เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 753 ทะลวงเส้นทางเลือด

ตอนที่ 753 ทะลวงเส้นทางเลือด

ตอนที่ 753 ทะลวงเส้นทางเลือด


เมื่อไป๋เจิ้งชิงได้ยินคำพูดเหล่านั้น ใบหน้าก็พลันซีดเผือด

ชั่วขณะนั้นเขากลับพูดไม่ออก ไม่อาจหาคำใดมาโต้แย้งได้เลยแม้แต่ครึ่งคำ

สีหน้าของผู้คนในเมืองยิ่งดูไม่ได้ ความโกรธเกรี้ยวในใจถูกจุดประกายขึ้นมา

"ฆ่าพวกมันซะ!"

ฝูงชนตะโกนลั่น

ในเวลานี้ ไป๋ฝ่าจี้ตวัดกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่อูอิ่ง พลังวิญญาณระดับมหาจักรพรรดิขั้นสูงสุดปะทุขึ้นในพริบตา

รูม่านตาสัตว์อสูรของอูอิ่งหดเกร็ง สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายอย่างรุนแรง!

ทว่าในตอนนั้นเอง ร่างสีม่วงสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้ามัน พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นรับการโจมตี

ตูม!

เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทจนหูแทบดับ ทั่วทั้งเมืองหมิงเยวี่ยสั่นสะเทือนไปชั่วขณะ

ทว่าเด็กสาวชุดม่วงมิได้หยุดมือ นางกระชับกระบี่พุ่งเข้าหาไป๋ฝ่าจี้ กระบี่เทวะเทียนโจวในมือถูกปกคลุมด้วยเจตจำนงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวและบ้าคลั่งในพริบตา ราวกับต้องการจะฉีกกระชากห้วงมิติให้ขาดสะบั้น

วินาทีต่อมา นางก็ตวัดแขนฟาดฟันกระบี่ออกไปอย่างสุดแรง!

"หนึ่งกระบี่ราชวงศ์เทียนโจว——"

"อสุราสังหาร!"

สิ้นเสียง แสงกระบี่อันเจิดจ้าบาดตาก็สาดส่องออกมาประดุจดวงอาทิตย์แผดเผากลางนภา คมกระบี่ขนาดยักษ์พุ่งเข้าใส่ไป๋ฝ่าจี้ราวกับพกพาพลังทำลายล้างสวรรค์และปฐพี

แววตาของไป๋ฝ่าจี้หรี่ลงเล็กน้อย เขารีบยกกระบี่ขึ้นต้านทาน เสียง 'ตูม' ดังสนั่น แรงกระแทกมหาศาลจากการปะทะกวาดม้วนไปรอบทิศราวกับพายุ ซัดร่างของเขากระเด็นถอยหลังไปกลางอากาศหลายก้าว กว่าจะทรงตัวให้มั่นคงได้

สองมือที่จับกระบี่ชาหนึบและปวดแปลบ หน้าอกรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย

สีหน้าของไป๋ฝ่าจี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขามองนางด้วยความไม่อยากเชื่อ

พลังฝีมือของนาง... แข็งแกร่งมาก!

ในขณะเดียวกัน ไป๋เจ๋อและอูอิ่งก็พากันโถมโจมตีใส่เขา

หางมังกรเจียวด้านหลังของอูอิ่งสะบัดแกว่งอย่างบ้าคลั่ง ส่องประกายเย็นเยียบ ก่อเกิดสายลมกรรโชกแรง หอบเอาพลังหนักอึ้งดั่งขุนเขานับหมื่นชั่งฟาดเข้าใส่ไป๋ฝ่าจี้อย่างดุดัน

ตูม!

ไป๋เจ๋อเหยียบเวหาเปิดค่ายกล ชั่วพริบตาเดียวค่ายกลโบราณก็ขยายตัวออกล็อกตัวไป๋ฝ่าจี้เอาไว้

ทันใดนั้น เสียงแหวกอากาศอันแหลมบาดหูก็ดังขึ้น ภายในค่ายกลปรากฏคมมีดศักดิ์สิทธิ์สีขาวสว่างจ้าจำนวนนับไม่ถ้วนขึ้นมากลางอากาศ พวกมันเรียงรายกันแน่นขนัดจนกลายเป็นทะเลแห่งประกายดาบและแสงกระบี่ ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาไป๋ฝ่าจี้ราวกับพายุฝนโหมกระหน่ำ!

เมื่อไป๋ฝ่าจี้เห็นเช่นนั้น ใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาก็เผยความเย็นชา เขารีบตวัดกระบี่ฟาดฟัน หมายจะบดขยี้การโจมตีของพวกมันให้แหลกสลาย!

ทว่า——

ประกายกระบี่สายหนึ่งกลับพุ่งเข้ามา ทำให้เขาไม่อาจหลบหลีกได้ทันท่วงที

วินาทีต่อมา บนร่างของเขาก็มีบาดแผลจากกระบี่เพิ่มขึ้น โลหิตสีแดงฉานย้อมเสื้อผ้าของเขาอย่างรวดเร็ว

หนึ่งคนสองสัตว์อสูรพุ่งเข้าโจมตีไป๋ฝ่าจี้อย่างดุเดือด

พลังฝีมือของสัตว์อสูรทั้งสองในยามนี้ล้วนอยู่เหนือระดับจักรพรรดิขั้นสูง ขั้นที่แปด พวกมันประสานการโจมตีเข้ากับเฉิ่นเยียนอย่างรู้ใจ การต่อสู้ทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ

ความเร็วของการต่อสู้นั้นว่องไวเสียจนผู้คนเบื้องล่างมองไม่เห็นกระบวนท่าโจมตีของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

ยิ่งต่อสู้ ไป๋ฝ่าจี้ก็ยิ่งตระหนกในใจ เป็นเขาเองที่ประเมินพลังฝีมือของคนตรงหน้าต่ำเกินไป

เขาหรี่ตาลง กระบี่ยาวในมือแปรเปลี่ยนเป็นม้วนคัมภีร์อีกครั้ง เพียงเขาพลิกฝ่ามือ ลำแสงสีทองจำนวนนับไม่ถ้วนก็สาดส่องลงมาจากแผ่นฟ้าเบื้องบน พุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่เฉิ่นเยียนและเหล่าสหายยืนอยู่

ตูม ตูม ตูม!

สิ่งที่ทำให้ผู้คนตกตะลึงก็คือ บริเวณพื้นดินที่ลำแสงสีทองตกลงกระทบล้วนหลอมละลายกลายเป็นหลุมลึกอันมืดมิด ลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง!

หากไม่ใช่เพราะกลุ่มอสุราหลบหลีกได้อย่างรวดเร็ว เกรงว่าร่างกายของพวกเขาทั้งหมดคงถูกหลอมละลายไปแล้ว

นี่ก็คือลำแสงทองพิพากษาของมหาจักรพรรดิพ่านกวน ไป๋ฝ่าจี้!

มันสามารถทำให้ทุกสรรพสิ่งกลายเป็นความว่างเปล่าได้อย่างสิ้นเชิง แม้แต่วิญญาณก็ไม่เหลือซาก

แววตาของเฉิ่นเยียนเย็นเยียบ นางกระชับกระบี่ยาวในมือแน่น

"ท่านไม่กลัวว่าจะพลั้งมือฆ่าคนบริสุทธิ์งั้นหรือ?"

"เปิ่นตี้ไม่เคยพลาดพลั้ง"

ไป๋ฝ่าจี้มีสีหน้าเรียบเฉย ม้วนคัมภีร์ในมือของเขาค่อยๆ กางออก และขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคัมภีร์ถูกกางออก อักขระที่ส่องประกายเจิดจ้าจำนวนนับไม่ถ้วนก็ลอยขึ้นมาอย่างหนาแน่น อักขระเหล่านี้ส่องสว่างดั่งดวงดารานับร้อยพัน ขณะเดียวกันก็แผ่ซ่านพลังแห่งการพิพากษาอันแข็งแกร่งจนมิอาจต้านทานได้

ไป๋ฝ่าจี้ประสานอินด้วยสองมือ พลางเอ่ยปากอย่างเชื่องช้า

"ความผิดที่หนึ่ง สนับสนุนคนพาลให้ก่อกรรมทำเข็ญ"

"ความผิดที่สอง เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างป่าเถื่อน"

"ความผิดที่สาม..."

ยังไม่ทันที่เขาจะกล่าวจบ คิ้วเรียวสวยของเฉิ่นเยียนก็ฉายแววเย็นชา

"ท่านไม่มีคุณสมบัติมาตัดสินว่าข้ามีความผิด"

นางชูกระบี่เทวะเทียนโจวในมือขึ้น ปลายกระบี่ชี้ตรงไปยังแผ่นฟ้า กระแสอากาศในห้วงมิติรอบกายระเบิดออกเสียงดังสนั่น ทั่วทั้งท้องฟ้าปั่นป่วนอย่างรุนแรง

ตูม——

เสียงดังกึกก้องกัมปนาทเสียดฟ้าดึงดูดความสนใจของทุกคนในเมืองหมิงเยวี่ยในชั่วพริบตา

"ประตูแห่งต่างมิติ จงฟังคำบัญชาข้า!"

"ชี้นำเหล่าสัตว์อสูรต่างมิติ มาเป็นกำลังให้แก่ข้า!"

"เปิด!"

ภายใต้สายตาหวาดผวาของผู้คน บนแผ่นฟ้าปรากฏค่ายกลลวดลายโทเทมขนาดยักษ์ เสียง 'หึ่ง' ดังขึ้น บานประตูทั้งสองเปิดออกอย่างแรง สัตว์อสูรต่างมิติร่างมหึมานับไม่ถ้วนพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกบนท้องฟ้า

พวกมันเบียดเสียดยัดเยียดกันแน่นขนัด ราวกับกองทัพทหารนับแสนนับหมื่นกำลังบุกทะลวง

พลังสัตว์อสูรสุดแสนน่าสะพรึงกลัวบดขยี้ลงมาในพริบตา ส่งผลให้บ้านเรือนทั่วทั้งเมืองหมิงเยวี่ยไม่อาจทนรับแรงกดดันอันมหาศาลนี้ได้

"โฮก——"

การดำรงอยู่ของพวกมันบดบังแสงจันทร์อันริบหรี่บนท้องฟ้าจนมิด ทำให้ทั่วทั้งเมืองหมิงเยวี่ยตกอยู่ในความมืดมิด

แม้แต่มหาจักรพรรดิพ่านกวน ไป๋ฝ่าจี้ เมื่อเห็นภาพนี้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

นี่มัน...

สีหน้าของเฉิ่นเยียนเย็นชา นางตวัดกระบี่ลง

"ฆ่าพวกมันให้ข้า!"

สิ้นเสียง สัตว์อสูรต่างมิตินับไม่ถ้วนก็หลั่งไหลเข้าไปในเมืองหมิงเยวี่ย

ผู้คนต่างตกใจจนหน้าซีดเผือด

แม้จะเป็นตอนที่เกิดคลื่นสัตว์อสูรบุกทะลวง ก็ยังไม่มีสัตว์อสูรต่างมิติที่แข็งแกร่งมากมายถึงเพียงนี้!

เด็กสาวชุดม่วงผู้นี้เป็นใครกันแน่? เหตุใดนางถึงสามารถอัญเชิญสัตว์อสูรต่างมิติออกมาได้มากมายปานนี้?!

แล้วทีมอสุราคืออะไรกัน?

ทำไมพวกเขาถึงมีพลังฝีมือที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้?

คำถามนับไม่ถ้วนผุดขึ้นในใจของผู้คน เมื่อเห็นเหล่าสัตว์อสูรต่างมิติขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ หัวใจของพวกเขาก็เต้นรัวจนแทบจะกระดอนหลุดออกมาจากคอหอย

"ท่านมหาจักรพรรดิพ่านกวน ช่วยด้วย!"

ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหวและร้องตะโกนออกมา

"ท่านมหาจักรพรรดิพ่านกวน ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย!"

"ข้ายังไม่อยากตาย!"

"การที่เผ่าพิพากษาของพวกท่านไล่ล่าเผ่ามาร มันไม่เกี่ยวอะไรกับเมืองหมิงเยวี่ยของพวกเราเลยนะ!"

"ท่านมหาจักรพรรดิพ่านกวน ท่านรีบฆ่าพวกมันเร็วเข้า! อย่าปล่อยให้พวกมันเข้ามาในเมืองหมิงเยวี่ยเด็ดขาด!"

น้ำเสียงของบรรดาชาวเมืองสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม แฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง

แม้แต่ศิษย์จากขุมกำลังต่างๆ ก็ยังรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านออกมาจากร่าง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฝูงสัตว์อสูรต่างมิติที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ พวกเขาก็ตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่อาจเอ่ยคำปลอบโยนชาวเมืองออกมาได้เลย

และในเวลานี้ ไป๋ฝ่าจี้ผู้ซึ่งเป็นเป้าหมายในการร้องขอความช่วยเหลือจากทุกคน ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งก็ราวกับมีรอยปริร้าวปรากฏขึ้น เผยให้เห็นถึงความตื่นตระหนกเล็กน้อย

มือที่บีบม้วนคัมภีร์ของเขาสั่นสะท้าน

เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังเฉิ่นเยียน

เฉิ่นเยียนสวมหน้ากากสีเงินครึ่งซีก มุมปากของนางยกขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเย็นชาผิดปกติเอ่ยว่า

"ในเมื่อพวกท่านเลือกที่จะไม่ปล่อยพวกเราไป เช่นนั้นพวกเราก็ไม่มีความจำเป็นต้องปล่อยพวกท่านไปเช่นกัน ท่านมหาจักรพรรดิพ่านกวน ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร?"

เมื่อไป๋ฝ่าจี้ได้ยินคำพูดนี้ ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังประชดประชันตนอยู่

เฉิ่นเยียนแค่นหัวเราะเย็นชา

"ท่านอยากช่วยเหลือสรรพสัตว์บนโลกหล้า แล้วท่านจะยอมทอดทิ้งผู้คนในเมืองหมิงเยวี่ยอย่างนั้นหรือ?"

น้ำเสียงของนางราวกับมีดแหลมคมที่กรีดแทงเข้าไปในหัวใจของเขา

"คนที่ท่านต้องการจะฆ่าผู้นี้ เขาคือหนึ่งในสมาชิกของทีมอสุรา การเป็นศัตรูกับเขา ก็คือการเป็นศัตรูกับอสุราอย่างพวกเรา"

"พวกเราสามารถบุกทะลวงเปิดทางเลือดเพื่อเขาได้!"

"และเลือดสายนี้ ก็จะขอเริ่มต้นจากเมืองหมิงเยวี่ย!"

จบบทที่ ตอนที่ 753 ทะลวงเส้นทางเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว