- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกฮีโร่ ผมจะพิสูจน์ว่าวิทยาศาสตร์เหนือทุกพลัง
- บทที่ 8 สิ่งนี้มันไม่ถูกหลักวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย!
บทที่ 8 สิ่งนี้มันไม่ถูกหลักวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย!
บทที่ 8 สิ่งนี้มันไม่ถูกหลักวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย!
บทที่ 8 สิ่งนี้มันไม่ถูกหลักวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย!
หลังจากงานเลี้ยงเต้นรำอันน่าอึดอัดนั้นสิ้นสุดลง ในที่สุดชีวิตของคราฟต์ก็กลับคืนสู่ความสงบสุขตามปกติ ทว่าเพราะคำพูดลอยๆ เพียงประโยคเดียวจากโทนี่ สตาร์ก ที่นำพาความยุ่งยากเป็นพรวนมาให้เขา ชายคนนั้นจึงถูกคราฟต์ตราหน้าว่าเป็นตัวปัญหาไปเสียแล้ว หากเป็นไปได้ คราฟต์ก็ไม่ต้องการจะข้องแวะกับเขาอีกเป็นอันขาด
ยอดขายกุญแจกลไกตราช่างฝีมือค่อยๆ คงที่หลังจากกระแสความตื่นเต้นในตอนแรกเริ่มซาลง แม้ว่าโทนี่ สตาร์ก จะเคยกล่าวอ้างว่ากุญแจกลไกนี้มีความน่าสนใจมากกว่าเทสเซแร็กต์ ทว่าขอบเขตการแพร่หลายของมันกลับน้อยกว่ามาก ถึงกระนั้น เงินที่หามาได้ในช่วงเวลานี้ก็เพียงพอให้คราฟต์เริ่มทดลองสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นได้แล้ว
"...ล้มเหลวอีกแล้ว..."
คราฟต์วางเครื่องมือในมือลง พลางมองดูเศษเหล็กกองโตตรงหน้าด้วยความรู้สึกหดหู่ใจอยู่บ้าง
แม้ว่าจะมีเงินทุนพร้อมแล้ว แต่ความรู้และประสบการณ์ของคราฟต์เองยังตามไม่ทัน ต่อให้เขาจะปฏิบัติตามขั้นตอนจากความฝันอย่างพิถีพิถันเพียงใด เขาก็มักจะทำผิดพลาดในขั้นตอนที่ต้องอาศัยการควบคุมอย่างละเอียดอ่อนเสมอ
ถึงแม้บางครั้งเขาจะโชคดีสร้างชิ้นงานสำเร็จขึ้นมาได้สักชิ้นสองชิ้น แต่อัตราความสำเร็จในการลงมือทำซ้ำเป็นครั้งที่สองก็ยังคงต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
"นี่เราใจร้อนเกินไปหรือเปล่านะ"
คราฟต์นั่งขัดสมาธิบนพื้นและเริ่มทบทวนถึงสาเหตุความล้มเหลวในช่วงนี้ของเขา
เนื่องจากเรื่องเงินทุนได้รับการจัดการเรียบร้อยแล้ว เขาจึงหุนหันพลันแล่นขอความช่วยเหลือจากมาร์ตินเพื่อตั้งห้องปฏิบัติการส่วนตัวขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับจัดซื้อเครื่องมือการผลิตชุดใหญ่มาจำนวนมาก ทว่าในความเป็นจริง เขายังไม่คุ้นเคยกับเครื่องจักรเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นการทำงานผิดพลาดจึงเป็นเรื่องธรรมชาติ
"ก้าวขายาวเกินไปจนกล้ามเนื้อฉีกเสียแล้ว..."
คราฟต์อดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำพังเพยนี้ หลังจากตระหนักได้เช่นนั้น เขาก่วางมือจากสิ่งประดิษฐ์ที่ซับซ้อนเกินไปเหล่านั้นเป็นการชั่วคราว โดยตั้งใจจะหันมาทดลองสิ่งประดิษฐ์จากความฝันที่พอจะเข้าใจอยู่บ้าง แล้วค่อยๆ ก้าวหน้าไปทีละขั้นเพื่อพัฒนาทักษะของตนเองอย่างช้าๆ
หลังจากค้นพบวิธีการที่ถูกต้อง ในที่สุดอัตราความสำเร็จของคราฟต์ก็เพิ่มสูงขึ้น และความก้าวหน้าที่เขาได้รับก็มากกว่าตอนที่ลอกเลียนแบบเพียงอย่างเดียวในอดีตมาก สิ่งนี้ทำให้เขาเอาแต่หมกมุ่นอยู่ในห้องปฏิบัติการมากยิ่งขึ้น โดยใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับมัน
...
เมื่อกลับมาถึงบ้าน คราฟต์โยนกระเป๋าเป้ลงบนโซฟาอย่างไม่ใส่ใจ ขณะที่เขากำลังคิดจะวิ่งไปยังห้องปฏิบัติการเล็กๆ ของตนเอง มาร์ติน ลี ก็ผลุนผลันออกมาจากห้องด้านในทันที
"อย่าเพิ่งรีบไป ฉันมีเรื่องจะบอกเธอ"
"คุณอยู่บ้านด้วยเหรอเนี่ย"
มาร์ติน ลี เป็นคนที่งานยุ่งมาก ปกติแล้วเขามักจะออกแต่เช้าตรู่และกลับดึกดื่น บ่อยครั้งที่คราฟต์เข้านอนไปแล้วก่อนที่เขาจะกลับมา ตอนแรกคราฟต์รู้สึกเห็นใจมาร์ตินที่ต้องทำงานหนักเพื่อหาเงิน ทว่าหลังจากบังเอิญไปพบส่วนลดพิเศษของสถานบันเทิงยามค่ำคืนเข้า คราฟต์ก็เริ่มคะยั้นคะยอให้เขาหาคู่ชีวิตเสียที
แน่นอนว่าการที่มาร์ติน ลี กลับบ้านเร็วในวันนี้ย่อมมีเหตุผล
"ช่วงสองสามวันนี้ฉันต้องยุ่งกับเรื่องบางอย่างและจำเป็นต้องเดินทางไกล คงจะไม่อยู่สักสิบวัน ฉันคุยกับลุงเหลียวของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอไปฝากท้องที่นั่นได้เลย"
"อ้อ รับทราบครับ"
คราฟต์โบกมือ มาร์ตินเดินทางไกลอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งคราฟต์คุ้นชินกับมันมานานแล้ว ส่วนความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับเจ้าอ้วนเหลียวก็ถูกหล่อหลอมขึ้นมาผ่านการร่วมมื้ออาหารนับครั้งไม่ถ้วนเช่นกัน
"อีกเรื่องหนึ่ง อีกสามวันข้างหน้าจะเป็นวันเกิดของป้าเมย์ ป้าเมย์อยากเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดที่บ้านของเธอด้วย"
แน่นอนว่าคราฟต์ย่อมไม่ปฏิเสธคำเชิญของป้าเมย์ แต่ด้วยเวลาเพียงสามวัน เขาคงไม่มีเวลามากพอที่จะประดิษฐ์ของขวัญให้เธอ อีกทั้งสิ่งประดิษฐ์แปลกๆ จากความฝันเหล่านั้นก็ไม่ค่อยเหมาะสมที่จะมอบให้ป้าเมย์เท่าใดนัก
โชคดีที่ตอนนี้คราฟต์ร่ำรวยแล้ว การซื้อของขวัญที่ดูเข้าท่าสักชิ้นจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
หลังจากสั่งความเรียบร้อย มาร์ติน ลี ก็รีบออกจากบ้านไป คราฟต์ล้มเลิกแผนการที่จะไปหมกมุ่นในห้องปฏิบัติการส่วนตัว แล้ววิ่งตรงไปยังร้านของเจ้าอ้วนเหลียวแทน
เขาตั้งใจจะมอบชุดเครื่องครัวให้เป็นของขวัญแก่ป้าเมย์ เนื่องจากครอบครัวของเจ้าอ้วนเหลียวเปิดร้านอาหาร การมาปรึกษาเขาจึงเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดอย่างแน่นอน
หลังจากลากเจ้าอ้วนเหลียวไปที่ร้านเพื่อเลือกสรรชุดเครื่องครัวแบบครบชุดและบรรจุลงในกล่องของขวัญเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนก็กลับมาทานอาหารจีนรสชาติต้นตำรับที่ร้านอาหาร จากนั้นก็ขลุกอยู่บ้านของเจ้าอ้วนเหลียวเพื่อเล่นเกมด้วยกันจนกระทั่งฟ้ามืดสนิท คราฟต์จึงค่อยเดินทอดน่องกลับบ้านพร้อมกับถือของขวัญที่เตรียมไว้สำหรับป้าเมย์ไปด้วย
หลังจากอาบน้ำชำระล้างร่างกายอย่างง่ายๆ คราฟต์ก็กลับห้องนอนและผล็อยหลับไปในทันที
และแล้ว เป็นครั้งแรกในรอบนานแสนนานที่เขาได้ฝันถึงด็อกเตอร์อากาสะ
ความฝันของคราฟต์ดูเหมือนจะวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ จากตอนแรกเริ่มที่เป็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำขาดๆ หายๆ ก็ค่อยๆ สมบูรณ์แบบขึ้นในภายหลัง จากที่เคยจำได้รางเลือนหลังจากตื่นนอนก็กลายเป็นสามารถจดจำความฝันทั้งหมดได้อย่างแม่นยำ และในตอนนี้ เขาสามารถคงสติรับรู้เอาไว้ภายในความฝัน ทั้งยังสามารถตรวจสอบและหยิบจับสิ่งของที่ปรากฏในความฝันได้อย่างอิสระอีกด้วย
เพียงแต่ขอบเขตการเคลื่อนไหวของคราฟต์นั้นมีจำกัด เขาไม่สามารถอยู่ห่างจากตัวเอกของความฝันมากเกินไป นอกจากนี้ สิ่งของที่เขาได้รับมาจากความฝันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้งานของตัวละครในฝันแต่อย่างใด มันราวกับเป็นเพียงภาพสะท้อนที่ถูกคัดลอกมาไว้ในมือของเขาเท่านั้นเอง
คราฟต์คุ้นเคยกับห้องปฏิบัติการของด็อกเตอร์อากาสะดีจนเกินไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์สารพัดชนิดที่กองอยู่ตรงมุมห้อง นิตยสารวิทยาศาสตร์และเอกสารต่างๆ ที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นหนังสือ หรือนวนิยายสืบสวนสอบสวนจำนวนหนึ่ง เขาก็ล้วนเคยเปิดอ่านมาหมดทุกเล่มในช่วงเวลาที่ด็อกเตอร์อากาสะกำลังพักผ่อน
ดังนั้นในครั้งนี้เขาจึงไม่ได้เดินเตร่ไปไหน แต่กลับยืนรออยู่ข้างกายด็อกเตอร์อากาสะอย่างว่าง่าย พลางจับตาดูว่าอีกฝ่ายกำลังประดิษฐ์สิ่งใดอยู่
"นี่มัน... เครื่องบันทึกเทปงั้นเหรอ"
หลังจากคราฟต์มองเห็นสิ่งของในมือของด็อกเตอร์อากาสะอย่างชัดเจน เขาก็ผ่อนคลายลงอย่างสิ้นเชิง ประสิทธิภาพในการใช้งานจริงของสิ่งประดิษฐ์ของด็อกเตอร์อากาสะนั้นสูงกว่าของช่างฝีมือเกิ้งมาก ทว่าพวกมันมักจะระเบิดอยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าตัวคราฟต์จะไม่โดนระเบิดไปด้วย แต่การระเบิดอย่างกะทันหันเหล่านั้นก็ไม่เป็นมิตรต่อหัวใจดวงน้อยๆ ของเขาเลย
คราฟต์เฝ้ามองด็อกเตอร์ร่างท้วมถอดชิ้นส่วนหลักของเครื่องบันทึกเทปออก แล้วนำไปติดตั้งในตัวเรือนใหม่ที่มีขนาดเล็กลง จากนั้นก็ยัดมันเข้าไปใน... หูกระต่ายงั้นเหรอ
คราฟต์เกาหัวอย่างบ้าคลั่งในขณะที่มองดูด็อกเตอร์เจ้าเนื้อประกอบลำโพงภายนอก ตัวควบคุม และชิ้นส่วนอื่นๆ เข้ากับหูกระต่ายในมือ
"ด็อกเตอร์อากาสะกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ หรือว่าจะเป็นอุปกรณ์นักสืบชิ้นใหม่สำหรับเด็กที่ชื่อชินอิจิคนนั้นอีกแล้ว"
แม้ว่าเขาจะยังไม่เคยพบเด็กที่ชื่อชินอิจิคนนั้น แต่คราฟต์ก็เคยได้ยินด็อกเตอร์อากาสะพูดถึงอยู่หลายครั้งในระหว่างกระบวนการประดิษฐ์สิ่งของ คราฟต์จึงพอจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเด็กคนนั้นอยู่บ้าง ทั้งนาฬายาสลบ รองเท้าเพิ่มพลังเตะ แว่นตาสะกดรอยตาม และตราสัญลักษณ์นักสืบ ล้วนเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ด็อกเตอร์อากาสะสร้างขึ้นเพื่อเด็กคนนั้นทั้งสิ้น
ต้องยอมรับเลยว่า ด็อกเตอร์อากาสะนั้นรักและตามใจเด็กที่ชื่อชินอิจิคนนั้นจริงๆ
หลังจากจัดการกับหูกระต่ายที่น่าจะใช้สำหรับบันทึกเสียงเสร็จเรียบร้อย ด็อกเตอร์อากาสะก็เปิดคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าข้างกายและเริ่มป้อนรหัสคำสั่ง
"เอ๋ ยังต้องป้อนรหัสคำสั่งอีกเหรอ แสดงว่าสิ่งนี้ไม่ใช่แค่อุปกรณ์บันทึกเสียงธรรมดาๆ สินะ"
ตอนแรกคราฟต์คิดว่าด็อกเตอร์อากาสะกำลังสร้างสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกับปากกาบันทึกเสียง แต่เมื่อมาลองคิดดูแล้วก็สมเหตุสมผล หากมันเป็นเพียงอุปกรณ์ดักฟังธรรมดา เขาก็สามารถใช้ปากกาบันทึกเสียงโดยตรงได้เลย
เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าจอเพื่อตรวจสอบแถวรหัสคำสั่งที่ด็อกเตอร์อากาสะกำลังพิมพ์อยู่ ทักษะด้านการเขียนโปรแกรมของเขานั้นนับว่ายอดเยี่ยมทีเดียว ดังนั้นการทำความเข้าใจรหัสคำสั่งนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลย
ทักษะการเขียนโปรแกรมอันโดดเด่นของคราฟต์นั้น ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้แก่เจ้าอ้วนเหลียว เพื่อนร่วมทีมสุดกากที่ฝีมือการเล่นต่ำเตี้ยแต่ความอยากเล่นกลับสูงลิบ หลังจากถูกเจ้าเพื่อนคนนี้ลากไปตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเกม คราฟต์ก็เกิดอาการหัวร้อนจนต้องเขียนโปรแกรมโกงเกมขึ้นมาให้เจ้าอ้วนเหลียว นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าเมื่อใดที่เจ้าอ้วนเหลียวเจอเกมที่เล่นไม่ผ่าน เขาจะวิ่งมาหาคราฟต์เพื่อขอความช่วยเหลือทันที และคำขอของเขาก็เริ่มพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ เช่น "มันโกงเกินไปจนทำให้เสียอรรถรสในการเล่น" หรือ "ต้องการโปรแกรมโกงที่ปรับแต่งง่ายๆ แบบคนโง่ก็ใช้ได้" หรือไม่ก็ "โมเดลตัวละครของเกมนี้อัปลักษณ์เกินไป ช่วยทำม็อดปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้หน่อยสิ" อะไรทำนองนั้น...
อย่างไรเสีย อีกฝ่ายก็เป็นสหายสนิทที่คราฟต์ไปฝากท้องกินข้าวฟรีที่บ้านอยู่เป็นประจำ คราฟต์จึงตอบสนองความต้องการของมือใหม่คนนี้แทบจะทุกอย่าง และทักษะการเขียนโปรแกรมของเขาก็ถูกขัดเกลามาด้วยวิธีนี้เอง
"การรับสัญญาณเสียง... การวิเคราะห์ร่องเสียง... การปรับแต่งคลื่นเสียง..."
คราฟต์เข้าใจฟังก์ชันการทำงานของโปรแกรมนี้คร่าวๆ แล้ว หากพูดให้เข้าใจง่าย มันก็คือโปรแกรมบันทึกและเลียนแบบเสียงนั่นเอง ทว่า...
"แล้วประโยชน์ของมันคืออะไรกันล่ะ"
คราฟต์ยังคงเกาหัวอย่างบ้าคลั่งต่อไป รหัสคำสั่งของด็อกเตอร์อากาสะนั้นไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย ส่วนการวิเคราะห์ร่องเสียงหลักก็ไม่ได้แตกต่างไปจากซอฟต์แวร์เหล่านั้นที่ใช้สำหรับเปรียบเทียบเสียงเพื่อยืนยันตัวตนของผู้พูดดั้งเดิมเลย การเลียนแบบเสียงด้วยวิธีนี้ อย่างดีที่สุดก็คงมีความคล้ายคลึงเพียงร้อยละสามสิบถึงสี่สิบเท่านั้น
แต่แล้วคราฟต์ก็กลับมาคิดอีกที สิ่งนี้น่าจะเป็นแค่ของเล่นสำหรับเด็กที่ชื่อชินอิจิคนนั้น ความคล้ายคลึงร้อยละสามสิบถึงสี่สิบก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพียงแต่หากเทียบกับสิ่งประดิษฐ์สองสามชิ้นก่อนหน้านี้ มันดูน่าผิดหวังไปสักหน่อย
เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ไร้ประโยชน์อีกชิ้นหนึ่ง คงจะมีดีแค่เอาไว้ใช้เป็นวัตถุดิบในการถ่ายวิดีโอเท่านั้น
คราฟต์คิดด้วยความรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง
สิ่งประดิษฐ์ของด็อกเตอร์อากาสะมักจะคว้าน้ำเหลวอยู่บ่อยครั้ง หากคำนวณอย่างถี่ถ้วนแล้ว สิ่งของที่มีประโยชน์ใช้สอยมากที่สุดก็คืออุปกรณ์ประกอบฉากนักสืบเหล่านั้นที่สร้างขึ้นเพื่อเด็กๆ ทว่าในตอนนี้ แม้กระทั่งอุปกรณ์นักสืบที่ไร้ประโยชน์ก็ยังอุตส่าห์ปรากฏออกมาจนได้...
ในขณะที่คราฟต์กำลังคิดเช่นนี้ ด็อกเตอร์อากาสะก็อัปโหลดโปรแกรมที่เขียนเสร็จแล้วเข้าไปในเครื่องเปลี่ยนเสียงรูปหูกระต่ายเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเขาก็เปิดวิดีโอในคอมพิวเตอร์และสุ่มเก็บตัวอย่างไฟล์เสียงเพื่อทำการทดสอบ
"อะแฮ่ม สวัสดี ฉันชื่อด็อกเตอร์อากาสะ"
ด็อกเตอร์อากาสะยกหูกระต่ายขึ้นมาแนบชิดฝีปากแล้วเอ่ยเสียงออกไป
คราฟต์: ?????
เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
คราฟต์ใช้นิ้วปั่นหูของตนเองอย่างแรง พลางจ้องมองหูกระต่ายในมือของด็อกเตอร์อากาสะด้วยความไม่ต้องการจะเชื่อสายตา
เสียงที่เพิ่งเปล่งออกมาจากหูกระต่ายนั้น ไม่ใช่แค่คล้ายคลึงเพียงร้อยละสามสิบถึงสี่สิบตามที่คราฟต์ได้ประเมินไว้เลย แต่มันเหมือนกันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม!
ล้อกันเล่นหรือเปล่าเนี่ย!
โลกทัศน์ของคราฟต์พังทลายลงในพริบตา
สิ่งนี้แตกต่างจากสิ่งประดิษฐ์อื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตความรู้ของเขา เพราะคราฟต์สามารถเข้าใจทุกขั้นตอนในการสร้างเครื่องเปลี่ยนเสียงรูปหูกระต่ายชิ้นนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และเป็นเพราะเขาเข้าใจมันนี่เอง เขาจึงรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออย่างที่สุด
ตามวิธีการสร้างของด็อกเตอร์อากาสะแล้ว เครื่องเปลี่ยนเสียงชิ้นนี้ไม่มีทางทำสำเร็จจนได้ผลลัพธ์เช่นนี้ออกมาได้อย่างเด็ดขาด!
สิ่งนี้มันไม่ถูกหลักวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย!
คราฟต์สะดุ้งตื่นขึ้นมานั่งบนเตียงทันที เมื่อสิ่งของชิ้นนั้นเสร็จสมบูรณ์ ความฝันก็สิ้นสุดลงตามธรรมชาติ ทว่าคราฟต์ที่ตื่นขึ้นมาแล้วยังคงมีสีหน้ามึนงง ราวกับว่าเขายังคงติดอยู่ในความฝันนั้น
ไม่ได้การล่ะ เราต้องทดสอบเรื่องนี้ดูให้รู้ดำรู้แดง!
เขาสะบัดผ้าห่มออกอย่างแรง รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งตรงดิ่งไปยังห้องปฏิบัติการส่วนตัวของตนเองทันที