200 ช็อก
200 ช็อก
โคนีเลียขยี้ตาตัวเองอย่างเหม่อลอย เธอชักจะสงสัยแล้วว่าตัวเองกำลังตาฝาดไปหรือเปล่า เธอรีบหันไปมองมีอาที่อยู่ข้างๆ ทันที แต่โคนีเลียกลับพบว่ามีอาที่ปกติมักจะเยือกเย็นอยู่เสมอก็กำลังขมวดคิ้วแน่นอยู่เช่นกัน ดูเหมือนเธอเองก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าทำไมถึงมีเด็กที่หน้าตาถอดแบบดันเต้มาอยู่ที่นี่ได้
"เมี๊ยว! นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย! มีอะไรให้น่าตกใจขนาดนั้นเมี๊ยว!!"
อาจารย์แมวที่ถูกโคนีเลียปล่อยทิ้งไว้บนโซฟามองดูอาการของทั้งสองคน มันกระโดดขึ้นไปเกาะพนักพิงโซฟาด้วยความหงุดหงิด แล้วจ้องเขม็งไปทางดันเต้
"ก็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งไม่ใช่เหรอเมี๊ยว!"
"เมี๊ยวๆ? ดันเต้ ข้าคลาดสายตาจากเจ้าไปแค่ช่วงบ่ายแปปเดียว เจ้าก็ไปหลอกเด็กที่ไหนมา..."
"เอ๊ะ เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว!!!"
กว่าสมองของอาจารย์แมวจะประมวลผลเสร็จก็ปาเข้าไปตั้งสามจังหวะ พอมาสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของทาทาแบบเต็มสองตา มันก็ร้องเสียงหลงออกมาทันที
"ดันเต้ เจ้าแอบไปมีลูกสาวตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยเมี๊ยว!!"
เมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์แมว โคนีเลียก็รู้สึกเหมือนศรัทธาในใจของเธอพังทลายลง ร่างกายของเธอเริ่มโอนเอนไปมา ยังดีที่มีอาตาไวรีบพุ่งเข้าไปประคองแขนของโคนีเลียเอาไว้ได้ทัน
"ไอ้แมวโง่เอ๊ย! ผมเพิ่งจะสิบหกเองนะ!! ยัยหนูนี่ดูยังไงก็อายุตั้งหกเจ็ดขวบแล้วไม่ใช่หรือไง!!!"
ดันเต้โดนคำพูดของอาจารย์แมวทำเอาปรี๊ดแตกจนต้องตะโกนด่ากลับไป
พออาจารย์แมวลองคิดตามดู มันก็คิดได้ว่ามันดูทะแม่งๆ จริงๆ นั่นแหละ
"งะ...งั้น พวกเจ้าเป็นพี่น้องที่พลัดพรากจากกันไปนานหลายปีเหรอเมี๊ยว? ถ้าไม่ใช่ฝาแฝดล่ะก็ นี่มันจะหน้าเหมือนกันเกินไปแล้วนะเมี๊ยว!"
อาจารย์แมวรีบโบกขาหน้าไปมาเป็นพัลวันเพื่อออกตัวก่อนว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจจะกล่าวหา
"ไม่รู้เว้ย! แต่เมื่อกี้ผมเพิ่งเอาเลือดของยัยหนูนี่ไปตรวจมาแล้ว ผมกับเธอไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันแน่นอน! แค่หน้าเหมือนกันเฉยๆ!!!"
ก่อนหน้านี้ตอนที่นั่งรถม้ากลับมา ดันเต้สั่งให้รถม้าแวะจอดเพื่อลงไปซื้อไอเทมบางอย่างที่ร้านค้า จากนั้นเขาก็เจาะเลือดจากนิ้วของทาทามานิดหน่อย แล้วใช้พิธีกรรมตรวจสอบสายเลือดของอาจารย์เพื่อทำการทดสอบดู และผลที่ออกมาก็คือเขากับทาทาไม่ได้มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดกันเลยแม้แต่น้อย
พอได้ยินคำอธิบายของดันเต้ โคนีเลียก็ดูจะมีอาการดีขึ้นมานิดหน่อย แต่เธอก็ยังมองสลับไปมาระหว่างดันเต้กับทาทาด้วยความประหม่าอยู่ดี หัวใจของเธอแทบจะรับเรื่องตื่นเต้นแบบนี้ไม่ไหวแล้ว
"น...นี่ เจ้าคงไม่ได้กำลังหลอกข้าอยู่ใช่ไหมเมี๊ยว!"
อาจารย์แมวมองใบหน้าจิ้มลิ้มของทาทาที มองหน้าดันเต้ที ก็ยังรู้สึกว่ามันเหลือเชื่ออยู่ดี
"ถ้าเมื่อกี้ผมพูดโกหกแม้แต่คำเดียวล่ะก็! ขอให้ชาตินี้ผมไม่มีวันสร้างการ์ดระดับตำนานสีแดงได้เลยเอ้า!"
ดันเต้ชูมือขึ้นฟ้าพร้อมกับตะโกนลั่น
"เมี๊ยว..."
พอได้ยินดันเต้คำสาบานของดันเต้แล้ว อาจารย์แมวก็เริ่มจะเชื่อเขาขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะความฝันสูงสุดอย่างหนึ่งของดันเต้ก็คือการสร้างการ์ดระดับตำนานสีแดงให้ได้ การที่เขากล้าพูดแบบนี้ แสดงว่าเขาไม่ได้พูดโกหกอย่างแน่นอน
"ผมกับยัยหนูนี่ต้องมีความเกี่ยวข้องกันบางอย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรอกนะ มันมีสิ่งที่อธิบายได้ยาก อย่างพวกอดีตชาติอะไรเทือกนั้นอยู่ด้วย"
ดันเต้อธิบายด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ เรื่องเวียนว่ายตายเกิดอะไรพวกนี้ บางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อ แต่ดันเต้น่ะเชื่อสนิทใจเลยล่ะ ก็แน่สิ ตัวเขาเองก็เป็นคนที่กลับชาติมาเกิดใหม่น่ะสิ
"เอ่อ..."
ถึงแม้ว่าพวกโคนีเลียจะยังคิดไม่ออกว่าทำไมทาทากับดันเต้ถึงได้หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะขนาดนี้ แต่ตราบใดที่ตัดเรื่องการเป็นลูกสาวของดันเต้ออกไปได้ก็พอแล้ว โคนีเลียเอามือทาบอก ดูเหมือนในที่สุดเธอจะผ่อนลมหายใจออกมาได้อย่างโล่งอก แต่พวกเธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะคอยแอบมองใบหน้าของทาทาอยู่เรื่อยๆ
ทาทาที่ถูกคนแปลกหน้าสองคนกับอีกหนึ่งตัวจ้องมองไม่วางตา เริ่มมีอาการประหม่า จึงหดตัวไปหลบอยู่ด้านหลังของดันเต้ตามสัญชาตญาณ
"ดันเต้ หรือว่าเธอคือ..."
เหมือนมีอาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยปากถามขึ้น
"ใช่แล้วล่ะ ยัยหนูนี่แหละคืออัจฉริยะตัวน้อยที่สร้างการ์ดกัปตันดันเต้น้อยปากเบี้ยวใบนั้นยังไงล่ะ ผมเลยจับตัวเธอมาซะเลย!"
ดันเต้หันไปมองทาทาที่แอบอยู่ข้างหลังแล้วตอบกลับไป
"จับตัวมางั้นเหรอ?"
พอมีอาได้ยินคำว่า 'จับ' เธอก็รู้สึกว่ามันดูผิดกฎหมายอาญาชอบกล
"แน่นอนสิ ยัยเด็กนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ คนทั่วไปไม่มีทางจับตัวเธอได้ไวขนาดนี้หรอก แต่ตอนนี้เธอเป็นนักเรียนของผมแล้วล่ะ ต่อไปนี้ผมจะตั้งใจปั้นให้เธอเป็นนักสร้างการ์ดที่ยอดเยี่ยมให้ได้เลย"
ดันเต้พูดด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจสุดๆ
"......"
มีอามองเห็นอนาคตของเด็กผู้หญิงแสนดีคนนี้ลอยมาแต่ไกลเลยว่า อีกไม่นานเด็กผู้หญิงดีๆ คนหนึ่ง คงได้กลายเป็นคนประหลาดผิดมนุษย์ตามรอยดันเต้ไปอีกคนแน่ๆ
ไม่นานนัก พวกเธอก็ขยับเข้าไปมุงดูทาทาใกล้ๆ ถึงแม้ว่าทั้งสองสาวกับอีกหนึ่งแมวจะแสดงท่าทีเป็นมิตรและต้อนรับทาทาอย่างอบอุ่น แต่ดูเหมือนว่าทาทาจะไม่ค่อยถนัดรับมือกับโคนีเลียและมีอาซักเท่าไหร่ ทาทาสัมผัสได้โดยสัญชาตญาณว่ามีอานั้นมีกลิ่นอายของความอันตรายแผ่ออกมาเล็กน้อย เธอจึงพยายามหลบเลี่ยงไม่ให้มีอาเข้าใกล้ แล้วเอาแต่วิ่งวนหลบอยู่รอบตัวดันเต้
ส่วนกับโคนีเลีย ทาทากลับรู้สึกหวาดกลัวไปอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นก็เพราะเมื่อกี้โคนีเลียทำท่าเหมือนอยากจะพุ่งเข้ามากอดทาทาน่ะสิ ทำเอาทาทาตกใจกลัวแทบแย่ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเกือบจะแหลกละเอียดเป็นผุยผงไปแล้ว ปฏิกิริยาของทาทาเหมือนกับปฏิกิริยาของดันเต้ตอนที่โคนีเลียทำให้เขาตกใจเมื่อตอนนั้นไม่มีผิด
มีแค่อาจารย์แมวตัวเดียวเท่านั้นที่ทาทาไม่ค่อยจะกลัวเท่าไหร่ แต่กลายเป็นว่าอาจารย์แมวต่างหากที่รู้สึกกลัวทาทาซะเอง เพราะมันดันหวนนึกไปถึงตอนที่ตัวเองพลาดท่าตกไปอยู่ในกำมือของดันเต้ ยัยเด็กประหลาดผิดมนุษย์นี่ก็คงจะมีพิษสงร้ายกาจไม่เบาแน่ๆ
แต่ที่น่าแปลกใจที่สุดคือท่าทีของทาทาที่มีต่อโคลอิกซ์ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ในร้านค้า โคลอิกซ์จะเป็นคนร่ายเวทมนตร์จับตัวทาทาเอาไว้ก็ตาม แต่ทาทากลับไม่เคยแสดงอาการหวาดกลัวโคลอิกซ์เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเธอไม่รู้สึกถึงภัยคุกคามใดๆ จากตัวโคลอิกซ์เลย
"ไม่ต้องกลัวนะทาทา พี่สาวสองคนนี้เป็นเพื่อนร่วมปาร์ตี้ของผมเอง ส่วนเจ้าแมวภูติตัวนี้ก็ถือซะว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของพวกเราก็แล้วกัน"
ดันเต้มองปฏิกิริยาของทาทาที่ทำเอาเขารู้สึกเดจาวูอย่างแรง ก่อนจะอธิบายให้ฟังด้วยรอยยิ้มแหยๆ
ทาทาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับ
"พวกเธอเองก็อย่าไปทำให้ทาทาตกใจสิ ควรจะเข้าหาเธอยังไง พวกเธอก็น่าจะรู้ดีนี่นา”
ดันเต้หันไปบอกสองสาว
โคนีเลียกับมีอามองตากันอย่างรู้ใจ ก็ยัยเด็กคนนี้มันร่างโคลนของดันเต้ชัดๆ! อย่าพยายามทำตัวสนิทสนมมากเกินไปตั้งแต่เริ่มแรก ขอเพียงแค่แสดงความจริงใจให้เธอสัมผัสได้ ไม่นานก็ต้องผูกมิตรกับเธอได้แน่ๆ ดังนั้นโคนีเลียและมีอาจึงยอมล้มเลิกแผนการที่จะตีสนิทกับทาทาอย่างรวดเร็วไปก่อน แล้วปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ เดี๋ยวทาทาก็คงจะสนิทกับพวกเธอไปเองแหละ
มีอาถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง ก่อนที่เธอจะหันไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง แล้วหันมาถามดันเต้ว่า
"นี่นายใช้เวลาตั้งครึ่งค่อนวันเพื่อตามหาเด็กคนนี้เลยเหรอ?"
"ก็ไม่เชิงหรอก ช่วงบ่ายพวกเราแวะไปที่สถาบันสลากการกุศลมาน่ะ ไปทำบุญสร้างกุศลมาตั้งเยอะแน่ะ"
"ฉันว่าแล้วเชียว การที่พวกนายออกไปข้างนอกครึ่งวันมันต้องมีเรื่องไม่ธรรมดาแน่ๆ สารภาพมาซะดีๆ ว่าได้กำไรมาเท่าไหร่?"
เพียงแค่มีอาเห็นสีหน้าของดันเต้เธอก็รู้แล้วว่า บ่ายวันนี้เจ้าหมอนี่คงได้อะไรกลับมาไม่น้อย เพราะเจ้าตัวคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามุมปากของตัวเองมันยกยิ้มกว้างขนาดไหน
"มันก็คำนวณยากอยู่นะ"
เพราะของรางวัลที่เป็นสิ่งของที่ได้มาจากเครย์ มันตีเป็นมูลค่าค่อนข้างลำบาก
"แบบนี้จะไม่แบ่งเปอร์เซ็นต์มาให้พวกเราฉลองกันหน่อยเหรอ?"
มีอายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ พลางแอบสะกิดโคนีเลียกับอาจารย์แมวเบาๆ
"รีบแบ่งเงินมาเลยเมี๊ยว!"
"บ...แบ่งเปอร์เซ็นต์ด้วย!"
ดันเต้ยิ้มอย่างจนใจ จากนั้นเขาก็เปิดกระเป๋าหิ้วออก แล้วหยิบเหรียญผลึกมานาออกมาจำนวนหนึ่ง ก่อนจะโยนให้โคนีเลีย มีอา และอาจารย์แมวไปคนละสองเหรียญ หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็โยนให้ทาทาไปอีกหนึ่งเหรียญ ส่วนเงินสดที่เหลือ เขาก็แบ่งครึ่งกับโคลอิกซ์คนละเท่าๆ กัน
"ใจป้ำมากเลยนะเนี่ย"
มีอาฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเก็บเหรียญผลึกมานาใส่กระเป๋า แล้วตบกระเป๋าเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
โคนีเลียเองก็เก็บส่วนแบ่งที่ดันเต้ให้มาอย่างมีความสุข พร้อมกับเอ่ยว่า
"ขอบคุณนะ!"
อาจารย์แมวถึงกับกอดเหรียญผลึกมานาเอาไว้แน่น แล้วลงไปนอนกลิ้งเกลือกบนโซฟาอย่างมีความสุขสุดๆ
มีเพียงแค่ทาทาที่มองดูเหรียญในมือด้วยสายตางุนงง เหรียญที่เปล่งประกายสีม่วงเข้มนี้คืออะไรกัน เธอคิดยังไงก็คิดไม่ออก เธอไม่เคยเห็นเงินตราหน้าตาแบบนี้มาก่อนเลย แต่ดูจากปฏิกิริยาของคนอื่นๆ แล้ว มันน่าจะมีมูลค่าไม่น้อย
"เหรียญที่ระลึกน่ะ เก็บไว้ดูเล่นก็พอ"
ดันเต้เห็นท่าทางงุนงงของทาทาจึงช่วยอธิบายให้ฟัง
ทาทาลังเลอยู่นิดหน่อย แต่สุดท้ายก็พยักหน้ารับ แล้วค่อยๆ เก็บเหรียญผลึกมานาใส่กระเป๋าอย่างทะนุถนอม
"ว่าแต่ พวกเธอไปทำผมมาใหม่เหรอ?"
ตั้งแต่เดินเข้ามา ดันเต้ก็สังเกตเห็นแล้วว่าทรงผมของโคนีเลียเปลี่ยนไปจากเดิมนิดหน่อย ผมยาวของโคนีเลียถูกซอยให้ดูประณีตยิ่งขึ้น แถมยังถักเปียซะดูเหมือนคุณหนูตระกูลขุนนางเลยทีเดียว ส่วนมีอาเองก็ตัดผมให้สั้นลงนิดหน่อยเหมือนกัน
"มีอาพะ...พาฉันไปที่ร้านเสริมสวยมาน่ะ เปะ...เป็นไงบ้าง?"
โคนีเลียเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าดันเต้ ก่อนจะหมุนตัวโชว์ทรงผมใหม่หนึ่งรอบแล้วถามขึ้น
"ผมนึกว่าองค์หญิงจากอาณาจักรไหนหนีออกจากวังมาซะอีกนะเนี่ย"
สายตาของดันเต้จับจ้องอยู่ที่โคนีเลียอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากชมออกมา
"ฮี่ๆ"
โคนีเลียกลับมาอารมณ์ดีอีกครั้ง
ทุกคนนั่งคุยกันอยู่ที่ห้องโถงชั้นล่างพักใหญ่ พอเห็นว่าเริ่มดึกแล้ว จึงตกลงแบ่งห้องพักกันอย่างรวดเร็ว เนื่องจากชั้นสองของคฤหาสน์หลังนี้มีห้องนอนเพียงพอสำหรับทุกคน ในที่สุดดันเต้ก็สามารถกลับเข้าห้อง เพื่อทำสิ่งที่เขารอคอยมานานได้เสียที
......
หลังจากปิดประตูห้องเรียบร้อยแล้ว ดันเต้ก็หยิบตราประจำตำแหน่งบิชอปของเครย์ออกมาดู เจ้านี่เนี่ย...มันจะเอาไปใช้สวมรอยแฮ็กไอดี แล้วเอาไปหลอกต้มบิชอปคนอื่นๆ ได้ไหมนะ?