- หน้าแรก
- เดิมพันหมดหน้าตัก ขอแค่ได้ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน
- ตอนที่ 490 "ฉันสงสัยเรื่องหนึ่งมาตลอดเลย
ตอนที่ 490 "ฉันสงสัยเรื่องหนึ่งมาตลอดเลย
ตอนที่ 490 "ฉันสงสัยเรื่องหนึ่งมาตลอดเลย
ตอนที่ 490 "ฉันสงสัยเรื่องหนึ่งมาตลอดเลย
ตอนที่อิงโย่วจิ้นจู่ๆ ก็พาทีมแปรพักตร์ไปในตอนนั้น เขาค้นพบเรื่องหมอกแมลงสีดำและผู้ติดเชื้อได้ยังไงเหรอคะ" เว่ยซานมองไปที่จิ่งถี "หมอจิ่งพอจะทราบไหมคะ"
จิ่งถีส่ายหน้า "ฉันไม่รู้สิ ฉันไม่เคยพบท่านรัฐมนตรีมาก่อนเลย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวใจของอิงเฉิงเหอก็กระตุกวาบ จนถึงป่านนี้กองทัพอิสระก็ยังคงเรียกอิงโย่วจิ้นว่า 'รัฐมนตรี' อยู่อีกหรือ
ในตอนนั้น ตอนที่อิงโย่วจิ้นนำกองกำลังเขตที่สามแปรพักตร์และจากไป ตำแหน่งของเขาคือรัฐมนตรีกระทรวงบัญชาการ
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จิ่งถีก็เอ่ยขึ้น "ฉันพูดทุกอย่างที่ควรพูดไปหมดแล้ว ในเมื่อพวกเธอสามารถค้นพบปัญหาของเครื่องบันทึกข้อมูลขนาดจิ๋วได้เร็วขนาดนี้ การถอดชนวนระเบิดบีบอัดก็คงเป็นเรื่องง่าย อย่างไรก็ตาม ฉันหวังว่าพวกเธอจะยังเก็บเครื่องบันทึกข้อมูลขนาดจิ๋วนั่นไว้กับตัว เพื่อที่ฉันจะได้คอยเฝ้าติดตามความเปลี่ยนแปลงของพวกเธอได้ตลอดเวลา ส่วนทางฝั่งกองทัพอิสระ ฉันจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น"
"เข้าใจแล้วค่ะ" เว่ยซานล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า ปลายนิ้วสัมผัสเฉียดกล่องกันระเบิดขนาดเล็กใบนั้น เธอทะยานลุกขึ้นยืน "หมอจิ่ง รีบพักผ่อนเถอะค่ะ พวกเราขอตัวกลับก่อน"
จิ่งถีหัวเราะขื่น ตอนนี้เขาจะข่มตาหลับลงได้อย่างไร
ทั้งห้าคนไม่คาดคิดเลยว่าจิ่งถีจะยอมรับออกมาตรงๆ และเล่าเรื่องต่างๆ ให้พวกเขาฟังมากมายขนาดนี้ เมื่อได้รับข้อมูลมามากพอสมควร เว่ยซานและคนอื่นๆ จึงเตรียมตัวออกจากห้อง
หลังจากที่พวกจินเคอปีนออกไปทางหน้าต่างกันหมดแล้ว จู่ๆ เว่ยซานก็หันหลังกลับมาและเอ่ยถามหมอที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะ "หมอจิ่ง ชื่อนี้เป็นชื่อจริงของคุณหรือเปล่าคะ"
จิ่งถีชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มออกมา "จะคิดแบบนั้นก็ได้นะ"
จิ่งถี จิ่งถี—ความระแวดระวัง พวกเขาไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยจริงๆ
...
