- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกฮีโร่ ผมจะพิสูจน์ว่าวิทยาศาสตร์เหนือทุกพลัง
- บทที่ 10 ฉันชื่อผ้าพันคอแดง
บทที่ 10 ฉันชื่อผ้าพันคอแดง
บทที่ 10 ฉันชื่อผ้าพันคอแดง
บทที่ 10 ฉันชื่อผ้าพันคอแดง
เวลาสามวันผ่านไปในชั่วพริบตา คราฟต์นำของขวัญที่เตรียมไว้สำหรับป้าเมย์ขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังควีนส์
"ป้าเมย์ สุขสันต์วันเกิดครับ"
เมื่อเดินเข้ามาในลานบ้านของครอบครัวพาร์กเกอร์ คราฟต์ก็ยื่นของขวัญในมือให้ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ จากนั้นจึงก้าวเข้าไปสวมกอดป้าเมย์ ก่อนจะเอ่ยทักทายชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างกายเธอ
"ลุงเบน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ"
"สวัสดี คราฟต์"
เบนจามิน พาร์กเกอร์ ก้าวเข้ามาตบไหล่เขาเบา ๆ พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ลุงเห็นข่าวของเธอในโทรทัศน์เมื่อวันก่อน ทำเอาลุงตกใจหมดเลย"
คราฟต์เบ้ปาก "ทั้งหมดเป็นเพราะสตาร์กตัวแสบคนนั้นแท้ ๆ เลยครับ ผมล่ะเบื่อจะตายอยู่แล้ว"
"เฮ้! นายพูดถึงคุณสตาร์กแบบนั้นได้ยังไงกัน?!"
ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ รีบเอ่ยปากปกป้องไอดอลของตัวเองจากด้านข้าง
"ทำไมจะพูดไม่ได้ล่ะ เขาไม่ใช่ไอดอลของผมสักหน่อย สำหรับผมแล้ว เขาเป็นแค่ตัวน่ารำคาญคนหนึ่งเท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลย"
"แต่สินค้าของนายขายดีขนาดนั้น ก็เพราะการโปรโมตของคุณสตาร์กไม่ใช่หรือไง!"
ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ โต้เถียงกลับอย่างมีเหตุผล
"อ้อ? นายคิดว่าครอบครัวของฉันขัดสนเงินทองเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนั้นงั้นเหรอ?"
คราฟต์เชิดคางขึ้น พลางทำสายตาดูแคลน
"ตอนนี้นายน่ารำคาญชะมัดเลย คราฟต์! นายกลายเป็นคนในแบบที่นายเคยเกลียดที่สุดไปซะแล้ว!"
"ใช่แล้ว เพราะฉันกำลังเลียนแบบท่าทางตามปกติของโทนี่ สตาร์ก อยู่ยังไงล่ะ"
คราฟต์ยักไหล่แล้วเอ่ยประชดประชัน
"เห็นไหมล่ะ พอไม่มีฟิลเตอร์ของความเป็นแฟนคลับลงไป นายเองก็รู้สึกว่าโทนี่ สตาร์ก น่ารำคาญมากเหมือนกันใช่ไหมล่ะ"
"นั่น... นั่นมันไม่เหมือนกันเลยสักนิด!"
ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ เถียงกลับอย่างดันทุรัง
ในตอนนี้เอง ป้าเมย์ก็เดินเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย เธอวางมือลงบนไหล่ของคราฟต์แล้วดันตัวเขาให้เดินเข้าไปในบ้าน
"เอาล่ะ เอาล่ะ เลิกรังแกปีเตอร์ได้แล้ว มาชิมพายแอปเปิลที่ป้าทำดีกว่า"
"โอ้ก็ได้ครับ มันดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ที่เด็กมัธยมศึกษาตอนต้นปีที่หนึ่งอย่างผม จะไปรังแกเด็กโตมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ห้าแบบนั้น"
คราฟต์ยักไหล่แล้วเดินตามแรงดันของป้าเมย์เข้าไปในบ้าน
"ไปกันเถอะปีเตอร์ มาช่วยลุงยกเตาย่างบาร์บีคิวออกไปข้างนอกหน่อย"
ลุงเบนตบหลังปีเตอร์เบา ๆ เป็นการปลอบใจ จากนั้นจึงดึงตัวเขาให้เดินตามเข้าไปข้างใน
"โอ้! ดูซิว่าใครมา? อัจฉริยะตัวน้อย คราฟต์ ลี ของพวกเรานี่เอง!"
ทันทีที่พวกเขาเข้ามาในบ้าน เน็ด ลีดส์ เด็กหนุ่มเจ้าเนื้อก็ส่ายพุงพลุ้ย ๆ วิ่งเข้ามา พลางตะโกนด้วยน้ำเสียงที่เกินจริง
คราฟต์ค่อนข้างเป็นมิตรกับเพื่อนอ้วนชาวเอเชียคนนี้ เขาเอื้อมมือไปแตะมือทักทายกับเน็ด จากนั้นจึงเอ่ยอย่างถ่อมตัว "ไม่เอาน่าเน็ด ของที่ฉันทำมันไม่ได้ไฮเทคอะไรขนาดนั้นสักหน่อย ตอนนี้ไม่ใช่ว่ามีของเลียนแบบโผล่ออกมาเต็มไปหมดแล้วเหรอ?"
กฎหมายลิขสิทธิ์ของอเมริกาถือว่าค่อนข้างเข้มงวดมากแล้ว แต่พวกนายทุนก็มักจะหาช่องโหว่ได้เสมอ หลังจากที่แม่กุญแจกลไกกลายเป็นที่นิยมเพราะสตาร์ก แม่กุญแจปริศนาในรูปแบบต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกันแต่แตกต่างกันเล็กน้อยก็โผล่ออกมาอย่างรวดเร็ว รวมถึงเครื่องออกกำลังกายกึ่งบังคับที่คล้ายกับลู่วิ่งทุบหม้อข้าวตีฝ่าวงล้อมด้วยเช่นกัน
"แต่ก็ไม่มีใครในพวกนั้นที่ถูกทาบทามโดย โทนี่ สตาร์ก ผู้โด่งดังไม่ใช่หรือไง?"
"โอ้ เลิกล้อเล่นน่า..." คราฟต์กลอกตา "นายคิดจริงๆ เหรอว่า โทนี่ สตาร์ก จะเห็นคุณค่าในตัวฉัน? เขา ก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยตามสถานการณ์เท่านั้นแหละ"
เมื่อไม่มีฟิลเตอร์ของความเป็นแฟนคลับ คราฟต์จึงค่อนข้างมีความคิดที่ชัดเจน ด้วยนิสัยที่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือของโทนี่ สตาร์ก เขาอาจจะลืมชื่อของตัวเองไปทันทีที่การสัมภาษณ์จบลงแล้วก็ได้
คราฟต์หัวเราะและพูดคุยกับเน็ดขณะเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น เขาหยิบพายแอปเปิลที่ป้าเมย์ทำขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วเริ่มมองสำรวจคนอื่น ๆ ในห้องขณะกำลังเคี้ยว
ใบหน้าที่คุ้นเคยสองสามคนน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จากสถานสงเคราะห์ และมีคนอื่นอีกสองสามคนที่เขาไม่รู้จัก ซึ่งอาจจะเป็นเพื่อนของลุงเบน นอกจากพวกเขานี้แล้ว ก็ไม่มีใครอื่นอีกเลย
"ดูเหมือนจะมีคนมาไม่เยอะเท่าไหร่นะ"
คราฟต์กลืนพายแอปเปิลในมือลงคอแล้วหันไปมองเน็ดด้วยความฉงน ด้วยนิสัยที่เข้ากับคนง่ายของป้าเมย์และลุงเบน พวกเขาควรจะมีเพื่อนมากกว่านี้ ก่อนหน้านี้ตอนที่มาร์ตินจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้ป้าเมย์ที่สถานสงเคราะห์ งานมักจะยิ่งใหญ่ ครึกครื้น และเนืองแน่นไปด้วยผู้คนเสมอ
เน็ดตอบกลับอย่างรำคาญใจ "บ้านของปีเตอร์มีขนาดใหญ่แค่นี้เองนะ ถ้าพวกเขาสมมติว่าเชิญคนมาเยอะขนาดนั้น จะเข้าไปเบียดกันไหวเหรอ?"
"เอาล่ะ ฉันผิดเอง"
คราฟต์เคาะหน้าผากตัวเองเบา ๆ จากนั้นจึงมองไปรอบ ๆ
"แล้วแมรี่ล่ะ? ทำไมเธอถึงไม่มา?"
ชื่อเต็มของแมรี่คือ แมรี่ เจน วัตสัน นอกจากจะเป็นเพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมชั้น และคนที่ปีเตอร์แอบชอบแล้ว เธอยังเป็นหลานสาวของ แอนนา วัตสัน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของป้าเมย์อีกด้วย ดังนั้นตามหลักเหตุผลแล้ว เธอควรจะมาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของป้าเมย์สิ
"เห็นว่า ป้าเมย์มอบหมายหน้าที่เชิญแมรี่ให้กับปีเตอร์ แล้วจากนั้น... นายก็รู้ ๆ กันอยู่"
เน็ดยักไหล่ พลางทำหน้าตาไร้หนทาง
"โฮ่ ๆ~"
คราฟต์หรี่ตาลง เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์แสนกลราวกับสุนัขจิ้งจอก
"มีคำกล่าวของจีนประโยคหนึ่งว่า 'เพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด ยังดีกว่าญาติสนิทที่อยู่ห่างไกล' มันค่อนข้างเสียมารยาทนะที่ไม่ได้เชิญแมรี่มาร่วมงานวันเกิดของป้าเมย์ใช่ไหมล่ะ?"
"ไปบอกเรื่องนั้นกับปีเตอร์สิ"
เน็ดส่ายหัวแล้วหยิบพายแอปเปิลชิ้นที่สี่ขึ้นมา นี่เป็นเพียงจำนวนที่คราฟต์เห็นตั้งแต่เดินเข้ามาเท่านั้น แน่นอนว่าก่อนหน้านั้นเขาต้องกินเข้าไปไม่น้อยเลยทีเดียว
คราฟต์เอื้อมมือไปตบพุงใหญ่ ๆ ของเน็ด พลางถอนหายใจ "มองดูนายแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนกำลังมองเห็นอนาคตของเดวิดเลยแฮะ"
"เดวิด? อ้อ คนที่ครอบครัวเปิดร้านอาหารน่ะเหรอ!" เน็ดเลียริมฝีปาก พลางนึกถึงตัวตนของเจ้าอ้วนเหลียวได้อย่างรวดเร็ว "อาหารของบ้านพวกเขาอร่อยมากจริง ๆ! มันแค่แพงเกินไปหน่อยเท่านั้นเอง!"
"เดี๋ยวสิ! เมื่อกี้เรายังพูดถึงแมรี่ เจน อยู่ไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงเปลี่ยนมาพูดเรื่องรูปร่างของฉันอีกแล้วล่ะ?"
เน็ดปัดมือที่คราฟต์ใช้ก่อกวนพุงของเขาออกไป เขาพ่นลมหายใจเข้าลึก ๆ และพยายามเกร็งหน้าท้องให้ดูไม่กลมโตจนเกินไป แต่โชคร้ายที่เขาทำไม่สำเร็จ
"แมรี่ เจน อะไรนะ?"
เมื่อได้ยินชื่อของคนที่ตัวเองใส่ใจ ปีเตอร์ที่กำลังง่วนอยู่กับการทำงานก็รีบวิ่งเข้ามาและจ้องมองคราฟต์ด้วยสายตาระแวดระวัง
"นายอย่าคิดจะทำอะไรแผลง ๆ เชียวนะ! คราฟต์!"
"ฉันจะไปทำอะไรแผลง ๆ ได้ยังไง?" คราฟต์ย้อนถามกลับอย่างมีเหตุผล "การเชิญแมรี่มาร่วมงานเลี้ยง ถือว่าเป็นเรื่องแผลง ๆ งั้นเหรอ?"
"เอ่อ..." ใบหน้าของปีเตอร์เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อทันที เขาแสดงท่าทางลุกลี้ลุกลนแล้วพูดว่า "แต่ว่า ตอนนี้มันไม่สายเกินไปหน่อยเหรอที่จะไปแจ้งเธอ?"
คราฟต์มองดูคนขี้ขลาดที่ในใจอยากจะทำใจจะขาดแต่ก็ยังคงลังเลใจด้วยสายตาดูแคลน "แล้วใครล่ะที่เป็นต้นเหตุทำให้มันสายขนาดนี้? หืม?"
ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ เอามือปิดหน้าด้วยความอับอายแล้ววิ่งหนีไป
เน็ดส่ายหัวแล้วถอนหายใจอย่างหมดหนทาง นิสัยของเพื่อนเขาคนนี้ค่อนข้างอ่อนแอจริง ๆ ถึงขนาดโดนเด็กที่อายุน้อยกว่าสี่ห้าปีรังแกจนอยู่หมัด
"ไปกันเถอะ"
คราฟต์ดึงแขนของเน็ด
"พวกเราจะไปตามแมรี่มาที่นี่"
"ถ้านายจะไปตามแมรี่ นายก็ไปคนเดียวไม่ได้หรือไง? ยังไงเธอก็อยู่บ้านข้าง ๆ นี่เอง..."
ขณะที่เน็ดพูด สายตาของเขาก็ยังคงชำเลืองมองลุงเบนที่กำลังยกเนื้อสเต็กดิบและฮอทดอกออกไปข้างนอก พลางลอบกลืนน้ำลายเป็นระยะ
กินจนพุงจะแตกอยู่แล้ว!
คราฟต์พูดพร้อมกับมีเส้นสีดำขึ้นบนหน้าผากด้วยความระอา "นายจะไม่ไปจริง ๆ เหรอ? งั้นวันหลังอย่ามาว่าฉันไม่ชวนก็แล้วกัน"
"หืม? นายวางแผนจะแกล้งปีเตอร์อีกแล้วใช่ไหม?"
เน็ดละสายตาจากเตาย่างบาร์บีคิวแล้วหันมามองคราฟต์ด้วยสีหน้าจริงจัง
ในฐานะเพื่อนของปีเตอร์ เน็ดเคยเห็นมากกว่าหนึ่งครั้งว่าเด็กแสบที่อยู่ตรงหน้าคนนี้หาทางรังแกปีเตอร์อย่างไร เมื่อคิดว่าปีเตอร์กำลังจะโดนคราฟต์แกล้งอีกครั้ง เขาก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ
"ขอร้องล่ะ พลอยฉันไปด้วยคนสิ!"
คราฟต์ชะเง้อคอ มองไปรอบ ๆ ตอนนี้ปีเตอร์กำลังโดนลุงเบนดึงตัวไปช่วยงานและไม่ได้ใส่ใจทางด้านของพวกเขา ดังนั้นเขาจึงจับแขนของเน็ดแล้วพาวิ่งออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองคนวิ่งออกจากบ้านพาร์กเกอร์แล้วอ้อมไปทางด้านหลัง จนกระทั่งมาถึงบริเวณใต้ถุนบ้านของแมรี่
เน็ดเฝ้ามองคราฟต์ดึงโทรโข่งไฟฟ้าขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เขาปรับแต่งมันอยู่สองสามวินาที แล้วนำมาจ่อที่ปากของตัวเอง
"ไฮ~ เน็ด ฉันเอง ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ เพื่อนซี้ของนาย!"
เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากโทรโข่งไฟฟ้านั้น กลับกลายเป็นเสียงของปีเตอร์ พาร์กเกอร์ อย่างสมบูรณ์แบบ
"คุณพระช่วย!!!"
ใบหน้าอวบอ้วนของเน็ดบิดเบี้ยวกลายเป็นแสดงท่าทางที่เกินจริง เขาแย่งโทรโข่งมาจากมือของคราฟต์แล้วนำมาจ่อที่ปากของตัวเองเพื่อลองพูดดูสองสามครั้ง
"ฉัน ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ เป็นลูกมือที่จงรักภักดีที่สุดของเน็ด ลีดส์"
"ว้าว! สิ่งนี้มันยอดเยี่ยมมากเลย! คราฟต์ นายมันเป็นอัจฉริยะตัวจริงเลยแฮะ!"
เน็ดเล่นโทรโข่งเปลี่ยนเสียงในมืออย่างวางไม่ลง พลางยกนิ้วโป้งให้คราฟต์
คราฟต์เอื้อมมือไปคว้าโทรโข่งเลียนเสียงกลับมาจากเน็ด เขาปรับระดับเสียงจนดังสุด จากนั้นจึงหันไปทางบ้านของแมรี่ เจน แล้วตะโกนเสียงดังลั่นด้วยน้ำเสียงของปีเตอร์ "แมรี่! ฉันคิดถึงเธอ! แมรี่! ฉันคิดถึงเธอจนนอนไม่หลับเลย!!!"
หลังจากตะโกนเสร็จ คราฟต์ก็รีบเก็บเครื่องเลียนเสียงทันที หมุนตัวแล้ววิ่งหนีไป เน็ดตะลึงงันไปชั่วครู่ จากนั้นจึงรีบวิ่งตามเขาไปเพื่อหลบหนีอย่างรวดเร็ว
เสียงที่ขยายขนาดยังไม่เพียงแต่ทำให้แมรี่ เจน ที่กำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านตกใจเท่านั้น แต่ยังทำให้ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ ที่กำลังช่วยงานลุงเบนและป้าเมย์อยู่ตกใจจนหน้าถอดสีอีกด้วย
"ใครกันน่ะ? มีคนกำลังสารภาพรักกับแมรี่จริง ๆ ด้วย!"
ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ รู้สึกถึงความตื่นตระหนกที่พลุ่งพล่านขึ้นมา เวลาที่คนเราพูด เสียงที่ตัวเองได้ยินจะแตกต่างจากเสียงที่คนอื่นได้ยินเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงไม่ทันจำได้ว่าน้ำเสียงเมื่อสักครู่นั้นแท้จริงแล้วเป็นเสียงของตัวเอง
ทว่า ลุงเบนและป้าเมย์คุ้นเคยกับน้ำเสียงของปีเตอร์เป็นอย่างดี
"ปีเตอร์ เมื่อกี้เสียงนั้น ฟังดูเหมือนเสียงของเธอเลยไม่ใช่เหรอ?"
ลุงเบนเกาหัวด้วยความสับสนและเอื้อมมือไปสัมผัสตัวปีเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าโดยสัญชาตญาณ เขายังคงคิดไม่ตกวาเกิดอะไรขึ้นกันแน่
"เสียงของผม?"
แม้ว่าปีเตอร์ในวัยเยาว์จะมีความขี้ขลาด แต่เรื่องสติปัญญาของเขานั้นไม่มีปัญหาเลย อันที่จริงแล้ว สติปัญญาของเขาสูงกว่าคนปกติทั่วไปมาก ดังนั้นเขาจึงเข้าใจถึงเหตุและผลได้อย่างรวดเร็ว
"คราฟต์!!!"
ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ ละทิ้งงานในมือแล้ววิ่งทะยานไปยังบ้านของแมรี่ เจน ทันที
จากนั้น เขาก็บังเอิญชนเข้ากับแมรี่ เจน ที่กำลังผลักหน้าต่างเปิดออกและยื่นศีรษะออกมาตรวจสอบสถานการณ์พอดี
"ปีเตอร์?"
แมรี่ เจน ที่มีเรือนผมสีแดงเลิกคิ้วขึ้น ใบหน้าของเธอแสดงสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้งตึง
เธอและปีเตอร์ พาร์กเกอร์ เป็นเพื่อนบ้านและเพื่อนร่วมชั้นกัน อีกทั้งผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายก็เป็นเพื่อนสนิทกัน ดังนั้นพวกเขาจึงค่อนข้างสนิทสนมคุ้นเคยกันดี แมรี่ย่อมสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกที่ปีเตอร์มีต่อเธอได้ แต่โดยปกติแล้วหมอนี่มักจะไม่กล้าแม้แต่จะปริปากพูดอะไรออกมาเลย วันนี้ทำไมเขาถึงได้มีความกล้าหาญมากมายขนาดนี้กันนะ?
"ไม่... มันไม่ใช่แบบนั้นนะ... ฉัน... เอ่อ..."
ในเวลานี้ ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ รู้สึกราวกับว่าตัวเองได้ตกอยู่ท่ามกลางวิกฤตการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยเจอมาเลยทีเดียว