- หน้าแรก
- เดิมพันหมดหน้าตัก ขอแค่ได้ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน
- ตอนที่ 491 เขากำลังติดต่อให้ชายวัยกลางคนเมื่อคืนนี้เดินทางมาหา
ตอนที่ 491 เขากำลังติดต่อให้ชายวัยกลางคนเมื่อคืนนี้เดินทางมาหา
ตอนที่ 491 เขากำลังติดต่อให้ชายวัยกลางคนเมื่อคืนนี้เดินทางมาหา
ตอนที่ 491 เขากำลังติดต่อให้ชายวัยกลางคนเมื่อคืนนี้เดินทางมาหา
เว่ยซานยืนรอเงียบๆ อยู่ภายในห้อง สายตาของเธอทอดมองไปยังกำแพงฝั่งตรงข้าม ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
อีกด้านหนึ่ง ในห้องนั่งเล่น ฮั่วเจี้ยนและจี้ชูอวี่เดินออกมา ทั้งสองยืนเงียบๆ อยู่หลังประตูห้องของอิงซิงเจวี๋ย
นับตั้งแต่อิงซิงเจวี๋ยประสบอุบัติเหตุถึงสองครั้งและกลับมา พวกเขาก็คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวภายในห้องของเขาอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำนองนั้นขึ้นอีก ดังนั้น เมื่อมีคนเพิ่มขึ้นมาในห้องของอิงซิงเจวี๋ย ทั้งสองคนจึงรีบขยับเข้าไปใกล้ทันที
"นั่งรอตรงนี้สักครู่นะ" หลังจากอิงซิงเจวี๋ยส่งข้อความเสร็จ เขาก็ดึงเก้าอี้ในห้องมาให้เว่ยซานนั่ง จากนั้นก็หันหลังเดินไปที่ประตู
เขาแง้มประตูเปิดออกเล็กน้อยและเห็นฮั่วเจี้ยนกับจี้ชูอวี่ยืนอยู่ด้านนอก "ฉันไม่เป็นไร"
จี้ชูอวี่ยืนอยู่ทางซ้ายมือ ทำให้มองเห็นภายในห้องผ่านช่องประตูได้นิดหน่อย และสังเกตเห็นเท้าคู่หนึ่ง
ช่องประตูเปิดกว้างไม่มากนัก เขาจึงมองไม่เห็นตัวคน แต่เขาจำรองเท้าคู่นั้นได้ มันคือรองเท้าบูตทหารของต๋าโมเค่อซือ
ชื่อของใครบางคนผุดขึ้นมาในหัวของจี้ชูอวี่แทบจะในทันที
"พวกเราจะอยู่ที่ห้องนั่งเล่นนะ" ฮั่วเจี้ยนเอ่ย ก่อนจะดึงตัวจี้ชูอวี่ออกไป
ประตูถูกปิดลงอีกครั้ง ซือถูเจียที่รออยู่ในห้องนั่งเล่นเอ่ยถาม "ใครอยู่ข้างในน่ะ"
ตำแหน่งที่ฮั่วเจี้ยนยืนมองไม่เห็น เขาจึงหันไปมองจี้ชูอวี่
"เว่ยซาน" จี้ชูอวี่ตอบขณะที่นั่งลง
ซือถูเจียถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ใช่อาชญากรที่ไหน ทว่า "ทำไมเว่ยซานถึงชอบปีนหน้าต่างเข้ามาอยู่เรื่อย เธอไม่เคยเข้าทางประตูหน้าเลยหรือไง"
"ฉันได้ยินมาว่าตอนอยู่สถาบันการทหารต๋าโมเค่อซือเธอก็ชอบปีนกำแพงเหมือนกัน" จู่ๆ ฮั่วเจี้ยนก็พูดขึ้น "บางทีอาจจะเป็นความชอบส่วนตัวล่ะมั้ง"
ก่อนหน้านี้ฮั่วเจี้ยนไม่ได้สนใจที่จะเรียนรู้เรื่องราวของสถาบันต๋าโมเค่อซือเลย แต่ต่อมาระหว่างการฝึกซ้อมและการแข่งขัน หลังจากที่ได้ประมือกับฮั่วเซวียนซาน ไม่รู้ทำไมเขาถึงแอบเข้าไปดูเว็บบอร์ดของต๋าโมเค่อซือ และข้อมูลนี้ก็เป็นสิ่งที่เขาเคยเห็นจากในนั้น
...
"เมื่อตอนเช้ามืด พวกเราไปหาหมอจิ่งมา" เว่ยซานเอ่ย "ระเบิดอัดแรงดันพวกนี้เป็นฝีมือของพวกเขาจริงๆ"
"เพื่อควบคุมเธอเหรอ" อิงซิงเจวี๋ยถาม
"ประมาณนั้น" เว่ยซานเงยหน้ามองเขา "ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ เพื่อควบคุมคนที่ติดเชื้อหมอกแมลงสีดำน่ะ"
อิงซิงเจวี๋ยขมวดคิ้ว "พวกเขามั่นใจในสถานการณ์ของเธอได้งั้นเหรอ"
"ผลตรวจสารอาหารออกมาแล้ว ในนั้นมีหมอกแมลงสีดำสายพันธุ์กลายพันธุ์ผสมอยู่ มีคน หรือจะบอกว่าเป็นผู้ติดเชื้อ แอบดัดแปลงสารอาหารล็อตนั้น" เว่ยซานก้มมองข้อมือของตัวเอง รอยแผลสมานกันดีแล้วจนไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ "เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน พวกเขาเลยติดตั้งระเบิดอัดแรงดันเพิ่มเข้าไปในเครื่องบันทึกข้อมูลขนาดจิ๋ว"
อิงซิงเจวี๋ยยืนอยู่ตรงข้ามเว่ยซาน พลางจ้องมองเธอ "พวกเขาไม่ได้บอกเธอล่วงหน้า"
เว่ยซานเท้ามือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ "นายก็เห็นพลังงานสีดำในเลือดของฉันแล้ว ฉันติดเชื้อมานานแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ฉันยังไม่ได้ถูกหมอกแมลงสีดำกลืนกินไปก็เท่านั้น"
"ตอนอยู่บนดาวฮ่วนเย่ พลังการรับรู้ของฉันสามารถกำจัดหมอกแมลงสีดำได้" อิงซิงเจวี๋ยมองลึกเข้าไปในดวงตาของเว่ยซาน "บางทีเราอาจจะลองดูได้นะ"
เว่ยซานยื่นมือข้างหนึ่งออกไปและเอ่ยอย่างไม่แยแส "งั้นก็ลองดูสิ"
อิงซิงเจวี๋ยไม่ได้จับมือของเว่ยซานโดยตรง เขาหยิบมีดเล่มเล็กกับจานเพาะเชื้อออกมาจากชุดปฐมพยาบาลริมโต๊ะ ค่อยๆ กดลงบนนิ้วชี้ข้างหนึ่งของเธอ "ฉันจะกรีดแผลหน่อยนะ..."
ยังไม่ทันพูดจบ เว่ยซานก็เอื้อมมืออีกข้างมาจับมือของอิงซิงเจวี๋ยเอาไว้ แล้วออกแรงกรีดลงไปทันที เลือดจากนิ้วของเธอหยดลงในจานเพาะเชื้อในชั่วพริบตา
เมื่อเห็นคิ้วของอิงซิงเจวี๋ยขมวดเข้าหากันแน่น เว่ยซานก็หัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ "ก็แค่แผลถลอกตื้นๆ ทายานิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย"
เขานิ่งเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว "มันจะเจ็บนะ"
เว่ยซานก้มมองนิ้วที่ถูกบาด "ทหารเดี่ยวบาดเจ็บกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แค่นี้เรื่องจิ๊บจ๊อย"
อิงซิงเจวี๋ยไม่ได้รีบร้อนนำไปตรวจ เขาจับมือของเว่ยซานเอาไว้แล้วทายาให้เธออย่างเงียบๆ
"ถ้าจี้ชูอวี่มาเห็นหัวหน้าผู้บัญชาการสถาบันตี้กั๋วกำลังทายาให้ฉัน เขาคงได้อกแตกตายแน่" จู่ๆ เว่ยซานก็พูดขึ้นขณะมองดูการกระทำของอิงซิงเจวี๋ย
อิงซิงเจวี๋ยไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่หลุบตาลงแล้วเช็ดยาส่วนเกินรอบๆ บาดแผลบนปลายนิ้วของเธอออกอย่างเบามือ
