- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 197 โดนเข้าใจผิดว่าเป็นปีศาจอีกแล้ว
197 โดนเข้าใจผิดว่าเป็นปีศาจอีกแล้ว
197 โดนเข้าใจผิดว่าเป็นปีศาจอีกแล้ว
"สรุปว่าวันนี้พวกเราไปเล่นสนุกกับบิชอปแห่งความบ้าคลั่งมาตลอดทั้งบ่ายเลยเหรอเนี่ย?"
โคลอิกซ์รู้สึกว่าช่วงบ่ายวันนี้มันดูไม่ค่อยสมจริงเอาซะเลย ขืนกลับไปที่คฤหาสน์ตอนค่ำแล้วเล่าการผจญภัยสุดพิสดารของพวกเขาให้โคนีเลียกับมีอาฟัง สองคนนั้นคงไม่มีทางเชื่อแหงๆ
"นั่นมันก็แค่ผลพลอยได้น่ะ จริงๆ แล้วผลงานชิ้นโบแดงของพวกเราในบ่ายวันนี้คือการได้ทำความดีครั้งใหญ่ต่างหาก"
"ความดีอะไรงั้นเหรอ?"
โคลอิกซ์จำได้แม่นว่าเรื่องที่พวกเขาช่วยทาทามันเป็นตอนเที่ยง ส่วนตอนบ่ายพวกเขาก็เอาแต่หาเงิน หาเงิน แล้วก็หาเงินเท่านั้นนี่นา
ดันเต้: "พวกเราได้หยุดคดีปล้นทรัพย์ครั้งใหญ่ไม่ให้เกิดขึ้นไงล่ะ"
โคลอิกซ์: "ไอ้คนที่พวกเราหยุดไว้ คงไม่ใช่ 'พวกเราเอง' หรอกใช่ไหม?"
ดันเต้: “จะเป็นใครไปได้อีกล่ะ?”
โคลอิกซ์: "..."
พูดกันตามตรง โคลอิกซ์เองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าช่วงบ่ายวันนี้พวกเขาจะใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขขนาดนี้
"จะว่าไป ถ้าเครย์จับได้ว่านายหลอกเขา หมอนั่นจะไม่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนตามมาเอาชีวิตพวกเราเลยเหรอ?"
"มีอะไรต้องกลัวเล่า ทั้งหมดนั่นมันเป็นฝีมือของมอเรียนต่างหาก ไม่เกี่ยว-กับ-ผม-เลย-สัก-นิด"
ในตอนนี้ดันเต้อยู่ในรูปลักษณ์ของมอเรียน แถมยังใช้ชื่อมอเรียนอีก แล้วมันจะไปเกี่ยวอะไรกับคนชื่อดันเต้ล่ะ
โคลอิกซ์พยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วย สำหรับเรื่องการป้ายความผิดให้มอเรียน เขาเองก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว พอคิดว่าในอนาคตเครย์อาจจะบุกไปถึงกลุ่มอาณาจักรทางใต้เพื่อตามล่ามอเรียนอย่างบ้าคลั่ง โคลอิกซ์ก็รู้สึกว่ามันน่าสนุกดีเหมือนกัน เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าถึงตอนนั้นเครย์จะเป็นฝ่ายอัดมอเรียนจนปางตาย หรือมอเรียนจะรับไม้ต่อหลอกปั่นหัวเครย์อีกรอบ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ดูน่าสนใจทั้งนั้น
จากนั้นดันเต้กับโคลอิกซ์ก็สวมหน้ากาก แล้วไปหาซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่มาเปลี่ยนที่ร้านเสื้อผ้า พร้อมกับลบเครื่องหน้าปลอมตัวที่มีอาแต่งให้ทิ้งไปจนหมดเกลี้ยง ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่รถม้าจอดรอพวกเขาอยู่
ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว และระยะทางที่พวกเขาต้องเดินทางไปยังใจกลางเมืองหลวงก็คงต้องใช้เวลาอีกราวๆ หนึ่งถึงสองชั่วโมง ดันเต้กับโคลอิกซ์เลยแวะซื้อของกินจากร้านค้าริมทางติดไม้ติดมือกลับไปกินบนรถม้าอีกเพียบ
ทันทีที่เปิดประตูรถม้่า ดันเต้ก็เห็นทาทานั่งเงียบๆ อยู่ข้างใน เมื่อกี้นี้เขาเพิ่งฟังพวกอัศวินรายงานมาว่า ตั้งแต่ยัยหนูคนนี้มาถึง เธอก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในรถม้าโดยไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลยสักคำ แถมยังไม่ยอมลงจากรถม้าเลยสักครั้ง คาดว่าคงกลัวจะคลาดกับดันเต้และโคลอิกซ์ที่กำลังจะกลับมา แล้วจะถูกเข้าใจผิดว่าหอบเงินหนีไปล่ะมั้ง
"รอนานแล้วล่ะสิ พวกเราได้เวลากลับบ้านกันแบบหล่อๆ แล้ว"
น้ำเสียงร่าเริงของดันเต้ดึงดูดความสนใจของทาทา ถึงแม้ตอนที่ได้ยินความเคลื่อนไหวข้างนอกรถม้า เธอก็รู้อยู่แล้วว่าในที่สุดสองคนนี้ก็กลับมาเสียที แต่เธอก็ยังคงทำหน้าบูดบึ้ง ไม่คิดจะสนใจพวกเขาสองคนเลย
ทว่า...ทันทีที่เธอเห็นใบหน้าของดันเต้ชัดๆ เธอกลับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"ทำไมต้องทำหน้าเหวอขนาดนั้นด้วยล่ะ?"
ดันเต้ลอบสังเกตสีหน้าของทาทาพลางอมยิ้มถามทั้งที่รู้อยู่เต็มอก ก่อนหน้านี้เขาเป็นฝ่ายตกใจไปแล้ว ตอนนี้ถึงคราวที่ทาทาต้องเป็นฝ่ายช็อกบ้างล่ะนะ
"นี่คือหน้าตาที่แท้จริงของนายงั้นเหรอ?"
พอได้ยินเสียงของดันเต้อีกครั้ง ในที่สุดทาทาก็มั่นใจ ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของหมอนี่จะเปลี่ยนไป แต่นี่แหละคือไอ้คนนิสัยเสียที่เพิ่งช่วยเธอเอาไว้ก่อนหน้านี้ไม่ผิดแน่
"แม่นแล้ว"
ดันเต้ยกมือขึ้นหยิกแก้มตัวเองยืดให้ดู เพื่อเป็นการบอกใบ้ให้ทาทารู้ว่าบนหน้าเขาไม่มีการแต่งหน้าปลอมตัวใดๆ ทั้งสิ้น
ในตอนนี้ทาทาก็เข้าใจในที่สุดว่า ทำไมพวกอัศวินถึงยอมเชื่อใจเธออย่างง่ายดาย แถมยังยอมให้เธอขึ้นรถม้า และปฏิบัติกับเธออย่างสุภาพเป็นพิเศษ เพียงเพราะเห็นบัตรธนาคารในนามของแฮปปี้กรุ๊ปแค่ใบเดียว ที่แท้มันก็เป็นเพราะหน้าตานี่เอง! ต่อให้ตอนนี้เธอออกไปยืนข้างๆ ไอ้หมอนี่ตรงหน้า รับรองว่าอัศวินทุกคนต้องฟันธงว่าพวกเขาเป็นพี่น้องแท้ๆ ที่คลานตามกันมาแหงๆ! ก็เล่นหน้าตาถอดแบบกันมาเป๊ะประหนึ่งพิมพ์เดียวกันซะขนาดนี้
และในเวลาอันรวดเร็ว ทาทาก็เดาตัวตนที่แท้จริงของไอ้หนุ่มผมเทาตาฟ้าคนนี้ออกจนได้ เขาคือต้นแบบของกัปตันดันเต้น้อย...ดันเต้ตัวเป็นๆ!
ตอนที่เธอสร้างกัปตันดันเต้น้อย เธอก็สังเกตเห็นแล้วว่าสีผมกับสีตาของดันเต้มันช่างคล้ายคลึงกับเธอเหลือเกิน และเธอก็เคยได้ยินมาว่าสไตล์การสร้างการ์ดของดันเต้ก็มีความคล้ายคลึงกับเธออย่างมากเช่นกัน แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่า แม้กระทั่งหน้าตาที่แท้จริงของดันเต้ก็จะเหมือนกับเธอขนาดนี้
"...นายคือดันเต้เหรอ?"
ทาทายังคงประหลาดใจว่าทำไมถึงมีคนที่หน้าตาเหมือนเธอขนาดนี้อยู่บนโลก
"ตัวจริงเสียงจริง"
ดันเต้รู้สึกว่าการได้เห็นทาทาที่เคยนิ่งขรึมเปลี่ยนมาตรึงเครียดและสับสนงงงวยแบบนี้ มันช่างเป็นภาพที่ทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษซะเหลือเกิน
"นี่นายกำลังหลอกฉันอยู่อีกใช่ไหม?"
ทาทาเริ่มระแวงว่าดันเต้อาจจะกำลังใช้เทคโนโลยีปลอมตัวแบบใหม่มาปั่นหัวเธออีกรอบ
"หึ"
ดันเต้ร้องหึในลำคอ ก่อนจะยื่นเอกสารผ่านทางของตัวเองส่งให้ทาทาดู
เมื่อทาทามองดูเอกสารทางการของสมาพันธ์ราชอาณาจักรที่ประทับรูปใบหน้าของดันเต้อยู่บนนั้น ดูเหมือนว่าในที่สุดเธอก็ยอมจำนนต่อหลักฐาน เพราะถึงดันเต้จะมีนิสัยชั่วร้ายแค่ไหน ก็คงไม่ถึงขั้นยอมเสี่ยงทำผิดกฎหมายร้ายแรงด้วยการปลอมแปลงเอกสารราชการ เพียงเพื่อจะมาล้อเล่นกับเธอหรอกมั้ง
ทาทาเงยหน้าขึ้นจ้องมองใบหน้าของดันเต้ เธอพยายามคิดเท่าไหร่ก็หาเหตุผลมารองรับไม่ได้อยู่ดี นี่อย่าบอกนะว่าเธอมีพี่ชายที่พลัดพรากจากกันไปนานจริงๆ น่ะ?
"เลิกคิดมากได้แล้ว อย่าว่าแต่เธอที่ไม่เข้าใจเลย แม้แต่ผมเองก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ผมพอจะมีวิธีตรวจสอบอยู่ว่าพวกเรามีสายเลือดเดียวกันหรือเปล่า เดี๋ยวไว้ขอเลือดของเธอสักหยดสองหยดก็รู้เรื่องแล้ว"
ดันเต้พูดด้วยท่าทีไม่ใส่ใจนัก
ถ้าดันเต้เดาไม่ผิด ทาทากับเขาไม่มีทางมีความเกี่ยวพันทางสายเลือดกันอย่างแน่นอน ก็ในเมื่อพวกเขาต่างก็มีพ่อมีแม่เป็นตัวเป็นตนทั้งคู่ และการที่ทาทากลายเป็นปีศาจ มันก็เป็นแค่ผลมาจากปรากฏการณ์สายเลือดบรรพบุรุษตื่นเท่านั้น และหากต้องการจะไขความจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขา ทาทา และอาจารย์ให้กระจ่าง ก็มีแต่ต้องกลับไปยังจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง — 'อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์' มีเพียงที่แห่งนั้นเท่านั้น ที่จะสามารถไขปริศนาความเชื่อมโยงอันซับซ้อนของพวกเขาทั้งสามคนได้
"ไม่ให้หรอก!"
ทาทาส่ายหน้าอย่างแรง รีบขยับตัวหนีไปชิดขอบประตูรถม้า เพื่อรักษาระยะห่างจากดันเต้ทันที เธอจะให้เลือดกับคนอื่นไม่ได้เด็ดขาด ขืนมีคนจับได้ว่าเธอมีเลือดปีศาจไหลเวียนอยู่ในตัว! เธอได้กลายเป็นศพไร้ที่ฝังแน่!
"ไม่ต้องกลัวไปหรอกน่า"
ดันเต้มองเห็นการระแวดระวังของเธอ เขาจึงก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อจ้องสบตากับทาทา
ทาทามองดันเต้ที่ขยับเข้ามาใกล้ด้วยความระแวดระวังยิ่งขึ้น แต่แผ่นหลังของเธอก็ชนผนังจนไม่มีที่ให้ถอยอีกแล้ว ตอนนี้เธอชักจะเริ่มเสียใจขึ้นมาหน่อยแล้วที่ดันไปรับความช่วยเหลือจากไอ้หมอนี่ ต่อให้ตอนนี้เธอจะสามารถปกปิดเอาไว้ได้ แต่พอย้ายไปอยู่อาณาจักรนอร์ตันในอนาคต เธอจะสามารถเก็บซ่อนความลับนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่งจริงๆ น่ะเหรอ? แล้วถ้าเกิดคนคนนี้มั่นใจแล้วว่าเธอคือปีศาจ เขาจะปฏิบัติกับเธอยังไง? ทาทารู้สึกเหมือนตกลงไปในหุบเหวแห่งความสิ้นหวังอันมืดมิด
ทว่า...
จู่ๆ เธอก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นว่านัยน์ตาของดันเต้ค่อยๆ เปลี่ยนจากสีฟ้ากลายเป็นสีทอง! สีทองเข้มลึกล้ำที่มีมิติซับซ้อนแบบนั้น มันเหมือนกับดวงตาข้างขวาของเธอไม่มีผิด! แถมรังสีที่แผ่ออกมาก็บ่งบอกชัดเจนว่านี่ไม่ใช่ภาพลวงตาจากการปลอมตัวแน่ๆ และในวินาทีที่สายตาของเธอประสานเข้ากับดันเต้ เธอกลับสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณอย่างที่ไม่อาจหาคำบรรยายมาอธิบายได้
“ตกลงนายเป็นใครกันแน่?!”
ทาทาไม่สามารถรักษาความเยือกเย็นไว้ได้อีกต่อไป และถามออกมาด้วยความตกตะลึง
เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าดันเต้เองก็มีดวงตาปีศาจ แถมยังเป็นประเภทเดียวกับเธออีกต่างหาก! ก่อนหน้านี้ทาทาเคยไปค้นคว้าหาข้อมูลจากหนังสือต่างๆ ที่ยืมมาจากห้องสมุด แต่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปีศาจที่เธอหามาได้นั้น ไม่มีบันทึกใดๆ เกี่ยวกับปีศาจที่มีดวงตาสีทองแบบนี้เลย
"เพราะงั้นเลิกระแวงผมได้แล้ว ผมเป็นหนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ที่รู้ความลับของเธอแล้วจะยังปกป้องเธออยู่นะ”
"..."
เมื่อถึงตอนนี้ ความสงสัยที่อัดแน่นอยู่ในใจของทาทาก็มลายหายไปจนหมดสิ้น มิน่าล่ะ ดันเต้ถึงสามารถใช้ภาษาปีศาจในการสร้างการ์ดได้อย่างง่ายดายขนาดนั้น ที่แท้ร่างจริงของหมอนี่ก็คือปีศาจ แถมยังใช้วิธีการอันแยบยลปลอมตัวเป็นมนุษย์ได้อย่างแนบเนียนอีกด้วย!