- หน้าแรก
- บันทึกสะสมสิ่งประหลาดของราชันแห่งจันทรา
- บทที่ 37 ดั่งจันทรานิรันดร์
บทที่ 37 ดั่งจันทรานิรันดร์
บทที่ 37 ดั่งจันทรานิรันดร์
บทที่ 37 ดั่งจันทรานิรันดร์
เฉินเมี่ยเมี่ยค่อนข้างพึงพอใจในตัววัฏจักร
มีรูปลักษณ์เป็นมนุษย์ งดงาม มีไออุ่นของร่างกาย ตัดสินใจเด็ดขาด พลังฝีมือลี้ลับและแข็งแกร่ง แม้ว่าอาจจะมีอาการยันเดเระอยู่สักหน่อย ทว่าเรื่องราวในโลกหล้าจะมีสิ่งใดสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเล่า
ในการสอบจบการศึกษาครั้งนี้ เขาไม่ได้โลภมาก เพียงวางแผนจะทำสัญญากับสิ่งประหลาดแค่หนึ่งตน
เฉินเมี่ยเมี่ยมีหัวใจของมนุษย์ดวงหนึ่ง
สิ่งที่เขาจำเป็นต้องพิจารณาจึงมีค่อนข้างมาก
การให้สิ่งประหลาดตนใหม่หลอมรวมเข้ากับกลุ่มเล็กๆ ของตนเอง จำเป็นต้องผ่านการปรับตัวและเรียนรู้กันและกัน หากเพิ่มสมาชิกเร็วเกินไปในคราวเดียว ถ้าใจไม่เป็นหนึ่งเดียว สู้มีคนน้อยยังจะดีกว่า
นี่เพิ่งจะเจ็ดโมงเช้า ห่างจากเวลาสิ้นสุดการสอบยังเหลืออีกสิบเจ็ดชั่วโมง
"เฉินเมี่ยเมี่ย ช่วยแนะนำสถานการณ์ขององค์กรให้ข้าฟังสักหน่อยได้หรือไม่?" วัฏจักรตั้งคำถาม
"องค์กรหรือ? อ้อ เจ้าหมายถึงสมาคมของพวกเราใช่หรือไม่"
"ใช่แล้ว สมาคมของพวกเรามีชื่อว่าอันใด?"
คำถามแรกของวัฏจักร เฉินเมี่ยเมี่ยก็แทบจะรับมือไม่ไหวแล้ว
สมาคมที่เขาเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ยังไม่ได้ไปลงทะเบียน จะตั้งชื่อทันได้อย่างไร ทว่าในยามนี้วัฏจักรยังไม่ได้ทำสัญญาอย่างเป็นทางการ ต่อให้เป็นองค์กรเถื่อนก็ต้องรักษาท่าทีให้หนักแน่นเข้าไว้ จะทำให้คนตกใจหนีไปไม่ได้เด็ดขาด
[คำเชิญแห่งดวงจันทร์] จำเป็นต้องลงนามในยามที่มีดวงจันทร์
"หืม?" วัฏจักรพบความลังเลของเฉินเมี่ยเมี่ย จึงเลิกคิ้วขึ้น
เฉินเมี่ยเมี่ยสะดุ้งตกใจ กลัวว่านางจะเกิดความสงสัย รีบหาข้ออ้างทันที:
"ตามหลักแล้วยามที่ยังไม่ได้เข้าร่วมอย่างเป็นทางการ ข้อมูลขององค์กรย่อมไม่สะดวกที่จะเปิดเผยล่วงหน้า ทว่าข้าถูกชะตากับเจ้ามาก จึงจะบอกใบ้ให้เจ้าฟังสักหน่อยก็แล้วกัน"
"ชื่อเต็มของสมาคมเราคือ..."
เฉินเมี่ยเมี่ยมองชิงฮวา ชิงฮวาเบือนหน้าหนี เขามองปัวปัวอีกครั้ง ปัวปัวก็ลู่ใบสับปะรดบนหัวลง
สองคนนี้ยังอุตส่าห์เป็นผู้อาวุโสขององค์กร ถึงเวลาสำคัญกลับพึ่งพาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
สุดท้ายเฉินเมี่ยเมี่ยก็ต้องเป็นผู้แบกรับทุกสิ่งด้วยตนเอง
"จำเอาไว้ ชื่อเต็มขององค์กรเราคือ [ดั่งจันทรานิรันดร์]"
"[ดั่งจันทรานิรันดร์]? ชื่อนี้ ดูจะโอหังไปเสียหน่อยหรือไม่?" เนื้อหาในคำพูดของวัฏจักรคือความกังวล ทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
นี่คือโลกลี้ลับใบหนึ่ง การตั้งชื่อเป็นเรื่องที่จริงจังอย่างยิ่ง หากไม่มีระดับฐานะที่คู่ควร การตั้งชื่อที่สูงส่งเกินไป กรรมที่อยู่ในนั้นย่อมไม่อาจแบกรับไหว ไม่ช้าก็เร็วจะต้องเกิดเรื่อง
ก็เหมือนกับว่าหากในเมืองซื่อเซี่ยง มี [สมาคมตะวันไม่ตกดิน] อยู่จริง เมื่อคืนอาจจะถูกกวาดล้างล้างบางไปแล้วเพราะชื่อนี้
เห็นได้ชัดว่า 'ดั่งจันทรานิรันดร์' นั้นโอหังยิ่งกว่า 'ตะวันไม่ตกดิน' เสียอีก
ผู้คนล้วนรู้ว่า 'ตะวันไม่ตกดิน' เป็นเพียงความใฝ่ฝันและการแสวงหา ไม่อาจเป็นจริงได้ เป็นเพียงภาพลวงตา
ทว่า 'ดั่งจันทรานิรันดร์' กลับมีโอกาสเพียงเสี้ยวหนึ่งที่จะกลายเป็นจริงได้ เป็นสิ่งที่อิงความจริง
การใช้ชื่อนี้ ผู้ที่เคารพบูชาดวงอาทิตย์อาจเพียงแค่แค่นเสียงเย็นชา ทว่าผู้ที่เคารพบูชาดวงจันทร์ จะกระโดดออกมาไม่หยุดหย่อน เพื่อดูว่าองค์กรนี้มีคุณสมบัติที่จะ 'ดั่งจันทรานิรันดร์' หรือไม่
เฉินเมี่ยเมี่ยไม่ได้คิดมากปานนั้น แน่นอนว่าต่อให้เขารู้แล้วจะทำไม เขาคือจันทร์นิรันดร์กลางนภา อีกทั้งยังเป็นผู้เดินดินแทนจันทรา ยังจะกลัวเรื่องพวกนี้อีกหรือ?
ชื่อที่ตั้งออกจากปากของเขา ก็คืออำนาจที่จันทร์นิรันดร์มอบให้
วัฏจักรตื่นเต้นยิ่งนัก ในสายเลือดของนางมีความชอบก่อเรื่องอยู่เป็นทุนเดิม
"เช่นนั้นสมาคมของเราในยามนี้มีขนาดใหญ่เพียงใด ในหนึ่งร้อยเมืองมีกี่เมืองที่อยู่ในขอบเขตอิทธิพลของพวกเรา?"
ชื่อที่ดูสูงส่งและยิ่งใหญ่เกินไป ทำให้วัฏจักรคาดหวังว่าองค์กรจะต้องแข็งแกร่งอย่างสุดยอด
"วันหน้าเจ้าก็จะค่อยๆ รู้เอง พวกเราคือแผนกจัดตั้งที่ขึ้นตรงต่อบอสใหญ่ของสมาคม รับผิดชอบกุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายในการรับคน ทดสอบ และขับไล่คนออก วันหน้าเจ้าจงตั้งใจทำงานติดตามข้าให้ดีก็แล้วกัน"
"ข้าจะพยายามให้ดี ท่านหัวหน้าแผนกเมีย~ เมีย~ !"
เฉินเมี่ยเมี่ยไม่สนใจสตรีวิกลจริตที่ยั่วยวนเขาคนนี้อีก
อีกด้านหนึ่ง
ณ สถานที่ที่อยู่ไม่ห่างจากเมืองซื่อเซี่ยงนัก
เหมิงเหมิงหิ้วตุ๊กตาผ้าที่มีชื่อเดียวกับนาง ได้พบกับสิ่งประหลาดที่เป็นของนางแล้ว
นี่คือแมวสีดำสนิทตัวหนึ่ง
ตอนแรกเหมิงเหมิงไม่รู้ว่านี่คือสิ่งประหลาด นางเดินเข้าไปอุ้มมันไว้ในอ้อมอก ลูบคลำมันอย่างมันเขี้ยวอยู่หลายนาที
"เอาล่ะ ปล่อยข้าได้แล้ว" แมวดำเพลิดเพลินกับการนวดไปหนึ่งยก ในที่สุดก็เอ่ยปากพูดอย่างเกียจคร้าน
หากมันยังปล่อยให้เด็กหญิงสวมหูแมวคนนี้ลูบคลำต่อไป เด็กหญิงจะต้องหายตัวไปเป็นแน่
"เอ๋? แมวพูดได้ด้วย"
"ข้าคือแมวปฏิปักษ์ตรรกะ เจ้าจะเรียกชื่อข้าว่า ย้อนแย้ง ก็ได้"
"อ้ออ้อ เจ้าคือสิ่งประหลาด มาเถอะ ออกกระบวนท่ามาเลย เหมิงเหมิงผู้กล้าหาญ ไม่กลัวความยากลำบาก"
"เด็กน้อย เมื่อครู่เจ้าลูบจนข้ารู้สึกสบายตัวนิดหน่อย ข้าจะให้โอกาสเจ้าตอบคำถามหนึ่งครั้ง
ข้างเท้าเจ้ามีกล่องปิดทึบใบหนึ่ง ส่วนข้าอยู่ตรงหน้าเจ้า
ข้าขอถามเจ้า ในสถานการณ์ที่มีแมวเพียงตัวเดียว ในกล่องยังมีแมวอยู่อีกหรือไม่?"
โชคของเหมิงเหมิงไม่ดีนัก
สิ่งประหลาดที่นางพบ เป็นประเภทเดียวกับสุภาพสตรีเครื่องเคลือบขาว ชิงฮวา
มีท่าทีเป็นมิตรกับมนุษย์ค่อนข้างมาก ทว่าเนื่องจากความสามารถของมัน คนธรรมดาที่พบเจอมันจึงไม่มีผู้ใดรอดชีวิตเลยสักคน
แมวปฏิปักษ์ตรรกะ เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งความย้อนแย้งที่มีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายแมว
มันสามารถดำรงอยู่ทั้งในและนอกกล่องได้ในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะสังเกตมันอย่างไร ก็ไม่อาจแน่ใจในสถานะของมันได้ มันไม่ยอมรับกฎฟิสิกส์ จะอยู่ที่ใดล้วนแล้วแต่ 'ความเต็มใจของมัน'
คำถามของมัน ไม่ว่าจะตอบอย่างไรก็ล้วนผิด เพราะผู้ตอบไม่เพียงต้องให้คำตอบ แต่ยังต้องพิสูจน์คำตอบของตนเองด้วย
แมวปฏิปักษ์ตรรกะสามารถดำรงอยู่ทั้งในและนอกกล่องพร้อมกัน ทว่าผู้ตอบคำถามไม่สามารถจำลองสถานะความย้อนแย้งของมันได้ จึงไม่อาจมอบข้อพิสูจน์ได้
ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือ ตอบผิด จากนั้นผู้ตอบก็จะหายตัวไป
ความหมายของการหายตัวไปก็คือ จากนี้ไปจะไม่เห็นอีก ไม่มีการดำรงอยู่อีกต่อไป
เหมิงเหมิงกะพริบตาโตปริบๆ เอ่ยคำตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา: "ในกล่องยังมีแมวอีกหนึ่งตัว"
"พิสูจน์ให้ข้าดูสิ"
เหมิงเหมิงเปิดกล่องออก นำตุ๊กตาผ้าของตนเองใส่เข้าไป แล้วปิดกล่อง
