เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 ฉันชอบแต่งเรื่องโกหกนิดหน่อย

บทที่ 14 ฉันชอบแต่งเรื่องโกหกนิดหน่อย

บทที่ 14 ฉันชอบแต่งเรื่องโกหกนิดหน่อย


บทที่ 14 ฉันชอบแต่งเรื่องโกหกนิดหน่อย

เด็กสาวทั้งเจ็บปวดและเด็ดเดี่ยว น้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะลงมาหยดแล้วหยดเล่า

ต่อให้พูดจาดุร้ายเพียงใด หรือเตรียมใจมาดีแค่ไหน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตาย ในวินาทีนี้นางก็เป็นเพียงเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีคนหนึ่งเท่านั้น

การต้องเผชิญหน้ากับคุณชายเสเพลผู้ชั่วร้ายตามลำพัง ทำให้เด็กสาวที่คิดจะใช้ความตายบีบคั้นเขาถึงกับริมฝีปากสั่นระริก

ความสิ้นหวังและไร้ที่พึ่งแทบจะบดขยี้จิตใจจนนางทั้งโศกเศร้าและตื่นตระหนก

ตะขาบเจ็ดสีตัวนั้นรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของเจ้านาย มันจึงเลื้อยไปมาบนใบหน้าของเด็กสาว พร้อมที่จะฝังเขี้ยวพิษร้ายแรงเข้าสู่ร่างกายของนางได้ทุกเมื่อ

ภาพตรงหน้าทำเอาเฉินชิงซานปวดขมับตุบๆ

—เจ้าของร่างเดิมนี่มันโคตรเดรัจฉานจริงๆ

ตอนนี้เขาปะติดปะต่อเรื่องราวต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เจ้าของร่างเดิมถูกตอนได้ในที่สุด

ลำพังแค่ไฉ่กูคนเดียวก็ลักพาตัวคุณหนูเมิ่งมาได้... ในเนื้อเรื่องของเกมส์นั้นเจ้าของร่างเดิมยังไม่ใช่เขา คาดว่าพอถูกหลินอินอินดุด่าเข้าหน่อย ก็คงแอบสั่งให้ลูกน้องไปจับตัวคนมาทันที

พอจับตัวมาได้ เมิ่งชิงชิงก็ใช้ตะขาบเจ็ดสีฆ่าตัวตาย เมิ่งซิงอวิ๋นก็เลยบุกมาล้างแค้น

จากนั้นเจ้าของร่างเดิมก็ถูกตอน แถมยังถูกเมิ่งซิงอวิ๋นทรมานจนกลายเป็นไอ้โรคจิตวิปริต... เฮ้อ…

เฉินชิงซานถอนหายใจแล้วพูดว่า "เจ้าอย่าเพิ่งวู่วามไปได้หรือไม่?"

"ข้าขอถามเจ้าก่อน เจ้ารู้เรื่องพี่สามของเจ้า เมิ่งซิงอวิ๋น มากแค่ไหน? เจ้ารู้ไหมว่าเขามีฝีมือระดับไหน?"

เฉินชิงซานพยายามชวนคุย หวังจะบรรเทาอารมณ์อันพลุ่งพล่านของเด็กสาว

เด็กสาวบนเตียงขมวดคิ้วถลึงตาใส่เขา พลางตวาดกร้าว "อย่าหวังว่าจะได้รู้อะไรเกี่ยวกับพี่สามจากปากข้า! เจ้าแค่รู้ไว้ก็พอว่าพี่สามจะมาล้างแค้นให้ข้าแน่!"

นางยอมตาย ดีกว่าจะยอมเปิดเผยความลับของพี่สาม

เมื่อเห็นดังนั้น เฉินชิงซานก็ส่ายหน้า พลางเอ่ยว่า "เอาเถอะ เช่นนั้น ข้าจะพูดตรงๆ เลยแล้วกัน"

เฉินชิงซานปิดประตูหน้าต่างจนมิดชิด ก่อนจะเดินมาที่ข้างเตียงแล้วกระซิบเสียงเบา

"เมิ่งซิงอวิ๋น พี่สามของเจ้าคนนี้ ฝากตัวเป็นศิษย์ของผู้บำเพ็ญมารลึกลับ ฝึกฝนวิชาสายสืบทอดราชันปรโลกที่สูญหายไปนานหลายปี เขาคือผู้สืบทอดสำนักมารสวรรค์ หนึ่งในหกวิถีสำนักมาร"

"ถึงแม้เขาจะไม่มีชื่อเสียงใดๆ ทั้งในฝ่ายธรรมะและฝ่ายมาร แต่ฝีมือของเขาก้าวขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของใต้หล้าไปตั้งนานแล้ว"

"เพียงแต่เขายังเกรงกลัวบารมีพี่สาวของนายน้อยอย่างข้า จึงไม่กล้าปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน ตอนนี้ก็เลยยังเก็บตัวฝึกวิชาอย่างหนัก... ข้าพูดถูกหรือไม่?"

เฉินชิงซานเผยข้อมูลของเมิ่งซิงอวิ๋นในเกมออกมาตรงๆ

หกวิถีสำนักมารในปัจจุบันเสื่อมถอยไปนานแล้ว เหลือเพียงพรรคมารจันทร์ทมิฬที่ยังคงรุ่งเรือง สำนักใหญ่หลายแห่งของฝ่ายมาร หากไม่หายสาบสูญไป ก็กลายเป็นพวกไม่เอาไหน

สำนักมารสวรรค์ที่เมิ่งซิงอวิ๋นสืบทอดมา ในเกมมีเพียงเขาเป็นประมุขหัวเดียวกระเทียมลีบ

แต่มรดกสืบทอดราชันปรโลกของเขา ก็เป็นมรดกสืบทอดวิถีมารที่มีชื่อเสียงทัดเทียมกับประมุขพรรคมารจันทร์ทมิฬจริงๆ

ตอนที่กลุ่มตัวเอกของเกมเข้าต่อสู้กับเสิ่นหลิงซวง ประมุขพรรคมารที่กลายเป็นมาร ตัวตนของเมิ่งซิงอวิ๋นถึงได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน

แต่ตอนนี้เฉินชิงซานกลับเอาเรื่องของเมิ่งซิงอวิ๋นมาเปิดเผยล่วงหน้าเสียอย่างนั้น

เด็กสาวบนเตียงเบิกตากว้างทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

"เจ้า... เจ้า..."

นางตกตะลึงจนถึงขั้นลืมความกลัวไปเสียสนิท

ความลับที่คุณชายเสเพลตรงหน้าพูดออกมา หลายเรื่องแม้แต่ตัวนางเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

นางรู้เพียงว่าพี่สามออกจากบ้านไปตั้งแต่ยังเด็กเพื่อติดตามผู้บำเพ็ญมารลึกลับฝึกวิชาอยู่ภายนอก

แต่ไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่พี่สามของตนสืบทอดมา จะเป็นสายสืบทอดของสำนักมารสวรรค์ที่สูญหายไปกว่าร้อยปี...

มรดกสืบทอดราชันปรโลก!

เมิ่งชิงชิงจ้องมองเฉินชิงซานด้วยความหวาดกลัว พลางเอ่ยเสียงสั่นเครือ "พวกเจ้าจ้องเล่นงานพี่สามของข้ามาตั้งนานแล้ว... พวกเจ้าคิดจะทำร้ายเขา!"

จู่ๆ เด็กสาวก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้ายิ่งทวีความตื่นตระหนกกว่าเก่า

"ที่แท้ที่เจ้าลักพาตัวข้ามา ก็เพื่อจะใช้ข้าเป็นเครื่องมือทำร้ายพี่สาม!"

ความจริงข้อนี้ยิ่งทำให้เด็กสาวจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง

เฉินชิงซานยกมือกุมขมับ พลางเอ่ยว่า "...เจ้าช่วยใจเย็นๆ หน่อยได้ไหม? ในหัวเจ้านี่ นอกจากเรื่องที่ข้าจะทำร้ายพวกเจ้าแล้ว ไม่มีตัวเลือกอื่นเลยหรืออย่างไร?"

แม่นางคนนี้ช่างจินตนาการล้ำเลิศจริงๆ

เฉินชิงซานเอ่ยต่อ "เมื่อครู่เจ้าก็ยืนยันแล้วนี่ นายน้อยอย่างข้าไม่ได้คิดจะลักพาตัวเจ้าเลยสักนิด เป็นพวกลูกน้องที่ทำอะไรพลการไปเองทั้งสิ้น"

เมื่อเห็นว่าเด็กสาวยังคงมีท่าทีไม่เชื่อ เฉินชิงซานจึงกุเรื่องเหลวไหลต่อไปหน้าตาเฉย

"ข้าพูดตรงๆ เลยแล้วกัน เรื่องของพี่สามเจ้านับเป็นความลับสุดยอดของพรรค นายน้อยอย่างข้าเองก็เพิ่งจะรู้เมื่อสองวันก่อนนี่เอง"

"ไม่อย่างนั้นเจ้าคิดหรือว่าหลินอินอินที่เป็นแค่องครักษ์กระบี่ จะกล้าขัดคำสั่งนายน้อยอย่างข้าต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนั้น?"

เฉินชิงซานแต่งเรื่องหน้าตาย "เป็นเพราะนางรู้ว่าพี่สามของเจ้าร้ายกาจเพียงใด ไม่อยากสร้างศัตรูตัวฉกาจเพิ่ม ถึงได้ช่วยขัดขวางข้าที่เมืองไป๋ซาอย่างไรเล่า"

อันที่จริง ยอดฝีมือระดับองครักษ์กระบี่อย่างหลินอินอิน ไม่เคยเห็นเฉินชิงซานอยู่ในสายตาเลยต่างหาก

แต่ในเมื่อเมิ่งชิงชิงไม่รู้เรื่องนี้ เฉินชิงซานจึงแถต่อไปได้เรื่อยๆ "ทุกวันนี้ใต้หล้าวุ่นวายไม่เว้นว่าง หกวิถีสำนักมารก็เหลือเพียงพรรคเราที่ยืนหยัดอยู่อย่างโดดเดี่ยว ฝ่ายธรรมะแต่ละสำนักนับวันยิ่งเรืองอำนาจ สถานการณ์ของผู้บำเพ็ญมารอย่างพวกเราจึงยากลำบากขึ้นทุกวัน"

"ในเวลาเช่นนี้ คนของฝ่ายมารยิ่งไม่ควรมาเข่นฆ่ากันเอง"

"ดังนั้นพอรู้เรื่องพี่สามของเจ้า นายน้อยอย่างข้าก็ไม่ได้คิดจะแตะต้องเจ้าอีกเลย"

"ตอนนั้นที่หลินอินอินยอมล่วงเกินนายน้อยอย่างข้าเพื่อช่วยเจ้า ก็เป็นเพราะพี่สามของเจ้านี่แหละ"

"เรื่องที่ลักพาตัวเจ้ามา เป็นเพราะพวกลูกน้องทำอะไรพลการกันไปเองทั้งนั้น... พวกมันไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อเมิ่งซิงอวิ๋น และไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้ด้วยซ้ำ"

"เพราะฉะนั้น เรื่องทั้งหมดนี้มันก็แค่เรื่องเข้าใจผิด!"

เฉินชิงซานกุเรื่องมั่วซั่วไปชุดใหญ่ ในที่สุดก็กู้สถานการณ์กลับมาได้โดยไม่หลุดจากคาแรคเตอร์คุณชายเสเพลของตัวเอง

"เพราะอย่างนั้นเจ้าอย่าเพิ่งตื่นตูมไป นายน้อยอย่างข้าต่อให้โอหังแค่ไหน ก็ไม่อยากไปล่วงเกินยอดฝีมือฝ่ายมารที่สืบทอดมรดกราชันปรโลกหรอกนะ"

"สาวงามในใต้หล้ามีถมเถ ขาดเจ้าไปสักคนก็ไม่เห็นเป็นไร"

"เพื่อสาวงามเพียงคนเดียว กลับต้องไปหาเรื่องยอดฝีมือ... เจ้าดูหน้าข้าสิ เหมือนคนโง่ขนาดนั้นเลยหรือ?"

พอเฉินชิงซานพูดจบ เด็กสาวบนเตียงก็สงบลงในที่สุด

นางจ้องมองเฉินชิงซานอย่างกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย ทั้งสองสบตากันอยู่หลายอึดใจ เด็กสาวจึงพึมพำออกมา "ฟังดูก็พอมีเหตุผลอยู่..."

เมื่อเห็นว่าเด็กสาวเริ่มคล้อยตาม เฉินชิงซานก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

"ในเมื่อเจ้าเข้าใจแล้วก็คุยกันง่ายหน่อย ใจเย็นๆ ไว้ ควบคุมตะขาบเจ็ดสีของเจ้าให้ดี อย่าเผลอทำตัวเองตายไปเสียก่อนล่ะ"

"เดี๋ยวข้าจะออกไปสั่งให้คนเตรียมตัว แล้วจะส่งเจ้ากลับเมืองไป๋ซาทันที"

ขอแค่รีบส่งเผือกร้อนชิ้นนี้กลับเมืองไป๋ซาไปเสีย ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรตามมาอีกแล้ว

อย่างน้อยเมิ่งซิงอวิ๋นก็คงไม่บุกมาตอนเขาแล้ว

แถมยังสามารถยืมมือเมิ่งชิงชิง ไปข่มขวัญเมิ่งซิงอวิ๋นผู้สืบทอดมรดกราชันปรโลกคนนั้นได้อีกด้วย

— ไอ้หนู ระวังตัวไว้ให้ดี พวกเราจับตาดูแกมาตั้งนานแล้ว

ขอแค่เมิ่งชิงชิงกลับไปอย่างปลอดภัย ในมุมมองของเมิ่งซิงอวิ๋น สถานการณ์ทางฝั่งเฉินชิงซานก็คือ — เสิ่นหลิงซวงจับตาดูเขามาตั้งนานแล้ว แถมยังระแวดระวังอยู่ตลอด

ในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีความแค้นเคืองต่อกัน ทางเลือกที่ดีที่สุดของเมิ่งซิงอวิ๋นก็คือแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น และไม่มีทางมาหาเรื่องอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าแน่นอน

แบบนี้ 'ไข่' ของเฉินชิงซานก็ถือว่ารักษาไว้ได้แล้ว

เฉินชิงซานที่รับมือกับทุกอย่างได้อย่างสุขุม เมื่อเห็นว่าเด็กสาวบนเตียงสงบลงแล้ว จึงหันหลังเดินไปหาพวกลูกสมุนที่หน้าประตูเพื่อสั่งให้พวกมันรีบส่งคนกลับไป

วินาทีนี้ เขาแทบอยากจะกราบคำนับตัวเองเลยทีเดียว

เผชิญหน้ากับวิกฤตโดยไม่ตื่นตระหนก แถมยังแก้ไขสถานการณ์ได้สำเร็จ...

นึกไม่ถึงเลยว่าสมองเราจะแล่นเร็วขนาดนี้เหมือนกัน

คนเรานี่มันต้องโดนบีบจนถึงที่สุดจริงๆ ถึงจะรีดศักยภาพออกมาได้สินะ

เฉินชิงซานคิดอย่างปลงๆ ชาติก่อนเอาแต่เล่นเกมไปวันๆ มีหรือจะเคยเจอสถานการณ์ชวนหัวใจวายแบบนี้

เขาผลักประตูเดินออกมาที่ลานบ้าน เห็นพวกลูกสมุนยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู

เฉินชิงซานตั้งท่าจะอ้าปากด่าพวกมันที่บังอาจทำอะไรพลการ แต่กลับพบว่าสีหน้าของลูกสมุนแต่ละคนดูย่ำแย่มาก

แตกต่างจากท่าทางดีอกดีใจที่เพิ่งทำเรื่องใหญ่สำเร็จและรอรับรางวัลเมื่อครู่นี้อย่างสิ้นเชิง

สีหน้าของแต่ละคนดูราวกับพวกมันเพิ่งสูญเสียมารดาไปหมาดๆ

เฉินชิงซานขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยถามว่า "เกิดอะไรขึ้น?"

ในใจเขาพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างขึ้นมา

นักพรตขี้โรคที่อยู่ข้างๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า "นายน้อย ข่าวล่าสุด เมื่อคืนนี้คนสกุลเมิ่งแห่งเมืองไป๋ซาทั้งเจ็ดสิบสามชีวิตถูกฆ่าล้างตระกูล... นอกจากคุณหนูเมิ่งที่เราลักพาตัวมา คนอื่นตายเรียบเลยขอรับ"

สีหน้าของเฉินชิงซานแปรเปลี่ยนไปในฉับพลัน

จบบทที่ บทที่ 14 ฉันชอบแต่งเรื่องโกหกนิดหน่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว