- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 201 แก๊งคอลเซ็นเตอร์
201 แก๊งคอลเซ็นเตอร์
201 แก๊งคอลเซ็นเตอร์
ตอนนี้ดันเต้สามารถใช้งานตราประจำตำแหน่งบิชอปได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว แต่เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองจะสามารถเปิดใช้งานตราประจำตำแหน่งบิชอปของเครย์ได้หรือเปล่า ยังไงซะเขาก็ต้องขอลองดูสักตั้ง เผื่อฟลุคใช้งานได้ขึ้นมาล่ะนะ
ดันเต้ลองถ่ายเทพลังเวทเข้าไปในตราประจำตำแหน่งของบิชอปแห่งความบ้าคลั่งด้วยวิธีเดียวกับที่ใช้ตราของตัวเอง แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าตราประทับชิ้นนี้ดันสว่างวาบขึ้นมา และเริ่มตอบสนองต่อพลังของเขา นั่นหมายความว่ามันใช้งานได้!
แต่พอเขาลองคิดดูดีๆ วัฒนธรรมองค์กรของลัทธิคืนชีพก็เป็นแบบนี้จริงๆ นั่นแหละ ในเมื่อพวกสาวกของลัทธิสามารถเลื่อนขั้นเป็นบิชอปได้ด้วยการฆ่าบิชอปคนเก่าทิ้ง งั้นการที่บิชอปคนนึงจะไปแย่งตราของบิชอปอีกคนมาใช้งานได้ มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
"แบบนี้เครย์ก็ซวยหนักแล้วสิเนี่ย"
ดันเต้พึมพำอย่างอารมณ์ดี
การที่เครย์เผลอเอาตราประจำตำแหน่งบิชอปมามอบให้กับคนที่อันตรายที่สุดอย่างเขาเนี่ย ถือเป็นความผิดพลาดมหันต์!
"ด้วยนิสัยหยิ่งยโสโอหังแบบหมอนั่น เกรงว่ามนุษยสัมพันธ์คงติดลบแหงๆ ถึงเวลาที่ผมต้องช่วยเขาปรับปรุงมนุษยสัมพันธ์สักหน่อยแล้ว"
พอตั้งเป้าหมายได้แล้ว ดันเต้ก็เริ่มใช้ตราประจำตำแหน่งของเครย์ติดต่อไปหาบิชอปคนอื่นๆ ทันที ก่อนอื่นก็ต้องเริ่มจากเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ดั้งเดิมอย่างมินอส บิชอปแห่งความมืดก่อนเลยดีกว่า
[อยู่ไหม? ขอยืมเงินหน่อย]
ดันเต้สวมรอยเป็นเครย์แล้วส่งข้อความส่วนตัวไปหามินอส เขารู้สึกว่านี่แหละคือประโยคเปิดบทสนทนาที่เข้ากับสไตล์ของเครย์ที่สุดแล้ว
ไม่มีสัญญาณตอบรับ ดูเหมือนมินอสจะไม่อยู่ หลังจากรอไปประมาณยี่สิบนาที ในที่สุดตราประจำตำแหน่งบิชอปก็มีแสงกะพริบแจ้งเตือนว่ามีคนตอบกลับมาแล้ว ดูจากสัญลักษณ์ของตราประทับ มันคือตราของบิชอปแห่งความมืด ดันเต้จึงรีบหยิบตราขึ้นมาดูข้อความของมินอสทันที...
[คราวนี้เสียพนันไปเท่าไหร่อีกแล้วล่ะ?]
แบบนี้มีลุ้น! ดันเต้กำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น ดูท่าไอ้เครย์คงจะเคยบากหน้าไปขอยืมเงินจากคนที่รวยที่สุดอย่างมินอสมาก่อนจริงๆ ด้วย แถมน่าจะเป็นลูกหนี้ขาประจำซะด้วยซ้ำ!
……
ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง ณ ห้องนอนในคฤหาสน์แห่งหนึ่ง หญิงสาวรูปร่างเย้ายวนในชุดคลุมอาบน้ำกำลังมองดูตราประทับบนโต๊ะด้วยสีหน้างุนงง
"เจ้าเครย์นี่ ฝีมือก็กากแต่ดันชอบเล่นซะจริง"
เธอส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
ไม่นานนัก เธอก็เห็นข้อความตอบกลับจากบิชอปแห่งความบ้าคลั่งบนตราประจำตำแหน่ง...