"เอาล่ะ เหมิงเหมิงพิสูจน์เสร็จแล้ว ตอนนี้เหมิงเหมิงก็คือแมวตัวนั้น อยู่ทั้งข้างนอก และก็อยู่ทั้งข้างใน"
แมวดำเลียอุ้งเท้า กระโดดไปที่ข้างกล่อง แล้วเปิดปากกล่องออก
เพียงเห็นว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น ข้างนอกมีเด็กหญิงเหมิงเหมิงคนหนึ่ง เมื่อก้มหน้าลง ในกล่องก็ปรากฏเด็กหญิงคนหนึ่งเช่นกัน
เงยหน้าอีกครั้ง ข้างนอกกล่องเป็นตุ๊กตาผ้า ก้มหน้าลงอีกครั้ง ในกล่องก็เป็นตุ๊กตาผ้าเช่นเดียวกัน
"เป็นการพิสูจน์ที่ยอดเยี่ยม เด็กน้อย เจ้าตอบได้ถูกต้อง"
ในชั่วพริบตานี้ [ความลี้ลับ] ของเหมิงเหมิงก็เปลี่ยนจาก 0.99 เป็น 1 ความสามารถของนางก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์
แมวดำกำลังเตรียมจะพากล่องของมันจากไป
เสียงอ่อนระโหยของเหมิงเหมิงดังขึ้นอีกครั้ง:
"แมวดำแมวดำ 'เหมิงเหมิง' ของข้าบอกกับข้าว่า นางอยากได้ตุ๊กตาแมวน้อยตัวหนึ่ง เจ้าอยู่ต่อ เพื่อเป็นเพื่อนนางตลอดไปได้หรือไม่?"
แมวดำได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้น เบื้องหน้าของมันคือตุ๊กตาผ้าขนาดใหญ่และดูน่าสยดสยอง ปากกว้างที่มีฟันแหลมคมกำลังครอบงำลงมาทางมัน
ห้านาทีต่อมา
เงาร่างหนึ่งเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่
เงาร่างนั้นมองดูกล่องกระดาษที่ว่างเปล่าบนพื้น แล้วมองไปทางที่เด็กหญิงเพิ่งจากไป
"อัจฉริยะตัวน้อยของเมืองซื่อเซี่ยงช่างไม่ธรรมดาจริงๆ ยังเล็กเพียงนี้ ก็มีพลังฝีมือถึงเพียงนี้ งดงามราวกับดอกไม้ ข้าแทบจะทำใจทำลายทิ้งไม่ลงแล้วเชียว"
เหมิงเหมิงจดจำคำพูดของท่านปู่ [ผู้อำนวยการ] อย่างขึ้นใจ นางบรรลุการทะลวงระดับได้แล้ว จะทำเรื่องนอกเหนือจากนี้ไม่ได้
นางต้องหาสถานที่ลับตาเพื่อซ่อนตัว
"เด็กน้อย แมวบ้านข้าหลงทางหายไป เจ้าเคยเห็นหรือไม่?"
ณ มุมอับของภูเขาแห่งหนึ่ง ชายที่สะกดรอยตามมาตลอดทางก็ปรากฏตัวขึ้น เดินตรงมาหาเหมิงเหมิง
เหมิงเหมิงเงยหน้า กะพริบตาโตปริบๆ สองที
คว้าลูกแมวดำตัวหนึ่งออกมาจากอ้อมอก
"ท่านอา ท่านหมายถึงตัวนี้หรือ?"
"เป็นไปได้อย่างไร เจ้าไม่ได้นำแมวตัวนี้ไป....."
"ท่านคิดว่าเด็กในโรงเรียนของพวกเรา จะโหดเหี้ยมดั่งเช่นสาวกศาสนจักรแห่งสายหมอกของพวกท่านงั้นหรือ? ท่าน [จิตรกรภาพสี]"
ชายที่สะกดรอยตามมาหันขวับ สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังเขาก็คือเฟิงหลิงร่างเด็ก
"ฮึ ที่แท้ก็เป็นกับดัก ข้ากลับกลายเป็นตั๊กแตนจับจักจั่นเสียเอง ทว่าเพียงอาจารย์ที่ปรึกษาที่เอาแต่อยู่ในเรือนกระจกอย่างโรงเรียนเช่นเจ้า อาศัยสิ่งใดมาคิดว่าจะรั้งตัวข้าไว้ได้?"