- หน้าแรก
- พี่สาวคนโตผู้แสนลำบาก กับการใช้ภาษาสัตว์เข้าป่าไปกอบโกยสมบัติ
- บทที่ 50 - ลูกอมอุ่นๆ
บทที่ 50 - ลูกอมอุ่นๆ
บทที่ 50 - ลูกอมอุ่นๆ
บทที่ 50 - ลูกอมอุ่นๆ
สือเหยียนตาไว รีบคว้าตัวนางมากอดไว้แน่น "แม่นางหลิน"
เจ้าอาวู่ก็ร้อนรน เดินวนไปวนมารอบตัวหลินซุ่ยอัน
หลินซุ่ยหนิงถึงจะเชื่อฟังคำสั่งพี่ใหญ่ ยอมหลบอยู่หลังต้นไม้ไม่ได้แอบดู แต่พอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว นางก็รีบวิ่งออกมา แล้วก็เห็นพี่ใหญ่สลบไป
"พี่ใหญ่!"
"อันอัน!"
สถานการณ์ตอนนี้วุ่นวายไปหมด
สือเหยียนดูจะมีสติที่สุด "พวกเราลงเขากันก่อนเถอะ ไปหาหมอให้ตรวจดูอาการสักหน่อย"
พูดจบเขาก็ไม่สนอะไรอีก อุ้มหลินซุ่ยอันเดินลงจากเขาไปทันที
อวิ๋นเหนียงจูงมือเด็กทั้งสองคนเดินตามไปติดๆ โดยมีเจ้าอาวู่เดินตามไปด้วย
ที่ตีนเขา หัวหน้าหมู่บ้านซวงซีพากันเดินตามหาจนมาถึงที่นี่
พอเห็นพวกคนร้ายถูกจับกดลงกับพื้น เขาก็กำลังปรึกษากับหัวหน้าหมู่บ้านเซี่ยเหอว่าจะจัดการอย่างไรดี แต่จู่ๆ ก็เห็นสือเหยียนอุ้มหลินซุ่ยอันลงมาจากเขาพอดี
"ซุ่ยอัน เจ้าเป็นอะไรไป"
พอหลินซุ่ยหนิงเห็นหัวหน้าหมู่บ้านที่คุ้นเคยก็ปล่อยโฮออกมาทันที "ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน ช่วยพี่ใหญ่ข้าด้วยเจ้าค่ะ พี่ใหญ่บาดเจ็บ ข้าไม่อยากให้พี่ใหญ่ตาย"
"เด็กดี ไม่เป็นไรนะ"
หัวหน้าหมู่บ้านเห็นว่าไม่ใช่แค่หลินซุ่ยอันที่บาดเจ็บ คนอื่นๆ ก็มีบาดแผลเต็มตัวไปหมด โดยเฉพาะอวิ๋นเหนียง เลือดที่ศีรษะไหลจนผมเปียกชุ่ม คงจะเจ็บหนักไม่เบา
"เอาอย่างนี้ ข้าจะพาคนคุมตัวพวกคนร้ายไปส่งที่ตัวเมือง ส่วนคนอื่นๆ พาพวกซุ่ยอันกลับไปหาหมอก่อนเถอะ"
สือเหยียนยืมเกวียนวัวของคนในหมู่บ้านเพื่อพาพวกนางกลับหมู่บ้านซวงซี ส่วนสือเฟิงก็ติดตามหัวหน้าหมู่บ้านทั้งสองและชาวบ้านคนอื่นๆ คุมตัวคนร้ายไปที่เมือง
ที่บ้านเก่า ท่านหมอจ้าวกำลังทำแผลที่ศีรษะให้หลินซุ่ยอัน สือเหยียนยืนรออยู่ตรงลานบ้านไม่ได้เข้าไปข้างใน ส่วนท่านยายหวังก็กำลังวุ่นวายอยู่กับการช่วยต้มน้ำและเป็นลูกมือ
ปากก็พร่ำบ่นไม่หยุด "โธ่เอ๊ย น่าสงสารจริงๆ สวรรค์ไม่มีตาเอาเสียเลย"
เจ้าอาวู่ยืนอยู่ข้างๆ สือเหยียน จ้องมองความเคลื่อนไหวในห้องไม่วางตา สือเหยียนลูบหัวมันเบาๆ "เจ้าก็เป็นห่วงนางใช่ไหมล่ะ"
จากนั้นเขาก็เพิ่งสังเกตเห็นว่ามันก็บาดเจ็บเหมือนกัน "เจ้าก็บาดเจ็บนี่"
ตอนนี้เจ้าอาวู่รู้สึกท้อแท้ใจ มันรู้สึกว่าตัวเองยังแข็งแกร่งไม่พอ ถ้ามันมีความเร็วและพลังเหมือนจ่าฝูงหมาป่า วันนี้มันคงไม่ปล่อยให้หลินซุ่ยอันต้องเจ็บตัวแบบนี้
เจ้าอาวู่ล้มตัวลงนอนตรงกองฟางหน้าประตู
ท่านหมอจ้าวจัดยาให้หลินซุ่ยอันเสร็จ ก็หันมาตรวจดูอาการของอวิ๋นเหนียง พอจับชีพจรดู คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน "เจ้ารู้สึกปวดหัวไหม"
อวิ๋นเหนียงเอาแต่นั่งเหม่อลอย จ้องมองหลินซุ่ยอันที่นอนอยู่บนเตียงโดยไม่สนใจคำถามของท่านหมอจ้าวเลยแม้แต่น้อย
ท่านหมอจ้าวถอนหายใจยาว ก่อนจะจับให้นางนอนลงบนเตียง "พักผ่อนก่อนเถอะ แผลเจ้าก็ไม่ได้เบาไปกว่านังหนูซุ่ยอันเลยนะ"
พอจับให้นอนลง อวิ๋นเหนียงก็ลุกขึ้นมานั่งอีก เป็นแบบนี้อยู่หลายรอบจนท่านหมอจ้าวหมดปัญญา สุดท้ายท่านยายหวังต้องเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อม "ซุ่ยอันบาดเจ็บ ต้องพักผ่อน เจ้าเองก็บาดเจ็บ ต้องให้หมอตรวจดู พอหายดีแล้วจะได้มาคอยดูแลซุ่ยอันไงล่ะ"
ราวกับจะฟังคำพูดของท่านยายหวังเข้าใจ อวิ๋นเหนียงพึมพำกับตัวเอง "ดูแลซุ่ยอัน ป่วยไม่ได้ ต้องหาหมอ"
"ใช่แล้ว เด็กดี นอนลงนะ ให้หมอตรวจดู"
ท่านหมอจ้าวถึงได้ทำแผลให้อวิ๋นเหนียงจนเสร็จ
โชคดีที่หลินซุ่ยหนิงกับหลินซุ่ยเหอบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แค่ทายาก็พอ
ท่านหมอจ้าวเก็บกล่องยา "ข้าจัดยาหอมระงับประสาทให้เด็กสองคนนี่ด้วย ประเดี๋ยวให้กินยาแล้วนอนพักสักตื่น คืนนี้ก็คอยเฝ้าดูอาการให้ดีล่ะ ระวังจะมีไข้"
พูดจบ เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าท่านยายหวังก็เป็นแค่คนมาช่วยงาน ส่วนบ้านนี้ไม่มีใครที่พอจะเป็นผู้นำพึ่งพาได้เลย ล้มหมอนนอนเสื่อกันไปหมด
ท่านหมอจ้าวถอนหายใจ "ช่างเถอะ เดี๋ยวค่ำๆ ข้าจะแวะมาดูอาการให้อีกทีก็แล้วกัน"
ท่านยายหวังรีบพูดขึ้น "ไม่เป็นไรหรอก คืนนี้ข้าจะค้างที่นี่คอยดูแลพวกนางเอง ยานี่ข้าก็กำลังต้มให้อยู่"
ท่านหมอจ้าวถึงได้วางใจและกลับไป
สือเหยียนเห็นท่านหมอจ้าวเดินออกมา ก็เข้าไปสอบถามอาการ
ท่านหมอจ้าวมักจะมารักษาคนแถวนี้อยู่บ่อยๆ จึงพอจะรู้จักสือเหยียนอยู่บ้าง "วันนี้ต้องขอบใจเจ้ามาก เจ้ารีบกลับไปเถอะ บ้านนี้ไม่มีผู้ชายอยู่เลย เจ้าอยู่ด้วยคงดูไม่ค่อยเหมาะนัก"
สือเหยียนก็เข้าใจเรื่องนี้ดี เขาถึงได้ยืนรออยู่แค่ตรงลานบ้านไม่ได้เข้าไปข้างใน
"ท่านหมอจ้าว หมาตัวนี้ก็บาดเจ็บเหมือนกัน ท่านช่วยดูให้มันหน่อยเถอะ"
ท่านหมอจ้าวตรวจดูอาการคร่าวๆ แล้วก็ทำแผลให้เจ้าอาวู่ "สงสัยคงต้องพักฟื้นไปอีกสักพักล่ะนะ"
สุดท้าย สือเหยียนก็ลูบหัวเจ้าอาวู่เบาๆ "เฝ้าเจ้านายของพวกเจ้าไว้ให้ดีล่ะ"
จากนั้นเขาก็เดินกลับไปพร้อมกับท่านหมอจ้าว
ณ บ้านตระกูลหลิน
พอได้ยินข่าวว่าอวิ๋นเหนียง หลินซุ่ยหนิง และหลินซุ่ยเหอกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย หลิวซื่อก็เริ่มลนลาน
"น้องเล็ก เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าทุกอย่างเตรียมการไว้พร้อมสรรพไม่มีพลาด แล้วทำไมพวกนั้นถึงโดนจับได้ล่ะ แถมนังบ้านั่นก็กลับมาบ้านได้อย่างปลอดภัย พวกมันจะไม่ซัดทอดมาถึงพวกเราใช่ไหม"
ตั้งแต่หลินจิ่งเซี่ยโดนจับเข้าคุกที่ศาลาว่าการตำบล ตอนนี้พอได้ยินเรื่องแจ้งทางการทีไร หลิวซื่อก็ใจสั่นหวาดผวาไปหมด
หลินเฉี่ยวเม่ยกลอกตาใส่หลิวซื่อ "พี่สะใภ้รอง ดูท่านสิ ขี้ขลาดตาขาวไปได้ ข้าลงมือเองทั้งทีมีอะไรต้องให้กังวล ต่อให้พวกมันโดนจับได้ ก็สาวมาไม่ถึงพวกเราหรอกน่า"
หลิวซื่อถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก "แบบนั้นก็ดีแล้ว แค่ครั้งนี้ทำพลาด วันหน้าคงลงมือยากขึ้นแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าตอนนี้นังหลินซุ่ยอันมันไปเอาความเก่งกาจมาจากไหน ถึงตามหาคนจนเจอได้ แต่ได้ยินมาว่ามันเจ็บหนักเอาการอยู่นะ"
ยายเฒ่าหลินพอได้ยินชื่อหลินซุ่ยอันก็กัดฟันกรอดด้วยความแค้น "ตายไปเลยได้ก็ดี นังเด็กอายุสั้น ครั้งนี้ถือว่ามันโชคดีเกินไปแล้ว"
หลินเฉี่ยวเม่ยเองก็รู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อย อุตส่าห์วางแผนมาอย่างรอบคอบ กลับทำไม่สำเร็จ ช่างน่าเสียดายจริงๆ
แต่ก็ไม่เป็นไร วันข้างหน้ายังมีเวลาอีกถมเถ อีกอย่าง คนที่หลินซุ่ยอันล่วงเกินในวันนี้ก็ใช่ว่าจะรับมือได้ง่ายๆ ต่อให้จับตัวพวกนี้ไปได้ แต่เบื้องหลังยังมีนายใหญ่หนุนหลังอยู่อีก ถึงตอนนั้นคงไม่ต้องถึงมือข้าลงมือเอง ก็มีคนจัดการนางให้แล้ว
หลินซุ่ยอันฟื้นขึ้นมาตอนค่ำ
พอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ก็เห็นหลินซุ่ยหนิงกับหลินซุ่ยเหอนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง เจ้าอาวู่นอนอยู่ปลายเท้า ส่วนอวิ๋นเหนียงนอนอยู่ข้างๆ สองมือของนางจับมือหลินซุ่ยอันเอาไว้แน่น ดูเหมือนจะหลับสนิทไปแล้ว
"เสี่ยวหนิง เสี่ยวเหอ"
"พี่ใหญ่ พี่ฟื้นแล้ว! ปวดหัวไหมเจ้าคะ"
หลินซุ่ยหนิงช่วยพยุงหลินซุ่ยอันให้ลุกขึ้นนั่ง หลินซุ่ยอันรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย พอนั่งพิงสักพักอาการถึงค่อยยังชั่วขึ้น สงสัยคงจะสมองกระทบกระเทือนกระมัง
เจ้าอาวู่เอาหัวมาถูไถขาของนาง ก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อ
"ท่านแม่เป็นยังไงบ้าง"
จังหวะนั้นเอง ท่านยายหวังก็ยกถ้วยยาเดินเข้ามา "ซุ่ยอันฟื้นแล้ว รีบกินยาเสียสิ"
"ท่านยาย รบกวนท่านแล้วเจ้าค่ะ"
"รบกวนอะไรกันเล่า พวกเจ้านี่สิต้องมาตกระกำลำบาก"
หลินซุ่ยอันกำลังจะเอื้อมมือไปรับถ้วยยา แต่หลินซุ่ยหนิงชิงรับไปก่อน "พี่ใหญ่ ข้าป้อนพี่เองเจ้าค่ะ"
ตอนแรกหลินซุ่ยอันตั้งใจจะปฏิเสธ แต่หลินซุ่ยหนิงก็ตักยามาจ่อที่ปากแล้ว
หลินซุ่ยอันมองท่าทีระมัดระวังของหลินซุ่ยหนิง ทั้งสองคนคงจะตกใจกลัวกันมาก นางจึงไม่อยากขัดศรัทธา ยอมอ้าปากดื่มยาแต่โดยดี
ส่วนหลินซุ่ยเหอก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบลูกอมออกมาเม็ดหนึ่ง "พี่ใหญ่ ยากินแล้วขม กินลูกอมนะขอรับ"
ลูกอมเม็ดนั้นเริ่มละลายและอุ่นๆ ไปด้วยอุณหภูมิร่างกายของเขา น่าจะเป็นลูกอมที่หลินซุ่ยอันซื้อมาจากตัวเมืองคราวก่อน เขาคงเก็บไว้ไม่ยอมกิน แต่ตอนนี้กลับยอมควักออกมาให้นางอย่างใจกว้าง
"เสี่ยวเหอเด็กดี พี่ใหญ่ไม่กลัวขม เจ้านั่นแหละกินเถอะ"
แต่หลินซุ่ยเหอยังคงยื่นมือค้างไว้อย่างดื้อดึง หลินซุ่ยอันจึงต้องยอมอมลูกอมอุ่นๆ เม็ดนั้นเข้าไป
หลินซุ่ยเหอถึงได้เผยรอยยิ้มออกมา
ท่านยายหวังมองดูภาพอันอบอุ่นนี้แล้วก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่หางตา ช่างเป็นเด็กดีกันทุกคนเลย
"แม่เจ้าศีรษะแตก แต่ก็ไม่ยอมพักผ่อนรักษาตัว ดึงดันจะมานั่งเฝ้าเจ้าให้ได้ นี่แหละข้าถึงต้องยอมให้นางมานอนข้างๆ เจ้า นางถึงได้ยอมหลับไป"
"แล้วท่านหมอจ้าวว่ายังไงบ้างเจ้าคะ"
ท่านยายหวังส่ายหน้า "บอกแค่ว่าให้กินยาแล้วรอดูอาการไปก่อน"
"ท่านยาย วันนี้ใครเป็นคนพาข้ามาส่งหรือเจ้าคะ"
ความทรงจำสุดท้ายของหลินซุ่ยอันคือตอนที่นางมัดตัวพวกคนร้ายแล้วส่งตัวให้พี่ชายของสือเหยียน จากนั้นนางก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย