- หน้าแรก
- ปริ๊นซ์ออฟเทนนิส เทพแร็กเก็ต
- บทที่ 3 การยั่วยุของปีสอง, บุตรแห่งพระเจ้า
บทที่ 3 การยั่วยุของปีสอง, บุตรแห่งพระเจ้า
บทที่ 3 การยั่วยุของปีสอง, บุตรแห่งพระเจ้า
บทที่ 3 การยั่วยุของปีสอง, บุตรแห่งพระเจ้า
“จะทานแล้วนะครับ...”
“...”
เช้าตรู่ คิตาจิมะตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง มานั่งกินข้าวเช้ากับครอบครัวเหมือนเคย
เพราะงานของพ่อกับแม่ค่อนข้างยุ่ง ทั้งคู่ต้องออกจากบ้านแต่เช้าและกลับดึกแทบทุกวัน
“ยู ที่ริคไคเป็นยังไงบ้าง ปรับตัวได้รึยัง?”
พอกินอิ่ม คิตาจิมะ ทาคุจิ พ่อของเขาก็ถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ลูกชายคนนี้สอบจากโรงเรียนประถมคานางาวะไดอิจิเข้ามารียงสาธิตริคไคได้ด้วยคะแนนระดับท็อป ทำให้เขาภูมิใจอยู่ลึก ๆ ตั้งแต่แรกแล้ว
“ก็โอเคครับ นักเรียนที่นั่นดูน่าสนใจดี...”
คิตาจิมะคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบออกไป
“เรื่องกินอาจจะลำบากนิดหน่อย ถึงจะอยู่ไม่ไกลบ้านก็เถอะ...”
“งั้นเอางี้ไหม แม่ทำเบนโตะให้กินตอนเที่ยงดีรึเปล่า?”
คิตาจิมะ เรนะ แม่ของเขากะพริบตาถามอย่างอารมณ์ดี
ถึงจะอายุสามสิบกว่าแล้ว แต่เรนะยังดูแลตัวเองดีมาก ดูยังไงก็เหมือนสาวยี่สิบต้น ๆ อยู่เลย
ที่จริงแล้ว หน้าตาดี ๆ ของคิตาจิมะก็ได้มาจากแม่เต็ม ๆ ตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เขาดูโดดเด่นกว่าคนวัยเดียวกันอยู่เสมอ
“อะไรก็ได้ครับ ผมไม่เรื่องมากเรื่องกินอยู่แล้ว...”
หลังจากคิดอย่างจริงจังอยู่แป๊บเดียว คิตาจิมะก็พยักหน้าช้า ๆ
นักเรียนส่วนใหญ่ ถ้าไม่ได้พักใกล้โรงเรียน ก็มักจะเอาเบนโตะมากินกันเองตอนเที่ยงอยู่แล้ว
แบบนี้ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ
“งั้นแม่เตรียมไว้ให้ล่วงหน้าเลยนะ! พอดีเมื่อวานแม่เอาขนมจากร้านกลับมาด้วย...”
ดวงตาของเรนะเป็นประกายขึ้นมาทันที จากนั้นก็เริ่มลงมือเตรียมเบนโตะอย่างกระตือรือร้น
เบนโตะของญี่ปุ่นมีเมนูให้จัดหลากหลาย
ลูกชิ้นเนย ไข่เจียว เห็ดผัด เบคอน แฮมเบิร์ก มะเขือเทศ ข้าวฟ่าง...
พอใส่ของหวานเล็ก ๆ ไว้เป็นของล้างปากหลังมื้ออาหาร “เบนโตะของหวาน” ของคิตาจิมะก็เสร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว
จริงอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อกับร้านแถวสถานีรถไฟก็มีเบนโตะวางขายอยู่เต็มไปหมด
แต่สำหรับเรนะแล้ว การได้ทำเองกลับให้ความรู้สึกภูมิใจมากกว่า
“ผมไปโรงเรียนก่อนนะครับ...”
พอเช็กเวลาเสร็จ คิตาจิมะก็จัดการเก็บกล่องเบนโตะใส่กระเป๋าเป้
หยิบกระเป๋าอีกใบขึ้นมาสะพาย เตรียมออกจากบ้าน
“เช้าเชียว ยังไม่ถึงเจ็ดโมงเลยไม่ใช่เหรอ?”
ทาคุจิถามอย่างงง ๆ
“ผมเข้าชมรมแล้วครับ การฝึกซ้อมค่อนข้างเข้มงวดนิดหน่อย”
คิตาจิมะตอบสบาย ๆ
“เข้าชมรมเหรอ งั้นไปเช้า ๆ ก็ดีแล้วล่ะ ช่วงชมรมตอนม.ต้นเป็นประสบการณ์ที่ดีมากในชีวิตเลยนะ...”
ทาคุจิพยักหน้าเห็นด้วย
“แต่อย่าหักโหมมากไปล่ะลูก เรื่องชมรม เอาแค่สนุกกับมันก็พอแล้ว”
เรนะพูดพร้อมรอยยิ้ม มองหน้าคิตาจิมะ ยู ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“ไม่ต้องห่วงครับ”
คิตาจิมะไม่ได้พูดอะไรต่อ หยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากประตูบ้าน
แน่นอนว่า เขาไม่ลืมหยิบไม้เทนนิสไปด้วย
ไม้เทนนิสแต่ละแบบเข้ากับสไตล์การเล่นที่ต่างกันไป...เซิร์ฟแอนด์โวลเลย์, โวลเลย์, เกมรับ, ออลราวนด์...
ด้วยสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้ คิตาจิมะเลยเลือกใช้ไม้หน้าใหญ่แบบ OS ที่ออกแบบมาสำหรับมือใหม่
ประเภทนี้มีหน้าไม้กว้าง จุดสวีทสปอตเยอะ ตีโดนลูกได้ง่าย
และเพราะแรงกระแทกจะกระจายไปตามหน้าไม้หลังจากลูกสัมผัสเอ็น จึงช่วยซับแรงให้ข้อมือได้ระดับหนึ่ง
ยังไงซะ ร่างกายของเขาก็ยังอยู่ในวัยกำลังโต
ไม้เทนนิสอันนี้จึงถือว่าเหมาะที่สุดแล้วในตอนนี้
ตอนที่เขามาถึงริคไค เวลาก็เกือบจะเจ็ดโมงพอดี
แม้ฟ้าจะเพิ่งเริ่มสาง แต่บริเวณชมรมเทนนิสก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คนแล้ว
และอย่างที่คาดไว้ เขามองเห็นหัวสาหร่ายคุ้นตาอยู่กลางฝูงชนทันที
“เป็นไงบ้างครับ คุณคิริฮาระ?”
คิตาจิมะเดินเข้าไปทักด้วยรอยยิ้ม
ตอนนี้คิริฮาระทำท่าทางมั่นหน้าแบบสุด ๆ
จะไม่มาโผล่ที่นี่ก็คงจะแปลกแล้ว
“ยังไม่เริ่มเลย...”
คิริฮาระเกาหัว แต่ในดวงตากลับแฝงประกายคึกคักอยู่
“รุ่นพี่ที่นี่ใจดีใช้ได้เลยนะ ชั้นเพิ่งไปคุยเรื่องเข้าเป็นสมาชิกชมรมเทนนิสกับรุ่นพี่สองสามคนมา ไม่คิดว่าจะตกลงกันง่ายขนาดนี้...”
“อย่างงั้นเหรอ...”
คิตาจิมะเพียงแค่ยิ้ม ไม่ได้พูดเสริมอะไร
“แต่นี่มันก็แปลว่า ริคไคเขาเห็นความสำคัญในตัวชั้นเหมือนกัน แถมรุ่นพี่พวกนั้นยังยอมรับความสามารถของชั้นด้วย...”
คิริฮาระเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สีหน้าดูภูมิใจอย่างเห็นได้ชัด
“โอ้?”
ดวงตาของคิตาจิมะแอบฉายแววสงสัยนิด ๆ
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะหยันก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของทั้งคู่
“ฮ่าฮ่าฮ่า ฟังแล้วจะขำตาย วันเปิดเทอมวันแรก ปีนขึ้นไปบนประตูโรงเรียนแล้วประกาศว่าจะเป็นที่หนึ่งในโลก... นั่นคงไม่ใช่แกหรอกมั้ง?”
เสียงเย้ยหยันดังต่อเนื่อง
“พูดตามตรงนะ ชั้นได้ยินเรื่องของ ‘คิริฮาระ อาคายะ’ จากฝ่ายปกครองมาเยอะเลยล่ะ...”
“ว่าไงนะ?!”
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ดวงตาของคิริฮาระก็แดงก่ำขึ้นมา เขาหันไปจ้องต้นเสียงทันที
คนพูดตัวสูงราว ๆ หนึ่งเมตรแปด ดูล่ำสันแข็งแรงอย่างเห็นได้ชัด
เดาได้ไม่ยากว่าเป็นเด็กปีสองหรือปีสาม
“อะไร ไม่พอใจรึไง?”
ซาคาชิตะ มาซาโอะ ขยับแขนโชว์กล้าม ท่าทางเต็มไปด้วยการยั่วยุ
เขาแสยะยิ้มพลางพูดต่อ
“อายุน้อยแค่นี้ก็ฝันจะเป็นที่หนึ่งในโลกแล้วเหรอ หึหึ...
บอกให้ก็ได้ ต่อให้พวกแกสองคนดาหน้ากันเข้ามา ก็ไม่มีทางรับลูกเสิร์ฟของชั้นไหวสักกระบวนท่าหรอก!”
คิตาจิมะ: “...”
(ทำไมเราถึงโดนพ่วงไปด้วยล่ะเนี่ย...)
เขาบ่นในใจอย่างช่วยไม่ได้
รุ่นพี่อาวุโสตรงหน้าคนนี้ อย่างน้อยก็ต้องอยู่ปีสองหรือไม่ก็ปีสามแน่ ๆ
ด้วยความสามารถในตอนนี้ของเขา... จะว่าไปก็ออกจะตึงมืออยู่เหมือนกัน
ถึงเขาจะดึงความสามารถส่วนหนึ่งของคิริฮาระมาใช้ได้ แต่โดยรวมแล้ว ระดับฝีมือของเขาตอนนี้ก็ยังแค่ “มือใหม่” เท่านั้นเอง
“บ้าเอ๊ย! งั้นให้ชั้นเป็นคนสั่งสอนเองก็แล้วกัน!”
คิริฮาระเดือดทันที ใบหน้าแดงก่ำ เขาคว้าไม้เทนนิสขึ้นมาโดยไม่ลังเล
ตั้งแต่เด็กจนโต เขาแทบไม่เคยยอมให้ใครมาดูถูกแบบนี้
ยิ่งเจอการยั่วยุโจ่งแจ้งขนาดนี้ คำว่า “อดทน” ไม่เคยมีอยู่ในหัวเลยด้วยซ้ำ
“พอแล้ว ไม่อนุญาตให้แข่งกันเองตามใจในชมรมเทนนิส...”
เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากด้านข้าง
เด็กหนุ่มผมแดงคนหนึ่งกำลังเคี้ยวหมากฝรั่ง พลางหรี่ตามองมาทางคิริฮาระ
“ถ้าอยากแข่งจริง ๆ ก็รอให้เริ่มการทดสอบคัดตัวก่อนเถอะ”
มารุอิ บุนตะ!
และข้าง ๆ มารุอิ ก็คือ นิโอ กับ แจ็คคัล ว่าที่ตัวจริงของทีมอีกสองคน
แม้ทั้งสามจะเพิ่งอยู่แค่ปีสอง แต่จากผลงานในการแข่งเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งเต็มที่ ทำให้มีอิทธิพลไม่น้อยในชมรมเทนนิสริคไค
“งั้นวันนี้จะปล่อยไปก่อนก็ได้”
ซาคาชิตะแค่นเสียงเย็นชาอย่างไม่ใส่ใจนัก
“อีกไม่กี่วัน เดี๋ยวชั้นจัดการสั่งสอนให้รู้สำนึกเอง ไอ้หนู...”
“อะไรของนาย กลัวขึ้นมาแล้วเหรอ?”
คิริฮาระเหล่มองซาคาชิตะด้วยสายตาดูแคลนเต็มที่
เขาไม่สนใจกฎของชมรมสักนิด ก็ดึงไม้เทนนิสออกมาจากกระเป๋าอย่างไม่แยแส
“ดีแต่เห่า หวังว่าคงไม่ปอดแหกทีหลังหรอกนะ?”
“แก!”
ใบหน้าของซาคาชิตะเต็มไปด้วยความโกรธทันที
“ถ้าอยากแข่งนักล่ะก็ งั้นก็มาลองดูกันหน่อย...”
จู่ ๆ อีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
ทันใดนั้น ร่างในชุดแจ็กเก็ตสีเหลืองคุ้นตาพร้อมด้วยอีกสองคนก็เดินเข้ามาในสนาม
“ว่าแต่ ตอนนี้เธอยังไม่ได้เป็นสมาชิกชมรมเทนนิสอย่างเป็นทางการสินะ งั้นแข่งสักแมตช์ก็คงไม่เป็นไรหรอก...”
ยูกิมุระยิ้มบาง ๆ พลางหันสายตาไปมองคิริฮาระอย่างอ่อนโยน
“นายคือ... ยูกิมุระ?!”
คิริฮาระชะงักไปทันที มองร่างนั้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
เขาเห็น “บุตรแห่งพระเจ้า” คนนี้ผ่านหน้าจอโทรทัศน์มานับครั้งไม่ถ้วน
ความจริงแล้ว เหตุผลที่เขาเลือกมาเข้าเรียนที่ริคไค ก็เพื่อมาท้าชิงตำแหน่งที่หนึ่งในชมรมเทนนิสแห่งนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...
“บุตรแห่งพระเจ้า” ยูกิมุระ เซย์อิจิ นั่นแหละ คือเป้าหมายสูงสุดของเขา...