เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - ดวงชะตาสัมฤทธิ์ผลยามปลาย? แต่ข้าคืออัจฉริยะต่างหาก

บทที่ 5 - ดวงชะตาสัมฤทธิ์ผลยามปลาย? แต่ข้าคืออัจฉริยะต่างหาก

บทที่ 5 - ดวงชะตาสัมฤทธิ์ผลยามปลาย? แต่ข้าคืออัจฉริยะต่างหาก


บทที่ 5 - ดวงชะตาสัมฤทธิ์ผลยามปลาย? แต่ข้าคืออัจฉริยะต่างหาก

เวลาสองเค่อผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เจียงผิงและทุกคนยืนสงบนิ่งอยู่ที่ลานฝึกยุทธ์ แต่ละคนยืนหลังตรง พลังปราณและจิตวิญญาณเปี่ยมล้น

หัวหน้าผู้คุ้มภัยเหลียงยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขา เอ่ยว่า "วิชาบำรุงกายของสำนักคุ้มภัยเรามีกระบวนท่าทั้งหมดเก้าเก้าแปดสิบเอ็ดกระบวนท่า เวลาที่แสดงกระบวนท่าจะต้องผสานประสานกับเคล็ดลับการหายใจเข้าออก จุดเด่นคือช้าแต่ไม่ต้องการความเร็ว ทว่ากลับสิ้นเปลืองพลังงานของร่างกายมนุษย์มากเกินไป ดังนั้นการแสดงกระบวนท่าหลังอาหารจึงเหมาะสมกว่า สามารถดูดซับแก่นแท้ในเนื้อวัวและข้าวสวยได้อย่างเต็มที่"

"ดังนั้นหลังจากที่พวกเจ้าฝึกวิชาแล้ว จะต้องกินเนื้อ ทางที่ดีที่สุดคือเนื้อวัวเป็นต้น มิเช่นนั้นการกินตามไม่ทันการฝึก ก็รังแต่จะลงแรงมากแต่ได้ผลน้อย"

"ยามนี้ข้าจะแสดงวิชาบำรุงกายชุดนี้ให้พวกเจ้าดูอย่างละเอียด จงดูให้ดี เรียนรู้ให้ดี!"

เอ่ยจบ หัวหน้าผู้คุ้มภัยก็เริ่มแสดงกระบวนท่า

กระบวนท่าของเขาค่อนข้างช้า แต่กลับให้ความรู้สึกที่ลื่นไหลประดุจเมฆาลอยน้ำหลาก

ในขณะเดียวกัน ระหว่างที่แสดงกระบวนท่า เหลียงเซิ่งก็จะถ่ายทอดเคล็ดลับการหายใจเข้าออกไปด้วย

บรรดาว่าที่ผู้คุ้มภัยในเวลานี้ย่อมต้องจ้องมองตาไม่กะพริบ พยายามจดจำอย่างสุดชีวิต แม้กระทั่งลมหายใจก็ยังช้าลง

เวลาผ่านไปหนึ่งเค่อเต็ม เหลียงเซิ่งจึงหยุดการเคลื่อนไหว กวาดสายตามองไปทางทุกคน "จำได้หรือไม่ ผู้ใดจะก้าวออกมาแสดงกระบวนท่าให้ดูสักรอบ"

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุม

วิชาบำรุงกายชุดนี้มีกระบวนท่าถึงแปดสิบเอ็ดกระบวนท่า อีกทั้งยังต้องผสานกับการหายใจเข้าออก นอกเสียจากว่าจะมีพรสวรรค์ติดตัวมาแต่กำเนิด มีความจำที่เป็นเลิศ มิเช่นนั้นจะสามารถจดจำได้ทั้งหมดภายในรอบเดียวได้อย่างไร

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังลังเลเพราะกลัวจะขายหน้าอยู่นั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น "ข้าเอง!"

เจียงผิงมองไป ก็เป็นเฉียนเต๋อเล่อเพื่อนร่วมห้องนั่นเอง

อีกฝ่ายก้าวออกมาข้างหน้าด้วยใบหน้าจริงจัง และเริ่มแสดงกระบวนท่า

"เขาจำได้หมดแล้วเชียวหรือ" หลัวเถี่ยเกินมีสีหน้าประหลาดใจ

"คงจะยังไม่หมด" เจียงผิงส่ายหน้า

หลัวเถี่ยเกินถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นก็เผยแววตาสงสัย "เช่นนั้นพี่เฉียนไฉนจึงกล้าออกไปแสดงกระบวนท่าเล่า"

