำมิสำเร็จ เงินเดือนขั้นต่ำจะถูกหักออก"

"ไปได้แล้ว เขตซี ไลน์สาม คือสถานีงานของพวกเจ้า"

ภายในโรงงานชำแหละขนาดมหึมา

เสียงเครื่องจักรดังกระหึ่ม และมีโลหิตไหลนองไปทั่วทุกแห่งหน

หมูป่าเขี้ยวตันกลายพันธุ์จำนวนนับมิถ้วนที่มีน้ำหนักหลายร้อยชั่ง ถูกแขวนไว้บนสายพานการผลิตด้วยขอสับเหล็ก

เฉินเย่และซูชิงเกอสวมผ้ากันเปื้อนยางหนาเตอะ ในมือถือมีดชำแหละโลหะผสมชนิดพิเศษ ทั้งสองยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิต

"นี่คือ... สถานที่ที่พวกเราต้องทำงานอย่างนั้นหรือ..."

ซูชิงเกอมองดูภาพเหตุการณ์ราวกับขุมนรกตรงหน้า มือที่ถือมีดอยู่สั่นเทาเล็กน้อย

หมูป่าเขี้ยวตันกลายพันธุ์ที่ถูกวางยาสลบตัวหนึ่งร่วงลงตรงหน้านางด้วยเสียงเคร้ง

ขนอันหยาบกร้าน น้ำลายที่ไหลเยิ้มจากเขี้ยวของมัน และกลิ่นอายโลหิตอันร้อนผ่าวที่ลอยโชยมา...

สำหรับดาวโรงเรียนที่มีอาการรักความสะอาดอย่างรุนแรงเช่นนาง นี่มิต่างอะไรกับการถูกระเบิดนิวเคลียร์โจมตีเลยทีเดียว

"ไม่ต้องกลัว ดูข้านะ"

ในทางกลับกัน เฉินเย่กลับปรับตัวได้ค่อนข้างรวดเร็ว

ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว เขาย่อมต้องทำมันออกมาให้ดีที่สุด

เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ นึกย้อนไปถึงวิดีโอการชำแหละที่เขาเคยศึกษาล่วงหน้าทางอินเทอร์เน็ตในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทันใดนั้นมีดชำแหละในมือของเขาก็แทงทะลุเข้าที่ลำคอของหมูป่าเขี้ยวตันตัวนั้นทันที

ฉัวะ

โลหิตฉีดพ่นสาดกระเซ็น

เฉินเย่เบี่ยงกายบังตามสัญชาตญาณ ทว่าหยดโลหิตสองสามหยดยังคงสาดกระเซ็นลงบนผ้ากันเปื้อนของเขาอยู่ดี

โฮสต์กำลังพยายามชำแหละ

ยินดีด้วยกับโฮสต์ที่ประสบความสำเร็จในการทำความเข้าใจทักษะ วิชาใบมีดชำแหละขั้นต้น ระดับเริ่มต้น

เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น ดวงตาของเฉินเย่พลันสว่างวาบขึ้นมาในทันใด

เป็นไปดังคาดจริงๆ

สิ่งนี้ก็นับเป็นทักษะเช่นกัน

ในเมื่อมันเป็นทักษะ ย่อมสามารถใช้แต้มเพิ่มระดับได้โดยตรง

"ระบบ เพิ่มแต้ม"

"เลื่อนระดับ วิชาใบมีดชำแหละขั้นต้น"

เฉินเย่คิดในใจ

วูบ

กระแสความอบอุ่นอันแปลกประหลาดสายหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาในสมองของเขาในฉับพลัน ตามมาด้วยชิ้นส่วนความทรงจำจำนวนนับมิถ้วนเกี่ยวกับวิชาใบมีด การใช้พละกำลัง และโครงสร้างกายวิภาคของสัตว์อสูรต่างมิติ

มีดชำแหละในมือของเฉินเย่ดูเหมือนจะได้รับชีวิตขึ้นมา มันสั่นไหวเล็กน้อย

มันมิใช่เครื่องมืออันเย็นชาอีกต่อไป ทว่ามันเปรียบเสมือนส่วนขยายของร่างกายเขาเลยทีเดียว

สิ้นเปลืองแต้มการพัฒนาหนึ่งแต้ม

ยินดีด้วยกับโฮสต์ วิชาใบมีดชำแหละขั้นต้น ได้รับการเลื่อนระดับเป็น ระดับเชี่ยวชาญ

จบบทที่ บทที่ 25 วิชาใบมีดชำแหละขั้นต้น

คัดลอกลิงก์แล้ว