เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ที่จริงแล้วข้าเป็นคนดี เจ้าเชื่อหรือไม่?

บทที่ 13 ที่จริงแล้วข้าเป็นคนดี เจ้าเชื่อหรือไม่?

บทที่ 13 ที่จริงแล้วข้าเป็นคนดี เจ้าเชื่อหรือไม่?


บทที่ 13 ที่จริงแล้วข้าเป็นคนดี เจ้าเชื่อหรือไม่?

เฉินชิงซานรู้สึกปวดหนึบที่หว่างขาขึ้นมาจี๊ด ๆ

เมื่อมองดูเด็กสาวที่เหงื่อซึมและแก้มแดงระเรื่อบนเตียงใหญ่ เขากลับรู้สึกเหมือนไข่ของตนกำลังจะโบยบินหนีไปไกลแสนไกล

หรือว่าเจตจำนงแห่งสวรรค์กำลังจงใจกลั่นแกล้งผู้ข้ามมิติเช่นเขาอยู่?

หรือว่า... นี่คืออำนาจของเนื้อเรื่อง? [ความพยายามของโชคชะตาที่จะผลักดันให้เหตุการณ์กลับไปสู่จุดเดิม]

เฉินชิงซานเริ่มทบทวนพฤติกรรมตนเอง

หลายวันมานี้เขาแสร้งทำตัวเกินไปบ้างจริง ๆ ในสายตาคนภายนอก เขาทำตัวบ้าคลั่งเพื่อคุณหนูสกุลเมิ่ง ทั้งขังตัวเองอยู่ในห้อง ทุ่มทรัพยากรมากมายกว้านหาสัตว์อสูรมาสังหารทิ้ง เพียงเพื่อต้องการยั่วโมโหองครักษ์กระบี่หลินอินอิน

คนทั่วไปเห็นแบบนี้ ก็คงได้แต่หัวเราะเยาะว่าคุณชายเสเพลอย่างเขามันทั้งงี่เง่าและโง่เขลา

อย่างไรก็ตาม ในสายตาของลูกสมุนผู้ซื่อสัตย์ที่อยู่ข้างกาย นี่มันคือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด— นายน้อยใส่ใจคุณหนูสกุลเมิ่งถึงเพียงนี้ หากจับตัวนางมาได้ย่อมต้องได้รับรางวัลชิ้นโตเป็นแน่!

เฉินชิงซานนวดขมับด้วยความกลัดกลุ้ม รู้สึกได้ถึงเส้นเลือดที่เต้นตุบ ๆ พร้อมกับความดันที่พุ่งปรี๊ด

พอคิดทบทวนถึงต้นสายปลายเหตุ เขาก็ยิ่งปวดไข่หนักกว่าเดิม

ไอ้พวกลูกสมุนน่าตายพวกนี้ หาเผือกร้อนลวกมือมาให้เขาเสียแล้ว…

เฉินชิงซานมองเมิ่งชิงชิงที่อยู่บนเตียง ก่อนจะถอนหายใจแล้วกล่าวว่า "หากข้าบอกว่าคำสั่งลักพาตัวเจ้า ข้าไม่ได้เป็นคนสั่ง แต่เป็นพวกลูกน้องที่ทำตัวอวดฉลาดไปเอง... เจ้าจะเชื่อหรือไม่?"

เฉินชิงซานรู้สึกแย่เป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ทำได้เพียงพยายามกู้สถานการณ์

เขาไม่ใช่เดรัจฉานเจ้าของร่างเดิมเสียหน่อย ย่อมไม่ทำอันตรายคุณหนูสกุลเมิ่งผู้นี้แน่

ตามหลักแล้ว แค่รีบส่งนางกลับไปให้ทันเวลาโดยที่นางไม่บุบสลายแม้แต่ปลายก้อย ก็ไม่น่าจะดึงดูดดาวมฤตยูอย่างเมิ่งซิงอวิ๋นมาได้

เฉินชิงซานถอนหายใจ "ข้าจะรีบจัดคนส่งเจ้ากลับเมืองไป๋ซาเดี๋ยวนี้แหละ"

ทว่าเมื่อเขากล่าวจบ เด็กสาวบนเตียงกลับถลึงตาใส่เขา พลางหอบหายใจและกัดฟันพูด "อย่ามาหลอกข้าเสียให้ยาก... เจ้าคิดจะหลอกให้ข้าตายใจใช่หรือไม่?"

"เฉินชิงซาน ข้าบอกไว้เลยนะ หากเจ้าแตะต้องข้าแม้แต่นิดเดียว ข้าจะตายต่อหน้าเจ้าเสียเดี๋ยวนี้!"

"ถึงเวลานั้น พี่สามของข้าจะต้องมาแก้แค้นให้ข้าอย่างแน่นอน!"

เมิ่งชิงชิงจ้องมองเฉินชิงซานอย่างดุร้ายและโกรธแค้น ตะขาบเจ็ดสีตัวหนึ่งเลื้อยออกมาจากหูของนาง แล้วไต่ไปตามแก้มของเด็กสาว

ทันทีที่เห็นตะขาบตัวนี้ สีหน้าของเฉินชิงซานก็เปลี่ยนไป เขาถอยหลังไปหลายก้าวโดยสัญชาตญาณ — ตัวบ้าอะไรวะเนี่ย?

แต่โชคดีที่ตะขาบตัวนั้นเพียงแค่เกาะอยู่บนหน้าของเมิ่งชิงชิง ไม่ได้พุ่งเข้ามาโจมตีเฉินชิงซานที่อยู่ข้างเตียง

เมื่อเห็นเฉินชิงซานถอยห่าง เด็กสาวบนเตียงจึงหอบหายใจอย่างยากลำบากก่อนจะกัดฟันกล่าวว่า "ยาพิษที่ลูกสมุนของเจ้าใช้ช่างร้ายกาจนัก ทำให้ข้าแทบไม่มีแรงเหลือ"

"แต่เจ้าคงคิดไม่ถึงสินะว่าข้าเลี้ยงตะขาบเจ็ดสีเอาไว้!"

เด็กสาวขอบตาแดงก่ำ ถลึงตาใส่เฉินชิงซานด้วยความเกลียดชัง ยิ่งพูด น้ำตาแห่งความสิ้นหวังก็พรั่งพรูไหลรินออกมาไม่ขาดสาย

"ต่อให้ต้องตาย ข้าก็ไม่มีวันยอมให้เจ้าสมปรารถนาเด็ดขาด!"

แม้ถ้อยคำจะดุดันเพียงใด ทว่าเสียงสะอื้นไห้ที่ปนไปด้วยความสิ้นหวัง ผสานกับหยาดน้ำตาที่รินไหลไม่ขาดสายบนใบหน้าของเด็กสาว กลับทำให้นางดูห่างไกลจากความน่าเกรงขาม ซ้ำยังดูบอบบางไร้ที่พึ่ง

นางเลือกใช้ชีวิตเป็นเครื่องต่อรอง ยอมปลิดชีพตนเองดีกว่าต้องก้มหัวให้แก่เขา

เพียงแค่ตะขาบเจ็ดสีที่นางเลี้ยงไว้ฝังเขี้ยวลงมา ก็สามารถปลิดชีพเจ้านายอย่างนางได้ในพริบตา

ถึงเวลานั้น เฉินชิงซานก็คงได้รับเพียงร่างไร้วิญญาณที่อาบด้วยพิษร้าย และดาวมฤตยูที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นอย่างเมิ่งซิงอวิ๋น...

"เจ้าช่วยใจเย็นลงหน่อยได้หรือไม่?" เฉินชิงซานถอยหลังไปอีกสองก้าว กล่าวอย่างจนใจ "เอะอะก็เล่นตะขาบ... ข้าบอกเจ้าไปแล้วไม่ใช่หรือว่าข้าจะไม่แตะต้องเจ้าแม้แต่น้อย อีกทั้งยังจะส่งคนไปส่งเจ้ากลับเมืองไป๋ซาให้ถึงที่ เจ้าอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปได้หรือไม่?"

