- หน้าแรก
- บันทึกสะสมสิ่งประหลาดของราชันแห่งจันทรา
- บทที่ 28 ตลาดกลางคืน
บทที่ 28 ตลาดกลางคืน
บทที่ 28 ตลาดกลางคืน
บทที่ 28 ตลาดกลางคืน
คืนนี้คือคืนดวงจันทร์เหมันต์อันยะเยือก
อุณหภูมิต่ำมาก อากาศหนาวเย็น
เมื่อวานตอนเฉินเมี่ยเมี่ยกลับบ้าน เขาซื้อเสื้อผ้าหนาๆ มาสองตัว ตอนนี้ได้นำมาใช้ทันที
เวลา 19:00 น. ตรง เขาสะพายกระเป๋าเป้แล้วเดินออกจากบ้าน
ชิงฮวาพันอยู่บนคอ ปัวปัวอยู่ในกระเป๋าเป้
[พ่อครัว] ตายไปแล้ว แต่เขายังมีพรรคพวกอยู่อีกคนหนึ่ง จึงมิอาจลดความระแวดระวังลงได้
วันนี้เป็นวันที่ห้าของสัปดาห์นี้ เวลา 20:00 น. จะมีตลาดกลางคืนที่เปิดให้เฉพาะผู้สำเร็จการศึกษาเข้าร่วมได้ที่ [ตลาด]
[ตลาด] อยู่ไม่ไกล นั่งรถไปเพียงสามสถานี
ส่งผลให้คนที่เผื่อเวลาเดินทางไว้หนึ่งชั่วโมงอย่างเขาไปถึงเร็วเกินไป ตลาดกลางคืนยังไม่เริ่มเลยด้วยซ้ำ
คนที่ไปถึงเร็วยังมีอีกหลายคน ไม่ใช่แค่เขาเพียงคนเดียว
เหล่านักเรียนต่างเชื่อมั่นในคติที่ว่า 'นกที่ตื่นเช้าย่อมจับหนอนได้ก่อน' ของดีราคาคุ้มค่าย่อมต้องแย่งชิงกัน ใครมาก่อนได้ก่อน ทุกคนล้วนอยากจะพุ่งเข้าไปเป็นคนแรกทันทีที่ตลาดเปิด
หลิวปัวสังเกตเห็นเฉินเมี่ยเมี่ย "ลูกเอ๋ย สองวันนี้อยู่ดีมีสุขหรือเปล่า คิดถึงบิดาคนนี้บ้างหรือไม่?"
เรื่องการตัดญาติขาดมิตร เฉินเมี่ยเมี่ยถนัดนัก "ในเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกัน ขอยืมเวลาสักหน่อยสิ..."
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ หลิวปัวก็รีบออกตัวก่อนว่า "พวกเราก็แค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญพบกัน ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันสักหน่อย"
หลังจากหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอ หลิวปัวก็แบ่งปันเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ให้
"เดี๋ยวพอเข้าไปแล้ว อย่ามัวแต่มองจนตาลายล่ะ ในโลกแห่งความลี้ลับมีสิ่งของแปลกประหลาดมากมาย อย่าไปหลงเชื่อเรื่องแต่งของพวกเจ้าของแผงลอยพวกนั้นก็พอ
เจ้าจำไว้แค่ข้อเดียวก็พอ ยาเวท > สิ่งของลี้ลับ > อุปกรณ์วิเศษ > ของทุกอย่างที่ไม่รู้จัก"
"หืม? สิ่งของลี้ลับไม่ใช่ของที่ร้ายกาจมากหรอกหรือ? ข้าได้ยินมาว่ามันก็คือสิ่งประหลาดที่สิงสถิตอยู่ในสิ่งของไม่มีชีวิตไม่ใช่หรือ"
"นั่นก็ต้องดูด้วยว่าเป็นสิ่งของลี้ลับระดับใด พวกเราอยู่ที่หมู่บ้านมือใหม่เข้าใจไหม สิ่งของลี้ลับที่มาอยู่ในตลาดแห่งนี้ มันไม่ได้ลี้ลับขนาดนั้น เป็นเพียงแค่สิ่งของ เข้าใจหรือไม่"
"อ้อๆ"
"ยังมีของอีกอย่างหนึ่ง หากพบเจอต้องรีบคว้าไว้ให้ได้ แม้โอกาสพบเจอจะน้อยมาก แต่มันล้ำค่ายิ่งกว่ายาเวทเสียอีก"
"ของอะไรหรือ?"
"ไม่ใช่ของเจาะจงอะไรหรอก แต่เป็นของประเภทที่พอมองแวบแรก เจ้าก็จะรู้สึกได้เลยว่าพลังในร่างกายกำลังปะทุและตอบสนองอย่างรุนแรง ของแบบนี้ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน"
หลิวปัวพูดจบประโยค ก็กระโดดไปแทรกวงสนทนาของอีกกลุ่มหนึ่ง สมกับเป็นตัวสร้างสีสันจริงๆ
เฉินเมี่ยเมี่ยไม่ได้ไปร่วมวงครึกครื้นกับใคร เขามี 'คน' ให้คุยด้วยอยู่แล้ว
'เสี่ยวซวง เจ้ามีความสามารถประเภทประเมินสมบัติ หรือตาดีได้ของดีราคาถูกบ้างหรือไม่?'
[ไม่มี]
'แล้วมีความสามารถประเภทมองทะลุอะไรทำนองนี้ไหม?'
[ไอ้โรคจิต!]
'ไม่ใช่ๆ ข้าหมายถึงการมองทะลุแบบจริงจัง ที่สามารถมองทะลุผิวหินเพื่อดูว่าข้างในเป็นสีเขียวหรือไม่ต่างหาก'
[ความสามารถแบบนั้นไม่มีประโยชน์หรอก]
'เฮ้อ แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ ข้ามีเวลาแค่สี่สิบกว่าปี คาดว่าคงซื้อสมบัติอะไรไม่ได้หรอก'
[ข้าสามารถมองเห็น [ความแข็งแกร่ง] ของสิ่งของลี้ลับได้]
'หืม? ความแข็งแกร่งคืออะไร?'
เฉินเมี่ยเมี่ยเริ่มมีแรงฮึดขึ้นมา
[พลังของสิ่งประหลาดมีระดับ [ความลี้ลับ] สิ่งของลี้ลับย่อมมีระดับ [ความแข็งแกร่ง] ที่สอดคล้องกัน]
'คนอื่นมองไม่เห็น [ความแข็งแกร่ง] อย่างนั้นหรือ?'
[ใช่ พวกเขารู้แค่ว่าความสามารถของมันคืออะไร มีผู้เชี่ยวชาญเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่สามารถใช้เครื่องมือตรวจจับช่วงระดับ [ความแข็งแกร่ง] คร่าวๆ ได้ แต่ก็ไม่แม่นยำนัก]
สมองอันชาญฉลาดของเฉินเมี่ยเมี่ยหมุนจี๋ทันที
ไม่นาน เขาก็วางกลยุทธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองมากที่สุดได้:
ตามหาสิ่งของลี้ลับที่ 'ย้อมแมวขาย' แต่แท้จริงแล้วมี [ความแข็งแกร่ง] ซ่อนเร้นทะลุปรอท และราคาไม่แพง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ถึงเวลา 20:00 น. แล้ว
เหล่านักเรียนต่างกรูกันเข้าไปในตลาดกลางคืนอย่างล้นหลาม
นักเรียนทุกคนที่จะเข้าร่วมการสอบจบการศึกษาในมะรืนนี้ ล้วนมากันพร้อมหน้าในคืนนี้
ตลาดกลางคืนตั้งอยู่ในโกดังขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เมื่อเข้าไปด้านใน จะพบกับแผงลอยเรียงรายเป็นซุ้มๆ
เฉินเมี่ยเมี่ยรู้สึกเหมือนตัวเองทะลุมิติมาอีกครั้ง และมาโผล่ที่ถนนสายของเก่า
เดินไปไม่กี่ก้าว เขาก็มั่นใจในข้อสงสัยของตนเอง เพราะเจ้าของแผงลอยเหล่านี้ล้วนเป็นพวกหน้าเก่าที่แต่งเรื่องเก่งเป็นที่หนึ่ง
นั่นไง เยว่จวิ้นหยาง หัวหน้าห้องกำลังสนใจกระบี่ทองแดงรูปทรงโบราณเล่มหนึ่ง เขาเพิ่งจะเอ่ยปากถามราคา
เจ้าของแผงลอยก็พ่นน้ำลายอธิบายเป็นคุ้งเป็นแควทันที
"พ่อหนุ่ม ตาถึงจริงๆ บางทีเจ้าอาจจะมีวาสนาต่อกระบี่เล่มนี้ก็เป็นได้
นี่คือกระบี่คู่กายในวัยหนุ่มของมหาปราชญ์เหมียนเยว่ ผู้เป็นปราชญ์แห่งเผ่ามนุษย์ในช่วงเริ่มแรกของยุคที่หนึ่ง มีนามว่า [กระบี่วิญญูชน] มหาปราชญ์เหมียนเยว่พกกระบี่เล่มนี้ติดตัวตลอดตั้งแต่ระดับ [ความลี้ลับ] 1 ไปจนถึง [ความลี้ลับ] 4 สังหารสิ่งประหลาดและกำราบมารมาตลอดทาง จนกระทั่งทะลวงเข้าสู่ระดับ 5 ถึงได้เปลี่ยนไปใช้อาวุธเทพ"
เฉินเมี่ยเมี่ยชำเลืองมองกระบี่เล่มนั้น อะไรกัน ยุคที่หนึ่งเมื่อประมาณสองหมื่นปีก่อนอย่างนั้นหรือ บอกว่าเพิ่งผลิตเมื่อปีที่แล้วเขายังจะสงสัยเลย
ความชื่นชอบของเยว่จวิ้นหยางแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนจนแทบจะวางไม่ลง
"ช่างเถอะ ถือว่ากระบี่เลือกเจ้าก็แล้วกัน เอาไปในราคาสองร้อยปีเถิด" ราคาที่เจ้าของแผงเสนอมาในท้ายที่สุด ช่างเป็นการขูดรีดอย่างแท้จริง
เยว่จวิ้นหยางลูบคลำตัวกระบี่ "สองปี"
"ตกลง" สำหรับราคาที่หดหายไปถึงหนึ่งร้อยเท่า เจ้าของแผงกลับเคาะโต๊ะตกลงทันที เพราะกลัวว่าหมูในอวยจะหลุดมือไป
หลังจากจ่ายเงินและรับของกันเรียบร้อยแล้ว
เฉินเมี่ยเมี่ยก็ขยับเข้าไปใกล้ "เจ้าชอบกระบี่แห่งยุคที่หนึ่ง... เล่มนี้ขนาดนั้นเลยหรือ?"
"นี่คือวิญญูชนทะนุถนอมวิญญูชน สิ่งที่ข้าชอบคือตัวกระบี่เล่มนี้ แล้วก็ชอบเรื่องเล่าของมันด้วย ก็เท่านั้นเอง" เยว่จวิ้นหยางวางมาดอย่างราบเรียบ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
เฉินเมี่ยเมี่ย: ......
