เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

198 บทเรียนหน้ามือหลังมือ (1/2)

198 บทเรียนหน้ามือหลังมือ (1/2)

198 บทเรียนหน้ามือหลังมือ (1/2)


"ผมรู้สึกว่าเธอกำลังคิดเรื่องที่เสียมารยาทสุดๆ อยู่นะ..."

ดันเต้สังเกตสีหน้าของทาทาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน ยัยหนูทาทาดูเหมือนกำลังสงสัยในเผ่าพันธุ์ของเขา ดันเต้เป็นมนุษย์แท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาไม่ชอบให้ใครมองเขาเป็นปีศาจหรอก คราวที่แล้วตอนอยู่โรงเรียนปีศาจเขาก็โดนบารอนแบเชลตะโกนชี้หน้าด่าว่า 'แกมันเป็นปีศาจ!' นั่นก็ทำเอาดันเต้โกรธมากจนต้องสั่งสอนอีกฝ่ายไปชุดใหญ่ตรงนั้นเลย แต่ก็นะ ทาทายังเป็นแค่เด็ก จะไม่ประสีประสาไปบ้างก็เรื่องปกติ ดันเต้ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจก่อนจะพูดขึ้นว่า

"ผมอุตส่าห์เผยความลับให้เธอเห็นหมดแล้วนะ อย่างน้อยก็ช่วยหัดเชื่อใจกันบ้างเถอะน่า"

"..."

ทาทาเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นสองมือเล็กๆ ของเธอก็กำเข้าหากันแน่น ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองดันเต้แล้วเอ่ยถาม

"นาย...จะปกป้องฉันใช่มั้ย?"

"แหงสิ ขืนผมไม่ปกป้องเธอ เกิดวันหนึ่งเธอโดนจับตัวไป แล้วคนอื่นเห็นว่าเธอหน้าตาเหมือนผมขนาดนี้ เขาจะไม่เหมารวมว่าผมเป็นเผ่าปีศาจไปด้วยหรอกเหรอ?"

ดันเต้พยักหน้ารับพร้อมกับย้อนถาม

เหตุผลของดันเต้ทำเอาทาทาถึงกับจมอยู่ในห้วงความคิด แม้ว่าตอนนี้เธอจะรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าการทำข้อตกลงกับปีศาจตัวเป็นๆ นั้นค่อนข้างน่ากลัว แต่ถ้ามองในมุมของผลประโยชน์แล้ว ปีศาจตนนี้ก็พร้อมที่จะปกป้องเธอ แถมไม่รู้ทำไม ปีศาจตรงหน้าเธอดูเหมือนจะไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรขนาดนั้น ถึงจะเคยได้ยินมาว่าเวลาปีศาจล่อลวงมนุษย์ พวกมันจะแสร้งทำตัวอ่อนโยนและใจดียิ่งกว่าเทวดานางฟ้าเสียอีก แต่สำหรับหมอนี่...บทจะเลวก็เลว บทจะดีก็ดีใจหาย จนเธอเริ่มจะเดาทางไม่ถูกแล้ว

ดันเต้มองท่าทีคิดหนักของทาทาก็ไม่ได้พูดแทรก ปล่อยให้เด็กสาวได้ใช้ความคิดอย่างช้าๆ ท้ายที่สุดแล้วของแบบนี้มันต้องให้เจ้าตัวคิดให้ตกแล้วตัดสินใจเอง ทว่าประเด็นที่ดันเต้เพิ่งพูดไปหยกๆ ว่า "อาจจะโดนคนอื่นสงสัยว่าเป็นปีศาจ" นั้น...โคลอิกซ์ที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับทนไม่ไหวจนต้องหลุดปากบ่นออกมา

"ดันเต้...เป็นไปได้ไหมว่าจริงๆ แล้วนายถูกคนอื่นเขาสงสัยว่าเป็นปีศาจมาตั้งนานแล้ว แถมไม่ใช่เพราะเรื่องเผ่าพันธุ์ด้วย แต่เป็นเพราะวีรกรรมของนายล้วนๆ"

"..."

ดันเต้มองบนเบะปาก พลางคิดว่าทุกคนต้องมีอคติกับเขาแน่ๆ

ในที่สุด ทาทาก็เหมือนจะตัดสินใจได้แล้ว แต่เธอยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะยืนยันให้แน่ใจ เด็กสาวจ้องลึกเข้าไปในตาของดันเต้แล้วเอ่ยถามว่า

"ถ้าเกิดวันนึง...ฉันหมดประโยชน์กับนายแล้ว นายจะยังปกป้องฉันอยู่มั้ย?"

"เหอะ ผมไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กของเธอนะ"

ดันเต้แค่นหัวเราะตอบ

"..."

ทาทาหดคอลงเล็กน้อยพลางหลบสายตาของเขา เธอไม่ได้แปลกใจกับคำตอบนี้เลยสักนิด แถมการที่ดันเต้พูดออกมายอมรับตรงๆ ก็ยังดีกว่ามานั่งปั้นน้ำเป็นตัวหลอกลวงเธอ ดันเต้ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมาคอยคุ้มครองตัวปัญหาที่พร้อมจะสร้างเรื่องวุ่นวายอย่างเธออยู่ตลอดเวลา เพราะดันเต้เองก็มีวิธีการปลอมตัวที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว ส่วนตัวเธอเปรียบเสมือนระเบิดเวลาดีๆ นี่เอง หากเรื่องที่เขาซุกซ่อนเธอไว้เกิดแดงขึ้นมา ดันเต้ก็ต้องเจอกับปัญหาใหญ่แน่ ดังนั้นไม่ว่าจะมองจากมุมไหน สำหรับดันเต้แล้ว เธอก็เป็นแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่พร้อมจะถูกโยนทิ้งได้ทุกเมื่อ แบบนี้สิถึงจะสมเหตุสมผล

"เธอจะมาคาดหวังให้ผมคอยปกป้องไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะ เธอต้องรีบเก่งขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองซะ แต่ว่า...ในระหว่างที่เธอยังไม่แกร่งพอ ผมขอรับประกันเลยว่าจะไม่ยอมให้ไอ้อีหน้าไหนมาแตะต้องตัวเธอได้เด็ดขาด"

ดันเต้เอ่ยแซวทาทาเสร็จก็พูดเสริมขึ้น

ร่างเล็กจ้อยของเด็กสาวชะงักกึก ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองหน้าดันเต้อีกครั้ง เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าในชีวิตนี้จะมีใครกล้าเอ่ยปากว่าจะคอยปกป้องดูแลจนกว่าเธอจะเติบโตและพึ่งพาตัวเองได้ เพราะตัวเธอเองก็รู้ดีว่า ขอเพียงแค่มีเวลาและสภาพแวดล้อมที่สงบสุขปลอดภัยให้เติบโต เธอจะสามารถเผชิญหน้ากับภัยคุกคามได้อย่างไม่เกรงกลัว แต่ไอ้โอกาสในการเติบโตอย่างอิสระที่ว่านี่แหละ คือสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเธอ

"ไม่ได้หลอกกันใช่มั้ย?"

"ผมจะได้ประโยชน์อะไรจากการหลอกเด็กกันล่ะ? เอาไว้รอเธอตามผมไปที่อาณาจักรนอร์ตันก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นแค่คนอื่นเห็นหน้าเธอ พวกเขาก็แทบจะต้องก้มหัวเรียก 'ลูกพี่ทาทา' แล้ว ผมไม่ต้องออกโรงทำอะไรเลยด้วยซ้ำ เธอก็จะได้สัมผัสว่าความยิ่งใหญ่คับฟ้ามันเป็นยังไง แน่นอนว่าเธอก็ต้องรู้จักเก็บตัวบ้าง เพราะที่ผ่านมาผมเป็นคนรักสงบและทำตัวไม่เด่นมาโดยตลอด ขืนเธอทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตา เดี๋ยวชาวบ้านเขาก็จะจับได้ว่าเธอไม่ได้เป็นน้องสาวผมน่ะสิ"

ดันเต้สาธยายด้วยความภาคภูมิใจ

โคลอิกซ์ที่ยืนฟังอยู่เหมือนมีคำพูดจุกอยู่ที่คอหอย แต่สุดท้ายก็ต้องกลืนมันลงไป เขารู้สึกว่าถ้ายังขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงได้กลายร่างเป็นฝ่ายตบมุกเหมือนอาจารย์แมวแหงๆ

ในที่สุดมือเล็กที่กำปลายแขนเสื้อของตัวเองไว้แน่นก็ยอมคลายออก แววตาของทาทาเริ่มลดความหวาดระแวงที่มีต่อดันเต้ลง จากนั้นเด็กสาวก็ล้วงเอาบัตรออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นส่งให้ดันเต้

"ฉันถอนออกมา 800 เหรียญทอง ในบัตรยังเหลืออีก 200 เหรียญทอง"

ทาทาเอ่ยขึ้น

ทว่าดันเต้กลับไม่ได้ยื่นมือไปรับบัตรใบนั้นมา เขาเพียงแค่พึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่า

"อืม หลังจากที่เธอตามผมกลับไปที่อาณาจักรนอร์ตัน เรื่องเงินเดือนน่ะ...ไม่มีหรอกนะ"

ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ทาทาก็ก้มหน้างุดพลางพยักหน้ารับเบาๆ เธอรู้อยู่แล้วล่ะว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ เงินไม่กี่ร้อยเหรียญทองบวกกับคำสัญญาที่ว่าจะปกป้องเธอนี้ ต้องแลกกับการที่เธอต้องทำงานชดใช้หนี้ให้เขาไปชั่วชีวิต

"แต่ผมจะให้ค่าขนมเธอเท่ากับเงินเดือนของนักสร้างการ์ดระดับ 3 ขั้นหนึ่ง...เดือนละ 120 เหรียญทองก็แล้วกัน"

เมื่อดันเต้พูดจบ ทาทาก็เบิกตากว้างเป็นไข่ห่าน แล้วมองชายหนุ่มด้วยความตกตะลึงราวกับไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เธอสงสัยว่าเมื่อกี้หูแว่วฝาดไปหรือเปล่า เดือนละ 120 เหรียญทองเชียวนะ! ต่อให้เธอสร้างการ์ดปลอม กัปตันดันเต้น้อย ขายอย่างเต็มที่ ชนิดที่ว่าทำใบหนึ่งขายใบหนึ่ง ก็ยังหาเงินได้ไม่มากขนาดนี้เลย

"เวลาที่ให้เธอฝึกสร้างการ์ดในแต่ละวัน ผมจะควบคุมให้อยู่ภายในสี่ชั่วโมง ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ให้พักผ่อนไปซะ เพราะยังไงซะเธอก็ยังอยู่ในวัยกำลังโต ส่วนบัตรธนาคารใบนี้เธอก็เก็บไว้เถอะ ไม่ต้องคืนผมหรอก ผมขี้เกียจไปทำบัตรใหม่ให้เธอ มีเงินติดตัวไว้บ้างก็ดี จะได้ไม่ต้องมาคอยกวนใจผมเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตีซะว่าเธอเป็นหนี้ผม 1,000 เหรียญทองก็แล้วกัน"

"ส่วนเรื่องดอกเบี้ยผมจะใจดีเว้นให้ล่ะกัน เอาเป็นว่าหลังจากนี้ หักค่าขนมเดือนละ 40 เหรียญทองมาใช้หนี้ก็แล้วกัน เพราะงั้นผมจะจ่ายให้เธอแค่เดือนละ 80 เหรียญทอง ผ่อนชำระ 25 เดือน หลังจากนั้นเธอก็จะไม่ติดหนี้ผมแล้ว ตกลงมั้ย?"

ทาทาที่ได้ยินคำถามของดันเต้ แม้จะอยู่ในอาการเหม่อลอย ทว่าเธอกลับพยักหน้ารับคำไปตามสัญชาตญาณ

"เรื่องที่พัก คงต้องฝืนใจให้เธอพักอยู่ที่คฤหาสน์ซึ่งเป็นที่ตั้งบริษัทไปก่อนล่ะนะ แต่ถ้าเธออยากจะเอาค่าขนมไปเช่าห้องอยู่เองข้างนอกผมก็ไม่มีปัญหาหรอก เพียงแต่ส่วนตัวผมมองว่า การที่เธออาศัยอยู่ในบริษัทมันน่าจะปลอดภัยกว่า อย่างน้อยๆ ก็มีคนคอยดูแล ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือช่วงกลางวันอาจจะมีพี่สาวสามคนส่งเสียงน่ารำคาญไปสักหน่อย ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะเข้ากับพวกเธอได้หรือเปล่า"

หลังจากฟังเงื่อนไขของดันเต้จบ ทาทาถึงกับอดสงสัยไม่ได้ว่าดันเต้กำลังหลอกเธออยู่หรือเปล่า บนโลกนี้มีเรื่องดีๆ แบบนี้อยู่จริงเหรอ?

"นี่นาย...ไม่ได้กำลังหลอกฉันอยู่ใช่มั้ย?"

"แล้วผมมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องหลอกลวงเธอด้วยล่ะ?"

"..."

ทาทาเองก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าดันเต้นั้นไม่มีความจำเป็นต้องหลอกเธอเลย

"ถึงเวลานั้นก็ช่วยงัดเอาพรสวรรค์ของเธอออกมาใช้ให้เต็มที่ก็แล้วกัน เพราะมีขั้นตอนการสร้างการ์ดบางอย่างที่มีแค่เธอเท่านั้นที่ช่วยผมได้”

"แล้ว...ถ้าเกิดฉันใช้หนี้ 1,000 เหรียญทองครบหมดแล้วล่ะ?"

“จะอยู่เรียนกับผมต่อไปก็ได้ หรือจะชิ่งหนีไปเลยก็ได้ อิสระเป็นของเธอ”

"เรียนงั้นเหรอ?"

"แน่นอนสิ ฝีมือระดับเธอในตอนนี้น่ะยังแค่หางอึ่ง ก่อนที่เธอจะสามารถเริ่มช่วยงานผมอย่างเป็นทางการ ผมยังต้องสอนอะไรเธออีกเยอะเลยล่ะ"

"..."

ทาทาเงียบไปอีกครั้ง ท่าทางดูเหมือนจะไม่ค่อยเต็มใจนัก

ถึงแม้ว่าทัศนคติที่ทาทามีต่อดันเต้จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมยังเลิกตั้งแง่หวาดระแวงเขาแล้วก็ตาม แต่ลึกๆ แล้วในฐานะของนักสร้างการ์ดด้วยกัน ในใจของทาทาก็ยังมีความรู้สึกไม่ยอมรับดันเต้มาโดยตลอด เนื่องจากเด็กสาวเชื่อว่าเหตุผลเดียวที่ดันเต้เหนือกว่าเธอ นั่นก็เป็นเพราะเขามีระดับที่สูงกว่าเธอต่างหาก หากเทียบการ์ดของทั้งสองคนแล้ว ขอเพียงแค่ระดับและฝีมือของเธอพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นล่ะก็ เธอก็เชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมเลยว่าการ์ดที่ตัวเองสร้างออกมานั้นจะไม่มีทางด้อยไปกว่าของดันเต้อย่างแน่นอน

"หึๆ"

ดันเต้มองความคิดของทาทาออกได้อย่างง่ายดาย ก็แหม...สีหน้าของเด็กซื่อๆ คนนี้น่ะ มันอ่านออกง่ายจะตายไป

จบบทที่ 198 บทเรียนหน้ามือหลังมือ (1/2)

คัดลอกลิงก์แล้ว