- หน้าแรก
- พี่สาวคนโตผู้แสนลำบาก กับการใช้ภาษาสัตว์เข้าป่าไปกอบโกยสมบัติ
- บทที่ 51 - ช่วงเวลาสั้นๆ ที่อวิ๋นเหนียงได้สติ
บทที่ 51 - ช่วงเวลาสั้นๆ ที่อวิ๋นเหนียงได้สติ
บทที่ 51 - ช่วงเวลาสั้นๆ ที่อวิ๋นเหนียงได้สติ
บทที่ 51 - ช่วงเวลาสั้นๆ ที่อวิ๋นเหนียงได้สติ
ท่านยายหวังตอบกลับ "เป็นชายหนุ่มจากหมู่บ้านเซี่ยเหอ เขาไปยืมเกวียนวัวมาส่งเจ้า แล้วก็มีชาวบ้านคนอื่นๆ มาด้วย"
หลินซุ่ยอันนึกถึงสือเหยียน คงจะเป็นเขานั่นแหละ พรุ่งนี้ค่อยไปขอบคุณเขาก็แล้วกัน ถ้านางไม่ได้เขายื่นมือเข้ามาช่วย เรื่องราวคงไม่จบลงง่ายๆ แบบนี้แน่
"แล้วพวกคนร้ายล่ะเจ้าคะ"
"ท่านหัวหน้าหมู่บ้านพาคนคุมตัวไปส่งที่ตัวเมืองด้วยตัวเองเลย ไอ้พวกสารเลวพวกนี้ ไม่รู้หลุดรอดเข้ามาถึงนี่ได้ยังไง"
หลินซุ่ยอันแค่นเสียงเย็นในลำคอ แน่นอนว่าต้องมีคนวางแผนไว้แต่แรก ไม่อย่างนั้นพวกมันจะเอาผ้าเช็ดหน้าของนางมาจากไหน
หลังจากสอบถามเรื่องราวทั้งหมดเสร็จ หลินซุ่ยอันก็หันไปพูดกับท่านยายหวัง "ท่านยาย ข้าไม่เป็นไรแล้ว ฟ้าก็มืดแล้ว ท่านรีบกลับไปพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ"
"คืนนี้ข้าจะอยู่เฝ้าพวกเจ้าเอง ขืนปล่อยพวกเจ้าไว้แบบนี้ข้าก็ไม่วางใจหรอก"
หลินซุ่ยอันรู้ว่ารบกวนท่านยายหวังมามากพอแล้ว อีกอย่างท่านยายก็อายุมากแล้ว จะให้มานั่งเฝ้าไข้ทั้งคืนคงไม่ดีแน่
"ท่านยาย รีบกลับไปเถอะเจ้าค่ะ ข้าหายดีแล้วจริงๆ ถ้ามีอะไรเดี๋ยวข้าจะเรียกท่านเอง"
เมื่อเห็นว่าหลินซุ่ยอันยืนกรานเช่นนั้น ท่านยายหวังก็ยอมตามใจ "ตกลง งั้นข้ากลับไปก่อนนะ พรุ่งนี้ข้าจะแวะมาดูใหม่"
"ข้าต้มโจ๊กไว้ในหม้อนะ ถ้าหิวก็ให้เสี่ยวหนิงไปตักมาให้กินล่ะ"
"รับทราบเจ้าค่ะ ท่านยายเดินทางกลับระวังๆ นะเจ้าคะ"
พอท่านยายหวังกลับไปแล้ว หลินซุ่ยอันก็กวักมือเรียกเจ้าอาวู่ พอเห็นว่าตามตัวมันมีผ้าพันแผลพันอยู่ก็เอ่ยถาม "ทำไมทำหน้าเศร้าซึมแบบนั้นล่ะ เจ็บแผลมากเลยหรือ"
เจ้าอาวู่ย้ายจากปลายเท้าขึ้นมานอนหมอบอยู่บนตักของหลินซุ่ยอัน "แผลไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก พักฟื้นเดี๋ยวก็หาย"
"ท่านหมอจ้าวเป็นคนทำแผลให้เจ้าหรือ"
เจ้าอาวู่เอาหัวถูไถฝ่ามือของนาง "อืม มนุษย์อย่างพวกเจ้านี่ร้ายกาจจริงๆ แต่ก็มีคนดีๆ อยู่บ้างนะ"
หลินซุ่ยอันรู้ว่าเจ้าอาวู่กำลังพูดถึงพวกคนร้ายพวกนั้น
"สือเหยียนคนนั้นก็ไม่เลวนะ วันนี้เขาก็เป็นคนพาเจ้ามาส่ง แถมยังรู้ด้วยว่าข้าบาดเจ็บ เลยให้หมอมาทำแผลให้ข้าด้วย"
หลินซุ่ยอันเพิ่งจะเคยได้ยินเจ้าอาวู่เอ่ยปากชมใครเป็นครั้งแรก วันนี้ต้องขอบคุณสือเหยียนจริงๆ วันหน้าคงต้องหาโอกาสไปตอบแทนเขาอย่างจริงจังเสียแล้ว
"ได้เลย วันหลังข้าจะพาเจ้าไปขอบคุณเขาด้วยตัวเอง"
จังหวะนั้นเอง หลินซุ่ยหนิงก็ยกชามโจ๊กออกมาจากครัว "พี่ใหญ่ กินโจ๊กรองท้องหน่อยนะเจ้าคะ"
พอกินโจ๊กเสร็จ หลินซุ่ยอันก็ล้มตัวลงนอนต่อ หลินซุ่ยหนิงกับหลินซุ่ยเหอก็ไม่ยอมกลับไปนอนห้องตัวเอง สุดท้ายทุกคนก็เบียดกันนอนอยู่ข้างๆ หลินซุ่ยอัน
โชคดีที่พวกเขายังเป็นแค่เด็ก ตัวเล็กนิดเดียว จึงพอนอนเบียดกันได้
หลินซุ่ยอันหลับๆ ตื่นๆ กระทั่งได้ยินเสียงร้องไห้สะอื้น
"อันอัน อันอัน มาหาแม่มาลูก"
เป็นเสียงของอวิ๋นเหนียงนั่นเอง
หลินซุ่ยอันลุกขึ้นนั่ง จุดตะเกียงน้ำมัน ก็เห็นว่าสีหน้าของอวิ๋นเหนียงดูเจ็บปวดทรมาน เหมือนกำลังฝันร้าย
หลินซุ่ยอันเขย่าตัวนางเบาๆ "ท่านแม่ ท่านตื่นสิ ท่านแม่"
อวิ๋นเหนียงค่อยๆ ลืมตาขึ้น หลินซุ่ยอันสังเกตเห็นแววตาที่ดูมีสติสัมปชัญญะแจ่มชัดกว่าปกติในดวงตาของนาง
"ท่านแม่ พวกเราปลอดภัยแล้วนะเจ้าคะ"
"อันอัน เจ้าบาดเจ็บหรือ เป็นอะไรมากไหมลูก"
"ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ พักสองสามวันก็หายแล้ว"
"เป็นเพราะแม่เอง แม่ไม่ดีเอง แม่ไม่น่าหลงเชื่อคนพวกนั้นเลย ทั้งหมดเป็นความผิดของแม่"
หลินซุ่ยอันแอบตกใจเล็กน้อย ตั้งแต่ทะลุมิติมา นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ยินอวิ๋นเหนียงพูดประโยคยาวๆ และสื่อสารได้ชัดเจนขนาดนี้
"ไม่ใช่ความผิดของท่านแม่หรอกเจ้าค่ะ เป็นเพราะคนพวกนั้นมันเลวต่างหาก"
ต่อให้อวิ๋นเหนียงไม่ถูกหลอก พวกมันก็คงสรรหาวิธีอื่นมาเล่นงานอยู่ดี และถึงตอนนั้นสถานการณ์อาจจะเลวร้ายกว่านี้ด้วยซ้ำ
"ท่านแม่ หิวไหมเจ้าคะ ในหม้อยังมีโจ๊กอุ่นๆ อยู่นะ"
"หิวสิ เดี๋ยวแม่ไปตักมาให้นะ"
ว่าแล้วอวิ๋นเหนียงก็ทำท่าจะลุกขึ้น แต่หลินซุ่ยอันกดไหล่นางไว้ "ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปตักเอง ท่านนอนพักเถอะ"