จะมาวางมาดอะไร สมควรแล้วที่โดนหลอก
เฉินเมี่ยเมี่ยเดินดูมาตลอดทาง พบว่าทุกแผงล้วนมีแต่ของเด็ด ของตกทอดทั้งนั้น เขาจึงไม่มีความอยากจะซื้อเลยแม้แต่น้อย
เขาเริ่มสงสัยในจุดประสงค์ของตลาดกลางคืนแห่งนี้เสียแล้ว
กลุ่มคนหนุ่มสาว จะมีสักกี่คนที่ดูของแท้ของปลอมออก เสียเวลาไปน่ะเรื่องเล็ก แต่ในการสอบที่เดิมพันด้วยชีวิต หากคาดหวังกับมันแล้วหยิบของปลอมที่ไร้ประโยชน์ออกมา มันจะไม่เป็นการหลอกลวงกันหรอกหรือ
[ที่แผงด้านหน้า มีสิ่งของลี้ลับที่มีความแข็งแกร่งระดับสูงปรากฏขึ้น]
เฉินเมี่ยเมี่ยสลัดข้อสงสัยเมื่อครู่นี้ทิ้งไปทันที
ตลาดกลางคืนดี ตลาดกลางคืนยอดเยี่ยม กิจกรรมแบบนี้ควรจัดให้บ่อยๆ สิ
เฉินเมี่ยเมี่ยเดินไปที่แผงลอยแห่งนั้น
[[หมวกแมงกะพรุนฮวาลี่] สรรพคุณ: เมื่อสวมใส่ จะช่วยเพิ่มความต้านทานต่อสถานะผิดปกติ ผลข้างเคียง: หากสวมใส่นานเกินไป แมงกะพรุนฮวาลี่ที่มีพิษร้ายแรงจะแทงทะลุหน้าผาก แล้วดูดกินสมองของผู้สวมใส่ เมื่อดูดกินจนอิ่มแล้ว จะไม่ทำร้ายผู้เป็นนายต่อไปอีกระยะหนึ่ง [ความแข็งแกร่ง] 6]
เฉินเมี่ยเมี่ยผู้ยังอ่อนหัด ยังคงคิดจะเรียนรู้เล่ห์เหลี่ยมจากคนรุ่นก่อน
เขาหยิบเจดีย์เล็กๆ ที่ไร้ประโยชน์ชิ้นหนึ่งบนแผงขึ้นมาเลือกดู พิจารณาอยู่นานก่อนจะวางลง
จากนั้นก็หยิบชามกระเบื้องแตกๆ ใบที่สองขึ้นมา แล้วถามราคา
เขาเตรียมจะหยิบของชิ้นที่สามขึ้นมาเป็นตัวลวง
เจ้าของแผงลอยทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว "พ่อหนุ่ม ข้ามขั้นตอนการเกริ่นนำพวกนี้ไปเถิด เจ้าดูหมวกแมงกะพรุนใบนั่นโดยตรงเลยเป็นอย่างไร?"
เฉินเมี่ยเมี่ยตกใจมาก "หรือว่าความสามารถ [ความลี้ลับ] ของท่านเจ้าของแผงคือการอ่านใจหรือ?"
"ไม่ใช่หรอก แต่ปอยผมที่ชี้โด่เด่อยู่บนหัวของเจ้าน่ะ มันชี้ไปที่หมวกใบนั้นตลอดเวลาเลยต่างหาก"
หน้าของเฉินเมี่ยเมี่ยหนามาก หนาพอที่จะมาตั้งแผงขายของที่ถนนสายนี้ได้ เขาปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "หมวกใบนี้ขายเท่าไร?"
"ยี่สิบห้าปี"
"สามเดือน" เฉินเมี่ยเมี่ยเลียนแบบเยว่จวิ้นหยาง หัวหน้าห้อง ด้วยการต่อราคาเหลือเพียง 1% ของราคาที่เสนอ
"ไสหัวไปเลย" เจ้าของแผงลอยหันหน้าหนี ไม่มองเฉินเมี่ยเมี่ยอีก
"เอ๊ยๆ อย่าเพิ่งสิ ข้าเพิ่มให้อีกหน่อย เอาเป็นตัวเลขกลมๆ แปดเดือน 888 รวยๆๆ ทุกคนรวยกันถ้วนหน้า เป็นอย่างไร?"
เฉินเมี่ยเมี่ยกัดฟันเพิ่มราคาให้ถึง 266% ในใจรู้สึกปวดร้าวราวกับเลือดหยด
เจ้าของแผงลอยก็รู้ดีว่าคนที่มาล้วนเป็นนักเรียนที่ยังไม่เรียนจบ เขาถอนหายใจออกมา
"ยี่สิบห้าปี ข้าไม่ได้ตั้งราคามั่วซั่ว ข้าเองก็เคยเป็นนักเรียนมาก่อน นี่คือ [สิ่งของลี้ลับ] ของแท้ ไม่ใช่ของประดับเศษเหล็กพวกนั้น มันมีไว้รักษาชีวิตในยามคับขัน"
เมื่อเห็นอีกฝ่ายพูดด้วยความจริงใจ เฉินเมี่ยเมี่ยก็เปลี่ยนมาใช้น้ำเสียงจริงจังเช่นกัน
"แต่ถ้าสวมไว้นานสักหน่อย หนวดของแมงกะพรุนจะไม่ใช่เชือกผูกหมวกอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นของมีพิษคร่าชีวิตที่เจาะกะโหลกดูดไขกระดูก จะช่วยชีวิตหรือจะเอาชีวิต เส้นแบ่งตรงกลางมันกะเกณฑ์ยากมาก ไม่ใช่หรือ"
เจ้าของแผงลอยรู้ดีว่า นี่เจอกับผู้เชี่ยวชาญเข้าให้แล้ว
ขนาดยังไม่ได้จับต้อง ก็สามารถบอกผลข้างเคียงได้อย่างแม่นยำ
[สิ่งของลี้ลับ] แต่ละชิ้นล้วนแตกต่างกัน จึงไม่มีราคากลางในตลาด
หากเจอคนที่ต้องการอย่างเร่งด่วน ก็อาจขายได้ในราคาสูงลิ่ว หากเจอคนที่ต้องการซื้อไว้เป็นของสะสม ก็จะถูกกดราคาอย่างหนัก
[หมวกแมงกะพรุนฮวาลี่] ใบนี้ ตัวเจ้าของแผงเองยังไม่กล้าใช้เลย เขาเคยเห็นเจ้าของหมวกสองคนก่อนหน้านี้ถูกเจาะกะโหลกจนกลวงโบ๋มากับตา
"ถ้าอยากได้จริงๆ ก็เสนอราคาขาดตัวมาเถอะ"
"แปดปี"
"พ่อหนุ่ม มีชีวิตชีวากว่าข้าตอนหนุ่มๆ เสียอีก ตกลง"
เมื่อเดินออกจากแผงลอย
เฉินเมี่ยเมี่ยก็สวม [หมวกแมงกะพรุนฮวาลี่] ทันที เพื่อซ่อนปอยผมชี้โด่เด่ตัวดีที่ทรยศความคิดของเขาเอาไว้
แมงกะพรุนสีเหลืองอ่อนแสนน่ารักตัวหนึ่งเกาะอยู่บนหัวของเขา
ไม่ถึงสิบวินาที หนวดที่ห้อยลงมาก็เริ่มแทงเข้าไปในศีรษะ
เฉินเมี่ยเมี่ยรู้สึกราวกับว่าในสมองของตนมีแท่งไม้กำลังคนอยู่ ราวกับจะคนชานมกับครีมชีสให้เข้ากัน แล้วใช้หลอดดูดออกมา
ในเวลาเดียวกัน [ความเป็นอมตะ] ระดับ 9 ก็กำลังทำงาน สมองส่วนใหม่กำลังงอกขึ้นมา
เขาอยู่ในอาการมึนงงเช่นนี้ไปประมาณห้านาที [หมวกแมงกะพรุนฮวาลี่] ก็ดูดจนอิ่ม แล้วหยุดการกระทำ แมงกะพรุนก็คลอเคลียกับเฉินเมี่ยเมี่ยอย่างสนิทสนม
นี่คือการยอมรับเจ้านายครั้งแรกอย่างแท้จริงของ [หมวกแมงกะพรุนฮวาลี่]