- หน้าแรก
- บันทึกสะสมสิ่งประหลาดของราชันแห่งจันทรา
- บทที่ 26 ศาสนจักรแห่งสายหมอก
บทที่ 26 ศาสนจักรแห่งสายหมอก
บทที่ 26 ศาสนจักรแห่งสายหมอก
บทที่ 26 ศาสนจักรแห่งสายหมอก
[พ่อครัว] เดินตามตัวตลกไปแล้ว
เฉินเมี่ยเมี่ยปิดประตู
เขาไม่ได้ไปแจ้งเบาะแส
สำหรับตอนนี้ เขายังไม่แน่ใจว่าศาสนจักรแห่งสายหมอกคือสิ่งใด และกระทำเรื่องชั่วช้าใดลงไปบ้าง
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น หากแจ้งเบาะแสตอนนี้ ตัวตลกก็จะต้องจบเห่ไปด้วย
เฉินเมี่ยเมี่ยมองว่าตัวตลกเป็นเหมือนลูกจ้างของตน เขาจึงไม่คิดจะตัดแขนตัดขาตัวเอง
ยังไม่ทันที่เขาจะหลับไปอีกครั้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาอีกรอบ
ผู้มาเยือนคือตัวตลก
"จะไม่ให้คนหลับคนนอนกันเลยหรืออย่างไร" เฉินเมี่ยเมี่ยนั่งอยู่บนโซฟา โดยมีชิงฮวายืนอยู่ด้านหลัง คอยนวดคลึงขมับให้เขา
ตัวตลกเองก็ไม่ใช่คนชอบคุยเล่น "ศาสนจักรแห่งสายหมอกกำลังจะเคลื่อนไหวแล้ว"
"เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?"
ตัวตลกครุ่นคิดครู่หนึ่ง "เกี่ยวสิ พวกมันเตรียมตัวจะแฝงตัวเข้าไปในการสอบจบการศึกษาของวิทยาลัย แล้วเปิดฉากสังหารหมู่ในนั้น"
ดวงตาที่หรี่ลงครึ่งหนึ่งของเฉินเมี่ยเมี่ยเบิกโพลงขึ้น เขาโบกมือเบาๆ
ชิงฮวาหยุดมือจากการนวด แล้วลงมานั่งเคียงข้างเขา
"ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียจริง ทั้งที่รู้ว่าข้าเฉินเมี่ยเมี่ยเข้าร่วมการสอบครั้งนี้ พวกมันก็ยังกล้ามาก่อกวนอีกหรือ"
"ไม่หรอก พวกมันไม่ได้รู้จักเจ้า พวกมันแค่ต้องการสังหารว่าที่ผู้สำเร็จการศึกษาในรุ่นนี้ให้หมดทุกคน"
"จุดประสงค์ของพวกมันคืออะไร?"
"ศาสนจักรแห่งสายหมอกบูชาสายหมอก แสวงหาความไร้ระเบียบและความโกลาหล สิ่งที่พวกมันทำส่วนใหญ่มักจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นโดยไม่ได้ประโยชน์อะไร หรือไม่ก็สร้างความเดือดร้อนให้ทั้งผู้อื่นและตัวเอง ครั้งนี้ก็เพื่อบั่นทอนกำลังของคนรุ่นใหม่ในเมืองซื่อเซี่ยง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงครามเผ่าพันธุ์ในยุคใหม่ที่จะมาถึง"
เฉินเมี่ยเมี่ยพยักหน้า แบบนี้ค่อยฟังดูสมเหตุสมผลหน่อย "ความโกลาหลและไร้ระเบียบ ทำไมข้าถึงรู้สึกว่ามันเข้าทางเจ้าจังเลยล่ะ?"
"เมื่อก่อนข้าก็เคยอยู่ศาสนจักรแห่งสายหมอก แถมยังเป็นผู้รับผิดชอบเมืองซื่อเซี่ยงด้วย ที่พวกมันมาหาข้าครั้งนี้ ก็เพราะอยากจะขอยืมพลังของข้า"
"แล้วเจ้าตกลงไหม?"
"เดิมทีก็สนใจอยู่บ้าง แต่พอคิดว่าเจ้าก็ต้องไปเข้าร่วมการสอบด้วย ข้าเลยปฏิเสธไป"
ตัวตลกตระหนักดีว่า การเผชิญหน้ากับผู้มีตัวตนระดับสูงอย่างแท้จริงที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้เช่นเฉินเมี่ยเมี่ย ไม่ใช่การหาความตื่นเต้น แต่เป็นการรนหาที่ตาย เขาแค่บ้า ไม่ได้โง่
"จริงสิ ทำไมเจ้าถึงถอนตัวออกจากศาสนจักรแห่งสายหมอกล่ะ?"
"ศาสนจักรแห่งสายหมอกจะทำงานเป็นคู่ โดยเคลื่อนไหวเป็นกลุ่ม คู่หูของข้าคนนั้นมันน่าเบื่อเกินไป ข้าก็เลยฆ่าทิ้งเสีย"
ให้ตายสิ ไร้ความปรานีชะมัด
แต่พอลองคิดดูดีๆ การต้องจับคู่กับตัวตลก ก็ถือเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูงปรี๊ดจริงๆ นั่นแหละ
"คู่หูของ [พ่อครัว] คนนี้คือใคร?"
"ไม่รู้สิ คนในศาสนจักรต่างก็รู้รสนิยมของข้าดี พวกมันไม่มีทางมาหาข้าพร้อมกันสองคนหรอก"
เฉินเมี่ยเมี่ยเข้าใจดี ไม่ใช่ 'ไม่มีทาง' แต่เป็น 'ไม่กล้า' ต่างหาก หากมาทั้งสองคน เผลอๆ อาจโดนตัวตลกที่นึกคึกขึ้นมาจัดการฆ่าแบบแพ็กคู่ก็ได้ แต่ถ้ามาแค่คนเดียว ต่อให้ถูกฆ่า อย่างน้อยก็ยังมีอีกคนคอยส่งข่าว
"ที่ข้ามาก็เพื่อเตือนเจ้าเอาไว้ คงไม่รอให้ถึงวันสอบหรอก พรุ่งนี้เป็นต้นไป [พ่อครัว] คงจะกลับมาหาเจ้าอีก วันนี้มันคงไม่มาแล้วล่ะ ตอนที่มันไป ข้าตัดขามันไปข้างหนึ่ง ตอนนี้น่าจะกำลังหาที่ห้ามเลือดอยู่"
"แล้วมันจะมาหาข้าทำไมอีก? ถ้าข้าจะแจ้งเบาะแส ป่านนี้ค่อนคืนผ่านไป คงแจ้งเบาะแสมันไปแปดร้อยรอบแล้ว"
"พวกคนที่อยู่ในเงามืด มักจะทนไม่ได้เป็นพิเศษกับผู้ที่รู้เห็นเรื่องราวเพิ่มเติม ข้ารับรองได้เลยว่ามันจะต้องลงมือกับเจ้าที่เป็นพยานผู้พบเห็นอีกครั้งอย่างแน่นอน"
เฉินเมี่ยเมี่ยลุกขึ้นยืนเพื่อส่งแขก "ตกลง ข้ายินดีต้อนรับการมาเยือนของเขา"
พอตัวตลกจากไป
เฉินเมี่ยเมี่ยก็กระโดดขึ้นเตียงทันที เขาคว้าผ้าห่มผืนเล็กมาม้วนตัวคลุมโปง สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
โลกใบนี้ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว นอกจากจะมีภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างสายหมอกแล้ว ยังมีภัยพิบัติจากน้ำมือมนุษย์อย่าง [พ่อครัว] อีก
ถ้ามาหาตอนกลางคืนเขาก็ยังไม่กลัวเท่าไร แต่ถ้าถูกจับได้ตอนกลางวันล่ะก็จบเห่แน่
การที่ [พ่อครัว] คนนี้สามารถเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของตัวตลกมาได้ ต่อให้มีระดับ [ความลี้ลับ] ไม่ถึงระดับ 5 แต่อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นแนวหน้าของระดับ 4 อย่างแน่นอน
มีฝีมือระดับนี้ ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่อดตายแท้ๆ ดันชอบไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นโดยที่ตัวเองก็ไม่ได้อะไร ซ้ำยังต้องกลายเป็นหนูในท่อระบายน้ำไปเสียอีก
เฉินเมี่ยเมี่ยตัดสินใจแล้วว่า ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เขาจะให้ชิงฮวากับปัวปัวคอยอยู่ข้างกายไม่ห่าง
ดวงอาทิตย์เงินยวงสาดส่อง วันใหม่ในยามกลางวันได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
วันนี้กำหนดการของเฉินเมี่ยเมี่ยมีเพียงเรื่องเดียว นั่นคือการไปเดินหาของล้ำค่าที่ [ตลาดกลางคืน] ในเวลา 20.00 น.
โลกภายนอกมีตาเฒ่าสวมหมวกพ่อครัวดักซุ่มรอเขาอยู่ เขาจึงเตรียมตัวที่จะหมกตัวอยู่ในห้องทั้งวัน แล้วค่อยออกไปข้างนอกตอนกลางคืน
ตอนเที่ยง มีคนมาเคาะประตู
เฉินเมี่ยเมี่ยรู้ได้ทันทีว่า ตาเฒ่านั่นมาแล้ว
ประตูบ้านป้องกันสายหมอกได้ แต่ไม่อาจขวางกั้นผู้ที่เล่นกับความลี้ลับได้
เขาให้ชิงฮวาเปลี่ยนร่างเป็นจี้ห้อยคอซ่อนไว้ที่หน้าอก เพื่อให้สามารถลงมือปกป้องตนได้ทุกเมื่อ
และให้ปัวปัวเก็บกลิ่นหอมของมันเอาไว้ หมอบอยู่บนโต๊ะเพื่อพรางตัวเป็นไก่อบธรรมดาๆ จานหนึ่ง รอฟังสัญญาณการปาแก้วจากเขา
[พ่อครัว] ที่ได้พบหน้ากันอีกครั้งกลับดูสุภาพเรียบร้อย
เขายังถึงกับหิ้วกล่องใบเล็กมาเป็นของขวัญสำหรับการมาเยือนด้วยซ้ำ
"สวัสดี เมื่อคืนนี้ข้าจากไปอย่างรีบร้อน ยังไม่ได้ขอบคุณที่เจ้าช่วยชี้ทางให้ข้าหาเพื่อนจนพบ ครั้งนี้ข้าจึงตั้งใจมาเพื่อกล่าวขอบคุณเป็นการเฉพาะ"
เฉินเมี่ยเมี่ยกวาดสายตามองท่อนล่างของเขา "ขาหายดีเร็วขนาดนี้เชียวหรือ?"
รอยยิ้มบนใบหน้าของ [พ่อครัว] แข็งค้างไปชั่วขณะ
ช่างพูดจี้ใจดำเสียจริง เพื่อที่จะฟื้นฟูขานี้ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม เมื่อคืนเขาต้องจ่ายค่าตอบแทนไปอย่างมหาศาล
"ไม่คิดเลยว่า ตัวตลกที่บ้าคลั่งถึงขีดสุดผู้นั้น จะยอมคบค้าสมาคมกับเพื่อนบ้านจริงๆ"
"โอ้? แล้วเจ้าดูออกได้อย่างไรว่าข้ากับเขาเป็นเพื่อนกัน?"
"ตอนแรกเขาขัดขวางไม่ให้ข้าลงมือ สุดท้ายก็ยังบอกเจ้าเรื่องที่ข้าขาขาดอีก นี่มันต่างจากตัวตลกในความทรงจำของพวกเราอย่างสิ้นเชิง"
เฉินเมี่ยเมี่ยปล่อยให้อีกฝ่ายเดินเข้ามา "คนเราย่อมเปลี่ยนกันได้ ตัวตลกเองก็เป็นคน"
ในฐานะพ่อครัว สิ่งแรกที่เขามองเห็นหลังจากเดินเข้ามาในห้อง ก็คือไก่อบสับปะรดบนโต๊ะ
"ข้ามารบกวนมื้อเที่ยงของเจ้าหรือเปล่า?"
"ไม่หรอก ข้ากินเสร็จแล้ว นั่นน่ะเป็นมื้อเย็น"
"ไก่อบที่ถูกย่างด้วยไฟกำลังดีเช่นนี้ หากปล่อยทิ้งไว้จนถึงช่วงบ่าย ความอร่อยคงสูญหายไปกว่าครึ่งเลยนะ"
"ข้าขอแนะนำให้เจ้าอย่าพูดแบบนั้นจะดีกว่า มันจะไม่พอใจเอานะ ควรจะพูดว่า ไม่ว่าจะปล่อยทิ้งไว้นานแค่ไหน มันก็ยังคงอร่อยเหมือนเดิมต่างหาก"
พ่อครัวไม่ได้เดินไปนั่งที่โซฟา
เขาเปิดกล่องของขวัญที่นำติดตัวมาด้วย ภายในนั้นบรรจุอุปกรณ์ทำครัวไว้หลากหลายรูปแบบ
"ในเมื่อเจ้าเป็นเพื่อนของตัวตลก งั้นข้าจะขอปรับเปลี่ยนแผนการสักหน่อยก็แล้วกัน ได้ยินมาว่าเจ้าเองก็เป็นว่าที่ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยด้วย จะช่วยให้ความร่วมมือกับพวกเราในการทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ สักอย่างได้หรือไม่?"
[พ่อครัว] ดูเหมือนจะเปลี่ยนเป้าหมายกะทันหัน จากที่ตั้งใจมาฆ่าคน เปลี่ยนเป็นชักชวนเฉินเมี่ยเมี่ยให้เป็นสายลับให้กับเขาแทน
"ไม่สนใจ" เฉินเมี่ยเมี่ยปฏิเสธ
"ช่างเป็นการตัดสินใจที่น่าเสียดายจริงๆ"
[พ่อครัว] ถอนหายใจออกมา
เขาหยิบอุปกรณ์ทำครัวชิ้นโปรดออกมาจากกล่องทีละชิ้นๆ
"ในฐานะแขก ข้าคงจะมามือเปล่าไม่ได้หรอก ให้ข้าทำอาหารให้เจ้าสักมื้อก็แล้วกัน ทว่าข้ายังต้องการวัตถุดิบอีกสักหน่อย คงต้องขอยืมจากเจ้าแล้วล่ะ"
"วัตถุดิบที่เจ้าหมายถึงคืออะไร?"
"ร่างกายอันสดใหม่ของว่าที่ผู้สำเร็จการศึกษาหนุ่มน้อยสักคน เป็นอย่างไรล่ะ?"
เฉินเมี่ยเมี่ยหุบรอยยิ้มต้อนรับแขก "พูดเช่นนี้ แสดงว่าเจ้าเคยกินคนมาแล้วอย่างนั้นหรือ?"
[พ่อครัว] ยิ้มบางๆ โดยไม่ตอบคำถาม
การพูดคุยด้วยวาจาสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
ถัดจากนี้ไป จะเป็นการ 'พูดคุย' ด้วยการลงมือ
มีดทำครัวอันแหลมคมตวัดเข้าหาลำคอของเฉินเมี่ยเมี่ย ราวกับการเชือดคอรีดเลือดสัตว์ปีกก่อนชำแหละ
ขณะที่ตวัดมีดมาได้ครึ่งทาง [พ่อครัว] ก็ตระหนักได้ถึงความผิดปกติ
มีดทำครัวเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของมือเขา เขาย่อมรู้ซึ้งถึงน้ำหนักของมันเป็นอย่างดี ทว่าจู่ๆ เขากลับรู้สึกว่ามีดในมือแม้จะยังมีรูปทรงเหมือนเดิม แต่น้ำหนักของมันกลับเบาหวิวลงไปกว่าสามเท่า
เมื่อปรายตามอง ก็พบว่ามีดทำครัวเหล็กกล้าชั้นดีในมือ ได้กลายสภาพเป็นมีดเครื่องเคลือบไปเสียแล้ว
[พ่อครัว] ไม่ได้หยุดชะงักกลางคัน
แม้จะเป็นเพียงมีดเครื่องเคลือบ แต่ภายใต้คมมีดที่แหลมคม ก็สามารถกรีดเฉือนเลือดเนื้อของมนุษย์ได้เช่นกัน
ท่อนแขนเรียวบางดุจหยกขาวโผล่ออกมา ขวางกั้นมีดเครื่องเคลือบนั้นไว้
ชิงฮวากระโจนออกมาจากลำคอของเฉินเมี่ยเมี่ย
ปรากฏร่างเป็นมนุษย์เครื่องเคลือบขึ้นมาต่อหน้าต่อตาของ [พ่อครัว]
"สิ่งประหลาด! สุภาพสตรีเครื่องเคลือบขาว!" [พ่อครัว] จดจำชิงฮวาได้ในทันที เขากระโดดถอยหลังไปก้าวใหญ่ เพื่อทิ้งระยะห่าง