- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิครองแดนเซียน
- บทที่ 5 ฟื้นฟูราชวงศ์ต้าเฟิง
บทที่ 5 ฟื้นฟูราชวงศ์ต้าเฟิง
บทที่ 5 ฟื้นฟูราชวงศ์ต้าเฟิง
บทที่ 5 ฟื้นฟูราชวงศ์ต้าเฟิง
"เรียนนายท่าน การสิ้นพระชนม์ของอดีตองค์จักรพรรดิเป็นเพราะยาพิษของหลินเฮ่อขอรับ มันคือพิษจากสัตว์เทวะที่สามารถสังหารได้กระทั่งผู้ฝึกตนระดับนักบุญทั่วไป"
ฉู่ซินพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาอย่างเชื่องช้า เขาเปลี่ยนร่างของคนทั้งสามที่กำลังเหม่อลอยให้กลายเป็นหมอกโลหิตอย่างง่ายดาย แล้วกล่าวด้วยความเคารพ "ตามความทรงจำของหลินเฮ่อ เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ฉางชิงขอรับ"
"โปรดอนุญาตด้วยเถิดนายท่าน! ข้าฉู่ซินยินดีนำกองทัพนรกโลหิตไปบดขยี้ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ฉางชิงเพื่อท่าน!"
ฉู่ซินคุกเข่าลงข้างหนึ่ง นัยน์ตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธาอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งเขาทำความเข้าใจในตัวหลี่ชิงจวินมากเท่าไร เขาก็ยิ่งตระหนักถึงความร้ายกาจราวกับสัตว์ประหลาดของหลี่ชิงจวินมากเท่านั้น!
เพียงแค่เจ็ดวัน เขาก้าวจากปุถุชนคนธรรมดาขึ้นเป็นถึงมหาจักรพรรดิ ทั้งยังสามารถเสกกองทัพไร้พ่ายขึ้นมาจากความว่างเปล่าได้อีกด้วย!
ทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าหลี่ชิงจวินน่าจะเป็นการกลับชาติมาเกิดของตัวตนต้องห้ามแต่ยุคโบราณกาล!
หลี่ชิงจวินเลิกคิ้วขึ้น แน่นอนว่าเขารู้จักราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ฉางชิง และถ้าจำไม่ผิด เขาเองก็น่าจะมีสัญญาหมั้นหมายกับราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ฉางชิงอยู่ด้วย
"ไม่ต้องรีบร้อน หากจะรับมือกับภัยคุกคามภายนอก เราต้องจัดการภายในให้มั่นคงเสียก่อน กบฏในราชวงศ์จักรพรรดิต้าเฟิงถูกปราบปรามหมดแล้วหรือยัง?" หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลี่ชิงจวินก็ส่ายหน้าและละทิ้งเรื่องของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ฉางชิงไปชั่วคราว
ทว่าในใจของเขา ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ฉางชิงได้ถูกหมายหัวให้ลบหายไปจากสามพันดินแดนเต๋าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"เรียนนายท่าน องค์ชายกบฏทั้งสิบสองพระองค์ถูกประหารชีวิตแล้วขอรับ ขณะนี้กองทัพนรกโลหิตกำลังกวาดล้างสำนักที่ยังคงหลงเหลือซึ่งเข้าร่วมกับการก่อกบฏ" ฉู่ซินตอบตามความเป็นจริง
และทันทีที่ฉู่ซินกล่าวจบ หลี่ชิงจวินก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ
"【ภารกิจ: กวาดล้างราชวงศ์จักรพรรดิต้าเฟิง เสร็จสิ้น!】
【รางวัล: ต้นกำเนิดแห่งเต๋า】
【รางวัล: กายาเซียนราชันย์นรกโลหิต】
【รางวัล: การ์ดอัญเชิญระดับกึ่งจักรพรรดิขั้นสูงสุด * 2】
【รางวัล: หินวิญญาณระดับสูงสุดหนึ่งล้านก้อน】"
...
