- หน้าแรก
- จินตนาการสรรค์สร้าง มหาเวทสูตรโกงไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 25 ตกตะลึง ชายขายไก่ย่างถูกล้อม
บทที่ 25 ตกตะลึง ชายขายไก่ย่างถูกล้อม
บทที่ 25 ตกตะลึง ชายขายไก่ย่างถูกล้อม
เย่เกอเดินไปทั่วทั้งตลาดซื้อขาย แต่สุดท้ายเขาก็ซื้อวัสดุสำหรับสร้างหอคอยดารามาได้เพียงห้าชนิดเท่านั้น
ถึงแม้วัสดุที่ใช้สร้างหอคอยดาราจะไม่ได้หายากมากนัก แต่มันก็ไม่ได้คุณภาพแย่แต่อย่างใด
มันไม่ได้หามาได้ง่ายๆ และบางคนก็อาจจะไม่นำออกมาตั้งแผงขาย
เย่เกอรู้สึกหนักใจเล็กน้อย เขาจะไปหาวัสดุพวกนี้มาจากไหนดี
ถ้าเขามีแต้มผลงาน เขาคงไปแลกที่สำนักได้ และคงจะรวบรวมมาได้ครบทุกอย่างแน่
ปัญหาคือ เย่เกอมีแต้มผลงานแค่ไม่กี่สิบแต้ม เขาไม่มีปัญญาซื้ออะไรเลย
มีวิธีหาแต้มผลงานเพียงสี่วิธีเท่านั้น: หนึ่ง คือการทำภารกิจ
สอง คือการสร้างคุณูปการให้สำนักมากพอ
สาม คือการเอาหินวิญญาณไปแลกกับคนอื่น โดยหินวิญญาณระดับต่ำสองก้อนแลกได้หนึ่งแต้มผลงาน
สี่ คือการแลกเปลี่ยนสิ่งของ ไม่ว่าจะแลกกับศิษย์คนอื่นหรือนำสิ่งของไปมอบให้สำนัก ก็จะได้รับแต้มภารกิจ
เย่เกอไม่ยอมไปทำภารกิจหรอก ข้างนอกมันอันตรายเกินไป
เหลือแค่สามกับสี่เท่านั้น
เย่เกอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หันหลังกลับและเดินย้อนกลับไป ไม่นานก็กลับมาหาพ่อค้าหน้าเลือดคนเดิม
พ่อค้าถึงกับผงะ ทำไมเขาถึงกลับมาล่ะ หรือว่าเขารู้ตัวแล้วว่าโดนหลอกฟันกำไร เลยจะเอาของมาคืน
ขณะที่คิดเช่นนั้น เขาก็ยิ้มและกล่าวว่า "ศิษย์น้อง ทำไมถึงกลับมาอีกล่ะ อยากซื้ออะไรเพิ่มหรือ"
"ศิษย์พี่ ข้าขอตั้งแผงขายของข้างๆ ท่านเพื่อแลกเปลี่ยนของหน่อยได้ไหมขอรับ"
เย่เกอบอกจุดประสงค์ของเขา
พ่อค้าหน้าเลือดถึงกับอึ้งไป ก่อนจะตอบตกลงอย่างง่ายดาย ตราบใดที่เขาไม่ได้มาขอคืนเงิน หมูอ้วนตัวนี้ก็คุ้มค่าที่จะพยายามรั้งตัวไว้
เย่เกอกล่าวขอบคุณและเดินไปตั้งแผงข้างๆ พ่อค้า เขาให้ตัวเขาที่อยู่ในแผนที่เพลงหาป้ายในแผนที่แล้วเก็บใส่กระเป๋าระบบ
จากนั้นเขาก็เอามันออกมาจากกระเป๋าระบบและเขียนข้อความลงไป
ไม่นาน ป้ายโฆษณาก็เสร็จสมบูรณ์และถูกเย่เกอนำมาตั้งไว้ตรงหน้า
ป้ายโฆษณานั้นใหญ่พอๆ กับตัวคนเลยทีเดียว และสะดุดตามาก
บนนั้นเขียนไว้ว่า: รับซื้อแต้มภารกิจ หินวิญญาณระดับต่ำสองก้อนต่อหนึ่งแต้ม
รับซื้อเหล็กอุกกาบาต ผลึกสุริยัน ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดเป็นวัสดุสำหรับสร้างหอคอยดารา
รับซื้อคัมภีร์ลับวิชาหลอมศาสตรา
รับซื้อสมุนไพรวิญญาณสำหรับหลอมยาเม็ดก่อตั้งรากฐาน: ดอกน้ำแข็งเร้นลับ ผลไม้วิญญาณนภา และหญ้าเจ็ดดารา จำนวนมาก
ขายไก่ย่างอาหารสวรรค์ ตัวละสิบก้อนหินวิญญาณระดับต่ำ
ขายยาเม็ดรวบรวมลมปราณลวดลายโอสถหนึ่งเส้น ขวดละสี่สิบก้อนหินวิญญาณระดับต่ำ
ขายยาเม็ดรวบรวมลมปราณลวดลายโอสถสองเส้น ขวดละหนึ่งก้อนหินวิญญาณระดับกลาง
พ่อค้ามองดูแล้วก็หัวเราะเบาๆ "แหม ศิษย์น้อง เจ้ามีธุรกิจหลายอย่างเลยนะ! ข้าไม่ค่อยมีแต้มภารกิจเท่าไหร่ คงช่วยเจ้าเรื่องนั้นไม่ได้ แต่ข้าหาสมุนไพรวิญญาณสามอย่างสำหรับทำยาเม็ดก่อตั้งรากฐานมาให้เจ้าได้พอสมควรเลย ในเมื่อเราเป็นคนกันเอง ข้าจะคิดราคาแค่ต้นละสามก้อนหินวิญญาณระดับกลาง ถูกชัวร์ๆ"
เย่เกอเดาะลิ้น "แพงจังเลยขอรับ!"
"ไม่แพงหรอก สมุนไพรวิญญาณสำหรับยาเม็ดก่อตั้งรากฐานน่ะปลูกยากจะตาย แถมยังต้องใช้เวลาปลูกอย่างน้อยตลาดยี่สิบปีถึงจะใช้ได้ ตลาดมีความต้องการสูงมาก และนอกจากที่สำนักปลูกเองแล้ว มันก็ยากมากที่จะปลูกเองได้" พ่อค้าอธิบาย
"อืมมม ตอนนี้เงินข้ายังไม่พอน่ะขอรับ เอาไว้ขายยาเม็ดกับไก่ย่างได้เมื่อไหร่ข้าค่อยมาซื้อนะ" เย่เกอตอบส่งๆ ไปอย่างนั้นแหละ ใครจะไปเชื่อคำพูดไร้สาระของพ่อค้าหน้าเลือดอย่างแกล่ะ ร้ายกาจจริงๆ
พ่อค้าหัวเราะเบาๆ "เรารู้จักกันมาตั้งนาน แต่ยังไม่รู้จักชื่อกันเลย ข้าชื่อหูซัว"
เย่เกอก็ยิ้มบางๆ เช่นกัน "ข้าชื่อเย่เกอ ที่แท้ก็ศิษย์พี่หูซัวนี่เอง ท่านอยากลองชิมไก่ย่างอาหารสวรรค์ของศิษย์น้องดูไหมขอรับ ข้าซื้อมาจากเชฟสวรรค์ระดับหนึ่งเลยนะ รสชาติอร่อยสุดยอด แถมยังช่วยเพิ่มพลังการฝึกตนได้ด้วย ท่านไม่ขาดทุนแน่นอน"
"จริงหรือ เชฟสวรรค์นี่หายากมากเลยนะ เอามาตัวนึงสิ" นอกจากฟันกำไรชาวบ้านแล้ว งานอดิเรกสุดโปรดของหูซัวก็คือการกิน พอได้ยินว่าเป็นอาหารสวรรค์ เขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะควักหินวิญญาณระดับต่ำสิบก้อนออกมา
หลังจากรับหินวิญญาณมา เย่เกอก็หยิบไก่ย่างออกมาหนึ่งตัว
ทันทีที่ไก่ย่างปรากฏขึ้น มันก็ส่งกลิ่นหอมหวนชวนหิวออกมาทันที หูซัวแค่สูดกลิ่นก็ถึงกับน้ำลายไหลอย่างควบคุมไม่ได้
เขารีบคว้าไก่ย่างมาฉีกกินอย่างตะกละตะกลาม เพียงแค่คำแรก เขาก็ถึงกับชะงักไปเลย
ผ่านไปเนิ่นนาน เขาก็หลั่งน้ำตาแห่งความซาบซึ้งและพูดปนสะอื้นว่า "อร่อย! บนโลกนี้มีอาหารอร่อยขนาดนี้อยู่ด้วยหรือ ข้าเคยได้ยินมาว่าอาหารฝีมือเชฟสวรรค์นั้นไม่ธรรมดา วันนี้ข้าก็ได้ลิ้มรสสักที"
"มันอร่อยเกินไปแล้ว แถมพลังปราณวิญญาณก็บริสุทธิ์มาก บริสุทธิ์ยิ่งกว่าหินวิญญาณระดับกลางเสียอีก เสียอย่างเดียวคือมีพลังปราณวิญญาณน้อยไปหน่อย ข้ารู้สึกเหมือนมันมีพลังเทียบเท่ากับหินวิญญาณระดับต่ำสองก้อนเท่านั้นเอง"
เย่เกอยิ้มอย่างชั่วร้าย หึๆ ไอ้หนู พอแกได้ลิ้มรสไก่ของข้าแล้ว ต่อไปแกก็เลิกกินมันไม่ได้หรอก
ไม่นานกลิ่นหอมก็ลอยฟุ้งไปทั่ว คนที่อยู่ใกล้ๆ ต่างก็ได้กลิ่นกันหมด พวกเขาค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว แม้แต่พ่อค้าแผงข้างๆ ก็ยังเก็บแผงแล้วเดินมาดู
ผู้คนหลายสิบคนรุมล้อมหูซัว จ้องมองเขากินไก่อย่างตาไม่กะพริบ พลางกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ เป็นระยะๆ
เรื่องนี้ทำให้หูซัวรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย ก็สายตาของพวกเขามันช่างแหลมคมราวกับดาบ เอาแต่จ้องมองไก่ในมือเขาเขม็งนี่นา
หูซัวรู้สึกเหมือนไก่ของเขากำลังจะโดนแย่งไปได้ทุกเมื่อ
เขารีบยื่นมือข้างหนึ่งออกไปชี้ที่ป้ายขนาดใหญ่ข้างๆ เย่เกอ
ฝูงชนมองตามสายตาของเขาและเพิ่งจะสังเกตเห็นข้อความบนป้าย
เมื่อพวกเขาเห็นคำว่า "ขายไก่ย่างอาหารสวรรค์ ตัวละสิบก้อนหินวิญญาณระดับต่ำ"
พวกเขาก็เข้าใจทันทีและพากันควักเงินออกมาซื้อกับเย่เกอ
เย่เกอหัวเราะเบาๆ โฆษณามีชีวิตนี่มันได้ผลดีจริงๆ
เขารีบเก็บเงินและส่งไก่ให้ ไม่นาน ผู้คนกว่ายี่สิบคนก็กำลังลิ้มรสไก่ย่างอย่างเอร็ดอร่อย
"พระเจ้าช่วย! มันอร่อยเกินไปแล้ว"
"ข้าไม่เคยได้กินไก่ที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย รสชาติเหมือนรสมือแม่เลย"
"สมกับเป็นไก่ฝีมือเชฟสวรรค์ แล้วที่ผ่านมายี่สิบปีข้ากินอะไรเข้าไปเนี่ย"
คนที่เดินผ่านไปมาต่างก็ซาบซึ้งจนน้ำตาไหลเพราะความอร่อย และไม่นานความวุ่นวายที่นี่ก็ถูกค้นพบ
ผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาดูความคึกคักนี้
ในเวลานี้ ชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดคลุมสีขาวพริ้วไหวเดินเอามือไพล่หลังฝ่าฝูงชนเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน
ตอนนี้แผงลอยของเย่เกอถูกล้อมรอบไปด้วยผู้คนนับร้อย เบียดเสียดยัดเยียดกันไปหมด บางคนที่กินเสร็จแล้วก็ยังพยายามเบียดเสียดเข้ามาซื้ออีก
"ศิษย์น้องพวกนี้ช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย มาเบียดเสียดกันแบบนี้ ดูไม่งามเลยจริงๆ"
"เดี๋ยวนะ กลิ่นอะไรน่ะ ทำไมถึงหอมขนาดนี้ หอมยิ่งกว่าอาหารสวรรค์ที่ท่านแม่ทำเสียอีก"
ชายหนุ่มรีบสะกิดผู้ชายคนที่กำลังเบียดเสียดอยู่รอบนอกทันที "ขอโทษนะ หลีกทางให้หน่อยสิ"
ชายคนนั้นหันมามอง พบว่าเขาไม่รู้จักชายหนุ่มผู้นี้ จึงหันกลับไปเบียดเสียดต่อ
เมื่อเห็นว่าพูดไปก็ป่วยการ ชายหนุ่มก็เริ่มร้อนใจ กลิ่นมันหอมยั่วน้ำลายเกินไปแล้ว และน้ำลายของเขาก็ไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
ในเวลานี้ เย่เกอกำลังเก็บหินวิญญาณอยู่ข้างในวงล้อม และเขาก็กำลังสนุกสุดเหวี่ยงไปเลยทีเดียว
เขารู้สึกว่าการหาเงินมันง่ายเกินไป แค่ขายไก่ เขาก็สามารถบรรลุอิสรภาพทางการเงินได้แล้ว
แค่ช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็หาหินวิญญาณระดับกลางมาได้กว่ายี่สิบก้อนแล้ว
ทันใดนั้น กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ผู้คนที่กำลังเบียดเสียดแย่งกันซื้อไก่ย่างต่างหน้าถอดสี ร่างกายโค้งงอลงด้วยแรงกดดันอันมหาศาล
เย่เกอเองก็หน้าแดงก่ำจากแรงกดดัน เข่าของเขาสั่นระริก และแทบจะทรุดลงไปคุกเข่าได้ทุกเมื่อ
ในตอนที่เย่เกอกำลังจะทนไม่ไหว
กลิ่นอายนั้นก็มาเร็วเคลมเร็ว
ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นทันที และในที่สุดก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางรีบแหวกทางให้
พวกเขารู้ดีว่าต้องเป็นคนใหญ่คนโตมาเยือนแน่ๆ
ชายในชุดคลุมสีขาวพยักหน้าอย่างพึงพอใจและค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามา
มีคนจำผู้มาเยือนได้และอุทานออกมา "นั่นคือลู่หมิงซวน บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งยอดเขาหลัก ศิษย์เอกของท่านเจ้าสำนักนี่นา"
สีหน้าของเย่เกอเปลี่ยนไป ที่แท้ก็เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งยอดเขาหลัก นั่นหมายความว่าเขาคือศิษย์พี่ของว่านหลิงเอ๋อร์สินะ
ลู่หมิงซวนเดินมาที่แผงลอย มองดูป้ายโฆษณา และฝืนทำเป็นใจเย็น ทั้งที่ในความเป็นจริงเขาอยากกินจนแทบคลั่งอยู่แล้ว
เขายังคงแสร้งทำเป็นสงบนิ่งและกล่าวว่า "ศิษย์น้อง เอาไก่ย่างให้ข้าตัวหนึ่ง ไม่สิ เอามายี่สิบตัวเลย"
ขณะที่พูด เขาก็ยื่นหินวิญญาณระดับกลางให้สองก้อน
เย่เกอรับหินวิญญาณมาและหยิบไก่ย่างออกมายี่สิบตัว
หลังจากลู่หมิงซวนรับไก่ย่างไป เขาก็ไม่ได้กินในทันที ท้ายที่สุดแล้ว เขาเป็นถึงบุตรศักดิ์สิทธิ์ เขาจึงต้องระมัดระวังคำพูดและการกระทำเป็นอย่างมาก
จากนั้น เขาก็หยิบคัมภีร์วิชาหลอมศาสตราออกมาจากแหวนเก็บของและยื่นให้เย่เกอ
เขายิ้มและกล่าวว่า "ศิษย์น้อง การที่เราได้พบกันถือเป็นวาสนา คัมภีร์วิชาหลอมศาสตราเล่มนี้คือบทสรุปประสบการณ์ส่วนตัวของข้าเกี่ยวกับการหลอมศาสตรา ข้ามอบมันให้เจ้าก็แล้วกัน"
เย่เกอรู้สึกดีกับเขาขึ้นมาทันที และรีบกล่าวว่า "ขอบพระคุณมากขอรับศิษย์พี่"
จากนั้นเขาก็หยิบไก่ย่างออกมาอีกยี่สิบตัวแล้วยื่นให้ลู่หมิงซวน
ถ้าเป็นอย่างอื่น ลู่หมิงซวนคงไม่รับไว้หรอก แต่นี่มันอาหารสวรรค์นะ! แถมยังอร่อยสุดๆ อีกต่างหาก!
สายกินตัวยงอย่างเขาจะยอมพลาดได้ยังไง เมื่อกี้เขาอยากจะเหมาหมดเลยด้วยซ้ำ แต่เขากลัวว่าถ้าทำแบบนั้น เขาจะดูเสียกิริยาเอาได้
ข่าวลือที่ว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้สง่างามไปแย่งไก่ย่างกับกลุ่มศิษย์สายนอกและศิษย์สายใน มันคงจะเป็นเรื่องที่ดูไม่จืดเอาเสียเลย
เขาเป็นคนที่ห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองมาก
เขาจึงต้องตัดใจซื้อไปแค่ยี่สิบตัวอย่างเจ็บปวด
ลู่หมิงซวนมองดูพ่อค้าหนุ่มคนนี้ และความรู้สึกดีๆ ที่มีให้เขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
"ศิษย์น้อง เรามาแลกช่องทางการติดต่อกันไว้ดีกว่า!" ลู่หมิงซวนเอ่ยพลางหยิบป้ายหยกออกมา
เย่เกอก็หยิบป้ายหยกศิษย์สายในที่เพิ่งได้มาหมาดๆ ออกมาเช่นกัน
ป้ายหยกทั้งสองสัมผัสกัน และพวกเขาก็มีช่องทางการติดต่อของกันและกันแล้ว พวกเขาสามารถส่งข้อความหากันผ่านอากาศได้เลย ซึ่งมันสะดวกมากทีเดียว
ลู่หมิงซวนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ พลางคิดในใจว่าคราวนี้เขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอดกินไก่แล้ว
เขากล่าวลาเย่เกอและเดินจากไป