เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ตัวตลก

บทที่ 17 ตัวตลก

บทที่ 17 ตัวตลก


บทที่ 17 ตัวตลก

ก่อนรับประทานอาหาร เฉินเมี่ยเมี่ยไม่ต้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็รู้ได้ว่าค่ำคืนนี้คือดวงจันทร์สีชาดประกายรุ้ง

ตัวอักษรสีแดงคล้ายกับข้อความแชตที่เลื่อนผ่านหน้าจอ ปูพรมเต็มลานสายตาของเขา

【เฉินเมี่ยเมี่ย ข้าไม่อยู่เพียงวันเดียว ในบ้านกลับมีสิ่งประหลาดเพิ่มมาอีกตนแล้ว!】

【ยังจะกินอันใดอยู่อีก รีบกลับบ้านได้แล้ว!】

【ในบ้านนี้ยังจะมีที่ทางของข้าอยู่อีกหรือไม่ ข้าต้องไปตรวจสอบสักหน่อยแล้ว!】

【หากข้าไม่พอใจ เจ้าต้องไล่มันไป!】

【เสี่ยวซวงเจ้านั่น ไม่สนสี่สนแปดอันใดเลยจริงๆ บ้านหลังนี้หากไม่มีข้า ไม่ช้าก็เร็วคงต้องพังครืน!】

'เอาล่ะๆ จะกลับเดี๋ยวนี้แหละ คำพูดซ้ำๆ ไม่ต้องพูดหลายรอบหรอก ข้าตาลายไปหมดแล้ว'

เฉินเมี่ยเมี่ยถูกกวนจนทนไม่ไหว รอจนกระทั่งสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเยว่จวิ้นหยางเสร็จสิ้น เขาก็รีบปลีกตัวออกมาก่อนทันที

เมื่อกลับมาถึงอาคารอันเป็นที่ตั้งของบ้าน เขาก็เดินขึ้นบันไดไปยังชั้น 18

พอเดินออกจากโถงบันได เฉินเมี่ยเมี่ยก็ชะงักฝีเท้าลง

บนทางเดินในโถงทางเดิน ท่ามกลางเงามืดมิด มีเงาร่างของคนผู้หนึ่งยืนอยู่

ดูจากรูปร่างและโครงร่างแล้ว น่าจะเป็นชายหนุ่มที่สวมชุดสูทผู้หนึ่ง

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มืดมิด เขายืนนิ่งไม่ไหวติง

"ขออภัย ท่านคือคุณสิ่งประหลาดหรือ?" เฉินเมี่ยเมี่ยไม่รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาเดินตรงเข้าไปหาทันที

"หึหึ หึหึหึ น่าสนใจ น่าสนใจเสียจริง ข้าได้กลิ่นของความน่ารักน่าชังแล้ว" ชายผู้นั้นเดินตรงมายังเฉินเมี่ยเมี่ยเช่นเดียวกัน

เมื่อระยะห่างระหว่างทั้งสองเปลี่ยนแปลง แสงและเงาก็เปลี่ยนตามไปด้วย

รูปลักษณ์ของชายผู้นั้นก็ปรากฏออกมาจากความมืดมิด

เห็นเพียงเรือนผมหยักศกสีส้มแดงของเขาที่แห้งกร้านราวกับหญ้าแห้ง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยสีสัน บนใบหน้าที่คล้ายกับปูนปลาสเตอร์นั้นมีรอยหยดน้ำตาสีฟ้าที่ไม่สมมาตรกันประดับอยู่ ดวงตาทั้งสองข้างราวกับรอยแยกที่มืดมิดสองสาย

ชุดสูทสีแดงเลือดหมูยับยู่ยี่ บนเสื้อผ้าเต็มไปด้วยคราบสกปรกที่ไม่ทราบที่มา ทว่าถุงมือสีขาวบนมือกลับสะอาดหมดจดไร้ฝุ่นผง

พร้อมกับเสียงหัวเราะ "หึหึ" ของเขา รอยแยกที่มุมปากก็แทบจะฉีกกว้างไปถึงใบหู

"ตัวตลก!" เฉินเมี่ยเมี่ยส่งเสียงร้องเรียกด้วยความประหลาดใจระคนยินดี

"หืม?" ตัวตลกประหลาดใจยิ่งนัก ผู้คนทั่วไปเมื่อได้พบเห็นเขามักจะหวาดกลัวจนถอยหนี

"ตัวตลก เจ้าตั้งใจมาหาข้าโดยเฉพาะหรือ?"

