- หน้าแรก
- เกิดใหม่ปีสองพันแปด ผมคือเทพวงการแพทย์
- บทที่ 3 พบสาวในความทรงจำอีกครั้ง
บทที่ 3 พบสาวในความทรงจำอีกครั้ง
บทที่ 3 พบสาวในความทรงจำอีกครั้ง
บทที่ 3 พบสาวในความทรงจำอีกครั้ง
ภายในห้องถ่ายเอกสาร
เจียงเหอหยิบกระดาษ A4 แผ่นบนสุดขึ้นมาสะบัดเบาๆ บนนั้นเขียนหัวข้อไว้ว่า:
[แนวทางการรักษาทางศัลยกรรมสำหรับมะเร็งท่อน้ำดีขั้วตับ]
“นี่เหล่าเจียง ตั้งห้าสิบกว่าหน้าเลยนะเว้ย...”
เฉินฮ่าวที่ยืนอยู่ข้างๆ บ่นด้วยความเสียดาย: “ตั้งห้าหยวน เงินขนาดนี้พอให้ฉันเหมาคอมร้านเน็ตได้ครึ่งคืนเลยนะ นายปรินต์อะไรมาเนี่ย?”
เขาชะโงกหน้าเข้ามาดูแวบหนึ่ง ทั้งหน้าเต็มไปด้วยตัวอักษรจีนก็จริง แต่พอเอามารวมกันเขากลับอ่านไม่รู้เรื่องเลยสักนิด...
เขาถามขึ้น: “นายแน่ใจนะว่านี่คือสิ่งที่เด็กปีสามอย่างพวกเราจะอ่านรู้เรื่อง?”
เจียงเหอจับปึกเอกสารที่ปรินต์เสร็จแล้วเคาะกับโต๊ะให้เป็นระเบียบ ก่อนจะใช้แม็กเย็บมุมกระดาษให้เรียบร้อย
“เด็กนักศึกษาอ่านไม่รู้เรื่องก็ไม่เป็นไร แค่ฉันอ่านเข้าใจก็พอ”
เฉินฮ่าว: “?”
นายเลิกเป็นนักศึกษาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?
ทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่องเลย?
เขามองเจียงเหอด้วยสายตาเป็นกังวล
เมื่อเดินออกจากห้องถ่ายเอกสาร
ท้องฟ้าก็เริ่มเข้าสู่ช่วงพลบค่ำ
สายลมปลายเดือนกันยายนที่พัดมาปะทะตัวยังคงเจือไปด้วยความร้อนอบอ้าว
ทางตอนใต้ไม่มีฤดูใบไม้ร่วง แต่ทางฝั่งของเซิ่นยวี่ ป่านนี้คงเปลี่ยนฤดูแล้วล่ะมั้ง
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงเพลงจากสถานีวิทยุกระจายเสียงของมหาวิทยาลัย เป็นเพลง ‘ชิงฮวาฉือ’ ของโจวเจี๋ยหลุน
♫: “ลวดลายสีครามถูกวาดลงบนดินขาว ปลายพู่กันตวัดจากเข้มจนจางหาย ดอกโบตั๋นบนตัวแจกันงดงามดั่งเธอเมื่อแรกแต่งหน้า...”
สองข้างทางเต็มไปด้วยนักศึกษาที่กำลังมุ่งหน้าไปซื้อข้าวที่โรงอาหาร
มีนักศึกษาชายสวมเสื้อบาสเกตบอลตัวโคร่ง คีบรองเท้าแตะหูหนีบ ในมือหิ้วชามข้าวสเตนเลส
ส่วนนักศึกษาหญิงก็ควงแขนกันเดินเป็นกลุ่มสองสามคน ไว้ผมหน้าม้าหนาเตอะ หลายคนเสียบหูฟังสีขาวไว้ที่หู โดยปลายสายอีกด้านต่อเข้ากับเครื่องเล่น MP3 ที่คล้องคออยู่
“ตอนนี้พวกเราจะไปไหนกันต่อ?” เฉินฮ่าวถาม
เจียงเหอได้สติกลับมา แล้วตอบว่า: “ไปสมัคร... นายจะพาฉันไปไหมล่ะ?”
เวลาที่คนเราพูดไม่ออกถึงขีดสุดก็มักจะหลุดหัวเราะออกมา เฉินฮ่าวเองก็หัวเราะ เขาพูดว่า: “อยากให้เพื่อนไปเป็นเพื่อนก็บอกมาตรงๆ เถอะ ทำเป็นปากแข็งไปได้!”
เจียงเหอไม่พูดอะไร เพียงแค่เปิดโหมดเดินตามอัตโนมัติไปเงียบๆ
ศูนย์กิจกรรมนักศึกษาตั้งอยู่ที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ของวิทยาเขตฝั่งใต้ เป็นอาคารอิฐแดงสไตล์โซเวียตที่ค่อนข้างเก่าแก่
ชั้นล่างมีบอร์ดประกาศ ซึ่งเต็มไปด้วยโปสเตอร์แปะทับกันจนแน่นขนัด
มีทั้งป้ายรับสมัครสมาชิกใหม่ของชมรมกีตาร์ มีมุมภาษาอังกฤษที่เขียนว่า: “Crazy English”... ดูเหมือนว่าตอนนี้หลี่หยางจะยังไม่ถูกแฉเรื่องใช้ความรุนแรงในครอบครัวสินะ
นอกจากนี้ยังมีประกาศของหายอีกเพียบ ทั้งตามหากระติกน้ำ บัตรโรงอาหาร... แล้วก็ยังมีกระทั่งป้ายประกาศหาคู่แบบไม่ระบุชื่ออีกด้วย
ชั้นสอง สุดทางเดิน
บนประตูไม้สีน้ำตาลเข้มบานหนึ่ง มีป้ายประกาศที่ปรินต์ด้วยกระดาษ A4 แปะเอาไว้:
[จุดรับสมัครการแข่งขันแนวคิดพยาธิวิทยาคลินิก ครั้งที่ 3]
เจียงเหอก้าวเท้าเตรียมจะเดินเข้าไปด้านใน
“เฮ้ยๆๆ! เดี๋ยวก่อน!”
จู่ๆ แขนของเขาก็ถูกคว้าหมับเข้าให้
เฉินฮ่าวออกแรงลากเจียงเหอไปหลบตรงมุมกำแพงข้างประตู
“ทำอะไรของนายเนี่ย?” เจียงเหอถาม
“พี่ชาย นายไม่จัดเสื้อผ้าหน้าผมหน่อยเหรอ?”
เฉินฮ่าวกระซิบเสียงเบา: “จะเข้าไปสภาพนี้เลยเนี่ยนะ? ไม่มักง่ายไปหน่อยหรือไง?”
เจียงเหอขมวดคิ้ว: “มีอะไรให้ต้องจัดด้วยเหรอ?”
“นาย...”
เฉินฮ่าวทำหน้าเอือมระอาเหมือนอยากเขย่าเพื่อนให้ได้สติ เขาชี้ไปที่ช่องประตูที่แง้มอยู่: “นายไม่แหกตาดูหน่อยเหรอว่าใครนั่งอยู่ข้างใน!”
เจียงเหอมองตามนิ้วของเขาไป
หลังโต๊ะทำงาน มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่
เธอสวมเสื้อคาร์ดิแกนไหมพรมสีขาวครีมทับเสื้อสายเดี่ยวลายดอกไม้เล็กๆ ดูเรียบง่าย ไว้ทรงผมบ๊อบประบ่าปลายงุ้มที่กำลังฮิตในตอนนี้
ตอนนี้เธอกำลังก้มหน้าก้มตาจัดเอกสารในมือ โครงหน้าด้านข้างดูจิ้มลิ้ม สันจมูกโด่งรั้น จัดว่าสวยทีเดียว
เจียงเหอมองแวบเดียวก็ละสายตากลับมา แล้วถามว่า: “ใครเหรอ?”
เฉินฮ่าว: “?”
เขาถึงกับโกรธจนหลุดขำ: “เจียงเหอ นี่นายแกล้งโง่ใส่ฉันใช่ไหม? หา? นั่นเฉิงซีเหยาไง! นายจำไม่ได้แล้วหรือไง?!”
เฉิงซีเหยา...
อ้อ... เธอเองหรอกเหรอ
เขาจำหน้าตาไม่ได้แล้ว แต่ยังจำชื่อนี้ได้แม่น
สาวในฝันวัยเยาว์เมื่อชาติก่อน
ดาวคณะแพทยศาสตร์คลินิกแห่งมหาวิทยาลัยการแพทย์หนานซาน ฐานะทางบ้านดีเยี่ยม ผลการเรียนโดดเด่น แถมยังเล่นเปียโนได้อีกต่างหาก
ตอนนั้นเขาก็ชอบเธอมากทีเดียว
แต่สำหรับเจียงเหอในตอนนี้ พอได้ยินชื่อเฉิงซีเหยา เขากลับนึกถึงเซิ่นยวี่ขึ้นมาแทน
ฤดูหนาวปี 2012 เซิ่นยวี่ดึงดันจะลากเขามาเล่นแบบทดสอบคู่รักที่เพิ่งฮิตในอินเทอร์เน็ตให้ได้
เซิ่นยวี่ยิ้มพลางถามว่า: “หมอเจียง ตั้งใจฟังคำถามนะ! คุณเคยให้ของขวัญผู้หญิงคนอื่นนอกจากฉันบ้างไหม?”
“เอ่อ เคยให้เฉิงซีเหยา” เจียงเหอตอบไปตามตรง
เซิ่นยวี่ถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน
มุมปากเธอกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เจียงเหอ: “แม่รักแรกในดวงใจของคุณอีกแล้วใช่ไหม? มานี่เลยพ่อหนุ่ม ตอบมาตามตรงนะ ถ้ามีโอกาสให้เริ่มใหม่อีกครั้ง คุณจะเลือกฉัน หรือจะเลือกรักแรกของคุณ... เฉิง-ซี-เหยา?”
เจียงเหอตอบกลับแทบจะในวินาทีนั้น: “แน่นอนว่าต้องเลือกคุณอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้ยังต้องถามอีกเหรอ?”
“หึ ก็ไม่แน่หรอกมั้ง”
เซิ่นยวี่สอดเท้าเย็นเฉียบเข้าไปในอ้อมกอดของเขาเพื่อรับไออุ่น แถมยังจงใจแกล้งให้เขาหนาวเล่น: “คนเขาระดับดาวคณะเชียวนะ เล่นเปียโนก็เก่ง แถมยังเรียบร้อยอีก ใครจะไปรู้ล่ะ...”
เจียงเหอวางเอกสารในมือลง กุมเท้าที่เย็นเฉียบของเธอเอาไว้ พลางให้ความอบอุ่นและเอ่ยว่า: “ไม่ว่าจะให้เลือกใหม่อีกกี่ครั้ง ผมก็เลือกคุณอยู่ดีนั่นแหละ”
“คนปากหวาน!”
ถึงเซิ่นยวี่จะพูดค่อนขอดแบบนั้น แต่ดวงตากลับหยีโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวทันที เธอหัวเราะคิกคัก: “เจียงเหอ แล้วคุณเคยเขียนจดหมายรักให้เฉิงซีเหยาบ้างไหมอะ?”
เจียงเหอ: “เอ่อ... เคยสิ...”
เซิ่นยวี่หุบยิ้มแทบจะทันที: “ไปไกลๆ เลยนะ คืนนี้ระเห็จไปนอนโซฟาเลย ไม่ต้องมาอุ่นเท้าให้ฉันแล้ว!”
ความจริงเจียงเหอรู้สึกว่าตัวเองถูกปรักปรำมาตลอด
เซิ่นยวี่ต่างหากที่เป็นรักแรกของเขาจริงๆ
ส่วนเฉิงซีเหยาเป็นแค่ความรู้สึกหวั่นไหวแบบเด็กๆ ที่ยังไม่ประสีประสาเท่านั้น...
แต่เซิ่นยวี่ก็มักจะย้ำนักย้ำหนาว่า เธอไม่เคยไปชอบใครคนอื่นเลย
ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมปล่อยให้เธอหยิบยกเรื่องนี้มาล้อเลียนอยู่เรื่อยๆ หลังแต่งงาน...
เมื่อคิดถึงตรงนี้
เจียงเหอก็อดไม่ได้ที่จะหลุดยิ้มออกมา แววตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนละมุนละไมในพริบตา
เฉินฮ่าวที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับมองจนตาค้าง
"เหล่าเจียง นายเลิกยิ้มเถอะ ยิ้มซะฉันขนลุกซู่ไปหมดแล้วเนี่ย"
เขาลูบแขนตัวเองปอยๆ: "ฉันว่าแล้วเชียวว่านายแกล้งทำ! ดูสิ พอพูดถึงเฉิงซีเหยา น้ำลายนายก็แทบจะหกอยู่แล้ว! เมื่อกี้ยังมาทำเป็นแกล้งไม่รู้จักอีก!"
เจียงเหอได้สติกลับมา เขาไม่ได้อธิบายอะไร เพียงแค่หุบยิ้มแล้วเอ่ยว่า: "อืม ไปกันเถอะ"
"เฮ้ย นายจัดเสื้อผ้าหน้าผมหน่อยสิวะ นาย——"
เฉินฮ่าวยังพูดไม่ทันจบ เจียงเหอก็ผลักประตูเข้าไปเสียแล้ว
เฉิงซีเหยาที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว จึงเงยหน้าขึ้นมา
พอเห็นชัดเจนว่าคนที่เดินเข้ามาคือเจียงเหอ คิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย...
จะพูดอย่างไรดีล่ะ
เธอไม่ได้เกลียดเจียงเหอ แต่ก็ไม่ได้ชอบเขาเช่นกัน
แม้ว่าเจียงเหอจะไม่เคยสารภาพรักออกมาตรงๆ แต่เธอก็สามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกดีๆ ที่เขามีให้ได้อย่างชัดเจน
ดังนั้นทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับเจียงเหอ เธอจึงมักจะรู้สึกถึงความอึดอัดที่อธิบายไม่ถูก...
ใจหนึ่งก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะโพล่งสารภาพรักขึ้นมากะทันหัน แต่อีกใจก็ต้องปั้นหน้ารักษามารยาทเอาไว้
เฉิงซีเหยายืดตัวนั่งหลังตรง
เมื่อเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงาน เจียงเหอก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "สวัสดีครับ ผมมาสมัครการแข่งขันแนวคิดพยาธิวิทยาคลินิกครับ"
เฉิงซีเหยาร้อง "อ้อ" ออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะหยิบใบสมัครออกมาจากลิ้นชัก: "กรอกข้อมูลพื้นฐานด้วยนะคะ ถ้ามีอาจารย์ที่ปรึกษาที่เล็งไว้ในใจก็กรอกลงไปได้เลยค่ะ"
"ขอบคุณครับ"
เจียงเหอรับใบสมัครมาแล้วลงมือกรอก
"เรียบร้อยแล้วครับ"
เขายื่นใบสมัครส่งคืนไปให้
เฉิงซีเหยารับมากวาดตามองแวบหนึ่ง
[เจียงเหอ นักศึกษาแพทย์คลินิกรุ่นปี 06 ห้อง 2 อาจารย์ที่ปรึกษาที่สนใจ: หยางซวี่]
พอเห็นชื่อหยางซวี่ เฉิงซีเหยาก็เงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย: "คุณอยากสมัครเข้าทีมของศาสตราจารย์หยางซวี่เหรอคะ?"
ศาสตราจารย์หยางซวี่มีมาตรฐานทางวิชาการสูงลิ่ว แถมยังมีนิสัยแปลกประหลาด ซึ่งเป็นที่เลื่องลือไปทั่วมหาวิทยาลัย
"ใช่ครับ" เจียงเหอตอบสั้น ๆ
เฉิงซีเหยาเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี: "การแข่งขันครั้งนี้ต้องติดหนึ่งในสามอันดับแรกถึงจะมีสิทธิ์เลือกอาจารย์ที่ปรึกษานะคะ และเท่าที่ฉันรู้ ศาสตราจารย์หยางซวี่เคยประกาศกร้าวไว้ว่าช่วงหลายปีนี้จะไม่รับนักศึกษาปริญญาตรีเข้าทีมค่ะ"
"เขาจะรับผมครับ"
เจียงเหอพูดด้วยความมั่นใจ ก่อนจะถามต่อ: "รอบคัดเลือกจัดขึ้นเมื่อไหร่ครับ?"
"เอ๊ะ? เอ้อ วันจันทร์ตอนหนึ่งทุ่มตรง ที่ห้องเรียนรวมแบบขั้นบันได 2 ค่ะ" เฉิงซีเหยาตอบ
"โอเคครับ ทราบแล้ว ขอบคุณมากครับ"
เจียงเหอพยักหน้ารับ แล้วหันหลังเดินจากไปทันที
"เอ๊ะ? แค่นี้... ก็ไปแล้วเหรอ?" เฉินฮ่าวอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็หุบปากเงียบ แล้วเดินตามเขาออกไป
บานประตูปิดลง
เฉิงซีเหยาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
การพูดคุยกันครั้งนี้ กลับรู้สึกผ่อนคลายกว่าที่คิดแฮะ
ไม่มีการหยั่งเชิงชวนอึดอัดจนทำให้เธอทำตัวไม่ถูก หรือไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร...
เจียงเหอเหมือนกลายเป็นคนละคน เขาดูกระด้างเย็นชาขึ้น แต่กลับทำให้รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
“ถ้าต่อไปยังรักษาระยะห่างแบบนี้ไว้ได้ก็คงดี...”
มุมปากของเฉิงซีเหยายกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริง
—— ต่างฝ่ายต่างก็สบายใจ หวังว่าจะเป็นแบบนี้ตลอดไปนะ
เธอหยิบปากกาขึ้นมา ติ๊กถูกหลังชื่อของเจียงเหอ แล้วนำใบสมัครของเขาไปวางไว้ชั้นบนสุดของแฟ้มเอกสาร