เฉินชิงซานเอ่ยขึ้นพลางก้าวเท้าไปที่มุมห้อง ก่อนจะใช้ปลายเท้าบดขยี้ธูปปลุกราคะที่กำลังส่งกลิ่นหอมให้มอดดับลงไป

จากนั้นก็เปิดประตูและหน้าต่าง เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์จากภายนอกพัดเข้ามา

เมื่ออากาศบริสุทธิ์พัดเข้ามา เฉินชิงซานก็รู้สึกว่าความร้อนรุ่มและเพลิงปรารถนาที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในร่างกายจางหายไปบ้างแล้ว

ชายหนุ่มขยับคอเสื้อของตนอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปกล่าวกับเด็กสาวบนเตียงที่ยังดิ้นรนอย่างยากลำบากและอ่อนแรงไร้กำลังด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "อันที่จริง ข้ารู้จักพี่สามของเจ้าดี แม้ความสัมพันธ์ของเราจะไม่ได้ถึงขั้นสหาย แต่ก็ถือว่ารู้จักกันอยู่บ้าง... เจ้าวางใจเถิด ข้าจะไม่ทำเรื่องล่วงเกินเจ้าหรอก"

มาถึงขั้นนี้แล้ว เฉินชิงซานทำได้เพียงเอ่ยคำลวงส่งเดชไปเท่านั้น

เรื่องของเมิ่งซิงอวิ๋นเห็นได้ชัดว่าเป็นความลับ อย่างน้อยคนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้

ไม่ว่าจะเป็นการสืบสวนของเฉินชิงซานในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หรือปฏิกิริยาตื่นตระหนกของเด็กสาวตรงหน้าที่ได้ยินชื่อนี้ ล้วนพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่รับรู้การมีอยู่ของเมิ่งซิงอวิ๋นนั้นมีน้อยมาก

ในเกมตำนานพิสดารหุบเขาปีศาจ เมิ่งซิงอวิ๋นผู้นี้ไปมาไร้ร่องรอยอย่างแท้จริง

ยามนี้เมื่อเห็นคุณหนูเมิ่งร้องไห้จนสิ้นหวัง ทั้งยังยอมแตกหักไม่ยอมจำนน เฉินชิงซานจึงจำต้องขอยืมชื่อของเมิ่งซิงอวิ๋นมาใช้ชั่วคราว ด้วยเกรงว่าคุณหนูเมิ่งผู้นี้จะตื่นตระหนกจนทำให้ตัวเองถึงแก่ความตายไปจริงๆ

หากคุณหนูเมิ่งผู้นี้ต้องจบชีวิตลงที่นี่ เส้นเรื่องที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงก็คงมาถึงจุดบรรจบจริงๆ แล้ว...

เฉินชิงซานปั้นสีหน้าซื่อตรงพลางเอ่ยถ้อยคำเหลวไหลต่อไป "เจ้าลองคิดดูให้ดี หากข้าคิดมิดีมิร้ายกับเจ้าจริงๆ หลังจากเข้ามาในห้องแล้ว เหตุใดข้าจึงไม่พุ่งกระโจนเข้าหาเจ้าเสียตั้งแต่แรก"

"อีกอย่าง เจ้าที่นอนอยู่ตรงนี้ ก็น่าจะได้ยินเสียงข้าสนทนากับลูกน้องที่หน้าประตูเมื่อครู่นี้ใช่หรือไม่"

"ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าพวกมันลักพาตัวเจ้ามา นึกว่าหาสัตว์อสูรหายากอะไรมาให้ข้า... ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดนะ!"

เฉินชิงซานอธิบายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจ

เด็กสาวบนเตียงที่ดิ้นรนอยู่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มครุ่นคิดทบทวน

ดูเหมือนว่า... จะเป็น... เช่นนั้นจริงๆ?

คุณชายเสเพลผู้นี้ยังคงพล่ามถึงเรื่องสัตว์อสูรไม่หยุดหย่อนตั้งแต่อยู่หน้าประตู ตอนที่ถีบประตูเข้ามาก็ยังสบถด่าว่า "นายน้อยอย่างข้ามีสัตว์อสูรตัวไหนที่ซื้อไม่ไหว ถึงกับต้องไปจับตัวมา..."

ช่างเป็นนิสัยของคุณชายจอมล้างผลาญโดยแท้

อีกทั้งเจ้านี่ก็ยังเอ่ยชื่อของพี่สามออกมาด้วย...

เด็กสาวบนเตียงเหม่อลอยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดอารมณ์ที่เคยตื่นตระหนกก็เริ่มผ่อนคลายลง น้ำตาก็หยุดไหล

เมื่อเห็นนางสงบสติอารมณ์ได้ เฉินชิงซานก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

แม่นางน้อยผู้นี้ช่างรับมือยากจริงๆ นางจะไปตายที่ไหนเขาก็ไม่สน แต่ต้องไม่มาตายในมือของเขาเด็ดขาด

"ในเมื่อเจ้าคิดได้แล้ว เช่นนั้นข้าจะจัดคนไปส่งเจ้ากลับเมืองไป๋ซาเดี๋ยวนี้เลย" เฉินชิงซานกล่าว "จะส่งเจ้ากลับไปทันที เพื่อไม่ให้คนในครอบครัวของเจ้าต้องเป็นห่วง"

ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าให้เมิ่งซิงอวิ๋นผู้นั้นต้อง "เป็นห่วง"

ทว่าทันทีที่เฉินชิงซานกล่าวจบ เด็กสาวบนเตียงกลับเบิกตากว้างขึ้นทันควัน แววตาของนางไหวระริกก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหวาดระแวงราวกับนกที่ตื่นเกาทัณฑ์อีกครั้ง

"...เจ้าหลอกข้า!"

เด็กสาวที่มีสีหน้าเด็ดเดี่ยวกล่าวด้วยความเจ็บปวด "การที่เจ้ารู้ชื่อพี่สามของข้า ย่อมต้องสืบมาจากปากผู้อื่นแน่ๆ ในฐานะนายน้อยพรรคมาร ใต้หล้านี้จะมีความลับใดที่ปิดบังเจ้าได้กัน"

"เจ้าบอกว่าไม่ได้คิดมิดีมิร้ายกับข้า... แต่ตอนที่เจ้าเจอข้าที่เมืองไป๋ซาคราวก่อน เจ้ากลับลงมือคิดจะลักพาตัวข้ากลางถนน!"

"หากไม่ใช่เพราะคนในครอบครัวของข้าขัดขวางสุดชีวิต ประกอบกับองครักษ์กระบี่ข้างกายเจ้าผู้นั้นออกหน้าทวงความยุติธรรมให้ บ่ายวันนั้นข้าก็คง... คงจะ..."

เด็กสาวหวนนึกถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญในยามบ่ายวันนั้นที่นางเกือบตกเป็นเหยื่อลักพาตัวของคุณชายเสเพลกลางถนน นึกถึงครอบครัวและสหายที่ถูกทุบตีจนหัวร้างข้างแตกเพื่อปกป้องนาง รวมถึงเสียงหัวเราะเยาะอย่างกำเริบเสิบสานและท่าทีโอหังท่ามกลางความวุ่นวายในคราวนั้น...

เด็กสาวจ้องมองเฉินชิงซานด้วยแววตาสิ้นหวัง พลางเค้นเสียงกล่าว "เจ้าอย่าได้หวังว่าจะทำสำเร็จเป็นครั้งที่สองเลย!"

“ข้ารู้ดีว่าเจ้าไม่มีวันรามือโดยง่าย... ถึงได้พกตะขาบเจ็ดสีตัวนี้ติดตัวไว้ไม่ห่างกายตลอดทั้งวันทั้งคืน!”

"ข้ายอมตาย! ก็จะไม่ยอมให้เจ้าสมปรารถนา!"

“เฉินชิงซาน... เลิกล้มความตั้งใจของเจ้าเสียเถิด!”

“สิ่งที่เจ้าจะได้ไป มีเพียงศพอาบยาพิษของข้าเท่านั้น! เพียงแค่เจ้าแตะต้องแม้แต่น้อย เจ้าก็ต้องตายตกตามกันไป!!”

จบบทที่ บทที่ 13 ที่จริงแล้วข้าเป็นคนดี เจ้าเชื่อหรือไม่?

คัดลอกลิงก์แล้ว