"เดิมทีไม่ได้ตั้งใจเช่นนั้นหรอก"

"ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้นได้แล้ว มาเถิด พวกเรามาเริ่มเล่นเกมกัน" เฉินเมี่ยเมี่ยตื่นเต้นยิ่งนัก

สีหน้าประหลาดใจฉายวาบขึ้นบนใบหน้าของตัวตลกเพียงชั่วครู่ ทว่าเขาก็กลับคืนสู่ความคลุ้มคลั่งในทันที

"ดี ดี ดี ให้พวกเราเริ่มกันเถิด"

ตัวตลกล้วงไพ่โป๊กเกอร์ออกมาจากอกเสื้อ ก่อนจะดีดนิ้วดังเป๊าะ

ในโถงทางเดินก็ปรากฏชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับคาสิโนโดยเฉพาะขึ้นมาในทันที

ไม่รอให้ตัวตลกเอ่ยปากเชิญ เฉินเมี่ยเมี่ยก็ทิ้งตัวลงนั่งด้วยตนเอง "เล่นอย่างไรเล่า?"

"ที่นี่มีไพ่ 14 ใบ" ตัวตลกหยิบไพ่กะคร่าวๆ หนึ่งในสี่ส่วนออกมาจากไพ่หนึ่งสำรับ

"ไพ่ 14 ใบนี้ เรียงลำดับจากน้อยไปมากคือ 1 ถึง 10 และ J, Q, K อีกทั้งยังมีไพ่โจ๊กเกอร์อีกหนึ่งใบ

ไพ่โจ๊กเกอร์ใหญ่ที่สุด K รองลงมา 1 เล็กที่สุด

ไพ่โจ๊กเกอร์สามารถเอาชนะไพ่ทุกใบได้ ทว่ากลับเล็กกว่า 1 ซึ่งเป็นไพ่ใบที่เล็กที่สุด

เราต่างคนต่างจั่วไพ่คนละใบ มาดูกันว่าไพ่ของผู้ใดใหญ่กว่า ต้องการตรวจสอบไพ่หรือไม่?"

"ไม่ต้องตรวจสอบไพ่หรอก รีบเริ่มเถิด โคตรเซียนพนันเมี่ยเมี่ยเช่นข้ารอไม่ไหวแล้ว" เฉินเมี่ยเมี่ยเร่งเร้า

"เจ้าคือแขก เจ้าจั่วก่อนเถิด" ตัวตลกยอมให้เขาเริ่มก่อน

บนโต๊ะมีไพ่ 14 ใบคว่ำอยู่

เฉินเมี่ยเมี่ยไม่คิดอันใด กดนิ้วลงบนไพ่ใบที่อยู่ใกล้ตนเองที่สุดในทันที

เขากดไพ่ลากมาตามโต๊ะจนถึงตรงหน้าตนเอง จากนั้นก็ใช้สองมือกดไพ่ไว้ตรงกลาง และเริ่มแสดงการ 'คลึงไพ่'

ตัวตลกไม่เคยพบเห็นผู้เล่นเยี่ยงเฉินเมี่ยเมี่ยมาก่อน

"ข้าจำต้องเตือนเจ้า เกมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อจบเกมย่อมมีรางวัลและบทลงโทษ"

เฉินเมี่ยเมี่ยพยักหน้า "นั่นเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว เจ้าเปิดไพ่ก่อนเถิด ข้าสามารถคลึงไพ่ สามารถเปลี่ยนไพ่ได้"

ตัวตลกล่วงรู้ราวกับพลิกฝ่ามือว่าเฉินเมี่ยเมี่ยได้ไพ่ใบใดมา ทว่ากลับมองวิธีการเล่นของเขาไม่ออกเล็กน้อย

"ของข้าคือ 10 แต้ม ถึงตาเจ้าแล้ว" ตัวตลกเปิดไพ่

"ผู้ที่เปิดไพ่ก่อนย่อมต้องพ่ายแพ้ กระทั่งหลักการนี้ก็ยังไม่เข้าใจ เจ้าเป็นตัวตลกที่แย่ที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบเจอมาเลยเชียวล่ะ"

เฉินเมี่ยเมี่ยกล่าวพลางหงายไพ่ที่ถูกเขาคลึงจนยับยู่ยี่ขึ้นมา

คือ 7 แต้ม

สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านมา โถงทางเดินกลับเงียบงันลงเล็กน้อย

"เจ้าแพ้แล้ว"