"น่าจะอยากอาศัยการแสดงกระบวนท่า เพื่อให้หัวหน้าผู้คุ้มภัยช่วยแก้ไขจุดที่ผิดพลาดให้ อันที่จริงนี่ก็คือโอกาสที่จะได้รับการชี้แนะเป็นการส่วนตัว" เจียงผิงเพิ่งจะเอ่ยจบ ก็เห็นหัวหน้าผู้คุ้มภัยด่าทอไปพลาง แก้ไขท่าทางให้เฉียนเต๋อเล่อไปพลาง

หลังจากที่ได้รับการชี้แนะจากเหลียงเซิ่ง ทุกคนก็พบว่า ท่าทางของผู้ที่ทำคะแนนทดสอบพลังหมัดได้ห้าอันดับแรกผู้นี้เริ่มดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว

"รู้อย่างนี้ข้าออกไปเสียก็ดี" หลัวเถี่ยเกินที่จำกระบวนท่าไม่ได้ทั้งหมดรู้สึกนึกเสียใจภายหลังอยู่บ้าง

เมื่อดึงสติกลับมาได้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะกระซิบถามเจียงผิง "ในเมื่อพี่เจียงก็รู้ว่าจะได้รับการชี้แนะ ไฉนจึงไม่ออกไปเล่า"

"เพราะข้าจดบัญชีหนี้แค้นเอาไว้แล้วน่ะสิ"

คำพูดนี้เจียงผิงย่อมไม่กล้าเอ่ยออกไปเด็ดขาด

อย่ามองว่าบนใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา ภายในใจกลับตื่นเต้นจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว

เมื่อครู่นี้ตอนที่หัวหน้าผู้คุ้มภัยแสดงกระบวนตาวิชาบำรุงกายเสร็จสิ้น แสงสีทองก็วาบขึ้นในห้วงสมองของเจียงผิง

ตรายางสีทองที่สลักตัวอักษรนูนคำว่า 'สัมฤทธิ์ผลยามปลาย' ปรากฏขึ้นในห้วงสมองอย่างกะทันหัน

【ดวงชะตา: สัมฤทธิ์ผลยามปลาย】

【คุณสมบัติ: หยัดยืนมิล้มเลิก ย่อมต้องสัมฤทธิ์ผล】

ดวงชะตานี้อาจมิอาจทำให้เจียงผิงทะลวงจุดคอขวดได้อย่างรวดเร็วดุจอัจฉริยะ ทว่าความสามารถของมันกลับเป็นลางบอกเหตุว่า ชะตากรรมของเขาจะถูกเขียนขึ้นใหม่นับจากนี้!

'หยัดยืนมิล้มเลิก ย่อมต้องสัมฤทธิ์ผล!' สิ่งนี้ชี้แจงว่า ขอเพียงเจียงผิงพยายามฝึกฝนต่อไป ย่อมสามารถฝึกวิชาบำรุงกายจนบรรลุขั้นสูง กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างแน่นอน

ในทำนองเดียวกัน ด้วยการสนับสนุนจากดวงชะตา เขาได้จดจำเคล็ดลับสำคัญของวิชาบำรุงกายไว้ในใจจนขึ้นใจแล้ว

ต่อจากนี้เพียงแค่อาศัยหยาดเหงื่อแรงกายในการสะสม ปราณโลหิตย่อมก่อเกิดตามธรรมชาติ!

ดังนั้น เขาจึงละทิ้งโอกาสที่จะให้หัวหน้าผู้คุ้มภัยชี้แนะไป

......

ลานฝึกยุทธ์

เมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนก็พบว่าท่าทางของเฉียนเต๋อเล่อเริ่มมาตรฐานมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนก็เริ่มตอบสนองได้แล้ว

นี่มันเป็นโอกาสอันดีที่จะได้รับการชี้แนะเป็นการส่วนตัวชัดๆ น่าเสียดายที่พวกเขาพลาดไปแล้ว

เมื่อเฉียนเต๋อเล่อรำกระบวนท่าจนจบหนึ่งชุด ทุกคนต่างตั้งตารอคอย หวังว่าหัวหน้าผู้คุ้มภัยจะเลือกใครอีกคนให้ออกไปแสดงกระบวนท่า

ทว่าเหลียงเซิ่งกลับไม่ให้โอกาสอีก เอ่ยออกมาโดยตรงว่า "ข้าจะแสดงให้ดูอีกรอบ พวกเจ้าทั้งหมดจงทำตามกระบวนท่าของข้าไปพร้อมๆ กัน"

เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็แอบทอดถอนใจด้วยความเสียดาย กลับเป็นเฉียนเต๋อเล่อที่เดินกลับเข้าไปในกลุ่มด้วยใบหน้าภาคภูมิใจ

อย่าเห็นว่าเป็นเพียงกระบวนท่าชุดหนึ่ง ทว่าเขากลับเรียนรู้ได้ก่อน นี่ก็คือจุดเริ่มต้นของความห่างชั้นแล้ว

"พี่เฉียนช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก!" สหายเก่าซุนเจิ้งยกนิ้วโป้งให้ ภาคภูมิใจแทนสหายรัก

ขอเพียงเฉียนเต๋อเล่อยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นไปอีก เขาในฐานะสหายรัก ก็สามารถพลอยได้ใบบุญไปด้วย อาจจะให้ช่วยแอบสอนพิเศษให้แก่ตนเองได้

หึ่ง!

ในขณะที่ทุกคนเริ่มแสดงวิชาบำรุงกาย เบื้องหน้าของเจียงผิงก็สว่างวาบขึ้น อักษรบรรทัดหนึ่งปรากฏขึ้นบนดวงชะตาสีม่วงทองของเขา ประหนึ่งว่าถูกสลักเอาไว้บนนั้น

【วิชาบำรุงกายขั้นที่หนึ่ง (0/100): วันละสิบจบ สิบวันย่อมสำเร็จ】

"ดวงชะตาเริ่มออกฤทธิ์แล้ว!" เจียงผิงดีใจยิ่งนัก

จากนั้น เขาก็เก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ แสดงเคล็ดวิชาไปพร้อมกับทบทวนเคล็ดลับที่หัวหน้าผู้คุ้มภัยเหลียงอธิบายไว้ในใจ

ทว่าฝึกไปฝึกมา เจียงผิงก็พบความผิดปกติ

【วิชาบำรุงกายขั้นที่หนึ่ง (1/100)】

【วิชาบำรุงกายขั้นที่หนึ่ง (2/100)】

【....】

เขาพบว่าตัวเลขกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แตกต่างจากผลลัพธ์ที่บรรยายไว้อย่างสิ้นเชิง

หากจะพูดให้ชัดเจนก็คือ ความเร็วในการเติบโตนั้นรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ

เมื่อแสดงกระบวนท่าครบหนึ่งชุด ความชำนาญก็เปลี่ยนจาก 0 เป็น 9 แล้ว

ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง!

หากเป็นไปตามคำอธิบายของดวงชะตา เขาจำเป็นต้องฝึกวันละสิบจบ สิบวันจึงจะสำเร็จ

แยกย่อยลงมาก็คือ การฝึกแต่ละจบสามารถเพิ่มความชำนาญได้หนึ่งแต้ม

แต่ตัวเขาเพิ่งจะฝึกไปเพียงจบแรก ไฉนจึงเพิ่มขึ้นไปถึง 9 แล้วเล่า

และในเวลานี้ หัวหน้าผู้คุ้มภัยเหลียงก็หยุดลง ให้ทุกคนแสดงกระบวนท่าในจบรอบที่สองด้วยตนเอง

เจียงผิงดำดิ่งลงไปในนั้นทันที

เขาต้องการจะดูว่า ท้ายที่สุดแล้วเป็นดวงชะตาที่ผิดปกติ หรือว่าเป็นตัวเขาเองที่ผิดปกติ

【วิชาบำรุงกายขั้นที่หนึ่ง (10/100)】

【วิชาบำรุงกายขั้นที่หนึ่ง (11/100)】

【...】

......

"ช่างไม่ได้เรื่องเสียจริง ข้าอธิบายอย่างละเอียดไปถึงสามรอบแล้ว ไฉนสิบกระบวนท่าแรกจึงผิดไปถึงสี่กระบวนท่า"

ลานฝึกยุทธ์ ในขณะที่ทุกคนกำลังแสดงวิชาบำรุงกายรอบที่สอง เสียงด่าทอของหัวหน้าผู้คุ้มภัยเหลียงก็ดังขึ้นตามมา

เขาชี้หน้าชายหนุ่มคนหนึ่งพร้อมกับตวาดลั่น รู้สึกแค้นเหล็กที่ไม่ยอมเป็นเหล็กกล้าอยู่บ้าง

ระหว่างที่ด่าทอ หัวหน้าผู้คุ้มภัยก็กดไหล่ของชายผู้นั้นเบาๆ ชายผู้นั้นพลันเสียศูนย์ ร่างกายโอนเอนโซเซไปมาเกือบจะล้มหน้าคะมำ ทำให้เกิดเสียงหัวเราะครืนใหญ่

"น่าขำนักหรือ" หัวหน้าผู้คุ้มภัยเหลียงจ้องมองทุกคน เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "พวกเจ้าคิดว่ากระบวนท่าของพวกเจ้าได้มาตรฐานแล้วหรือ ฝึกแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีแล้วหรือ"

"พวกเจ้าทั้งหมดก็โง่เขลามิได้ต่างอันใดกับเขาเลย ผิดแล้วยังไม่รู้ตัว ยังมีเวลาว่างมาหัวเราะเยาะผู้อื่นอยู่อีก"

"หัวเราะสิ หัวเราะสิ พวกเจ้าก็หัวเราะกันไปเถิด"

"รอจนผ่านไปครึ่งปี พวกเจ้ายังไม่ผ่านข้อกำหนดของสำนักคุ้มภัย ถูกคัดออกไป ข้าจะรอดูว่าพวกเจ้าผู้ใดจะยังหัวเราะออกมาได้อีก"

เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็หุบยิ้ม แล้วหันมาฝึกฝนเคล็ดวิชาอย่างตั้งใจ

ทว่าปากของหัวหน้าผู้คุ้มภัยก็ยังไม่หยุด "ทว่าพวกเจ้าก็มิต้องกังวลไป คนจำนวนมากจะต้องถูกคัดออก ทว่าก็มีคนที่จะได้เข้าสู่สำนักคุ้มภัยของเรา กลายเป็นผู้คุ้มภัย หาเงินก้อนโตได้"

"เพราะเพียงแค่ฝึกไปไม่กี่รอบนี้ ก็มีบางคนที่สามารถจดจำได้หมดแล้ว กระบวนท่าได้มาตรฐานมาก"

ระหว่างที่พูด สายตาของเหลียงเซิ่งก็หยุดอยู่ที่เฉียนเต๋อเล่อ หลิ่วเหวินเซิง หนึ่งในห้าอันดับแรกของการทดสอบพลังหมัด และคนอื่นๆ อีกสองสามคนครู่หนึ่ง

เขากล่าวต่อ "คนเหล่านี้ล้วนตั้งใจมาก ไม่เคยวอกแวกเลย นี่ก็คือความห่างชั้น ความห่างชั้นที่แสดงออกมาในเวลาเพียงไม่กี่เค่อ"

"ในภายภาคหน้า ยามที่พวกเจ้ามองดูพวกเขาสร้างตึกสูงตระหง่านจัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกเหรื่อ ในขณะที่ตึกของตนเองพังทลายลง ถึงเวลานั้นจึงจะมารู้สึกเสียใจภายหลัง"

ลานฝึกยุทธ์เงียบสงัด ทุกคนต่างสัมผัสได้ถึงความกดดัน ถึงขั้นรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาบ้างแล้ว

เพราะคนส่วนใหญ่ในหมู่พวกเขายังคงต้องการให้หัวหน้าผู้คุ้มภัยช่วยแก้ไขจุดที่ผิดพลาด ทว่าบางคนกลับสามารถจดจำเคล็ดลับของกระบวนท่าได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

ก้าวช้าไปหนึ่งก้าว ก็จะช้าไปทุกก้าว ความห่างชั้นมันเกิดขึ้นมาเช่นนี้เอง

ภายใต้การสั่งสอนไปด่าทอไปของหัวหน้าผู้คุ้มภัย ในที่สุดทุกคนก็แสดงกระบวนท่ารอบที่สองจนจบ

ทว่าสีหน้าของหลายคนดูจะทุลักทุเลอยู่บ้าง พวกเขายังคงจดจำกระบวนท่าได้ไม่หมด บางคนถึงขั้นถูกหัวหน้าผู้คุ้มภัยชี้ให้เห็นว่า แปดสิบเอ็ดกระบวนท่ากลับผิดพลาดไปถึงครึ่งหนึ่ง สีหน้าดูย่ำแย่ยิ่งนัก

และในเวลานี้ เฉียนเต๋อเล่อที่ได้รับการยกย่องจากทุกคนว่าเป็นผู้ที่ยอดเยี่ยมกลับเอ่ยถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน "ท่านอาจารย์เหลียง พวกเราจะทำเช่นไรจึงจะถือว่าเข้าสู่ระดับแรก ฝึกถึงขั้นที่หนึ่งได้หรือขอรับ"

ดูคนอื่นเขาเสียก่อน ไม่เพียงแต่เอ่ยได้น่าฟัง ยังไม่เรียกหัวหน้าผู้คุ้มภัยแล้ว เริ่มเคารพอาจารย์และให้ความสำคัญกับวิชาความรู้แล้ว

อีกทั้งสิ่งที่อีกฝ่ายสนใจก็มิใช่กระบวนท่าอีกต่อไป กลับกลายเป็นผลลัพธ์หลังจากฝึกฝนสำเร็จเสียอย่างนั้น

เจียงผิงที่กำลังครุ่นคิดถึงสถานการณ์ของตนเองก็อดไม่ได้ที่จะเงี่ยหูฟังเช่นกัน

หัวหน้าผู้คุ้มภัยเหลียงตอบว่า "พลังหมัดเพิ่มขึ้นยี่สิบจิน ก็ถือว่าบรรลุขั้นที่หนึ่งแล้ว หากเพิ่มขึ้นอีกสี่สิบจินก็คือขั้นที่สอง หากเมื่อใดที่เข้าใจทะลุปรุโปร่งถึงขั้นที่สี่ พลังหมัดจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยจิน ถึงเวลานั้น ก็จะผิดแผกไปจากคนทั่วไปแล้ว คนธรรมดาสามัญต่อให้มีจำนวนมากกว่าเจ้าหลายเท่าก็มิอาจต่อกรด้วยได้"

"เช่นนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าตนเองบรรลุขั้นที่หนึ่งแล้วหรือไม่" เฉียนเต๋อเล่อถามต่อ

"เมื่อใดที่สามารถสัมผัสได้ถึงปราณโลหิตที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย ก็ถือว่าบรรลุขั้นที่หนึ่งแล้ว เมื่อฝึกวิชาบำรุงกายลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ปราณโลหิตก็จะค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น เมื่อมันไปถึงจุดวิกฤตจุดหนึ่งแล้วเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ก็ถือว่าพลังวัตรทะลวงขึ้นไปอีกขั้นได้ วนเวียนไปเช่นนี้จนกระทั่งถึงขั้นที่เจ็ดจึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพ"

"เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงของปราณโลหิตในร่างกายมนุษย์ คนภายนอกยากที่จะสังเกตเห็น ดังนั้นข้าจึงจำเป็นต้องบันทึกพลังหมัดของพวกเจ้าเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันมิให้มีผู้ใดโป้ปดเรื่องความคืบหน้าในการฝึกฝน"

"ขอบพระคุณท่านอาจารย์เหลียงที่ช่วยไขข้อกระจ่าง" เฉียนเต๋อเล่อประสานมือโค้งคำนับ

หัวหน้าผู้คุ้มภัยเหลียงพยักหน้า จากนั้นก็จ้องมองทุกคน "เห็นหรือยัง นี่ก็คือความห่างชั้นระหว่างบุคคล ในขณะที่พวกเจ้ายังสาละวนอยู่กับการแก้ไขกระบวนท่า....."

เมื่อได้ดื่มด่ำกับยาโด๊ปชามนี้ของหัวหน้าผู้คุ้มภัยแล้ว ทุกคนก็เริ่มแสดงกระบวนท่าในรอบที่สามต่อไป

เจียงผิงที่เพิ่งจะแสดงกระบวนท่าไปได้ไม่นานก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของวิชาบำรุงกายอีกครา

【วิชาบำรุงกายขั้นที่หนึ่ง (17→18/100)】

เมื่อฝึกจบรอบที่สอง ความชำนาญก็เพิ่มจาก 9 เป็น 17 รอบที่สามเพิ่งจะเริ่ม ตัวเลขก็เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่ออีกแล้ว

ในเวลานี้ เขาก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ของตนเองคร่าวๆ แล้ว

ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะนะ?!

ในขณะเดียวกันก็เป็นการยืนยันอีกเรื่องหนึ่งในทางอ้อม นั่นก็คือการที่เขาสามารถจดจำกระบวนท่าที่หัวหน้าผู้คุ้มภัยแสดงให้ดูในตอนแรกได้อย่างแม่นยำประหนึ่งไม่ลืมเลือนนั้น ดูเหมือนจะมิใช่ผลงานของดวงชะตา แต่เป็นเพราะเขามีพรสวรรค์ติดตัวมาแต่กำเนิดจริงๆ!

แต่ทว่า!

แต่ทว่าในเมื่อเขามีพรสวรรค์ติดตัวมาแต่กำเนิดอยู่แล้ว แล้วยังจะมาปลุกพลังดวงชะตา 'สัมฤทธิ์ผลยามปลาย' อันใดอยู่อีกเล่า!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 5 - ดวงชะตาสัมฤทธิ์ผลยามปลาย? แต่ข้าคืออัจฉริยะต่างหาก

คัดลอกลิงก์แล้ว