เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 752 ผีร้ายแห่งอสุรา

ตอนที่ 752 ผีร้ายแห่งอสุรา

ตอนที่ 752 ผีร้ายแห่งอสุรา


เด็กสาวชุดม่วงกระชับกระบี่เทวะเทียนโจวในมือแน่น ใบหน้าของนางถูกบดบังด้วยหน้ากากสีเงินครึ่งซีก ทว่าเพียงใบหน้าอีกครึ่งที่เผยออกมาก็งดงามจนชวนให้ผู้คนตะลึงงันแล้ว

เรือนผมสีดำขลับที่ทิ้งตัวลงมาดุจน้ำตกพลิ้วไหวไปตามสายลม บนเรือนผมประดับด้วยปิ่นปักผมรูปจิ้งจอกอันวิจิตร ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวาผสานความเยือกเย็น

สายตาของเด็กสาวจับจ้องไปยังไป๋ฝ่าจี้ ริมฝีปากสีแดงสดเอื้อนเอ่ย

"ท่านมหาจักรพรรดิพ่านกวน หากท่านยอมละเว้นในตอนนี้ ล้มเลิกการไล่ล่าพวกเรา ย่อมหลีกเลี่ยงการนองเลือดในครั้งนี้ได้ และย่อมไม่มีภาพเลือดไหลนองเป็นสายน้ำเกิดขึ้น แต่หากท่านยังคงดึงดัน จะตามล่าพวกเราให้สิ้นซากให้ได้ เช่นนั้นก็อย่าหาว่าพวกเราโหดเหี้ยม ล้างเลือดทั่วทั้งเมืองหมิงเยวี่ยก็แล้วกัน!"

น้ำเสียงของนางราบเรียบยิ่งนัก

พอคำพูดนี้หลุดออกมา บรรยากาศที่ตึงเครียดและกดดันในตอนแรกก็พลันมลายสิ้น ขุมกำลังต่างๆ รวมไปถึงชาวเมืองจำนวนมากที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

"ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเจ้าคิดว่าตัวเองเป็นบุคคลยิ่งใหญ่มาจากไหนกัน? ถึงกล้าใช้น้ำเสียงเช่นนี้พูดกับมหาจักรพรรดิพ่านกวน? ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง!"

มีคนเอ่ยเย้ยหยันอย่างไม่ไว้หน้า

"นั่นน่ะสิ ยังกล้าพูดจาเพ้อเจ้อว่าจะล้างเลือดเมืองหมิงเยวี่ยอีก? คิดว่าตัวเองมีพลังเทียมฟ้าทะลุปรุโปร่งหรืออย่างไร? ช่างน่าขันสิ้นดี!"

อีกคนเอ่ยสมทบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน

"ก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น พรรคพวกของไอ้ลูกผสมครึ่งคนครึ่งมารนั่นโผล่มาทีละคนสองคน น่ารำคาญชะมัด! ท่านมหาจักรพรรดิพ่านกวน รีบจัดการพวกมันเถิด!"

"ฆ่าพวกมันซะ!"

สีหน้าของเฉิ่นเยียนยังคงราบเรียบ นางต้องการเพียงคำตอบของมหาจักรพรรดิพ่านกวนผู้นี้เท่านั้น

ไป๋ฝ่าจี้จ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชา พลางเอ่ยถาม

"เจ้าเป็นใคร? แล้วพวกเจ้าเป็นใครกัน?"

เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเหตุใดคนหนุ่มสาวกลุ่มนี้ถึงต้องปกป้องไอ้ลูกผสมครึ่งคนครึ่งมารนี่ถึงเพียงนี้?

เฉิ่นเยียนเอ่ย

"ข้าชื่อเฉิ่นเยียน เป็นหัวหน้าทีมอสุรา และเป็นหัวหน้าทีมของเวินอวี้ชู พวกเราล้วนมาจากอสุรา"

ทีมอสุราอย่างนั้นหรือ?