[เสียไปแค่นิดหน่อยเอง]
นิดหน่อยงั้นเหรอ? นิดหน่อยบ้าอะไรล่ะ! แต่ในความทรงจำของเธอ ถึงเครย์จะเป็นไอ้ตัวไร้มารยาทที่สุดในบรรดาบิชอปทั้งหมด แต่เขาก็เป็นบิชอปประเภทที่หาได้ยากตรงที่ไม่ค่อยชอบการฆ่าฟันสักเท่าไหร่ วันหน้าอาจจะมีโอกาสได้หลอกใช้ประโยชน์จากเขาก็ได้ งั้นยอมเจียดเงินให้เขายืมสักหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร ถือซะว่าจ่ายเงินซื้อความไว้ใจก็แล้วกัน
คิดได้ดังนั้น เธอจึงตอบไปว่า
[จะยืมเท่าไหร่]
[แค่ 10000 เหรียญทองก็พอ!]
อีกฝ่ายตอบกลับมาแทบจะในเสี้ยววินาที
[ไสหัวไปซะ!]
มินอสโยนตราประจำตำแหน่งบิชอปลงบนเตียงอย่างฉุนเฉียว ตั้งหนึ่งหมื่นเหรียญทอง ฉันเอาไปซื้ออาหารแมวแจกยังดีกว่าให้แกยืมเลยไอ้บ้า!
จากนั้นเธอก็เก็บตราประจำตำแหน่งของตัวเองยัดใส่กระเป๋าเดินทาง ค่อยๆ เช็ดผมจนแห้ง ปิดไฟ แล้วล้มตัวลงนอนซุกใต้ผ้าห่ม เธอหลับตาลงอย่างสงบ เตรียมตัวพักผ่อนเพื่อจบวันอันแสนสบายนี้
"เดี๋ยวนะ เครย์เพิ่งจะมาเสียเงินก้อนโตเอาเมื่อช่วงบ่ายวันนี้งั้นเหรอ?"
มินอสที่นอนอยู่บนเตียงลืมตาโพลงขึ้นมาอีกครั้ง เธอจ้องมองเพดานห้องและจมลงสู่ห้วงความคิด ไม่นานนัก เหมือนเธอจะนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมาได้ ริมฝีปากสีแดงสดของเธอขยับพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว
"คงไม่ใช่หรอกมั้ง...เครย์ คราวนี้นายซวยแล้วล่ะ..."
……
ตัดภาพกลับมาทางดันเต้ หลังจากที่เขาส่งข้อความขอยืมเงินหนึ่งหมื่นเหรียญทองไปหามินอสแล้ว ไม่ว่าเขาจะพยายามส่งข้อความไปก่อกวนมากแค่ไหน มินอสก็เมินเฉยไม่ยอมตอบกลับเขามาอีกเลย
"ซี๊ด...หรือว่าหนึ่งหมื่นเหรียญทองมันจะดูเยอะเกินไปหน่อยหว่า? ไม่สิ สงสัยผมคงจะเหลิงเกินไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ยที่ผมมองว่าเงินหนึ่งหมื่นเหรียญทองมันเป็นตัวเลขที่สามารถเอ่ยปากขอกันได้ง่ายๆ แบบนี้"
ดันเต้พูดกับตัวเองด้วยความรู้สึกผิดนิดๆ ต้องโทษไอ้เครย์นั่นแหละ! เป็นเพราะมันแท้ๆ ที่ทำให้มุมมองเรื่องเงินของเขาพังพินาศไปหมด มันทำให้เขารู้สึกหลงผิดไปชั่วขณะว่าเงินทองมันหามาได้ง่ายดายซะเหลือเกิน
แต่ดันเต้ก็รู้สึกว่าการที่เขาเดาสุ่มและสวมรอยเลียนแบบนิสัยของเครย์ไปเมื่อกี้ มันอาจจะได้ผลดีเกิดคาดก็ได้ ถ้าอย่างนั้น ลองมาดูกันดีกว่าว่าเขาจะสามารถหลอกถามข้อมูลจากบิชอปคนอื่นๆ มาได้บ้างหรือเปล่า จากข้อมูลที่ดันเต้สังเกตพฤติกรรมของเครย์มาทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ไอ้นี่มันเป็นพวกพูดจาอวดดีสุดๆ! เพราะงั้นต่อให้มันจะเป็นฝ่ายบากหน้าไปขอยืมเงินใคร มันก็ต้องเปิดบทสนทนาด้วยท่าทีกร่างๆ แน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้น ดันเต้ก็ใช้ตราของเครย์แล้วส่งข้อความไปหาบิชอปทุกคนในรายชื่อผู้ติดต่อด้วยประโยคเดียวกันเป๊ะว่า
[อยู่ไหม? ให้พ่อยืมสัก 5,000 เหรียญทองหน่อยสิ]
วินาทีนี้ดันเต้อินจัดจนรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเครย์ไปแล้วจริงๆ แต่ผลปรากฏว่า เขารอตั้งนานแต่ก็ไม่มีใครตอบกลับมาสักคน ไม่รู้ว่าป่านนี้พวกนั้นพากันเข้านอนหมดแล้ว หรือว่าจริงๆ แล้วทุกคนจะเกลียดขี้หน้าไอ้เครย์เข้าไส้กันแน่
"ดูท่าแล้ว มินอสน่าจะเป็นคนดีที่สุดแล้วแฮะ ลัทธิคืนชีพออกจะยิ่งใหญ่ซะขนาดนี้ แต่ดันมีแค่เธอคนเดียวที่มีน้ำใจให้กันบ้าง"
หลังจากนั่งรอไปอีกสักพัก ในที่สุดก็มีข้อความตอบกลับมาข้อความหนึ่ง ดันเต้มองดูสัญลักษณ์บนตราที่สว่างขึ้น มันคือตราของบิชอปแห่งความจอมปลอมนั่นเอง
ดันเต้จำได้ว่าเจ้านี่คือคนที่เป็นประธานตอนประชุมนี่นา น่าจะเป็นคนที่รับหน้าที่เป็นเหมือนพ่อบ้านใหญ่คอยจัดการเรื่องวุ่นๆ ในตอนที่พระสันตะปาปาไม่อยู่ ดันเต้ก้มดูข้อความใหม่ที่โชว์ขึ้นมาบนหน้าจอ
[นี่แกไปก่อเรื่องอะไรมาอีกล่ะ?]
อีกแล้ว? ดันเต้อดทึ่งไม่ได้ ไอ้เครย์นี่มันช่างหน้าด้านหน้าทนจริงๆ ดูเหมือนว่ามันคงจะเคยไล่ทักแชทไปยืมเงินบิชอปครบทุกคนแล้วล่ะมั้ง! เอะอะก็ทักไปไถตังค์เนี่ยนะ!
ดันเต้เลยพิมพ์ตอบกลับไปอย่างว่องไวว่า
[ข้ามาถึงอาณาจักรแลนเดียร์แล้ว แต่เผลอไปเล่นพนันจนหมดตัว ตอนนี้เลยต้องการกำลังเสริมด่วนๆ]
หลังจากส่งข้อความไป ทางฝั่งของบิชอปแห่งความจอมปลอมก็เงียบกริบไปพักใหญ่ ก่อนจะส่งข้อความตอบกลับมาอีกครั้ง และสิ่งที่บิชอปแห่งความจอมปลอมส่งกลับมาก็คือเครื่องหมาย [?] ตัวเบ้อเริ่ม
ส่วนดันเต้เองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ส่งเครื่องหมาย [?] สวนกลับไปเหมือนกัน
[แกอยู่อาณาจักรแลนเดียร์เนี่ยนะ?]
บิชอปแห่งความจอมปลอม
"เอ๊ะ?"
พอดันเต้เห็นปฏิกิริยาของบิชอปแห่งความจอมปลอม เขาก็รู้สึกทะแม่งๆ ขึ้นมาทันที
บิชอปแห่งความจอมปลอมไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ? อย่าบอกนะว่าที่ไอ้เครย์โผล่มาป้วนเปี้ยนอยู่ที่อาณาจักรแลนเดียร์เนี่ย...ไม่ใช่แผนการที่ทางลัทธิคืนชีพส่งมาหรอกเรอะ?