วันรุ่งขึ้น ไม่มีสมาชิกทีมกำลังหลักของสถาบันการทหารต๋าโมเค่อซือคนไหนลุกจากเตียงเลย พวกเขากลับมาถึงในตอนเช้าตรู่ แม้ปากจะบอกว่าพักผ่อน แต่ในความเป็นจริง ทันทีที่ประตูปิดลง ก็ไม่มีใครข่มตาหลับได้ลงเลย
จนถึงตอนนี้ เว่ยซานก็ยังคงเอนหลังพิงพนักเตียง ในมือถือกล่องกันระเบิดขนาดเล็กใบนั้นเอาไว้ เธอหลับตาลงและจมอยู่ในห้วงความคิด
"ก๊อก ก๊อก—"
เวลาเก้าโมงตรง มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ฮั่วเซวียนซานยืนอยู่ตรงทางเข้า "เว่ยซาน ลุกขึ้นมากินอะไรหน่อยสิ"
เมื่อได้ยินเสียงเรียก เว่ยซานก็ปรือตาขึ้นและจ้องมองไปที่ประตูอยู่ครู่หนึ่ง ท้ายที่สุด เธอก็สะบัดมือเก็บกล่องใบนั้นไป แล้วลุกขึ้นไปเปิดประตู
"ทำไมวันนี้ถึงออกไปซื้อข้าวเช้ามาล่ะ" เว่ยซานถามด้วยความแปลกใจขณะมองไปที่ห้องนั่งเล่นอันว่างเปล่า
ในบรรดาพวกเขาทั้งหมด ฮั่วเซวียนซานดูเหมือนสุภาพบุรุษผู้ดีมากที่สุด คำพูดและการกระทำของเขาก็สอดคล้องกับภาพลักษณ์นั้น แต่มันก็เป็นเพียงแค่ภาพลักษณ์เท่านั้น ก่อนหน้านี้เว่ยซานเคยถูกเขาหลอกตอนอยู่ที่ลานประลองเถื่อนมาแล้ว จนหลงคิดว่าเขาเป็นลูกหลานจากตระกูลผู้ดีเก่าแก่ที่เคร่งครัด
เมื่อมาดูตอนนี้ มันช่างตรงกับคำกล่าวที่ว่า ไม่มีใครที่สมัครเข้าสถาบันการทหารต๋าโมเค่อซือเป็นคนปกติสักคน
"ฉันไปออกกำลังกายมา ก็เลยแวะซื้อมาฝากน่ะ" ฮั่วเซวียนซานโยนถุงอาหารให้เว่ยซาน จากนั้นก็หันไปเตะประตูห้องของอีกสามคนที่เหลือให้เปิดออกทีละบาน
"ฉันกำลังเปลี่ยนกางเกงอยู่นะเว้ย!" อิงเฉิงเหอแหวลั่น มือดึงกางเกงขึ้นมาจับไว้แน่น
"สีแดงสดซะด้วย" ฮั่วเซวียนซานเลิกคิ้ว
อิงเฉิงเหอ: "..." เขาควรจะดีใจสินะที่ไม่มีตัวหนังสือเขียนอยู่บนกางเกงในของเขา
หลายคนเดินงัวเงียออกมาจากห้องด้วยท่าทางอ่อนเพลีย ทั้งห้าคนเบียดกันเป็นแถวบนโซฟา นั่งกินอาหารเช้าด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
เมื่อกินกันจนเกือบจะเสร็จแล้ว เว่ยซานก็พูดขึ้นมา "ฉันจะออกไปข้างนอกแป๊บนึงนะ"
"เธอจะออกไปทำไม" ทั้งสี่คนหันขวับมาจ้องเว่ยซานเป็นตาเดียว
"...ฉันจะไปขอให้อิงซิงเจวี๋ยช่วยถอดชนวนระเบิดให้น่ะ" เว่ยซานหยิบกล่องกันระเบิดขนาดเล็กออกมา "ไหนๆ หมอจิ่งก็รู้เรื่องนี้แล้ว ฉันไปตอนกลางวันเลยดีกว่า คืนนี้ฉันยังต้องไปฝึกซ้อมที่อาคารจำลองสถานการณ์อีก"
"รีบไปรีบกลับล่ะ" จินเคอเอ่ย
เว่ยซานลุกขึ้นยืนแล้วโบกมือไปด้านหลัง "รู้แล้วน่า"
แม้ปากจะบอกว่าจะไปหาอิงซิงเจวี๋ยเพื่อช่วยถอดชนวนระเบิด แต่แท้จริงแล้ว เว่ยซานกลับเดินตรงไปยังทางออกของลานฝึกซ้อมและเดินเตร็ดเตร่ออกไปเพียงลำพัง
เมื่อมาถึงย่านใจกลางเมืองอันพลุกพล่าน อากาศยานหลากหลายรูปแบบแล่นโฉบเฉี่ยวไปมาบนท้องฟ้า ผู้คนเดินขวักไขว่เร่งรีบ ภายใต้ป้ายโฆษณานีออนสีสันสดใสสว่างไสว บางครั้งก็มีผู้ใหญ่จูงหรืออุ้มเด็กเดินผ่านไปมา
อันที่จริง มันไม่ได้แตกต่างจากภาพที่เธอเห็นตอนที่เข้ามาในตัวเมืองบนดาว 3212 ครั้งแรกในตอนนั้นมากนัก แค่มีคนเยอะกว่า ถนนกว้างกว่า และตึกระฟ้าสูงกว่าก็เท่านั้น
เว่ยซานยืนอยู่ท่ามกลางกระแสฝูงชน เฝ้ามองผู้คนที่เดินผ่านไปมา จิตใจของเธอเริ่มล่องลอยไปเล็กน้อย
"เธอมาทำอะไรที่นี่" อากาศยานลำหนึ่งร่อนลงมาจากกลางอากาศและหยุดลงตรงหน้าเว่ยซาน ก่อนที่หน้าต่างจะเลื่อนลงมา
เป็นเซียวอีไลนั่นเอง
เขาประเมินเว่ยซานตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตายังคงแฝงความระแวดระวังที่ไม่อาจปิดบังได้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยอมหยุดรถ
"พวกคนจากต๋าโมเค่อซือหายไปไหนกันหมดล่ะ"
เว่ยซานดึงสติกลับมาสู่โลกความจริงและมองไปที่อากาศยานของเขา "ขอยืมอากาศยานของนายขับหน่อยสิ"
เซียวอีไลอยากจะปฏิเสธใจแทบขาด แต่หลังจากลังเลต่อสู้กับตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดเขาก็ตอบตกลง
เขาไม่ได้พยายามจะประจบประแจงเว่ยซานเลยสักนิด เซียวอีไลแก้ตัวกับตัวเองอยู่ในใจ
ทันทีที่เว่ยซานขึ้นมานั่ง เธอก็สับเปลี่ยนจากโหมดอัตโนมัติเป็นโหมดควบคุมด้วยตัวเอง จากนั้นก็เริ่มซิ่งอากาศยานทันที
"เชี่ยเอ๊ย!" เซียวอีไลตกใจแทบสิ้นสติกับการดริฟต์กะทันหัน เมื่อมองดูตึกที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ เขาก็แหกปากลั่น "เราจะชนแล้ว!!!"
"มันมีกำแพงป้องกันอยู่ นายจะแหกปากทำไมเนี่ย"
...
เว่ยซานพาเซียวอีไลขับรถซิ่งร่อนไปทั่วอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะกลับมาที่ลานฝึกซ้อมในที่สุด
"ขอบใจนะ ฉันไปล่ะ" เว่ยซานลงจากรถ ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป
เซียวอีไลยืนอึ้งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน รู้สึกว่ามีบางอย่างทะแม่งๆ
"!!!"
เขากำลังจะกลับบ้านนี่นา! แล้วทำไมเขาถึงกลับมาโผล่ที่นี่อีกครั้งเนี่ย!!!
ตอนที่ 253: สร้อยคอ
ช่วงเวลาสองสามวันหลังจบการแข่งขันมักจะเป็นช่วงที่ผ่อนคลายที่สุด ในเวลานี้ยังเหลือเวลาอีกยาวไกลกว่าจะถึงการแข่งขันนัดต่อไป ทุกคนต่างกำลังพักผ่อน ส่วนใหญ่มักจะดูภาพย้อนหลังการถ่ายทอดสดเพื่อค้นหาจุดบกพร่องและจุดเด่นของตัวเองรวมถึงสถาบันการทหารอื่นๆ
หลังจากกลับมาจากการซิ่งอากาศยานของเซียวอีไล เว่ยซานก็ก้มหน้าลงพิมพ์ข้อความส่งหาอิงซิงเจวี๋ย โดยบอกว่าเธอต้องการถอดชนวนระเบิดบีบอัดในเครื่องบันทึกข้อมูลขนาดจิ๋ว
เมื่ออิงซิงเจวี๋ยได้รับข้อความนี้ เขาก็ก้มหน้าเตรียมพิมพ์ตอบกลับไปว่า: ตกลง เมื่อไหร่...
ยังไม่ทันที่เขาจะพิมพ์ประโยคนั้นจบและกดส่ง ก็มีเสียงเคาะดังมาจากนอกหน้าต่างหลายครั้ง
แทบจะในพริบตานั้น อิงซิงเจวี๋ยก็รู้ได้ทันทีว่าใครอยู่ข้างนอกหน้าต่าง เขาก้าวไปข้างหน้าและเปิดหน้าต่างออก และก็เป็นอย่างที่คิด เว่ยซานอยู่ตรงนั้นจริงๆ
"ฉันเข้าไปได้ไหม" เว่ยซานเอ่ยถาม สองมือจับขอบหน้าต่างเอาไว้แน่น
คำถามของเธอดูน่าประหลาด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เว่ยซานปีนเข้าหน้าต่าง ก่อนหน้านี้เธอมักจะปีนเข้ามาเลยโดยไม่ได้ถามเขาก่อนสักคำ
ขนตาของอิงซิงเจวี๋ยสั่นไหวเล็กน้อยขณะที่เขายื่นมือออกไปหาเว่ยซานที่อยู่นอกหน้าต่าง "เข้ามาสิ"
เว่ยซานจ้องมองนิ้วมือเรียวยาวสะอาดสะอ้านของอิงซิงเจวี๋ยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจับมือเขาไว้ในที่สุด เธออาศัยแรงดึงจากเขาเพื่อกระโดดเข้ามาในห้อง หลังจากเข้ามาแล้ว เธอก็รีบปล่อยมือเขาทันที
มือของอิงซิงเจวี๋ยทิ้งตัวลงแนบข้างขากางเกง นิ้วนางและนิ้วก้อยของเขางอเข้าหากันเล็กน้อย เขาเอ่ยขึ้นว่า "ฉันจะให้เขามาเดี๋ยวนี้แหละ"
เว่ยซานพยักหน้า "ฉันจะรอตรงนี้นะ"