เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 การยั่วยุของปีสอง, บุตรแห่งพระเจ้า

บทที่ 3 การยั่วยุของปีสอง, บุตรแห่งพระเจ้า

บทที่ 3 การยั่วยุของปีสอง, บุตรแห่งพระเจ้า


บทที่ 3 การยั่วยุของปีสอง, บุตรแห่งพระเจ้า

“จะทานแล้วนะครับ...”

“...”

เช้าตรู่ คิตาจิมะตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง มานั่งกินข้าวเช้ากับครอบครัวเหมือนเคย

เพราะงานของพ่อกับแม่ค่อนข้างยุ่ง ทั้งคู่ต้องออกจากบ้านแต่เช้าและกลับดึกแทบทุกวัน

“ยู ที่ริคไคเป็นยังไงบ้าง ปรับตัวได้รึยัง?”

พอกินอิ่ม คิตาจิมะ ทาคุจิ พ่อของเขาก็ถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม

ลูกชายคนนี้สอบจากโรงเรียนประถมคานางาวะไดอิจิเข้ามารียงสาธิตริคไคได้ด้วยคะแนนระดับท็อป ทำให้เขาภูมิใจอยู่ลึก ๆ ตั้งแต่แรกแล้ว

“ก็โอเคครับ นักเรียนที่นั่นดูน่าสนใจดี...”

คิตาจิมะคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบออกไป

“เรื่องกินอาจจะลำบากนิดหน่อย ถึงจะอยู่ไม่ไกลบ้านก็เถอะ...”

“งั้นเอางี้ไหม แม่ทำเบนโตะให้กินตอนเที่ยงดีรึเปล่า?”

คิตาจิมะ เรนะ แม่ของเขากะพริบตาถามอย่างอารมณ์ดี

ถึงจะอายุสามสิบกว่าแล้ว แต่เรนะยังดูแลตัวเองดีมาก ดูยังไงก็เหมือนสาวยี่สิบต้น ๆ อยู่เลย

ที่จริงแล้ว หน้าตาดี ๆ ของคิตาจิมะก็ได้มาจากแม่เต็ม ๆ ตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เขาดูโดดเด่นกว่าคนวัยเดียวกันอยู่เสมอ

“อะไรก็ได้ครับ ผมไม่เรื่องมากเรื่องกินอยู่แล้ว...”

หลังจากคิดอย่างจริงจังอยู่แป๊บเดียว คิตาจิมะก็พยักหน้าช้า ๆ

นักเรียนส่วนใหญ่ ถ้าไม่ได้พักใกล้โรงเรียน ก็มักจะเอาเบนโตะมากินกันเองตอนเที่ยงอยู่แล้ว

แบบนี้ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ

“งั้นแม่เตรียมไว้ให้ล่วงหน้าเลยนะ! พอดีเมื่อวานแม่เอาขนมจากร้านกลับมาด้วย...”

ดวงตาของเรนะเป็นประกายขึ้นมาทันที จากนั้นก็เริ่มลงมือเตรียมเบนโตะอย่างกระตือรือร้น

เบนโตะของญี่ปุ่นมีเมนูให้จัดหลากหลาย

ลูกชิ้นเนย ไข่เจียว เห็ดผัด เบคอน แฮมเบิร์ก มะเขือเทศ ข้าวฟ่าง...

พอใส่ของหวานเล็ก ๆ ไว้เป็นของล้างปากหลังมื้ออาหาร “เบนโตะของหวาน” ของคิตาจิมะก็เสร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว

จริงอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อกับร้านแถวสถานีรถไฟก็มีเบนโตะวางขายอยู่เต็มไปหมด

แต่สำหรับเรนะแล้ว การได้ทำเองกลับให้ความรู้สึกภูมิใจมากกว่า

“ผมไปโรงเรียนก่อนนะครับ...”

พอเช็กเวลาเสร็จ คิตาจิมะก็จัดการเก็บกล่องเบนโตะใส่กระเป๋าเป้

หยิบกระเป๋าอีกใบขึ้นมาสะพาย เตรียมออกจากบ้าน

“เช้าเชียว ยังไม่ถึงเจ็ดโมงเลยไม่ใช่เหรอ?”

ทาคุจิถามอย่างงง ๆ

“ผมเข้าชมรมแล้วครับ การฝึกซ้อมค่อนข้างเข้มงวดนิดหน่อย”

คิตาจิมะตอบสบาย ๆ

“เข้าชมรมเหรอ งั้นไปเช้า ๆ ก็ดีแล้วล่ะ ช่วงชมรมตอนม.ต้นเป็นประสบการณ์ที่ดีมากในชีวิตเลยนะ...”

ทาคุจิพยักหน้าเห็นด้วย

“แต่อย่าหักโหมมากไปล่ะลูก เรื่องชมรม เอาแค่สนุกกับมันก็พอแล้ว”

เรนะพูดพร้อมรอยยิ้ม มองหน้าคิตาจิมะ ยู ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน

“ไม่ต้องห่วงครับ”

คิตาจิมะไม่ได้พูดอะไรต่อ หยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากประตูบ้าน

แน่นอนว่า เขาไม่ลืมหยิบไม้เทนนิสไปด้วย

ไม้เทนนิสแต่ละแบบเข้ากับสไตล์การเล่นที่ต่างกันไป...เซิร์ฟแอนด์โวลเลย์, โวลเลย์, เกมรับ, ออลราวนด์...

ด้วยสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้ คิตาจิมะเลยเลือกใช้ไม้หน้าใหญ่แบบ OS ที่ออกแบบมาสำหรับมือใหม่

ประเภทนี้มีหน้าไม้กว้าง จุดสวีทสปอตเยอะ ตีโดนลูกได้ง่าย

และเพราะแรงกระแทกจะกระจายไปตามหน้าไม้หลังจากลูกสัมผัสเอ็น จึงช่วยซับแรงให้ข้อมือได้ระดับหนึ่ง

ยังไงซะ ร่างกายของเขาก็ยังอยู่ในวัยกำลังโต

ไม้เทนนิสอันนี้จึงถือว่าเหมาะที่สุดแล้วในตอนนี้

ตอนที่เขามาถึงริคไค เวลาก็เกือบจะเจ็ดโมงพอดี

แม้ฟ้าจะเพิ่งเริ่มสาง แต่บริเวณชมรมเทนนิสก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คนแล้ว

และอย่างที่คาดไว้ เขามองเห็นหัวสาหร่ายคุ้นตาอยู่กลางฝูงชนทันที

“เป็นไงบ้างครับ คุณคิริฮาระ?”

คิตาจิมะเดินเข้าไปทักด้วยรอยยิ้ม

ตอนนี้คิริฮาระทำท่าทางมั่นหน้าแบบสุด ๆ

จะไม่มาโผล่ที่นี่ก็คงจะแปลกแล้ว

“ยังไม่เริ่มเลย...”

คิริฮาระเกาหัว แต่ในดวงตากลับแฝงประกายคึกคักอยู่

“รุ่นพี่ที่นี่ใจดีใช้ได้เลยนะ ชั้นเพิ่งไปคุยเรื่องเข้าเป็นสมาชิกชมรมเทนนิสกับรุ่นพี่สองสามคนมา ไม่คิดว่าจะตกลงกันง่ายขนาดนี้...”

“อย่างงั้นเหรอ...”

คิตาจิมะเพียงแค่ยิ้ม ไม่ได้พูดเสริมอะไร

“แต่นี่มันก็แปลว่า ริคไคเขาเห็นความสำคัญในตัวชั้นเหมือนกัน แถมรุ่นพี่พวกนั้นยังยอมรับความสามารถของชั้นด้วย...”

คิริฮาระเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สีหน้าดูภูมิใจอย่างเห็นได้ชัด

“โอ้?”

ดวงตาของคิตาจิมะแอบฉายแววสงสัยนิด ๆ

ทันใดนั้น เสียงหัวเราะหยันก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของทั้งคู่

“ฮ่าฮ่าฮ่า ฟังแล้วจะขำตาย วันเปิดเทอมวันแรก ปีนขึ้นไปบนประตูโรงเรียนแล้วประกาศว่าจะเป็นที่หนึ่งในโลก... นั่นคงไม่ใช่แกหรอกมั้ง?”

เสียงเย้ยหยันดังต่อเนื่อง

“พูดตามตรงนะ ชั้นได้ยินเรื่องของ ‘คิริฮาระ อาคายะ’ จากฝ่ายปกครองมาเยอะเลยล่ะ...”

“ว่าไงนะ?!”

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ดวงตาของคิริฮาระก็แดงก่ำขึ้นมา เขาหันไปจ้องต้นเสียงทันที

คนพูดตัวสูงราว ๆ หนึ่งเมตรแปด ดูล่ำสันแข็งแรงอย่างเห็นได้ชัด

เดาได้ไม่ยากว่าเป็นเด็กปีสองหรือปีสาม

“อะไร ไม่พอใจรึไง?”

ซาคาชิตะ มาซาโอะ ขยับแขนโชว์กล้าม ท่าทางเต็มไปด้วยการยั่วยุ

เขาแสยะยิ้มพลางพูดต่อ

“อายุน้อยแค่นี้ก็ฝันจะเป็นที่หนึ่งในโลกแล้วเหรอ หึหึ...

บอกให้ก็ได้ ต่อให้พวกแกสองคนดาหน้ากันเข้ามา ก็ไม่มีทางรับลูกเสิร์ฟของชั้นไหวสักกระบวนท่าหรอก!”

คิตาจิมะ: “...”

(ทำไมเราถึงโดนพ่วงไปด้วยล่ะเนี่ย...)

เขาบ่นในใจอย่างช่วยไม่ได้

รุ่นพี่อาวุโสตรงหน้าคนนี้ อย่างน้อยก็ต้องอยู่ปีสองหรือไม่ก็ปีสามแน่ ๆ

ด้วยความสามารถในตอนนี้ของเขา... จะว่าไปก็ออกจะตึงมืออยู่เหมือนกัน

ถึงเขาจะดึงความสามารถส่วนหนึ่งของคิริฮาระมาใช้ได้ แต่โดยรวมแล้ว ระดับฝีมือของเขาตอนนี้ก็ยังแค่ “มือใหม่” เท่านั้นเอง

“บ้าเอ๊ย! งั้นให้ชั้นเป็นคนสั่งสอนเองก็แล้วกัน!”

คิริฮาระเดือดทันที ใบหน้าแดงก่ำ เขาคว้าไม้เทนนิสขึ้นมาโดยไม่ลังเล

ตั้งแต่เด็กจนโต เขาแทบไม่เคยยอมให้ใครมาดูถูกแบบนี้

ยิ่งเจอการยั่วยุโจ่งแจ้งขนาดนี้ คำว่า “อดทน” ไม่เคยมีอยู่ในหัวเลยด้วยซ้ำ

“พอแล้ว ไม่อนุญาตให้แข่งกันเองตามใจในชมรมเทนนิส...”

เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากด้านข้าง

เด็กหนุ่มผมแดงคนหนึ่งกำลังเคี้ยวหมากฝรั่ง พลางหรี่ตามองมาทางคิริฮาระ

“ถ้าอยากแข่งจริง ๆ ก็รอให้เริ่มการทดสอบคัดตัวก่อนเถอะ”

มารุอิ บุนตะ!

และข้าง ๆ มารุอิ ก็คือ นิโอ กับ แจ็คคัล ว่าที่ตัวจริงของทีมอีกสองคน

แม้ทั้งสามจะเพิ่งอยู่แค่ปีสอง แต่จากผลงานในการแข่งเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งเต็มที่ ทำให้มีอิทธิพลไม่น้อยในชมรมเทนนิสริคไค

“งั้นวันนี้จะปล่อยไปก่อนก็ได้”

ซาคาชิตะแค่นเสียงเย็นชาอย่างไม่ใส่ใจนัก

“อีกไม่กี่วัน เดี๋ยวชั้นจัดการสั่งสอนให้รู้สำนึกเอง ไอ้หนู...”

“อะไรของนาย กลัวขึ้นมาแล้วเหรอ?”

คิริฮาระเหล่มองซาคาชิตะด้วยสายตาดูแคลนเต็มที่

เขาไม่สนใจกฎของชมรมสักนิด ก็ดึงไม้เทนนิสออกมาจากกระเป๋าอย่างไม่แยแส

“ดีแต่เห่า หวังว่าคงไม่ปอดแหกทีหลังหรอกนะ?”

“แก!”

ใบหน้าของซาคาชิตะเต็มไปด้วยความโกรธทันที

“ถ้าอยากแข่งนักล่ะก็ งั้นก็มาลองดูกันหน่อย...”

จู่ ๆ อีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

ทันใดนั้น ร่างในชุดแจ็กเก็ตสีเหลืองคุ้นตาพร้อมด้วยอีกสองคนก็เดินเข้ามาในสนาม

“ว่าแต่ ตอนนี้เธอยังไม่ได้เป็นสมาชิกชมรมเทนนิสอย่างเป็นทางการสินะ งั้นแข่งสักแมตช์ก็คงไม่เป็นไรหรอก...”

ยูกิมุระยิ้มบาง ๆ พลางหันสายตาไปมองคิริฮาระอย่างอ่อนโยน

“นายคือ... ยูกิมุระ?!”

คิริฮาระชะงักไปทันที มองร่างนั้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

เขาเห็น “บุตรแห่งพระเจ้า” คนนี้ผ่านหน้าจอโทรทัศน์มานับครั้งไม่ถ้วน

ความจริงแล้ว เหตุผลที่เขาเลือกมาเข้าเรียนที่ริคไค ก็เพื่อมาท้าชิงตำแหน่งที่หนึ่งในชมรมเทนนิสแห่งนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...

“บุตรแห่งพระเจ้า” ยูกิมุระ เซย์อิจิ นั่นแหละ คือเป้าหมายสูงสุดของเขา...

จบบทที่ บทที่ 3 การยั่วยุของปีสอง, บุตรแห่งพระเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว