- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นพี่สาวคนโตแห่งครอบครัวชาวนา ทำไร่ไถนาสร้างความร่ำรวยเลี้ยงดูเด็กๆ
- บทที่ 407 ทางแคบบนหน้าผาสูงชัน
บทที่ 407 ทางแคบบนหน้าผาสูงชัน
บทที่ 407 ทางแคบบนหน้าผาสูงชัน
การเดินทางจากเมืองหลวงไปยังเมืองซุยหนิงต้องผ่านสามมณฑลสิบสี่เมืองเอก ตลอดเส้นทางล้วนไม่สงบสุขนัก
ทว่าพวกของซ่งจินเจามีคนจำนวนมาก อีกทั้งทุกคนล้วนพกพาอาวุธ เมื่อพวกโจรป่าเห็นเข้าโดยพื้นฐานแล้วก็ไม่มีผู้ใดกล้าปรากฏตัว พวกมันทำได้เพียงหลบซ่อนตัวอยู่ในที่ลับตาและมองดูพวกเขากลุ่มนี้เดินทางผ่านไป
เป็นเช่นนี้ตลอดเส้นทางจนกระทั่งถึงชายแดนซีหนาน การเดินทางถือว่าราบรื่นดี
ยิ่งเดินทางไปทางซีหนาน อุณหภูมิก็ยิ่งสูงขึ้น จากดินแดนที่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะแปรเปลี่ยนเป็นวสันตฤดูที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อใกล้ถึงชายแดนซีหนาน ต้นหญ้าและแมกไม้โดยรอบก็เริ่มเขียวชอุ่มแล้ว
เมื่อแหงนหน้ามองยอดเขาสูงตระหง่านที่อยู่ไกลออกไป ซ่งฉี่หมิงก็กางแผนที่ออกพลางกล่าวว่า "ท่านพี่ เมื่อข้ามภูเขาหลายลูกเบื้องหน้าไปก็จะถึงมณฑลซีหนานแล้ว"
"ทว่าในแผนที่ระบุไว้ว่าช่วงกลางมีเส้นทางหนึ่งที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง ต้องเดินเลียบไปตามภูเขาบนหน้าผาสูงชัน"
ซ่งจินเจารับแผนที่มาและตรวจดูอย่างละเอียดถี่ถ้วน บนนั้นมีเพียงเส้นทางเดียวที่มุ่งหน้าไปยังซีหนาน ส่วนบริเวณโดยรอบล้วนว่างเปล่า
"พักผ่อนอยู่ที่นี่และกินมื้อเที่ยงล่วงหน้า ในภูเขาอาจจะมีหินร่วงหล่นลงมา ถึงตอนนั้นพวกเราจะไม่หยุดพักกลางคันและเดินทางทะลุผ่านไปรวดเดียว ก่อนฟ้ามืดน่าจะถึงตำบลหลงซาน"
ซ่งฉี่หมิงพยักหน้าเล็กน้อย เขาหันไปสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชา "พักผ่อนอยู่ที่นี่ครึ่งชั่วยาม กินมื้อเที่ยงล่วงหน้า"
หลังจากทุกคนลงจากหลังม้า ก็หยิบเสบียงแห้งที่ซื้อมาเมื่อเช้าออกจากห่อผ้าและเริ่มกิน
ครึ่งชั่วยามให้หลังจึงออกเดินทาง ตอนแรกที่เดินเป็นเส้นทางภูเขา พอข้ามภูเขาลูกแรกไปก็เริ่มเป็นทางลาดชัน เส้นทางก็เริ่มแคบลงเรื่อยๆ
จนกระทั่งเดินทางทะลุผ่านถ้ำอันมืดมิดช่วงหนึ่ง เส้นทางหินที่ถูกสร้างขึ้นบนหน้าผาสูงชันก็ปรากฏแก่สายตา
ความกว้างหกฉื่อสามารถรองรับรถม้าได้เพียงหนึ่งคันให้เคลื่อนผ่าน ด้านข้างคือเหวลึกหมื่นจั้ง ทั้งยังไร้ซึ่งรั้วกั้น ให้ความรู้สึกราวกับจะตกลงไปได้ทุกเมื่อ
เมื่อมองลงไปเบื้องล่าง ตัวภูเขาก่อตัวตั้งฉากกับพื้นดินแทบจะสมบูรณ์
แม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกรากอยู่ก้นเหวซัดสาดเกลียวคลื่นสีขาวอย่างไม่หยุดหย่อน บางครั้งก็เผยให้เห็นโขดหินสีน้ำตาลดำ หากตกลงไปไม่ต้องพูดถึงเรื่องจมน้ำตายเลย มีความเป็นไปได้สูงที่จะกระแทกจนหัวร้างข้างแตก หรือไม่ก็ร่างแหลกเหลวเป็นโคลนตม
"ให้ทุกคนเดินแถวตอนเรียงหนึ่งแนบชิดผนังภูเขาและเดินให้ช้าลงหน่อย"
ซ่งจินเจาเดินไปพลางใช้กล้องส่องทางไกลค้นหาเส้นทางเล็กๆ บนภูเขาที่อาจจะมีอยู่บนพื้นดิน
แต่เมื่อเดินไปได้เกือบสองลี้ จนกระทั่งเข้าไปในถ้ำอีกครั้งก็ยังไม่เห็นเส้นทางที่สามารถขี่ม้าผ่านไปได้
บริเวณที่แคบที่สุดของแม่น้ำทั้งสองฝั่งล้วนเป็นโขดหินก้อนยักษ์ ตรงกลางก่อเกิดเป็นน้ำตกขนาดเล็กช่วงหนึ่ง
หากคิดจะทะลุผ่านไปก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ทว่าสามารถผ่านไปได้ด้วยตัวคนเดียวเท่านั้น อีกทั้งยังต้องเป็นผู้ที่มีวรยุทธ์ปราดเปรียว
กล่าวคือหากต้องการเดินทัพก็ทำได้เพียงเดินบนเส้นทางภูเขาอันคับแคบที่สร้างอยู่บนหน้าผาสูงชันตรงหน้านี้เท่านั้น
ความเร็วเชื่องช้า ทั้งด้านหน้าและด้านหลังยังมีถ้ำ หากมีคนดักรออยู่ที่ปากถ้ำก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
ซ่งจินเจาขมวดคิ้ว ภายในสมองพยายามขบคิดหาวิธีอื่น
บนภูเขาอุณหภูมิต่ำ ซ่งอันห่าวที่อยู่ในรถม้าแม้จะห่มผ้าห่มแล้วก็ยังรู้สึกหนาว
สาเหตุหลักเป็นเพราะม่านประตูและหน้าต่างของรถม้าล้วนเปิดอยู่ ไม่เพียงแต่มีลมเย็นพัดเข้ามา แต่ยังทำให้เกิดลมพัดโกรกอีกด้วย
เขาเบะปาก รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วเล็กน้อย
"พี่รอง ข้าหนาวนิดหน่อย ปล่อยม่านลงมาได้หรือไม่? อีกอย่างมันสูงมาก ข้ากลัวนิดหน่อย"
ด้านข้าง ซ่งซือเสวี่ยกำลังฟุบอยู่บนโต๊ะ ใช้พู่กันวาดเส้นทางและสภาพแวดล้อมโดยรอบลงบนกระดาษอย่างไม่หยุดหย่อน ด้านข้างยังใช้ตัวอักษรขนาดเล็กเขียนหมายเหตุชื่อสถานที่และจุดที่ต้องระวังเอาไว้ นี่คือภารกิจที่ซ่งจินเจามอบหมายให้นาง
แม้นที่ทำการเมืองแต่ละพื้นที่จะมีแผนที่ของสถานที่ต่างๆ และในหมู่ชาวบ้านก็มีวางขาย ทว่าหากต้องการให้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์และสามารถเชื่อถือได้ ทางที่ดีที่สุดคือต้องเดินสำรวจด้วยตนเองและบันทึกเอาไว้
ส่วนสาเหตุที่ซ่งจินเจาให้ซ่งซือเสวี่ยวาด เป็นเพราะนางนั่งอยู่ในรถม้าจึงไม่เป็นที่สะดุดตาผู้คน
เมื่อได้ยินน้ำเสียงหวาดกลัวของซ่งอันห่าว ซ่งซือเสวี่ยก็เงยหน้าขึ้น
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา สมุดพับที่เดิมทีว่างเปล่าได้ถูกวาดจนเต็มไปกว่าครึ่ง แม้กระทั่งระยะทางก็ยังจงใจใช้เวลาและความเร็วมาคำนวณเปลี่ยนเป็นจำนวนลี้ระบุไว้ด้านข้างของเส้นทาง ดูแล้วละเอียดถี่ถ้วนยิ่งนัก
"กลัวความสูงหรือ?"
"อืม"
ซ่งอันห่าวพยักหน้า เขากอดคอของเซวี่ยถวนไว้แน่นแล้วซุกใบหน้าลงไป
เขาไม่กล้ามองออกไปด้านนอก ทว่าก็รู้สึกใคร่รู้ ต้องคอยแอบเหลือบมองอยู่เป็นระยะ
จากนั้นก็ยิ่งหวาดกลัวเข้าไปอีก
ซ่งซือเสวี่ยปล่อยม่านประตูลงมาก่อน จากนั้นจึงคลี่ผ้าห่มที่พับอยู่ด้านหลังออกแล้วห่มให้น้องชายคนเล็ก
"นอนลงหลับเสีย เอาผ้าคลุมหัวไว้ก็จะมองไม่เห็นแล้ว"