เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ตลาดกลางคืน

บทที่ 28 ตลาดกลางคืน

บทที่ 28 ตลาดกลางคืน


บทที่ 28 ตลาดกลางคืน

คืนนี้คือคืนดวงจันทร์เหมันต์อันยะเยือก

อุณหภูมิต่ำมาก อากาศหนาวเย็น

เมื่อวานตอนเฉินเมี่ยเมี่ยกลับบ้าน เขาซื้อเสื้อผ้าหนาๆ มาสองตัว ตอนนี้ได้นำมาใช้ทันที

เวลา 19:00 น. ตรง เขาสะพายกระเป๋าเป้แล้วเดินออกจากบ้าน

ชิงฮวาพันอยู่บนคอ ปัวปัวอยู่ในกระเป๋าเป้

[พ่อครัว] ตายไปแล้ว แต่เขายังมีพรรคพวกอยู่อีกคนหนึ่ง จึงมิอาจลดความระแวดระวังลงได้

วันนี้เป็นวันที่ห้าของสัปดาห์นี้ เวลา 20:00 น. จะมีตลาดกลางคืนที่เปิดให้เฉพาะผู้สำเร็จการศึกษาเข้าร่วมได้ที่ [ตลาด]

[ตลาด] อยู่ไม่ไกล นั่งรถไปเพียงสามสถานี

ส่งผลให้คนที่เผื่อเวลาเดินทางไว้หนึ่งชั่วโมงอย่างเขาไปถึงเร็วเกินไป ตลาดกลางคืนยังไม่เริ่มเลยด้วยซ้ำ

คนที่ไปถึงเร็วยังมีอีกหลายคน ไม่ใช่แค่เขาเพียงคนเดียว

เหล่านักเรียนต่างเชื่อมั่นในคติที่ว่า 'นกที่ตื่นเช้าย่อมจับหนอนได้ก่อน' ของดีราคาคุ้มค่าย่อมต้องแย่งชิงกัน ใครมาก่อนได้ก่อน ทุกคนล้วนอยากจะพุ่งเข้าไปเป็นคนแรกทันทีที่ตลาดเปิด

หลิวปัวสังเกตเห็นเฉินเมี่ยเมี่ย "ลูกเอ๋ย สองวันนี้อยู่ดีมีสุขหรือเปล่า คิดถึงบิดาคนนี้บ้างหรือไม่?"

เรื่องการตัดญาติขาดมิตร เฉินเมี่ยเมี่ยถนัดนัก "ในเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกัน ขอยืมเวลาสักหน่อยสิ..."

ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ หลิวปัวก็รีบออกตัวก่อนว่า "พวกเราก็แค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญพบกัน ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันสักหน่อย"

หลังจากหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอ หลิวปัวก็แบ่งปันเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ให้

"เดี๋ยวพอเข้าไปแล้ว อย่ามัวแต่มองจนตาลายล่ะ ในโลกแห่งความลี้ลับมีสิ่งของแปลกประหลาดมากมาย อย่าไปหลงเชื่อเรื่องแต่งของพวกเจ้าของแผงลอยพวกนั้นก็พอ

เจ้าจำไว้แค่ข้อเดียวก็พอ ยาเวท > สิ่งของลี้ลับ > อุปกรณ์วิเศษ > ของทุกอย่างที่ไม่รู้จัก"

"หืม? สิ่งของลี้ลับไม่ใช่ของที่ร้ายกาจมากหรอกหรือ? ข้าได้ยินมาว่ามันก็คือสิ่งประหลาดที่สิงสถิตอยู่ในสิ่งของไม่มีชีวิตไม่ใช่หรือ"

"นั่นก็ต้องดูด้วยว่าเป็นสิ่งของลี้ลับระดับใด พวกเราอยู่ที่หมู่บ้านมือใหม่เข้าใจไหม สิ่งของลี้ลับที่มาอยู่ในตลาดแห่งนี้ มันไม่ได้ลี้ลับขนาดนั้น เป็นเพียงแค่สิ่งของ เข้าใจหรือไม่"

"อ้อๆ"

"ยังมีของอีกอย่างหนึ่ง หากพบเจอต้องรีบคว้าไว้ให้ได้ แม้โอกาสพบเจอจะน้อยมาก แต่มันล้ำค่ายิ่งกว่ายาเวทเสียอีก"

"ของอะไรหรือ?"

"ไม่ใช่ของเจาะจงอะไรหรอก แต่เป็นของประเภทที่พอมองแวบแรก เจ้าก็จะรู้สึกได้เลยว่าพลังในร่างกายกำลังปะทุและตอบสนองอย่างรุนแรง ของแบบนี้ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน"

หลิวปัวพูดจบประโยค ก็กระโดดไปแทรกวงสนทนาของอีกกลุ่มหนึ่ง สมกับเป็นตัวสร้างสีสันจริงๆ

เฉินเมี่ยเมี่ยไม่ได้ไปร่วมวงครึกครื้นกับใคร เขามี 'คน' ให้คุยด้วยอยู่แล้ว

'เสี่ยวซวง เจ้ามีความสามารถประเภทประเมินสมบัติ หรือตาดีได้ของดีราคาถูกบ้างหรือไม่?'

[ไม่มี]

'แล้วมีความสามารถประเภทมองทะลุอะไรทำนองนี้ไหม?'

[ไอ้โรคจิต!]

'ไม่ใช่ๆ ข้าหมายถึงการมองทะลุแบบจริงจัง ที่สามารถมองทะลุผิวหินเพื่อดูว่าข้างในเป็นสีเขียวหรือไม่ต่างหาก'

[ความสามารถแบบนั้นไม่มีประโยชน์หรอก]

'เฮ้อ แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ ข้ามีเวลาแค่สี่สิบกว่าปี คาดว่าคงซื้อสมบัติอะไรไม่ได้หรอก'

[ข้าสามารถมองเห็น [ความแข็งแกร่ง] ของสิ่งของลี้ลับได้]

'หืม? ความแข็งแกร่งคืออะไร?'

เฉินเมี่ยเมี่ยเริ่มมีแรงฮึดขึ้นมา

[พลังของสิ่งประหลาดมีระดับ [ความลี้ลับ] สิ่งของลี้ลับย่อมมีระดับ [ความแข็งแกร่ง] ที่สอดคล้องกัน]

'คนอื่นมองไม่เห็น [ความแข็งแกร่ง] อย่างนั้นหรือ?'

[ใช่ พวกเขารู้แค่ว่าความสามารถของมันคืออะไร มีผู้เชี่ยวชาญเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่สามารถใช้เครื่องมือตรวจจับช่วงระดับ [ความแข็งแกร่ง] คร่าวๆ ได้ แต่ก็ไม่แม่นยำนัก]

สมองอันชาญฉลาดของเฉินเมี่ยเมี่ยหมุนจี๋ทันที

ไม่นาน เขาก็วางกลยุทธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองมากที่สุดได้:

ตามหาสิ่งของลี้ลับที่ 'ย้อมแมวขาย' แต่แท้จริงแล้วมี [ความแข็งแกร่ง] ซ่อนเร้นทะลุปรอท และราคาไม่แพง

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ถึงเวลา 20:00 น. แล้ว

เหล่านักเรียนต่างกรูกันเข้าไปในตลาดกลางคืนอย่างล้นหลาม

นักเรียนทุกคนที่จะเข้าร่วมการสอบจบการศึกษาในมะรืนนี้ ล้วนมากันพร้อมหน้าในคืนนี้

ตลาดกลางคืนตั้งอยู่ในโกดังขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เมื่อเข้าไปด้านใน จะพบกับแผงลอยเรียงรายเป็นซุ้มๆ

เฉินเมี่ยเมี่ยรู้สึกเหมือนตัวเองทะลุมิติมาอีกครั้ง และมาโผล่ที่ถนนสายของเก่า

เดินไปไม่กี่ก้าว เขาก็มั่นใจในข้อสงสัยของตนเอง เพราะเจ้าของแผงลอยเหล่านี้ล้วนเป็นพวกหน้าเก่าที่แต่งเรื่องเก่งเป็นที่หนึ่ง

นั่นไง เยว่จวิ้นหยาง หัวหน้าห้องกำลังสนใจกระบี่ทองแดงรูปทรงโบราณเล่มหนึ่ง เขาเพิ่งจะเอ่ยปากถามราคา

เจ้าของแผงลอยก็พ่นน้ำลายอธิบายเป็นคุ้งเป็นแควทันที

"พ่อหนุ่ม ตาถึงจริงๆ บางทีเจ้าอาจจะมีวาสนาต่อกระบี่เล่มนี้ก็เป็นได้

นี่คือกระบี่คู่กายในวัยหนุ่มของมหาปราชญ์เหมียนเยว่ ผู้เป็นปราชญ์แห่งเผ่ามนุษย์ในช่วงเริ่มแรกของยุคที่หนึ่ง มีนามว่า [กระบี่วิญญูชน] มหาปราชญ์เหมียนเยว่พกกระบี่เล่มนี้ติดตัวตลอดตั้งแต่ระดับ [ความลี้ลับ] 1 ไปจนถึง [ความลี้ลับ] 4 สังหารสิ่งประหลาดและกำราบมารมาตลอดทาง จนกระทั่งทะลวงเข้าสู่ระดับ 5 ถึงได้เปลี่ยนไปใช้อาวุธเทพ"

เฉินเมี่ยเมี่ยชำเลืองมองกระบี่เล่มนั้น อะไรกัน ยุคที่หนึ่งเมื่อประมาณสองหมื่นปีก่อนอย่างนั้นหรือ บอกว่าเพิ่งผลิตเมื่อปีที่แล้วเขายังจะสงสัยเลย

ความชื่นชอบของเยว่จวิ้นหยางแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนจนแทบจะวางไม่ลง

"ช่างเถอะ ถือว่ากระบี่เลือกเจ้าก็แล้วกัน เอาไปในราคาสองร้อยปีเถิด" ราคาที่เจ้าของแผงเสนอมาในท้ายที่สุด ช่างเป็นการขูดรีดอย่างแท้จริง

เยว่จวิ้นหยางลูบคลำตัวกระบี่ "สองปี"

"ตกลง" สำหรับราคาที่หดหายไปถึงหนึ่งร้อยเท่า เจ้าของแผงกลับเคาะโต๊ะตกลงทันที เพราะกลัวว่าหมูในอวยจะหลุดมือไป

หลังจากจ่ายเงินและรับของกันเรียบร้อยแล้ว

เฉินเมี่ยเมี่ยก็ขยับเข้าไปใกล้ "เจ้าชอบกระบี่แห่งยุคที่หนึ่ง... เล่มนี้ขนาดนั้นเลยหรือ?"

"นี่คือวิญญูชนทะนุถนอมวิญญูชน สิ่งที่ข้าชอบคือตัวกระบี่เล่มนี้ แล้วก็ชอบเรื่องเล่าของมันด้วย ก็เท่านั้นเอง" เยว่จวิ้นหยางวางมาดอย่างราบเรียบ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

เฉินเมี่ยเมี่ย: ......

จะมาวางมาดอะไร สมควรแล้วที่โดนหลอก

เฉินเมี่ยเมี่ยเดินดูมาตลอดทาง พบว่าทุกแผงล้วนมีแต่ของเด็ด ของตกทอดทั้งนั้น เขาจึงไม่มีความอยากจะซื้อเลยแม้แต่น้อย

เขาเริ่มสงสัยในจุดประสงค์ของตลาดกลางคืนแห่งนี้เสียแล้ว

กลุ่มคนหนุ่มสาว จะมีสักกี่คนที่ดูของแท้ของปลอมออก เสียเวลาไปน่ะเรื่องเล็ก แต่ในการสอบที่เดิมพันด้วยชีวิต หากคาดหวังกับมันแล้วหยิบของปลอมที่ไร้ประโยชน์ออกมา มันจะไม่เป็นการหลอกลวงกันหรอกหรือ

[ที่แผงด้านหน้า มีสิ่งของลี้ลับที่มีความแข็งแกร่งระดับสูงปรากฏขึ้น]

เฉินเมี่ยเมี่ยสลัดข้อสงสัยเมื่อครู่นี้ทิ้งไปทันที

ตลาดกลางคืนดี ตลาดกลางคืนยอดเยี่ยม กิจกรรมแบบนี้ควรจัดให้บ่อยๆ สิ

เฉินเมี่ยเมี่ยเดินไปที่แผงลอยแห่งนั้น

[[หมวกแมงกะพรุนฮวาลี่] สรรพคุณ: เมื่อสวมใส่ จะช่วยเพิ่มความต้านทานต่อสถานะผิดปกติ ผลข้างเคียง: หากสวมใส่นานเกินไป แมงกะพรุนฮวาลี่ที่มีพิษร้ายแรงจะแทงทะลุหน้าผาก แล้วดูดกินสมองของผู้สวมใส่ เมื่อดูดกินจนอิ่มแล้ว จะไม่ทำร้ายผู้เป็นนายต่อไปอีกระยะหนึ่ง [ความแข็งแกร่ง] 6]

เฉินเมี่ยเมี่ยผู้ยังอ่อนหัด ยังคงคิดจะเรียนรู้เล่ห์เหลี่ยมจากคนรุ่นก่อน

เขาหยิบเจดีย์เล็กๆ ที่ไร้ประโยชน์ชิ้นหนึ่งบนแผงขึ้นมาเลือกดู พิจารณาอยู่นานก่อนจะวางลง

จากนั้นก็หยิบชามกระเบื้องแตกๆ ใบที่สองขึ้นมา แล้วถามราคา

เขาเตรียมจะหยิบของชิ้นที่สามขึ้นมาเป็นตัวลวง

เจ้าของแผงลอยทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว "พ่อหนุ่ม ข้ามขั้นตอนการเกริ่นนำพวกนี้ไปเถิด เจ้าดูหมวกแมงกะพรุนใบนั่นโดยตรงเลยเป็นอย่างไร?"

เฉินเมี่ยเมี่ยตกใจมาก "หรือว่าความสามารถ [ความลี้ลับ] ของท่านเจ้าของแผงคือการอ่านใจหรือ?"

"ไม่ใช่หรอก แต่ปอยผมที่ชี้โด่เด่อยู่บนหัวของเจ้าน่ะ มันชี้ไปที่หมวกใบนั้นตลอดเวลาเลยต่างหาก"

หน้าของเฉินเมี่ยเมี่ยหนามาก หนาพอที่จะมาตั้งแผงขายของที่ถนนสายนี้ได้ เขาปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "หมวกใบนี้ขายเท่าไร?"

"ยี่สิบห้าปี"

"สามเดือน" เฉินเมี่ยเมี่ยเลียนแบบเยว่จวิ้นหยาง หัวหน้าห้อง ด้วยการต่อราคาเหลือเพียง 1% ของราคาที่เสนอ

"ไสหัวไปเลย" เจ้าของแผงลอยหันหน้าหนี ไม่มองเฉินเมี่ยเมี่ยอีก

"เอ๊ยๆ อย่าเพิ่งสิ ข้าเพิ่มให้อีกหน่อย เอาเป็นตัวเลขกลมๆ แปดเดือน 888 รวยๆๆ ทุกคนรวยกันถ้วนหน้า เป็นอย่างไร?"

เฉินเมี่ยเมี่ยกัดฟันเพิ่มราคาให้ถึง 266% ในใจรู้สึกปวดร้าวราวกับเลือดหยด

เจ้าของแผงลอยก็รู้ดีว่าคนที่มาล้วนเป็นนักเรียนที่ยังไม่เรียนจบ เขาถอนหายใจออกมา

"ยี่สิบห้าปี ข้าไม่ได้ตั้งราคามั่วซั่ว ข้าเองก็เคยเป็นนักเรียนมาก่อน นี่คือ [สิ่งของลี้ลับ] ของแท้ ไม่ใช่ของประดับเศษเหล็กพวกนั้น มันมีไว้รักษาชีวิตในยามคับขัน"

เมื่อเห็นอีกฝ่ายพูดด้วยความจริงใจ เฉินเมี่ยเมี่ยก็เปลี่ยนมาใช้น้ำเสียงจริงจังเช่นกัน

"แต่ถ้าสวมไว้นานสักหน่อย หนวดของแมงกะพรุนจะไม่ใช่เชือกผูกหมวกอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นของมีพิษคร่าชีวิตที่เจาะกะโหลกดูดไขกระดูก จะช่วยชีวิตหรือจะเอาชีวิต เส้นแบ่งตรงกลางมันกะเกณฑ์ยากมาก ไม่ใช่หรือ"

เจ้าของแผงลอยรู้ดีว่า นี่เจอกับผู้เชี่ยวชาญเข้าให้แล้ว

ขนาดยังไม่ได้จับต้อง ก็สามารถบอกผลข้างเคียงได้อย่างแม่นยำ

[สิ่งของลี้ลับ] แต่ละชิ้นล้วนแตกต่างกัน จึงไม่มีราคากลางในตลาด

หากเจอคนที่ต้องการอย่างเร่งด่วน ก็อาจขายได้ในราคาสูงลิ่ว หากเจอคนที่ต้องการซื้อไว้เป็นของสะสม ก็จะถูกกดราคาอย่างหนัก

[หมวกแมงกะพรุนฮวาลี่] ใบนี้ ตัวเจ้าของแผงเองยังไม่กล้าใช้เลย เขาเคยเห็นเจ้าของหมวกสองคนก่อนหน้านี้ถูกเจาะกะโหลกจนกลวงโบ๋มากับตา

"ถ้าอยากได้จริงๆ ก็เสนอราคาขาดตัวมาเถอะ"

"แปดปี"

"พ่อหนุ่ม มีชีวิตชีวากว่าข้าตอนหนุ่มๆ เสียอีก ตกลง"

เมื่อเดินออกจากแผงลอย

เฉินเมี่ยเมี่ยก็สวม [หมวกแมงกะพรุนฮวาลี่] ทันที เพื่อซ่อนปอยผมชี้โด่เด่ตัวดีที่ทรยศความคิดของเขาเอาไว้

แมงกะพรุนสีเหลืองอ่อนแสนน่ารักตัวหนึ่งเกาะอยู่บนหัวของเขา

ไม่ถึงสิบวินาที หนวดที่ห้อยลงมาก็เริ่มแทงเข้าไปในศีรษะ

เฉินเมี่ยเมี่ยรู้สึกราวกับว่าในสมองของตนมีแท่งไม้กำลังคนอยู่ ราวกับจะคนชานมกับครีมชีสให้เข้ากัน แล้วใช้หลอดดูดออกมา

ในเวลาเดียวกัน [ความเป็นอมตะ] ระดับ 9 ก็กำลังทำงาน สมองส่วนใหม่กำลังงอกขึ้นมา

เขาอยู่ในอาการมึนงงเช่นนี้ไปประมาณห้านาที [หมวกแมงกะพรุนฮวาลี่] ก็ดูดจนอิ่ม แล้วหยุดการกระทำ แมงกะพรุนก็คลอเคลียกับเฉินเมี่ยเมี่ยอย่างสนิทสนม

นี่คือการยอมรับเจ้านายครั้งแรกอย่างแท้จริงของ [หมวกแมงกะพรุนฮวาลี่]

จบบทที่ บทที่ 28 ตลาดกลางคืน

คัดลอกลิงก์แล้ว