ไป๋ฝ่าจี้ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

ม้วนคัมภีร์ในมือของไป๋ฝ่าจี้กลายสภาพเป็นกระบี่ยาวอีกครั้ง แววตาของเขาเย็นเยียบขึ้นมา

"พวกเจ้ารู้อยู่เต็มอกว่าเขาเป็นลูกผสมครึ่งคนครึ่งมาร เป็นตัวบาป แล้วเหตุใดถึงต้องคอยปกป้องเขาอยู่เรื่อย? ตอนนี้ผนึกของเขาคลายออกแล้ว หากเปิ่นตี้ปล่อยเขาไป ภายภาคหน้าย่อมต้องเกิดภัยพิบัติตามมาอย่างแน่นอน ดังนั้น เปิ่นตี้จะไม่มีทางปล่อยพวกเจ้าไป"

"วันนี้ พวกเจ้าทุกคนไม่มีใครหนีรอดไปได้ทั้งนั้น"

สิ้นเสียง บรรยากาศก็กลับมาตึงเครียดประดุจง้างธนูเตรียมยิงอีกครั้ง

ในตอนนั้นเอง เด็กหนุ่มที่มีแต้มไฝสีแดงตรงหว่างคิ้วก็ลืมตาขึ้น น้ำเสียงของเขาไม่มีความกระเพื่อมไหวใดๆ

"เยียน ฆ่าพวกมันซะ"

"เป็นพวกเจ้าที่บีบบังคับพวกเราเองนะ!"

จูเก๋อโย่วหลินเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวทันที

เฉิ่นเยียนหันไปมองเวินอวี้ชูแวบหนึ่ง

"อวี้ชู ในเมื่อพวกเขาไม่ยอมรับเจ้า เจ้าก็ไม่มีความจำเป็นต้องละเว้นพวกเขาเช่นกัน!"

หัวใจของเวินอวี้ชูสั่นสะท้าน นัยน์ตาสีม่วงคู่นั้นราวกับถูกปกคลุมไปด้วยม่านน้ำตา จากนั้นเขาก็ค่อยๆ แย้มยิ้มที่มุมปาก

"ได้"

เช่นนั้นข้าก็จะฆ่าล้างบางเสีย!

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก โอบกอดพิณเชียนซุ่ยไว้ในอ้อมอก แววตาค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเต็มไปด้วยจิตสังหาร

ส่วนสีหน้าของเซียวเจ๋อชวน เผยซู่ อวี่ฉางอิง และเจียงเสียนเยวี่ย ทั้งสี่คนก็จริงจังขึ้นมา พวกเขาตัดสินใจที่จะทุ่มสุดกำลัง เพื่อฝ่าวงล้อมออกไปให้จงได้!

จะต้องปกป้องอวี้ชูออกไปจากที่นี่ให้ได้!

ผู้คนในเหตุการณ์เองก็สัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของพวกเขากำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบๆ

กลายเป็น...

อันตรายอย่างถึงที่สุด!

ไป๋ฝ่าจี้จ้องมองเด็กสาวชุดม่วงเบื้องหน้า เขาพบว่านับตั้งแต่นางปรากฏตัวขึ้น คนที่เหลือก็ราวกับมีเสาหลัก แววตาของพวกเขาดูแน่วแน่มากยิ่งขึ้น

ขณะที่เขากระชับกระบี่ยาวในมือแน่น หมายจะตวัดเข้าใส่นางนั้น—

พลังสัตว์อสูรอันแข็งแกร่งก็ระเบิดออกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ปรากฏให้เห็นมังกรเจียวสีดำตัวเขื่องพุ่งเข้ามาโจมตีทางเขา

"โฮก!"

น้ำเสียงของเด็กสาวราวกับจะทะลวงผ่านชั้นเมฆ

"ไป๋เจ๋อ, ฉงหมิง, จี๋, จิ่วจ่วน, ถวนจึ มา!"

สิ้นเสียง กลางอากาศก็ปรากฏร่างหลายร่างเพิ่มขึ้นมา

ปักษาฉงหมิงพ่นเปลวเพลิงลงไปเบื้องล่างอย่างรุนแรง

ตูม!

เปลวเพลิงอันร้อนระอุราวกับจะแผดเผาพวกเขาให้เป็นเถ้าธุลี ชาวเมืองจำนวนไม่น้อยเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวและถอยกรูดไปเบื้องหลังอย่างต่อเนื่อง

เพียงชั่วพริบตาเดียว ด้านล่างก็ตกอยู่ในความโกลาหล

"ดูข้าสิ!"

เด็กชายชุดคลุมสีดำชูเจดีย์โบราณสีดำขึ้น เจดีย์โบราณสีดำนั่นก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับภูเขาสูงตระหง่าน

"สะกด!"

ตูม ตูม ตูม!

เจดีย์โบราณสีดำระเบิดแรงกดดันอันแข็งแกร่งออกมา ชั่วพริบตาเดียวก็บดขยี้บ้านเรือนด้านล่างจนแหลกละเอียด ผู้คนจำนวนไม่น้อยถูกกดทับลงกับพื้นจนไม่อาจลุกขึ้นยืนได้เลย!

จี๋ยกมือขึ้น กระจกบานหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ ก่อนที่กระจกบานนั้นจะส่องประกายวาบ

วินาทีต่อมา จี๋ก็หายตัวมาโผล่ตรงหน้าเหล่าผู้พิพากษาด้วยความเร็วที่น่าตกใจ มือของเขาแปรสภาพเป็นหนามกระดูกแทงเข้าใส่พวกเขาทันที!

"อ๊าก..."

ไป๋เจ๋อและอูอิ่งพุ่งเข้าโจมตีไป๋ฝ่าจี้ ร่างอันใหญ่โตของพวกมันทำให้ไป๋ฝ่าจี้ดูตัวเล็กจ้อยราวกับมดปลวก

สัตว์อสูรทั้งสองเปิดฉากโจมตีอย่างดุเดือด!

ทำให้สีหน้าของไป๋ฝ่าจี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย

ในเวลาเดียวกัน แววตาของจูเก๋อโย่วหลินก็เย็นชาและดุดัน สองมือของเขาควบคุมด้ายวิญญาณ

"เช่นนั้นข้าก็จะไม่เกรงใจแล้วนะ!"

ด้ายวิญญาณนับไม่ถ้วนพุ่งทะลวงเข้าไปในหมู่คนอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะทำการเชือดเฉือน!

เลือดสดๆ สาดกระเซ็น เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม!

ฉือเยว่ควบคุมเถาวัลย์โจมตีผู้คนจากขุมกำลังต่างๆ จากนั้นก็แยกพวกเขาออกจากกันอย่างเป็นระเบียบ เพื่อไม่ให้พวกเขามีโอกาสรวมตัวกันตั้งค่ายกลได้

นัยน์ตาสีม่วงของเวินอวี้ชูส่องประกายลึกล้ำ เขาเกี่ยวกระหวัดสายพิณจากช้าไปเร็ว เมื่อเสียงพิณอาบย้อมไปด้วยปราณมาร พลังโจมตีก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ราวกับต้องการจะทรมานผู้คนให้ตายทั้งเป็น!

ผู้พิพากษาระดับราชันสูงสุดทั้งสี่คนถูกเซียวเจ๋อชวน อวี่ฉางอิง เจียงเสียนเยวี่ย และเผยซู่สกัดกั้นเอาไว้

ชั่วขณะนั้น ผู้คนในเหตุการณ์ต่างก็อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าหวาดผวาออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาชาวเมืองที่ต่างก็อยากจะหนีไปจากที่นี่

เมื่อเจ้าเมืองแห่งเมืองหมิงเยวี่ยเห็นดังนั้น สีหน้าก็ดูไม่ได้เลย เขารีบตะโกนสั่งการทันที

"ชาวเมืองทุกคนรีบถอยทัพเดี๋ยวนี้!"

จากนั้น เขาก็กระโจนตัวขึ้นไปหมายจะจัดการกับปักษาฉงหมิงและจิ่วจ่วน ทว่ากลับถูกจี๋ที่โผล่มาขวางไว้

ระดับพลังฝึกตนของเจ้าเมืองเมืองหมิงเยวี่ยอยู่ที่ระดับจักรพรรดิขั้นสูง ขั้นที่หนึ่ง ในแดนบนก็นับว่าเป็นยอดฝีมือแล้ว!

สีหน้าของจี๋ซีดขาวอย่างผิดปกติ เขายกยิ้มมุมปากช้าๆ ราวกับคนเสียสติ และหัวเราะออกมาเบาๆ

สีหน้าของเจ้าเมืองเมืองหมิงเยวี่ยมืดครึ้มลง เขาเข้าปะทะกับจี๋ทันที

ผ่านไปหลายกระบวนท่า

เจ้าเมืองเมืองหมิงเยวี่ยก็เผยสีหน้าประหลาดใจ

"เจ้าเป็นวิญญาณผีงั้นหรือ?!"

"อยากเป็นเหมือนข้าหรือไม่ล่ะ?"

จี๋แค่นหัวเราะเย็นชา

เมื่อเจ้าเมืองเมืองหมิงเยวี่ยได้ยินดังนั้นก็ปฏิเสธเสียงแข็ง

"ไม่อยาก!"

หนึ่งคนหนึ่งวิญญาณเข้าปะทะกันอีกครั้ง

ในขณะเดียวกัน ทหารยามในเมืองจำนวนไม่น้อยกำลังคุ้มกันผู้อาวุโสหวงและผู้อาวุโสเฉินออกจากพื้นที่อันตรายแห่งนี้ ทว่ากลับถูกเถาวัลย์จำนวนนับไม่ถ้วนสกัดเอาไว้

เพียะ! เพียะ! เพียะ!

บรรดาทหารยามในเมืองกรีดร้องอย่างโหยหวน บริเวณที่ถูกเถาวัลย์ฟาดฟันล้วนหนังเปิดเนื้อแตก กระทั่งกระดูกภายในร่างก็ยังปริร้าว

น่าสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง!

เมื่อผู้อาวุโสหวงและผู้อาวุโสเฉินเห็นเช่นนั้นก็ตกใจจนหน้าซีดเผือด

พวกเขามีเพียงพรสวรรค์ด้านการหลอมโอสถที่สูงส่ง ทว่าพลังฝีมือกลับไม่เท่าไรนัก

หากต้องเผชิญหน้ากับเถาวัลย์เหล่านี้ พวกเขาต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!

สิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกเจ็บปวดมากยิ่งขึ้นก็คือ เสียงพิณที่เดิมทีไพเราะเสนาะหู บัดนี้กลับถูกปราณมารอันตลบอบอวลกัดกร่อนเสียแล้ว ยามที่เสียงพิณอันเต็มไปด้วยพลังชั่วร้ายเหล่านี้ลอยเข้าสู่ห้วงแห่งการรับรู้ของพวกเขา มันก็ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคู่หนึ่งจับปราณมารยัดเข้าไปในหัวของพวกเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย

ฉับพลันนั้น พวกเขาต่างก็รู้สึกปวดหัวแทบระเบิด ราวกับมีเข็มเหล็กนับพันนับหมื่นเล่มแทงเข้ามาพร้อมๆ กัน

ปราณมารเหล่านั้นพุ่งพล่านไปมาในหัวของพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง กัดกร่อนจิตใจของพวกเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้สติสัมปชัญญะของพวกเขาเริ่มพร่ามัว และยากที่จะควบคุมตัวเองได้

พวกเขากัดลิ้นตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหยิบเม็ดยาออกมากลืนลงไปหลายเม็ด พยายามรักษาความมีสติเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

ในขณะนั้นเอง เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่อยู่เบื้องล่างเห็นภาพอันน่าสลดใจตรงหน้า จิตใจก็สั่นสะท้าน สีหน้าของเขาซีดเผือดจนถึงขีดสุด

เหตุใดเรื่องราวถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้?

มันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้สิ!

เมืองหมิงเยวี่ยไม่ควรต้องถูกล้างเลือด!

การตัดสินใจของนายท่านนั้นถูกต้องจริงๆ หรือ?

เด็กหนุ่มเฝ้าถามตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลับหาคำตอบที่แน่ชัดไม่ได้เลย

เขาเงยหน้าขึ้น มองไปยังเด็กสาวชุดม่วงที่ยืนเหยียบอยู่กลางอากาศเบื้องบนอย่างสง่างาม

เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างยากลำบาก พยายามทำให้อารมณ์ที่พลุ่งพล่านในใจสงบลง จากนั้นเขาก็ตะโกนสุดเสียง

"หยุดนะ! รีบหยุดเดี๋ยวนี้! ชาวเมืองล้วนบริสุทธิ์! ศิษย์เหล่านี้ล้วนบริสุทธิ์! อย่าได้เข่นฆ่ากันอย่างเปล่าประโยชน์อีกต่อไปเลย!"

เมื่อเด็กสาวชุดม่วงได้ยินคำวิงวอนที่ออกมาจากก้นบึ้งหัวใจของไป๋เจิ้งชิง ทว่าหัวใจของนางกลับยังคงเย็นชาและแข็งกร้าวประดุจหินผา ไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย

"พวกเราล้วนเป็นผีร้ายแห่งอสุรา ย่อมมีกฎเกณฑ์ในการทำสิ่งต่างๆ ของพวกเรา"

"ผู้ใดที่คิดจะสังหารพวกเรา ย่อมต้องถูกฆ่าล้าง!"

จบบทที่ ตอนที่ 752 ผีร้ายแห่งอสุรา

คัดลอกลิงก์แล้ว