เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 205 แสงไฟสว่างไสวทั่วทั้งเมืองยังมิสู้รอยยิ้มเอียงอายของเธอ หนึ่งชีวิตหนึ่งคู่ครองทำเอาวังหลังทุกยุคสมัยต้องหลั่งน้ำตา

บทที่ 205 แสงไฟสว่างไสวทั่วทั้งเมืองยังมิสู้รอยยิ้มเอียงอายของเธอ หนึ่งชีวิตหนึ่งคู่ครองทำเอาวังหลังทุกยุคสมัยต้องหลั่งน้ำตา

 บทที่ 205 แสงไฟสว่างไสวทั่วทั้งเมืองยังมิสู้รอยยิ้มเอียงอายของเธอ หนึ่งชีวิตหนึ่งคู่ครองทำเอาวังหลังทุกยุคสมัยต้องหลั่งน้ำตา


บทที่ 205 แสงไฟสว่างไสวทั่วทั้งเมืองยังมิสู้รอยยิ้มเอียงอายของเธอ หนึ่งชีวิตหนึ่งคู่ครองทำเอาวังหลังทุกยุคสมัยต้องหลั่งน้ำตา

ในวินาทีที่ภาพหยุดนิ่ง หลี่ลี่จื้อเอียงหน้าเล็กน้อย นัยน์ตายังคงมีประกายน้ำตาเอ่อคลอ

สายลมแผ่วเบาพัดปอยผมที่จอนของเธอปลิวไสว ทิวทัศน์เมืองน้ำเจียงหนานและเรือสำราญประดับโคมไฟที่อยู่เบื้องหลัง ล้วนราวกับกลายเป็นเพียงฉากหลังให้กับใบหน้าด้านข้างอันงดงามไร้ที่ตินี้

เฉินซีวางมือถือลง มององค์หญิงแห่งต้าถังตรงหน้าที่ยอมละทิ้งความระแวดระวังและเผยความในใจแก่เขา ส่วนที่อ่อนโยนที่สุดในหัวใจก็ถูกกระทบอย่างจัง

เขาไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงทำตามสัญชาตญาณในใจตน แล้วก้มตัวลงเล็กน้อย

ท่ามกลางเสียงขับร้องผิงถานสำเนียงอู๋อันไพเราะนุ่มนวล ท่ามกลางเกลียวคลื่นที่กระเพื่อมไหวบนหัวเรือแจว เขาประทับริมฝีปากจุมพิตหญิงสาวอย่างแผ่วเบา

หลี่ลี่จื้อสะดุ้งเฮือกไปทั้งตัว จากนั้นก็หลับตาลง สองมือกำคอเสื้อบริเวณหน้าอกของเฉินซีไว้แน่น

เธอตอบรับอย่างเร่าร้อนทว่าเงอะงะ ลุ่มหลงไปกับมัน และแน่นอนว่าก็ดื่มด่ำไปกับมันด้ว

และภาพในฉากนี้ ก็ถูกถ่ายทอดผ่านจอฟ้า ส่งไปทั่วทั้งมิติเวลาหมื่นราชวงศ์โดยไม่มีการปิดบังใด

มิติเวลาต้าถัง ภายในตำหนักใหญ่

หลี่ซื่อหมินที่ก่อนหน้านี้ยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะมีหญิงสาวยุคปัจจุบันเข้ามาทักทายพูดคุยกับเฉินซีกลางถนน ทว่ายามนี้กลับแข็งค้างไปแล้ว

"หนึ่งชีวิต... หนึ่งคู่ครองงั้นรึ?"

ความโกรธเกรี้ยวของผู้เป็นพ่อสลายหายไปในพริบตา ภายในใจเหลือเพียงความตื่นตะลึงและซับซ้อนยากจะบรรยาย

ในฐานะจักรพรรดิ เขาครอบครองตำหนักน้อยใหญ่ มีหญิงงามในวังหลังนับสามพันคน

ในความรู้ความเข้าใจของเขา บุรุษโดยเฉพาะผู้ที่มีความสามารถ การมีสามภรรยาสี่อนุถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามหลักฟ้าดิน เป็นเรื่องปกติธรรมดาเพื่อสืบทอดทายาท

แม้แต่จ่างซุนฮองเฮาที่เขารักที่สุด ก็ยังต้องทำตัวเป็นสตรีผู้เพียบพร้อมคอยคัดเลือกพระสนมและอนุให้เขา นี่ต่างหากจึงจะเป็นแบบอย่างของ "มารดาของแผ่นดิน"

ทว่าตอนนี้ ไอ้หนุ่มชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่ในยุคทองอันเจริญรุ่งเรืองของคนรุ่นหลัง กลับให้คำมั่นสัญญาอันหนักแน่นต่อหน้าคนทั้งโลก ว่าจะเป็นรักเดียวในชีวิตให้กับลูกสาวของเขา

ไม่ใช่แค่คำมั่นสัญญาปากเปล่า แต่เป็นสิ่งที่ไอ้หนุ่มบนจอฟ้าบอกว่า นี่คือกฎเกณฑ์และกฎหมายของยุคสมัยนั้นด้ว

"ไอ้เด็กนี่ถือว่ายังมีมโนธรรม หากมันกล้าหลอกลวงลี่จื้อของเจิ้น เจิ้นต้องสับมันเป็นชิ้น ๆ แน่

หลี่ซื่อหมินแค่นเสียงเย็นชา พยายามปกปิดความเสียอาการของตนเอง แต่น้ำเสียงกลับอ่อนลงอย่างห้ามไม่อยู่

จ่างซุนฮองเฮาที่อยู่ด้านข้างน้ำตานองหน้าไปนานแล้ว เธอใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากแน่น เพื่อไม่ให้ตัวเองส่งเสียงสะอื้นออกมา

ทว่าในแววตาอันอ่อนโยนคู่นั้น กลับเปล่งประกายเจิดจ้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

นั่นคือความปลาบปลื้มใจ ทั้งยังเป็นความซาบซึ้งใจ และยิ่งไปกว่านั้นคือความอิจฉาที่เจือปนอยู่จาง ๆ ซึ่งแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่กล้าคิดให้ลึกซึ้ง

"กฎเกณฑ์ของยุคหลัง ดูจะเห็นอกเห็นใจและยุติธรรมต่อสตรีมากกว่าต้าถังของพวกเราเสียอีกนะเพคะ"

จ่างซุนฮองเฮาอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ มองดูหนุ่มสาวที่กำลังพลอดรักกันบนหัวเรือในจอฟ้า แล้วก็หลุดยิ้มออกมา "ลี่จื้ออยู่ที่นั่นได้เสวยสุขจริง ๆ หม่อมฉันที่เป็นแม่ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีกแล้วเพคะ"

มิติเวลาหงอู่แห่งต้าหมิง

บรรยากาศในตำหนักเฟิ่งเทียน กลับแตกต่างจากต้าถังอย่างสิ้นเชิง

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ!"

จูหยวนจางตบต้นขาฉาดใหญ่ ส่งเสียงหัวเราะดังลั่นอย่างเบิกบาน

"น้องหญิง เจ้าฟังดูสิ! เจ้าฟัง!" เฒ่าจูชี้ไปที่จอฟ้า หันไปพูดกับหม่าฮองเฮาด้วยความขบขัน "ไอ้หนุ่มยุคหลังคนนี้ ภายนอกดูเหมือนจะเก่งกาจ แต่สุดท้ายก็ถูกเมียคุมซะอยู่หมัด โดนซักไซ้ไปไม่กี่ประโยค ก็ตกใจจนพูดคำเลี่ยน ๆ แบบนี้ออกมาได้! ไม่เอาถ่านเอาซะเลย!"

หม่าฮองเฮากำลังปักแผ่นรองเท้าอยู่ด้านข้าง พอได้ยินก็ค้อนขวับให้เขาหนึ่งที แต่งานเย็บปักในมือก็ยังไม่หยุด

"ท่านอย่ามาทำเป็นหัวเราะเยาะคนอื่นเลย" หม่าฮองเฮาพูดอย่างอารมณ์เสีย "ของเขาเรียกว่ารักเดียวใจเดียว มีความรับผิดชอบ! จะไปเหมือนพวกท่านที่เป็นจักรพรรดิได้ยังไง ปากก็บอกว่ารักลึกซึ้ง แต่ในวังหลังมีคนเยอะแยะจนตัวเองก็ยังจำได้ไม่หมดด้วยซ้ำ"

จูหยวนจางโดนหม่าฮองเฮาสวนกลับมาหนึ่งประโยคก็ไม่โกรธ กลับยื่นหน้าหนา ๆ เข้าไปใกล้ แล้วหัวเราะแหะ ๆ "น้องหญิง เจ้าพูดแบบนี้ก็ปรักปรำข้าเกินไปแล้ว ข้าเฒ่าจูคนนี้รักเจ้ายิ่งกว่าควักหัวใจให้ซะอีก! ก็ข้าเป็นจักรพรรดินี่นา? เป็นจักรพรรดิก็ต้องมีผู้หญิงคนอื่นสิ แต่ในราชวงศ์ต้าหมิงนี้ ในใจข้า ในสายตาข้า นายหญิงแห่งวังหลังก็มีแค่เจ้า หม่าซิ่วอิง เพียงคนเดียวเท่านั้น!"

"เพ้ย!" หม่าฮองเฮาถ่มน้ำลายใส่เขาเบา ๆ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มที่มุมปาก "ท่านเลิกยกยอตัวเองได้แล้ว ของเขาเป็นเพราะกฎหมายยุคหลังดี มีแค่สามีเดียวภรรยาเดียว สะอาดหมดจด ส่วนท่านน่ะ คงกลัวข้าบิดหูเอาล่ะสิ?"

จูหยวนจางฉีกยิ้มกว้าง ไม่ได้พูดอะไรต่อ

เขามองภาพบนจอฟ้า ในดวงตาฉายแววชื่นชมวาบหนึ่ง

เมื่อเทียบกับความรู้สึกอันซับซ้อนของเหล่าจักรพรรดิแล้ว ผู้ที่ต้องสั่นสะท้านกับประโยค "หนึ่งชีวิตหนึ่งคู่ครอง" ของเฉินซี ยังมีหญิงสาวโบราณนับหมื่นนับแสนคนในมิติเวลาหมื่นราชวงศ์

ในวังหลังอันลึกล้ำของยุคสมัยหนึ่ง เหล่าพระสนมมากมายที่แต่งกายงดงามประณีตกำลังเงยหน้าขึ้น มองดูเรือแจวลำเล็ก ๆ บนผืนฟ้า

พวกเธอกำผ้าเช็ดหน้าในมือไว้แน่น ภายใต้เครื่องสำอางอันงดงามคือใบหน้าที่ซีดเผือดและเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

เพื่อแย่งชิงความโปรดปรานเพียงเล็กน้อยจากบุรุษผู้สูงส่ง พวกเธอต้องห้ำหั่นกันจนเลือดตกยางออกในกำแพงสีแดงสี่เหลี่ยมแห่งนี้ วางแผนร้ายสารพัด

พวกเธอใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อรอคอย รอให้จักรพรรดิพลิกป้ายชื่อ รอคอยความเมตตาอันเลื่อนลอย รอคอยทายาทที่จะทำให้พวกเธอยืนหยัดในวังหลังได้อย่างมั่นคง

ทว่าองค์หญิงแห่งต้าถังบนจอฟ้า กลับได้รับสิ่งที่พวกเธอไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงมาอย่างง่ายดาย นั่นคือความรักทั้งหมดทั้งมวลของบุรุษผู้หนึ่งที่สมบูรณ์แบบและไม่มีวันแบ่งปันให้ใคร

"ที่แท้... บนโลกใบนี้ มีกฎเกณฑ์ที่แต่งงานกับผู้หญิงแค่คนเดียวอยู่จริง ๆ... มีคำมั่นสัญญาที่ว่า 'หนึ่งชีวิตหนึ่งคู่ครอง' ที่ใส่ใจแค่คน ๆ เดียวอยู่จริง ๆ"

มิติเวลาต้าฮั่น

นางกำนัลสาวคนหนึ่ง มองดูภาพบนจอฟ้าแล้วก็น้ำตาไหลริน เธอมองดูหนุ่มสาวที่กำลังกอดกันบนจอฟ้า ความรู้สึกอันซับซ้อนก็เอ่อท้นขึ้นมาในใจทันที

นั่นคือ 'ความงดงาม' ที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึงไปตลอดชีวิตในวังหลังแห่งนี้—

ในเรือนหอของแคว้นต้าซ่ง หญิงสาวที่กำลังถูกพ่อแม่บังคับให้แต่งงานเป็นภรรยาเอกคนใหม่ของเศรษฐีวัยหกสิบปี มองดูจอฟ้า กัดริมฝีปากล่างของตัวเองไว้แน่น ในดวงตาฉายแววโหยหาและสิ้นหวังอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ในจวนอ๋องอันลึกล้ำของราชวงศ์ชิง ตี๋ฝูจิ้นคนหนึ่งมองดูสามีที่กำลังหยอกล้อกับอนุภรรยาคนใหม่หลายคน แล้วเงยหน้าขึ้นมองจอฟ้าที่มีประโยคของเฉินซีที่ว่า "ในทะเบียนบ้านเขียนได้แค่สามพยางค์ที่ว่าหลี่ลี่จื้อ" หัวใจก็ปวดหนึบ ประกายในดวงตาค่อย ๆ หม่นหมองลง

"หากได้เกิดในยุคหลัง..."

ในมิติเวลาและมุมต่าง ๆ นับไม่ถ้วน หญิงสาวมากมายต่างส่งเสียงร่ำไห้ดั่งเลือดซึมออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจเหมือนกัน

"หากได้เกิดในยุคสมัยแบบนั้น คงไม่ต้องไปแย่งชิงความโปรดปรานกับใคร ไม่ต้องทนรักษากฎเกณฑ์และโอวาทสตรีที่กลืนกินผู้คน ไม่ต้องถูกจับส่งไปส่งมาเหมือนสิ่งของ..."

"ได้พบชายในดวงใจที่ปฏิบัติต่อข้าอย่างอ่อนโยนเช่นนี้ ให้สัญญาว่าจะมีแค่หนึ่งชีวิตหนึ่งคู่ครอง..."

"ต่อให้ต้องอายุสั้นลงสิบปี ยี่สิบปี ข้าก็ยอม..."

ละอองฝนแห่งเจียงหนานยังคงโปรยปรายอยู่บนจอฟ้า เสียงสายพิณของผิงถานทะลุผ่านมิติเวลานับพันปี ร่วงหล่นลงบนจิตวิญญาณของหญิงสาวนับไม่ถ้วนที่ถูกจองจำด้วยขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณี ทิ้งร่องรอยแห่งความสั่นสะท้านที่ไม่อาจสงบลงได้เป็นเวลานา

ขนบธรรมเนียมประเพณีของบางราชวงศ์ ก็เกิดรอยร้าวขึ้นเพราะเหตุนี้

ผู้ที่ไม่พอใจเพียงกลุ่มเดียว ก็คือพวกซิ่วไฉที่ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณี และพวกเจ้าที่ดิน คหบดี ตลอดจนตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจเหล่านั้น

แม้ว่าการพัฒนาของยุคหลังบนจอฟ้า จะสามารถพัฒนาไปได้อย่าง 'รวดเร็ว' ถึงเพียงนี้ และสร้าง 'ปาฏิหาริย์' อันยิ่งใหญ่ที่คนธรรมดาในยุคของพวกเขาไม่อาจทำให้เป็นจริงได้เลยก็ตาม—

แต่ในสายตาของพวกเขา คำพูดบนจอฟ้าก็เท่ากับคำพูดปีศาจล่อลวงผู้คน จะส่งผลกระทบต่อจิตใจคน และเป็นผลเสียต่อการปกครองของพวกเขา

จบบทที่ บทที่ 205 แสงไฟสว่างไสวทั่วทั้งเมืองยังมิสู้รอยยิ้มเอียงอายของเธอ หนึ่งชีวิตหนึ่งคู่ครองทำเอาวังหลังทุกยุคสมัยต้องหลั่งน้ำตา

คัดลอกลิงก์แล้ว