หลังจากนั้น อิงซิงเจวี๋ยก็ใช้พลังการรับรู้ของตนเข้าปกคลุมเลือดในจานเพาะเชื้อ เช่นเดียวกับที่เขาเคยเห็นมาก่อนหน้านี้ พลังงานสีดำค่อยๆ สลายไป ทว่าความมีชีวิตชีวาในเลือดกลับมลายหายไปพร้อมกันด้วย
"เป็นยังไงบ้าง" เว่ยซานถามเมื่อเห็นเขาถอนพลังการรับรู้ออกมา
อิงซิงเจวี๋ยเอ่ยเสียงต่ำ "พลังงานสีดำกับเลือดของเธอหลอมรวมกันโดยสมบูรณ์แล้ว"
ทั้งสองสิ่งพึ่งพาอาศัยกัน หากเขาใช้การโจมตีด้วยการรับรู้ใส่พลังงานสีดำ นั่นก็เท่ากับเป็นการโจมตีใส่ตัวเว่ยซานด้วย
"ลองดูอีกครั้งสิ คราวนี้ไม่ต้องเอาเลือดนะ" เว่ยซานลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือส่งให้เขาอีกครั้ง
อิงซิงเจวี๋ยหลุบตาลงและตอบตกลง
ครั้งนี้ มือของทั้งสองคนประสานเข้าด้วยกัน พลังการรับรู้ของอิงซิงเจวี๋ยซึมซาบเข้าสู่ร่างกายของเว่ยซานผ่านทางฝ่ามือของเขา
เดิมที เว่ยซานต่อต้านการที่พลังการรับรู้ของอิงซิงเจวี๋ยรุกล้ำเข้ามาในสมองของเธออย่างรุนแรง นับตั้งแต่วินาทีที่พลังการรับรู้ของเขาเริ่มซึมซาบเข้ามา เธอก็ต้องคอยสะกดกลั้นความรู้สึกหงุดหงิดร้อนรนเอาไว้แล้ว
"เริ่มเลย"
อิงซิงเจวี๋ยพยายามใช้พลังการรับรู้เพื่อครอบคลุมและกำจัดพลังงานสีดำ เห็นได้ชัดว่าเว่ยซานรู้สึกอึดอัดอย่างยิ่ง นัยน์ตาสีดำสนิทของเธอเข้มขึ้นเรื่อยๆ แถมยังแฝงไปด้วยความรู้สึกอยากจะแผ่ขยายมันออกไปด้านนอกอยู่รางๆ
"เว่ยซาน?" อิงซิงเจวี๋ยสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงหยุดใช้การโจมตีด้วยการรับรู้ใส่เธอ
ทว่าในเวลานี้ แววตาของเว่ยซานที่มองมายังเขากลับกลายเป็นเย็นชาและแปลกหน้าไปเสียแล้ว
"เธอ..."
เว่ยซานผลักอิงซิงเจวี๋ยกระแทกเข้ากับกำแพงโดยตรง มือข้างหนึ่งของพวกเขายังคงประสานกันอยู่ แต่มืออีกข้างของเธอกลับกดลงบนไหล่ของเขาอย่างแรงจนเขาไม่สามารถขยับตัวได้
วินาทีที่ร่างของอิงซิงเจวี๋ยกระแทกเข้ากับกำแพง คนในห้องนั่งเล่นก็ได้ยินเสียงนั้น จี้ชูอวี่รีบลุกขึ้นยืนอยู่หน้าประตูแล้วเอ่ยถามทันที "ซิงเจวี๋ย?"
"...ฉันไม่เป็นไร" อิงซิงเจวี๋ยหลับตาลง "เดี๋ยวจะมีคนมา ให้เขาเข้ามาได้เลยนะ"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงของอิงซิงเจวี๋ยเป็นปกติและพูดจารู้เรื่อง จี้ชูอวี่ก็ยอมกลับไปนั่งที่ห้องนั่งเล่นตามเดิม ในเมื่อเว่ยซานอยู่ข้างใน เธอก็ไม่น่าจะทำอะไรหรอกมั้ง
หากเมื่อครู่นี้เขาผลักประตูเข้าไปล่ะก็ เขาจะต้องพบกับอิงซิงเจวี๋ยและเว่ยซานที่กำลังยืนประจันหน้าโดยที่ลำคอแนบชิดกัน ในท่วงท่าที่ใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างถึงที่สุดเป็นแน่
ตอนที่อิงซิงเจวี๋ยหยุดใช้การโจมตีด้วยการรับรู้ เว่ยซานก็ยังไม่ได้สติกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ กลับกัน เธอถูกล่อลวงด้วยพลังการรับรู้ของเขา จึงผลักเขาไปกระแทกกับกำแพงและซุกไซ้คลอเคลียอยู่ข้างหูของเขา