"【ภารกิจรอง: อดีตของฉู่ซิน】
【เมื่อติดตามนายท่าน ย่อมต้องกระทำตามใจปรารถนา และแก้ไขความว้าวุ่นในใจของฉู่ซินให้กระจ่าง】"
"【รางวัล: ไม่ทราบ】"
"【ภารกิจ: ฟื้นฟูราชวงศ์จักรพรรดิต้าเฟิงภายในหนึ่งเดือน】
【กบฏเพิ่งจะถูกปราบปราม นายท่านจำเป็นต้องเริ่มต้นฟื้นฟูมันขึ้นมาใหม่】"
"【รางวัล: ไม่ทราบ】"
เมื่อเสียงของระบบดังก้องในหัว แววตาของหลี่ชิงจวินก็ปรากฏร่องรอยของความเหม่อลอย
ร่างกายของเขาดูราวกับจะกลายสภาพเป็นเตาหลอมที่คอยหลอมรวมและสกัดต้นกำเนิดแห่งเต๋า ไม่ว่าจะเป็นกาลเวลา มิติ ความมืด และแสงสว่างที่อยู่ภายในตัวเขา!
ฉู่ซินและรองแม่ทัพแห่งกองทัพนรกโลหิตทั้งเก้าคนตกตะลึงไปในทันที หลี่ชิงจวินที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาดูเหมือนจะเป็นร่างจุติของมหาเต๋า ครอบคลุมต้นกำเนิดแห่งเต๋าทั้งปวงตั้งแต่ยุคโบราณกาลจนถึงปัจจุบัน ช่างเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด!
"ขอแสดงความยินดีด้วยนายท่าน ที่ก้าวเข้าใกล้มหาเต๋าไปอีกขั้น!"
"ขอแสดงความยินดีด้วยนายท่าน ที่ก้าวเข้าใกล้มหาเต๋าไปอีกขั้น!"
หลี่ชิงจวินโบกมือ ก่อนจะหันไปมองฉู่ซินด้วยแววตาครุ่นคิด ภารกิจของฉู่ซินนั้นน่าจะสำเร็จได้ง่ายๆ
แต่การขอให้เขาฟื้นฟูราชวงศ์จักรพรรดิต้าเฟิงขึ้นมาใหม่นั้นค่อนข้างจะเรียกร้องมากไปสักหน่อย
"สิ่งนี้มอบให้เจ้า" หลี่ชิงจวินดีดนิ้ว แล้วแสงสีเลือดสายหนึ่งก็พุ่งเข้าหลอมรวมกับร่างกายของฉู่ซินในพริบตา
'ตู้ม!'
เสาโลหิตพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมนภาไปครึ่งแถบให้กลายเป็นสีแดงฉาน นิมิตการร่วงหล่นของเซียนราชันย์ถึงกับปรากฏขึ้นเบื้องหลังฉู่ซิน!
ในชั่วพริบตา ผู้บำเพ็ญเพียรที่แข็งแกร่งทั้งหมดในดินแดนต้าเฟิงล้วนตกตะลึง และมิติเร้นลับก็เต็มไปด้วยสัมผัสเทวะอันน่าสะพรึงกลัว!
"นี่มัน... อัจฉริยะปรากฏตัวแล้ว! เขาอาจมีศักยภาพถึงขั้นบรรลุเป็นจักรพรรดิได้เลยทีเดียว!"
"ค้นหา! จงตามหาคนผู้นี้ให้พบไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด และทำให้เขายอมเข้าร่วมกับสำนักของเราให้จงได้ หากจำเป็น อนุญาตให้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด!"
"ก่อนที่ดินแดนเต๋าอื่นๆ จะไหวตัวทัน เราจะต้องหาคนผู้นี้ให้พบ!"
กระทั่งตัวตนที่น่าเกรงขามจนถึงขีดสุดยังต้องใช้วิชาทำนายทายทัก เพื่อพยายามค้นหาตำแหน่งของฉู่ซิน
ภายในโถงอันโอ่อ่า หลี่ชิงจวินหรี่ตาลง มองดูกลิ่นอายจำนวนนับไม่ถ้วนที่โผล่ออกมาจากมิติเร้นลับ แล้วอดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงเย็นชาออกมา!
"หึ!"
เสียงแค่นอันเย็นชานี้ทะลวงผ่านห้วงมิติ เข้าไปตัดการเชื่อมต่อของผู้ที่พยายามใช้วิชาทำนายทายทักทั้งหมดโดยตรง!
"พรวด! มีตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งกำลังปกป้องคนผู้นี้อยู่! ไม่อาจทำนายได้!"
"แข็งแกร่งมาก เพียงแค่เสียงแค่นเย็นชาก็สามารถตัดวิชาทำนายของข้าได้แล้ว หรือว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับกึ่งจักรพรรดิขั้นสูงสุด!?"
ตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวนับไม่ถ้วนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด ความหวาดกลัววาบผ่านในดวงตา พวกเขาไม่กล้าพยายามทำนายอีกต่อไปในทันที และทำได้เพียงส่งศิษย์ของตนออกไปค้นหา โดยหวังว่าจะได้ผูกมิตรด้วย!
"ไม่เลว" หลี่ชิงจวินพยักหน้า แววตาเผยให้เห็นถึงความพึงพอใจ ในขณะนี้ พรสวรรค์ของฉู่ซินก็ทะลวงผ่านขีดจำกัดจนบรรลุถึงระดับหลากสีสันแล้ว!
"【ชื่อ: ฉู่ซิน】
【ระดับขั้น: ตำหนักม่วงขั้นสูงสุด】
【พรสวรรค์: กายาเซียนไร้เปรียบ】
【ประวัติ: การกลับชาติมาเกิดของเศษเสี้ยวจิตวิญญาณจักรพรรดิมารโบราณ ปัจจุบันคือแม่ทัพแห่งกองทัพนรกโลหิต】"
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในกายา แววตาของฉู่ซินก็ฉายความปีติยินดีอย่างสุดซึ้ง หากเทียบกับเมื่อก่อน แม้ระดับพลังจะยังไม่เลื่อนขั้น ทว่าความแข็งแกร่งของเขากลับเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า!
เขายังรู้สึกด้วยซ้ำว่าตนสามารถตบผู้ฝึกตนระดับนักบุญดาดๆ ให้ตายได้ด้วยการลงมือเพียงครั้งเดียว!
"ขอบคุณนายท่านสำหรับชีวิตใหม่ ข้าฉู่ซินจะไม่ทำให้ความเมตตาของท่านต้องสูญเปล่า!" สีหน้าของฉู่ซินเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ในขณะนี้ เขาสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับนักบุญได้ทุกเมื่อ!
หลี่ชิงจวินพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาว่า "ตอนที่เจ้าค้นดูความทรงจำเมื่อครู่นี้ เจ้าพบร่องรอยของจี้อู๋โหมวและจูฟู่ซานบ้างหรือไม่?"
เขานึกขึ้นมาได้ว่าเสด็จพ่อของตนก็เป็นผู้ปกครองที่ไม่ค่อยใส่ใจงานบริหาร และกิจการงานทั้งหมดของราชวงศ์ล้วนได้รับการจัดการโดยจี้อู๋โหมวและจูฟู่ซาน
นอกจากนี้ ทั้งสองก็ทำหน้าที่ได้ไม่เลว พวกเขาบริหารจัดการราชวงศ์ทั้งมวลได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่ซินก็ครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะกล่าวว่า "ขอรับ พวกเขาอยู่ในคุกหลวง"
...
ณ คุกหลวงแห่งเมืองหลวงจักรพรรดิต้าเฟิง
ภายในคุก ชายวัยกลางคนสภาพมอมแมมสองคนนั่งอยู่คนละมุมพลางจ้องมองหน้ากัน
"เฮ้อ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาตายพร้อมกับใต้เท้าจี้ผู้เที่ยงธรรม ข้าก็หวังว่าตัวเองจะทิ้งชื่อเสียงด้านความซื่อสัตย์เอาไว้ได้เช่นกัน"
ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมจู่ๆ ก็ยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ ราวกับว่าภาระอันหนักอึ้งได้ถูกยกออกไปจากบ่า
ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมซูบ ซึ่งแม้ใบหน้าจะเปรอะเปื้อนแต่นัยน์ตากลับทอประกายดุจดวงดารา แสยะยิ้มเยาะ "ถุย! อย่างเจ้าน่ะหรือ? เจ้ามันไม่คู่ควร!"
"ใต้เท้าจู ทรัพย์สินของราษฎรตาดำๆ และของวิเศษฟ้าดินตั้งเท่าไรที่เจ้ารีดไถมาในนามของราชวงศ์?"
"เจ้าสมควรถูกสับเป็นพันชิ้น!"
จูฟู่ซานยิ้มบางๆ "แล้วเจ้าคิดว่าทรัพย์สินของราษฎรกับของวิเศษฟ้าดินทั้งหมดนั้นหายไปไหนกันเล่า?"
"องค์รัชทายาททรงประชวรมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ของวิเศษฟ้าดินกว่าครึ่งถูกนำไปใช้เพื่อฟื้นฟูพระวรกายของพระองค์"
"ส่วนที่เหลือก็ถูกนำไปใช้เป็นเบี้ยหวัดของเหล่าขุนนาง"
"ถึงแม้ข้าจูฟู่ซานจะละโมบ แต่ข้าก็ไม่ได้หลงใหลในเงินทอง"
จี้อู๋โหมวแค่นเสียงเยาะเมื่อได้ยินเช่นนั้น ทว่าก็ไม่ได้โต้แย้งสิ่งใด เพราะเขารู้ดีว่าจูฟู่ซานพูดความจริง
ทั้งสองเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาหลายปีจนเข้าใจอีกฝ่ายดียิ่งกว่าที่เข้าใจตนเองเสียอีก!
'แอ๊ด!'
ประตูคุกอันเก่าซอมซ่อเปิดออก ชายหนุ่มในชุดเกราะสีเลือดปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา กลิ่นคาวเลือดพลันคละคลุ้งไปทั่วคุกหลวงอันมืดมิดและอับชื้น
"โอ้? ดูเหมือนจะถึงเวลาต้องไปเสียแล้ว มีใต้เท้าจี้คอยร่วมทางไปด้วยเช่นนี้ คงไม่เหงาเท่าไรนัก"
เมื่อเห็นผู้มาใหม่ จูฟู่ซานก็ยิ้มเจื่อนๆ และหยัดกายลุกขึ้นเพื่อยืดเส้นยืดสายร่างกายที่แข็งเกร็ง
จี้อู๋โหมวยังคงเงียบงัน เขาลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นออกจนเสื้อผ้าไร้รอยเปื้อน แล้วก้าวเดินออกจากประตูไปอย่างสงบ
"ใต้เท้าทั้งสอง ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าได้รับคำสั่งให้มาเชิญพวกท่านไปยังพระราชวังเพื่อร่วมหารือขอรับ!"
โลหิตสามชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ประสานมือและเอ่ยอธิบาย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของทั้งสองก็ไม่เปลี่ยนแปลง พวกเขากล่าวขึ้นพร้อมกันว่า "ไม่ต้อง ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกทรยศเหล่านั้นอีกแล้ว หากอยากจะหารือ ก็ให้พวกมันมาที่คุกหลวงแห่งนี้เองเถอะ!"
โลหิตสามกล่าวอย่างจนใจ "ใต้เท้า ท่านเข้าใจผิดแล้วขอรับ กบฏทั้งหมดถูกประหารชีวิตสิ้นแล้ว!"
"องค์รัชทายาทเสด็จกลับมาแล้ว และได้กวาดล้างกองทัพกบฏจนสิ้นซาก!"