"ไม่ ข้ายังไม่แพ้ ตราบใดที่ข้ายังไม่หยุดมือ ทุกสิ่งย่อมยังไม่แน่ชัด ดำเนินการต่อเถิด ครานี้ข้าเดิมพันเป็นสองเท่า" เฉินเมี่ยเมี่ยมีสีหน้าไม่แยแสแม้แต่น้อย

"ย่อมได้ ทว่าเจ้าจำต้องยอมรับบทลงโทษในครานี้เสียก่อน"

"มาเถิด" เฉินเมี่ยเมี่ยไม่ถามกระทั่งว่าบทลงโทษนั้นคืออันใด

ภายในรองเท้าของเฉินเมี่ยเมี่ยมีเลือดซึมออกมา นิ้วเท้าซ้ายของเขาขาดไปหนึ่งนิ้ว

เกมที่สองเริ่มต้นขึ้น

ไพ่บนโต๊ะถูกสับเปลี่ยนอีกครั้ง

ครานี้ถึงคราวตัวตลกเป็นฝ่ายจั่วไพ่ก่อน

มือของตัวตลกรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด ท่อนแขนที่ตวัดออกไปทิ้งภาพติดตาเอาไว้ พร้อมกับคว้าไพ่ไปหนึ่งใบ

เฉินเมี่ยเมี่ยเลือกไพ่ของตนเองในรอบนี้อย่างเนิบนาบ เป็นไพ่ที่เห็นได้ชัดว่าถูกคลึงจนยับยู่ยี่หนึ่งใบ

ตัวตลกเอ่ยขึ้นว่า "เจ้าคงรู้ดีแก่ใจว่า นี่คือไพ่ 7 แต้มที่เจ้าจั่วไปเมื่อรอบที่แล้ว"

เฉินเมี่ยเมี่ยยักไหล่ "นั่นนับว่าเป็นข่าวดีทีเดียว มิใช่ว่ายังสามารถเอาชนะไพ่ตั้งแต่ 1 ถึง 6 ทั้งหกใบได้หรอกหรือ"

ตัวตลกเปิดไพ่ ไพ่ของเขาคือ K

นิ้วเท้าซ้ายสี่นิ้วที่เหลืออยู่ของเฉินเมี่ยเมี่ยขาดสะบั้นลงทั้งหมด

เขาไม่เอ่ยปากถามเลยว่า เหตุใดหลังจากเพิ่มเป็นสองเท่าแล้วจึงมิใช่สองนิ้ว ทว่ากลับกลายเป็นสี่นิ้ว

"เจ็บนิดหน่อยแฮะ ดำเนินการต่อเถิด ข้าขอเพิ่มอีกเท่าตัว"

ตัวตลกเคยพบเห็นผู้คนคลุ้มคลั่งมามากมาย ตัวเขาเองก็คือผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตของคนบ้าคลั่ง คนบ้าประเภทเฉินเมี่ยเมี่ยเช่นนี้ เขาเพิ่งเคยพบเจอเป็นคราแรก

เกมที่สาม ตัวตลกชนะ

บนโต๊ะปรากฏลำไส้ขึ้นมาหนึ่งเส้น

เกมที่สี่ ตัวตลกชนะ

บนโต๊ะปรากฏไตขึ้นมาหนึ่งข้าง

เกมที่ห้า เกมที่หก บนโต๊ะล้วนอาบย้อมไปด้วยเลือด

เกมที่เจ็ดเริ่มต้นขึ้น

"เจ้าเหลือเพียงหัวใจแล้วนะ" ตัวตลกเอ่ยเตือน

มือและศีรษะของเฉินเมี่ยเมี่ยยังคงไร้รอยขีดข่วนมาโดยตลอด นั่นก็เพื่อรักษาให้เขาสามารถดำเนินเกมต่อไปได้

ทั้งสองเลือกไพ่และเปิดไพ่

ตัวตลกคือ K เฉินเมี่ยเมี่ยคือ 5 แต้ม

บนโต๊ะปรากฏหัวใจสดใหม่ดวงหนึ่ง ซึ่งยังคงมีไอความร้อนและยังคงเต้นอยู่

เมื่อเห็นหัวใจดวงนี้ จิตใจที่ตึงเครียดของตัวตลกก็ผ่อนคลายลงในที่สุด "ข้าต้องยอมรับเลยว่า นี่เป็นเกมที่ข้ารู้สึกตื่นเต้นเร้าใจได้น้อยครั้งนัก ขอบใจที่เจ้ามาร่วมเล่นด้วย"

ตัวตลกค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เตรียมจะจบเกม

เฉินเมี่ยเมี่ยเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง "ดำเนินการต่อ ข้าเพิ่มอีกเท่าตัว"

รูม่านตาของตัวตลมหดเกร็งอย่างรุนแรง

หัวใจก็ไม่มีแล้ว นี่เขายังไม่ตายอีกหรือ?

ความคิดของตัวตลกแล่นปราดอย่างรวดเร็ว นี่คือพลังความสามารถ [ความลี้ลับ] ที่พิเศษ หรือว่าเป็น [ความเป็นอมตะ] ที่พิเศษกันแน่?

เกมที่แปด เกมที่เก้า......เกมที่สิบเก้า เกมที่ยี่สิบ

ไม่ว่าเฉินเมี่ยเมี่ยจะเพิ่มเดิมพันอย่างไร บทลงโทษของเขาก็ยังคงคงที่อยู่ที่หัวใจหนึ่งดวง

หัวใจเป็นตัวแทนของชีวิต ชีวิตที่เพิ่มเป็นสองเท่าก็ยังคงเป็นชีวิต

ทว่าสำหรับตัวตลกแล้ว เกมนี้ได้มาถึงจุดที่เขาไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ได้อย่างไกลลิบเสียแล้ว

"เจ้าคือผู้เล่นที่มีต้นทุนมากที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบเห็นมา ทว่าหากเล่นเช่นนี้ต่อไป ดูเหมือนว่าจะสูญเสียความหมายไปเสียแล้วกระมัง" ตัวตลกมีความคิดที่จะจบเกม

ในยามนี้บนโต๊ะมีกองภูเขาอวัยวะภายในกองเล็กๆ กองหนึ่ง สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นบทลงโทษของเฉินเมี่ยเมี่ย

พื้นโต๊ะกลายเป็นสีเลือดไปแล้ว ไพ่ทั้ง 14 ใบก็ถูกเลือดชุ่มโชกไปจนหมดสิ้น เลือดสดๆ บนหลังไพ่ช่างบาดตายิ่งนัก

แม้กระทั่งบนนิ้วมือที่ใช้เลือกไพ่ของคู่เล่นเกมทั้งสองฝ่าย ก็ล้วนเต็มไปด้วยเลือด

เฉินเมี่ยเมี่ยส่ายหน้า

"คุณตัวตลก เจ้าควรจะเข้าใจหลักการข้อหนึ่งนะ เกมนั้นจำเป็นต้องมีความยุติธรรม เจ้าเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องวิธีการเล่นและกฎเกณฑ์ เป็นผู้จัดเตรียมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นผู้กำหนดบทลงโทษและรางวัล ดังนั้นสิ่งที่เหลืออยู่จึงควรเป็นข้าที่ต้องเป็นผู้ตัดสินใจ"

"สิ่งที่เหลืออยู่หมายถึง?"

"ง่ายดายมาก เจ้าตัดสินใจว่าเกมจะเริ่มหรือไม่ ส่วนข้าจะตัดสินใจว่าเกมจะสิ้นสุดหรือไม่"

ตัวตลกนิ่งเงียบไป

คำกล่าวของเฉินเมี่ยเมี่ยนั้นยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งเห็นได้ชัดว่า ความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมานั้นสามารถรับประกันความยุติธรรมที่เขาต้องการได้

เกมดำเนินต่อไป

เกมที่ 33

เฉินเมี่ยเมี่ยจั่วได้ไพ่ K

เขาหงายไพ่ K ของตนเองออกมาโดยตรง

"คุณตัวตลก หากเจ้าสามารถหยิบไพ่โจ๊กเกอร์ได้ เกมนี้เจ้าก็เป็นฝ่ายชนะ อีกทั้ง ข้าก็สามารถยินยอมให้เกมจบลงแต่เพียงเท่านี้ได้"

มือของตัวตลกที่กดลงบนไพ่สั่นเทาเล็กน้อย

ตราบใดที่เขาต้องการ ไม่ว่าไพ่ของเขาจะเป็นสิ่งใด เขาก็สามารถเปลี่ยนให้เป็นสิ่งที่เขาต้องการได้

ถูกต้องแล้ว ผู้ที่มีพลังความสามารถในการเปลี่ยนไพ่อย่างแท้จริง มิใช่โคตรเซียนพนันเมี่ยเมี่ย ทว่าคือตัวตลก

เปลี่ยนให้เป็นไพ่โจ๊กเกอร์ เอาชนะเกม ยุติเกมลงได้ สำหรับตัวตลกแล้ว นี่ย่อมเป็นผลดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

ทว่าตัวตลกกลับลังเล

"ชัยชนะอยู่เบื้องหน้าแล้ว คุณตัวตลก เจ้ากำลังลังเลสิ่งใดอยู่หรือ?

เริ่มตั้งแต่เกมแรกจวบจนบัดนี้ แม้เจ้าจะสามารถชนะได้ ทว่าก็ไม่เคยนำไพ่โจ๊กเกอร์ออกมาเพื่อเอาชนะเลย เหตุใดเจ้าจึงต่อต้านไพ่โจ๊กเกอร์ถึงเพียงนี้ เจ้า...กำลังหวาดกลัวสิ่งใดอยู่กัน"

ตัวตลกวางมือที่จับไพ่ลง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ของตน

บนใบหน้าที่อาบย้อมไปด้วยสีสันเผยให้เห็นรอยยิ้มเย้ยหยันตนเอง

"ชื่อของเจ้า?"

"เฉินเมี่ยเมี่ย ข้าพักอยู่ห้อง 1803"

"อืม ข้าพักอยู่ห้อง 1805"

เฉินเมี่ยเมี่ยไม่ได้ต่อบทสนทากับเพื่อนบ้านผู้นี้

ตัวตลกล้วงมือเข้าไปในชุดสูทที่เต็มไปด้วยคราบสกปรก เลือดบนมือของเขาได้เพิ่มคราบสกปรกใหม่ให้กับชุดสูทอีกครั้ง

เขาล้วงบุหรี่ออกมาหนึ่งซอง และปรายตามองเฉินเมี่ยเมี่ยแวบหนึ่ง

เฉินเมี่ยเมี่ยส่ายหน้า "ข้าไม่สูบบุหรี่"

ตัวตลกจุดบุหรี่ให้ตนเองหนึ่งมวน แล้วเริ่มพ่นควันปุ๋ยๆ ออกมา

"ใช่แล้วล่ะ หวาดกลัวสิ่งใดอยู่กันนะ ข้าน่ะ เป็นตัวตลกในชีวิตจริง มิใช่ไพ่โจ๊กเกอร์ที่อยู่ในไพ่สำรับนี้หรอกนะ

ข้าเดินอยู่บนถนน ใช้ความคลุ้มคลั่งเป็นอาวุธป้องกันตนเอง ดูเหมือนว่าผู้คนล้วนหวาดกลัว ทว่าแท้จริงแล้วกลับเป็นเพียงผู้พ่ายแพ้ที่ถูกกีดกันออกไปจากจิตสำนึกของกระแสสังคมหลัก

ในไพ่สำรับนี้ ข้ามิใช่ไพ่โจ๊กเกอร์ ทว่าข้าคือ 1 แต้มที่เล็กที่สุดและต่ำต้อยที่สุด

ข้าเคยเล่นเกมกับผู้คนมานับครั้งไม่ถ้วน มีทั้งผู้ทรงอิทธิพล ยอดฝีมือในการเล่นเกม ปรมาจารย์ด้านจิตวิทยา สิ่งที่ข้าทำมาโดยตลอด ก็คือการใช้ไพ่ 1 ใบนี้นี่แหละ ในยามที่อีกฝ่ายคิดว่าตนเองได้ไพ่โจ๊กเกอร์มาและมั่นใจว่าจะชนะอย่างแน่นอนนั้น ข้าก็จะมอบการโจมตีอันตรายถึงชีวิตให้

สิ่งที่ข้าทำเป็น ก็เพียงแค่การใช้ร่างกายของคนต่ำต้อย ลากตัวผู้กุมอำนาจสูงสุดให้ร่วงหล่นลงมาจากหลังม้าเท่านั้น

ในทางกลับกัน หากให้ข้าไปกุมอำนาจ ยืนหยัดหรือรักษาตำแหน่งสูงสุดเอาไว้ แท้จริงแล้วข้ารู้ตัวดีว่า ข้าไม่มีความสามารถถึงเพียงนั้น

ท้ายที่สุดแล้ว การทำลายล้างย่อมง่ายดายกว่าการสร้างสรรค์เสมอ

ข้าไม่อยากได้ไพ่โจ๊กเกอร์ และข้าก็ไม่อาจหยิบไพ่โจ๊กเกอร์ได้

ดังนั้น ข้าจึงแพ้......"

"ดีมาก เกมนี้ข้ายอมแพ้"

การที่เฉินเมี่ยเมี่ยชิงกล่าววาจายอมแพ้ขึ้นมากะทันหัน ทำให้ตัวตลกถึงกับตะลึงงันไป

จนกระทั่งบุหรี่ไหม้ลามมาถึงนิ้วมือของตัวตลก เขาจึงได้สติกลับคืนมา "เหตุใดกัน?"

เฉินเมี่ยเมี่ยดีดนิ้วดังเป๊าะ "ข้าขอประกาศว่า เกมจบลงเพียงเท่านี้"

โต๊ะและเก้าอี้ไม่ได้จางหายไป

"เหตุใดกัน? นี่กำลังเวทนาข้าอยู่หรือ?" ตัวตลกเอ่ยถามอีกครา

เฉินเมี่ยเมี่ยไม่ตอบทว่ากลับถามกลับไปว่า "ตัวตลก เจ้าติดค้างชีวิตข้าอยู่หนึ่งชีวิตหรืออาจจะหลายสิบชีวิต เจ้า...ยินดีจะทำงานให้ข้าหรือไม่?"

ตัวตลกจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเฉินเมี่ยเมี่ยเขม็ง "เจ้าต้องการได้สิ่งใดจากข้ากัน?"

"เจ้าเป็นเพียง 1 แต้มที่ต่ำต้อยที่สุดไปแล้ว ไม่ว่าข้าจะมีแผนการอันใด เจ้ายังจะกลัวว่าจะมีสิ่งใดให้สูญเสียอีกหรอกหรือ?"

ตัวตลกโยนก้นบุหรี่ทิ้งไป "ตกลง มีเรื่องอันใดก็มาเคาะประตูห้องข้าได้เลย"

โต๊ะและเก้าอี้จางหายไป

สถานที่ที่ทั้งสองคนยืนอยู่นั้นอยู่ใกล้กับห้อง 1803 ที่อยู่ตรงกลางมาก ภายนอกของเฉินเมี่ยเมี่ยดูสงบนิ่งเยือกเย็น ทว่าแท้จริงแล้วอวัยวะภายในของเขาถูกล้วงออกไปหลายต่อหลายครั้ง สภาพร่างกายย่ำแย่เจียนตาย

เพื่อหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวล้วงกุญแจในกระเป๋า ซึ่งจะไปกระตุ้นอวัยวะภายในทั้งห้าที่กำลังฟื้นฟูสภาพอย่างต่อเนื่อง เขาจึงยื่นมือออกไปเคาะประตูโดยตรง

"มาสิ เข้ามานั่งก่อนไหม?"

ตัวตลกคิดว่าเฉินเมี่ยเมี่ยมีเรื่องจะมอบหมายให้ตนเองทำ จึงไม่ได้เอ่ยปฏิเสธ "บ้านของเจ้าสะดวกหรือ?"

"สะดวกยิ่งนัก ข้าพักอยู่เพียงลำพัง"

สิ้นเสียงของเฉินเมี่ยเมี่ย ประตูห้อง 1803 ก็ถูกเปิดออกจากด้านใน

เรือนร่างเครื่องเคลือบขาวอันงดงามวิจิตรของชิงฮวาก็ปรากฏขึ้น

"สิ่งประหลาด!"

ตัวตลกกระโดดถอยหลังไปก้าวใหญ่ พร้อมกับล้วงอาวุธของตนเองออกมาโดยตรง——นั่นคือไพ่โป๊กเกอร์

เฉินเมี่ยเมี่ยไม่สนใจอาการตื่นตูมของตัวตลก เขาเดินผ่านชิงฮวาเข้าไป ก่อนจะเอ่ยกำชับว่า "นี่คือเพื่อนบ้านห้อง 1805 มาเป็นแขก เตรียมรองเท้าแตะให้เขาสักคู่หนึ่งด้วย"

ชิงฮวารับคำ "อ้อ" คำหนึ่ง ก่อนจะเปิดตู้รองเท้าและเริ่มค้นหารองเท้า

ตัวตลก : ......

เจ้าพักอาศัยอยู่ 'คนเดียว' จริงๆ ด้วยแฮะ อีกอย่าง เมื่อครู่นี้ข้ากำลังเล่นเกมอยู่กับตัวตนระดับใดกันแน่เนี่ย!

จบบทที่ บทที่ 17 ตัวตลก

คัดลอกลิงก์แล้ว