เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 สิบเอ็ดขอบเขตหยวนอิง_ ข่มขวัญไปทั่วทั้งงาน_

บทที่ 4 สิบเอ็ดขอบเขตหยวนอิง_ ข่มขวัญไปทั่วทั้งงาน_

บทที่ 4 สิบเอ็ดขอบเขตหยวนอิง_ ข่มขวัญไปทั่วทั้งงาน_


บทที่ 4 สิบเอ็ดขอบเขตหยวนอิง! ข่มขวัญไปทั่วทั้งลาน!

เสียงที่ดังขึ้นอย่างไม่ถูกกาลเทศะเรียกความสนใจจากทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชายร่างใหญ่ชุดเกราะทองคำ, ตระกูลจ้าว, ตระกูลลิ่ว รวมถึงตระกูลหลิน ทุกคนต่างหันไปมองตามเสียงนั้น

เบื้องไกลออกไป เรือวิญญาณลำหนึ่งจอดเทียบท่าอยู่ตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทราบ บนเรือวิญญาณนั้นมีร่างสิบสามร่างยืนอยู่ นอกจากชายหนุ่มชุดสีเขียวที่อยู่หน้าสุด คนอื่นๆ ล้วนสวมชุดคลุมดำ บนหน้าอกปักไว้ด้วยภาพแผนผังแม่น้ำอันประหลาดตา

"โถงหวงเฉวียน!" ชายร่างใหญ่ชุดเกราะทองคำมองเครื่องแต่งกายของคนชุดดำเหล่านั้นแล้วอุทานออกมาทันที

"ประมุขตระกูล?"

"หลินหยาง?"

คนตระกูลหลินและอีกสองตระกูลใหญ่เห็นหลินหยางก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นเมื่อได้ยินเสียงของชายร่างใหญ่ชุดเกราะทองคำ จึงหันไปมองร่างสิบสองร่างที่ยืนอยู่ด้านหลังหลินหยาง ทั้งหมดสวมชุดของโถงหวงเฉวียน!

ชายร่างใหญ่ชุดเกราะทองคำและคนจากทั้งสองตระกูลใหญ่ต่างมองหน้ากันไปมา หลินหยางแห่งตระกูลหลินกับคนของโถงหวงเฉวียนมีความสัมพันธ์เช่นไรกันแน่? คนตระกูลหลินเองก็รู้สึกกังขา ประมุขตระกูลเหตุใดจึงมาอยู่กับคนของโถงหวงเฉวียนได้? พวกเขารู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก ประมุขตระกูลกลับมาในเวลาที่ไม่เหมาะสมเลย! ยังมีคนตะโกนร้องให้ประมุขตระกูลรีบหนีไป

หลินหยางเพียงยิ้มบางๆ ไปยังทิศทางของตระกูลหลิน จากนั้นหันไปมองชายร่างใหญ่ชุดเกราะทองคำและคนอื่นๆ "สหายเอ๋ย ในยามที่ประมุขตระกูลผู้นี้ไม่อยู่ เจ้ากลับมาอาละวาดที่ตระกูลหลินเช่นนี้ ดูจะไม่ค่อยสุภาพกระมัง!"

หลินหยางไพล่มือยืนอยู่บนเรือวิญญาณ ชายเสื้อพลิ้วไหว แม้บนใบหน้าจะมีรอยยิ้มเรียบเฉย แต่น้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความไม่เป็นมิตร หลินหยางรู้เห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ ความมุ่งมั่นของตระกูลหลินทำให้เขารู้สึกประทับใจยิ่งนัก นี่คือตระกูลที่สามัคคีและมีกระดูกสันหลังที่แข็งแกร่ง ถูกใจหลินหยางเป็นอย่างยิ่ง

"ตระกูลหลินซ่อนเร้นเผ่ามารที่สังหารเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปนับไม่ถ้วน ทุกคนย่อมมีสิทธิ์ที่จะสังหาร! พวกเรากำลังปฏิบัติธรรมแทนสวรรค์! สหายแห่งโถงหวงเฉวียน พวกเจ้าอย่าได้ถูกหลินหยางหลอกลวง พวกเรามาช่วยกันจัดการตระกูลหลิน ยึดทรัพย์สินของตระกูลหลินเสีย เมื่อถึงเวลานั้นราชันยุทธ์ฝ่าบาทจะต้องมีรางวัลใหญ่อย่างแน่นอน!"

ชายร่างใหญ่ชุดเกราะทองคำไม่ได้แม้แต่จะมองหลินหยาง เขามองไปยังซูจุ้ยเย่ว์ที่อยู่ข้างกายหลินหยางแล้วกล่าว เขาเคยติดต่อเพียงมือสังหารระดับอี๋ของโถงหวงเฉวียน ซึ่งเสื้อคลุมจะมีรูปแม่น้ำสีแดง แต่ในกลุ่มนี้มีเพียงซูจุ้ยเย่ว์เท่านั้นที่ใส่สีแดง คนอื่นๆ เป็นม่วงหรือไม่ก็สีทอง ประกอบกับซูจุ้ยเย่ว์ยืนอยู่ข้างหลินหยางในตำแหน่งที่เด่นที่สุด เขาจึงเข้าใจผิดว่าซูจุ้ยเย่ว์คือผู้บัญชาการของมือสังหารกลุ่มนี้

หลินหยางหรี่ตาลง เจ้าพวกบ้า! ข้าพูดด้วยเจ้ากลับไม่แม้แต่จะชายตามองข้าเลยรึ? "ซูสง! สอนมารยาทในการเป็นคนให้เขาสักหน่อย!"

"รับทราบ! คุณชาย!" ซูสงประสานมือรับคำสั่ง

"สามหาว! ข้าเห็นแก่หน้าพวกเจ้าโถงหวงเฉวียนแล้ว! เจ้าคิดว่าท่านแม่ทัพผู้นี้กลัวมือสังหารที่ยังไม่ถึงระดับอี๋อย่างพวกเจ้าจริงๆ หรือ?" มือสังหารนระดับอี๋โดยทั่วไปจะอยู่ในขอบเขตแก่นทองคำ ชายร่างใหญ่ชุดเกราะทองคำจึงไม่ได้หวาดกลัวมากนัก สิ่งที่เขาหวาดระแวงคือชื่อเสียงของโถงหวงเฉวียน แต่เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา เหล่ายอดฝีมือขอบเขตหยวนอิงแห่งโถงหวงเฉวียนต่างไปไม่เป็น เจ้าเรียกเจ้าตำหนักของพวกเราว่าเป็นมือสังหารที่ยังไม่ถึงระดับอี๋อย่างนั้นรึ?

หลินหยางถึงกับหลุดขำกับท่าทีของชายผู้นี้ ซูสงทำหน้าเคร่งขรึม เขากำลังอัดอั้นความโกรธอยู่พอดี ไม่รอช้าที่จะพูดพร่ำทำเพลง ร่างกายแวบหายไป และปรากฏตัวอยู่ข้างกายชายร่างใหญ่ชุดเกราะทองคำในชั่วพริบตา ต่อหน้าคนในที่นี้ นอกเหนือจากยอดฝีมือไม่กี่คนแล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่าซูสงปรากฏตัวขึ้นได้อย่างไร

"อันใดกัน?" ชายร่างใหญ่ชุดเกราะทองคำตกใจสุดขีด ยังไม่ทันได้ตอบโต้ ก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ใบหน้า เป็นซูสงที่ชกไปหมื่นหมัดในชั่วพริบตาจนใบหน้าของชายร่างใหญ่บวมเป่งดุจหัวหมู แล้วจึงหยุดมือและกลับมาปรากฏตัวข้างกายหลินหยางอีกครั้ง

"คุณชาย เขาคงจะเข้าใจมารยาทในการเป็นคนแล้ว!"

"หืม! ข้าดูออก สอนได้ดีมาก!" หลินหยางมองดูหัวหมูตัวนั้นแล้วรู้สึกสบายใจขึ้น

ส่วนหัวหมูในเวลานี้กำลังรับรู้ถึงความเจ็บปวดบนใบหน้า แม้จะไม่ถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส แต่เขากลับรู้สึกถึงความอัปยศที่ถึงขีดสุด แต่เขากลับไม่กล้าพูดอันใด เพราะขนาดหมูยังดูออกเลยว่า พลังของคนผู้นี้เหนือกว่าเขาหลายขุม! ตัวเขาเองเป็นถึงขอบเขตแก่นทองคำระดับเก้าเชียว! หรือว่าเขาจะเป็นขอบเขตหยวนอิง? ยอดฝีมือของตระกูลลิ่วและตระกูลจ้าวเองก็สีหน้าไม่สู้ดีนัก พวกเขาต่างเริ่มคาดเดาไปต่างๆ นานา

"เหตุใดหยางเอ๋อร์จึงพาผู้ช่วยที่แข็งแกร่งเช่นนี้กลับมาได้ แถมยอดฝีมือเหล่านี้ยังเชื่อฟังเขาราวกับเป็นนายท่าน?" ผู้อาวุโสประจำตระกูลทั้งสองแห่งตระกูลหลินเห็นพลังของฝ่ายหลินหยางแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ แม้จะสงสัยแต่ในใจก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

"เอาแถอะ ไม่เสียเวลากับพวกเจ้าแล้ว! เมื่อครู่บอกว่าจะเปิดศึกไม่ใช่หรือ? ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มกันต่อเลย!" หลินหยางโบกมือ เก้าอี้หวายตัวหนึ่งปรากฏขึ้นด้านหลัง เขาทิ้งตัวลงนั่งทันที

เหล่ามือสังหารทั้งสิบเอ็ดคนภายใต้การนำของซูสงรับคำสั่ง ร่างแวบหายไปปรากฏตัวข้างกายผู้อาวุโสประจำตระกูลทั้งสองแห่งตระกูลหลิน พร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันมหาศาลแห่งขอบเขตหยวนอิงออกมาทั้งสิบเอ็ดสาย!

"อันใดกัน? ขอบเขตหยวนอิง! ทั้งหมดเลยเช่นนั้นหรือ?"

"ไม่! ไม่จริง! ข้าต้องตาฝาดไปแน่ๆ!"

"เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!"

ชายร่างใหญ่ชุดเกราะทองคำและคนของตระกูลจ้าวและตระกูลลิ่วต่างรูม่านตาหดเกร็ง ถูกข่มขวัญด้วยความกดดันอันมหาศาลจากฝั่งตรงข้ามจนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย ส่วนผู้อาวุโสประจำตระกูลทั้งสองแห่งตระกูลหลินเมื่อมองดูยอดฝีมือขอบเขตหยวนอิงสิบเอ็ดคนที่ยืนอยู่ข้างกาย ก็รู้สึกถึงความปลอดภัยอย่างท่วมท้น

คนของตระกูลหลินเบื้องล่างต่างอดไม่ได้ที่จะตะโกนร้องออกมา

"ประมุขตระกูลจงเจริญหมื่นปี!"

"ประมุขตระกูลแข็งแกร่งจริงๆ!"

"ประมุขตระกูลเกรียงไกร!"

เพราะหยอดฝีมือขอบเขตหยวนอิงเหล่านี้ทั้งหมดประมุขตระกูลเป็นผู้นำกลับมา ขอบเขตหยวนอิงเชียว! แถมยังเป็นถึงสิบเอ็ดคน! พวกเขาไม่รู้ว่าประมุขตระกูลทำได้อย่างไร รู้เพียงแค่ว่านี่คือประมุขตระกูลแห่งตระกูลหลินของพวกเขา ผู้ซึ่งขจัดวิกฤตการล้างตระกูลได้อย่างง่ายดาย

ในยามนี้ชายร่างใหญ่ชุดเกราะทองคำและประมุขทั้งสองตระกูลต่างมองออกแล้ว คนของโถงหวงเฉวียนล้วนยึดหลินหยางเป็นหลัก แม้จะไม่รู้ว่าหลินหยางทำได้อย่างไร แต่ความจริงก็เป็นไปตามนั้น ชายร่างใหญ่ชุดเกราะทองคำเงยหน้าที่บวมเป่งดุจหัวหมูมองหลินหยาง

"ท่านหลิน? เรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด! พวกเราแค่มาจับเผ่ามาร ในเมื่อเผ่ามารไม่ได้อยู่ที่นี่ พวกเราก็จะกลับไปทูลราชันยุทธ์ฝ่าบาทแล้ว!" กล่าวจบก็ประสานมือ ก่อนจะหันหลังรีบวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว

"สังหาร! ห้ามเหลือแม้แต่คนเดียว!" เสียงของหลินหยางดุจเสียงกระซิบจากปีศาจ ทำให้ร่างของชายร่างใหญ่ที่กำลังหันหลังหนีสั่นสะท้าน รีบเร่งความเร็วเพื่อหนีตาย แต่ต่อหน้ายอดฝีมือขอบเขตหยวนอิงทั้งสิบเอ็ดคน พวกเขาจะหนีไปได้อย่างไร? ซูสงนำยอดฝีมือแห่งโถงหวงเฉวียนลงมือพร้อมกัน การโจมตีอันรุนแรงพุ่งเข้าถึงในชั่วพริบตา ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังระงมไปทั่ว ชายร่างใหญ่ชุดเกราะทองคำและประมุขตระกูลลิ่วและประมุขตระกูลจ้าวเป็นรายแรกที่สิ้นชีพทันที ส่วนทหารเลวอื่นๆ ไม่ต้องพูดถึง ผู้อาวุโสประจำตระกูลและคนของตระกูลหลินต่างคำรามและเข้าร่วมสนามรบ ภายใต้การนำของยอดฝีมือแห่งโถงหวงเฉวียน ราวกับการโจมตีจากมิติที่สูงกว่า ราชวงศ์และคนจากตระกูลจ้าวและตระกูลลิ่วไม่มีใครรอดพ้นไปได้แม้แต่คนเดียว! จนกระทั่งคนสุดท้ายล้มลง ถนนรอบจวนตระกูลหลินก็กลายเป็นสายเลือดนองเป็นแม่น้ำ ศพเกลื่อนกลาดไปทั่ว

"คุณชาย!"

"คารวะประมุขตระกูล!"

เมื่อเห็นการต่อสู้สิ้นสุดลง หลินหยางเก็บเรือวิญญาณแล้วร่อนลงมา กวาดสายตามองไปรอบๆ ทุกคนในตระกูลหลินต่างทำความเคารพด้วยความยำเกรง ในแววตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยความร้อนแรง นับตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น ตระกูลหลินเปรียบเสมือนพยัคฆ์กระดาษที่หวาดกลัวว่าจะล้มลงเมื่อใด แต่วันนี้เผชิญหน้ากับการจู่โจมจากสามขุมอำนาจ ซึ่งเดิมทีเป็นกระดานหมากที่ไม่มีทางรอด แต่ประมุขตระกูลที่อยู่ตรงหน้ากลับดูดุจศาสตราวุธเทวะที่ลงมาจากสรวงสวรรค์ จัดการศัตรูได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังทำให้พวกเขาได้ระบายความแค้นออกมาได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นความจงรักภักดีที่มีต่อหลินหยางในยามนี้จึงพุ่งสูงถึงขีดสุด! หากก่อนหน้านี้พวกเขาต้องยอมรับหลินหยางเป็นประมุขตระกูลเพราะกฎระเบียบของตระกูล นับจากลมหายใจนี้ไป พวกเขาต่างยอมรับในตัวหลินหยางด้วยใจจริง

"ดีมาก! วิกฤตการณ์ของตระกูลในครั้งนี้ ผลงานของทุกคนทำให้ข้าพอใจยิ่งนัก! การสังหารศัตรูเมื่อครู่ทุกคนก็กล้าหาญอย่างยิ่ง! แต่ทว่า เรื่องราวยังไม่จบสิ้น! ใครก็ตามที่บังอาจคิดการร้ายต่อตระกูลของข้า จะต้องชดใช้อย่างสาสมที่สุด!"

จบบทที่ บทที่ 4 สิบเอ็ดขอบเขตหยวนอิง_ ข่มขวัญไปทั่วทั้งงาน_

คัดลอกลิงก์แล้ว