"งั้นแม่ถือตะเกียงนำทางให้นะ"
หลินซุ่ยอันเหลือบมองอวิ๋นเหนียงอีกครั้ง คืนนี้อวิ๋นเหนียงดูแตกต่างจากทุกวันจริงๆ
"ก็ได้เจ้าค่ะ งั้นเราไปตักด้วยกัน"
สุดท้ายหลินซุ่ยอันกับอวิ๋นเหนียงก็เดินไปที่ห้องครัวด้วยกัน แล้วก็นั่งกินโจ๊กอุ่นๆ ที่เหลืออยู่ในหม้อ
พอกลับมานอนบนเตียง อวิ๋นเหนียงก็ยังคงจับมือหลินซุ่ยอันไว้แน่น "อันอันของแม่สวยเหลือเกิน"
"สวยเหมือนท่านแม่ไงเจ้าคะ"
อวิ๋นเหนียงเผยรอยยิ้มออกมา นางใช้มือตบเบาๆ ที่ตัวของหลินซุ่ยอันราวกับกำลังกล่อมเด็กนอน "นอนเถอะอันอัน"
หลินซุ่ยอันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอย่างประหลาด ก่อนจะผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นใครอยู่ข้างกายแล้ว แต่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวดังมาจากลานบ้านเป็นระยะ
หลินซุ่ยอันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ตอนนี้นางแทบจะรอไปพบอวิ๋นเหนียงไม่ไหวแล้ว
"ท่านแม่"
พอได้ยินเสียงเรียก อวิ๋นเหนียงก็วิ่งเข้ามาในห้อง แววตาของนางที่มองหลินซุ่ยอันเต็มไปด้วยความดีใจ แต่ทว่าความมีสติสัมปชัญญะที่เห็นเมื่อคืนกลับหายไปหมดแล้ว
"ท่านแม่ แผลหายเจ็บหรือยังเจ้าคะ"
อวิ๋นเหนียงลูบหัวตัวเอง "ไม่เจ็บแล้ว ข้ากินยา ข้าจะดูแลอันอัน"
หลินซุ่ยอันรู้สึกเหมือนเหตุการณ์เมื่อคืนเป็นเพียงแค่ความฝัน วันนี้อวิ๋นเหนียงกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว
"เจ้าค่ะ ท่านแม่เป็นเด็กดีต้องพักผ่อนเยอะๆ นะ"
ถ้าบอกว่าไม่ผิดหวังก็คงจะโกหก หากอวิ๋นเหนียงสามารถกลับมาเป็นคนปกติเหมือนคนทั่วไปได้ก็คงจะดีไม่น้อย
ระหว่างวัน ท่านยายหวังกับท่านหมอจ้าวก็แวะมาดูอาการ
หลินซุ่ยอันเล่าอาการของอวิ๋นเหนียงเมื่อคืนให้ฟัง
ท่านหมอจ้าวถอนหายใจ "ถ้าพอจะมีเงินอยู่บ้าง ก็ลองไปหาหมอฝีมือดีๆ มารักษาดูเถอะ ตอนนั้นพ่อเจ้าก็เคยให้ข้ามาตรวจดูอาการแม่เจ้าอยู่เหมือนกัน แม่เจ้าน่าจะเคยได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนักที่ศีรษะจนมีเลือดคั่งในสมอง น่าเสียดายที่วิชาแพทย์ของข้ายังไม่ลึกล้ำพอ จึงไม่มีปัญญารักษาได้"
"ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบที่เจ้าเล่ามาเมื่อคืนจริงๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นสัญญาณที่ดีหรือร้าย ทางที่ดีรีบไปหาหมอเก่งๆ มาตรวจดูจะดีกว่า"
หลินซุ่ยอันจดจำคำแนะนำของท่านหมอจ้าวไว้ในใจ
"ขอบคุณท่านหมอจ้าวมากเจ้าค่ะ"
หลินซุ่ยอันจ่ายค่ารักษาพยาบาลของทุกคนไป ซึ่งก็ทำให้เงินร่อยหรอลงไปอีก ตอนนี้นางบาดเจ็บอยู่ คงจะเข้าป่าหาเงินไม่ได้ไปอีกพักใหญ่
หลินซุ่ยอันยังรู้สึกมึนหัวอยู่บ้าง ใจจริงนางอยากจะออกไปสืบข่าวของพวกคนร้าย แต่สภาพร่างกายยังไม่อำนวย ไม่คาดคิดเลยว่าท่านหัวหน้าหมู่บ้านจะแวะมาหาถึงที่
"ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน"
"ซุ่ยอัน อาการดีขึ้นบ้างหรือยัง"
"ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน แล้วพวกคนร้ายพวกนั้นล่ะเจ้าคะ"
หัวหน้าหมู่บ้านตั้งใจจะมาแจ้งเรื่องนี้อยู่แล้ว
"เมื่อวานพวกเราคุมตัวคนร้ายไปส่งให้หัวหน้าตำบลขังไว้แล้วล่ะ เรื่องอื่นๆ คงต้องสืบสวนต่อ ท่านหัวหน้าตำบลบอกว่าเมื่อถึงเวลาอาจจะต้องเรียกตัวพวกเจ้าไปให้ปากคำเพิ่มเติม"
หลินซุ่ยอันพยักหน้ารับ "รอให้ข้าหายดีขึ้นอีกหน่อย พรุ่งนี้ข้าจะเดินทางไปที่ตำบลด้วยตัวเองเจ้าค่ะ"
"ไม่ต้องรีบร้อนหรอก รักษาตัวให้หายดีก่อนเถอะ"
"เรื่องเมื่อวานต้องขอบคุณท่านปู่และท่านลุงท่านป้าในหมู่บ้านทุกคนมากนะเจ้าคะ วันหลังข้าจะซื้อเนื้อหมูมาเลี้ยงขอบคุณทุกคน"
หัวหน้าหมู่บ้านถอนใจเบาๆ "เจ้าเด็กคนนี้นี่ จะมาเกรงใจอะไรกันเล่า พวกเจ้าปลอดภัยกลับมาก็ดีที่สุดแล้ว คนหมู่บ้านเดียวกันช่วยเหลือกันก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องมีของตอบแทนอะไรหรอก เจ้าตั้งใจรักษาตัวให้ดีเถอะ"
ในใจของเขาก็นึกตำหนิคนตระกูลหลินไปด้วย สายเลือดตระกูลหลินแท้ๆ เกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ คนตระกูลหลินกลับไม่โผล่หัวมาให้เห็นเลยสักคน ช่างแล้งน้ำใจเสียจริง เมื่อก่อนหัวหน้าหมู่บ้านยังเคยคิดว่าถ้าตระกูลหลินมีคนสอบติดเป็นซิ่วไฉได้ คนในหมู่บ้านก็คงพลอยได้หน้าไปด้วย
แต่ดูจากตอนนี้แล้ว อย่าว่าแต่จะสอบติดเลย ต่อให้สอบติดจริงๆ ชาวบ้านก็คงไม่ได้พึ่งพาบารมีอะไรหรอก
หลังจากส่งหัวหน้าหมู่บ้านกลับไป ไม่คิดเลยว่าสือเหยียนก็จะแวะมาหาด้วยเช่นกัน