- หน้าแรก
- ซูเปอร์สตาร์สาวบ้างานกับสามีที่เป็นพ่อบ้านสุดแสนจะ(ไม่)ธรรมดา
- บทที่ 17 - เมื่อเด็กผู้ชายคนหนึ่งเริ่มรู้สึกศรัทธาใครสักคน
บทที่ 17 - เมื่อเด็กผู้ชายคนหนึ่งเริ่มรู้สึกศรัทธาใครสักคน
บทที่ 17 - เมื่อเด็กผู้ชายคนหนึ่งเริ่มรู้สึกศรัทธาใครสักคน
เสิ่นเสี่ยวคุนถึงกับช็อก นั่งเหม่อมองภาพบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะน้ำชา
วิกตอรี!
เสียงประกาศชัยชนะฟังดูราวกับเป็นการเย้ยหยันเขาเสียเหลือเกิน
สถานการณ์ที่แพ้ชัวร์ๆ กลับพลิกมาชนะได้เนี่ยนะ?
แถมในเกมนี้เสิ่นฉีฆ่าไปแค่ครั้งเดียว และครั้งเดียวนั้นก็คือการได้เพนตาคิล!
นี่ยังเป็นเพนตาคิลครั้งแรกตั้งแต่เสิ่นเสี่ยวคุนเริ่มเล่นเกมนี้มาเลยด้วยซ้ำ
เมื่อมองดูท่าทางของเสิ่นฉีกับเสิ่นเสี่ยวคุน หลี่ฮวนเกอก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมา
"ตกลงว่านี่คือ ... ชนะหรือแพ้คะ?"
จั๋วอีอีตอบด้วยความตื่นเต้น "ชนะค่ะ! ชนะแล้ว!"
"หา? ชนะแล้วเหรอ?"
หลี่ฮวนเกอรู้สึกดีใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ใบหน้าของไป๋ชิงเหอกับหลินเซียวลู่ดูเหมือนจะโดนตบฉาดใหญ่
"นี่มัน ... ชนะก็ชนะไปสิคะ ก็แค่เล่นเกมเอง อีกอย่าง เด็กควรจะเล่นเกมพวกนี้เหรอคะ?"
"นั่นสิคะ ตอนนี้สิ่งที่เราควรสนใจคือเสิ่นฉีไม่ควรปล่อยให้เสี่ยวคุนเล่นเกมไม่ใช่เหรอคะ? แถมยังไปช่วยเล่นอีก ... "
จั๋วอีอียังคงอยู่ในอาการตื่นเต้น "แต่การทำแบบนี้ก็ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองคนได้นะคะ ในช่วงเวลาที่เสี่ยวคุนกำลังเข้าตาจน เสิ่นฉีก็สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาชนะได้ เสี่ยวคุนจะต้องรู้สึกศรัทธาในตัวเสิ่นฉีแน่นอนค่ะ"
บนหน้าจอคอมเมนต์ก็มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาร่วมโห่ร้องยินดี บ่อยครั้งที่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ มักจะปลุกเร้าอารมณ์ของผู้คนจำนวนมากได้
[ไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ ในฐานะผู้เล่นเก่าแปดปีขอคารวะเลย เมื่อกี้สเตปการเดินอวี๋จีของเสิ่นฉีมันพลิ้วไหวสุดยอดมาก]
[จังหวะการใช้สกิลสองทุกครั้งมันแม่นยำมาก! คอมโบอัลติพร้อมสเปลแฟลชนั่นก็สวยงามสุดๆ]
[ดูเหมือนตอนที่ราชินีฮวนเกอไม่อยู่บ้าน เสิ่นฉีจะมีเวลาว่างเล่นเกมฝึกฝีมือเยอะเลยนะเนี่ย]
[ไอ้หนุ่มนี่ได้หน้าต่อหน้าเสี่ยวคุนอีกแล้วนะ]
เสิ่นเสี่ยวคุนได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเล็กๆ เริ่มฉายแววเสียใจออกมา
เมื่อกี้เราแสดงอาการเวอร์เกินไปหรือเปล่านะ?
แบบนี้จะถือว่าเป็นการเปิดเผยความสามารถอีกด้านหนึ่งของเสิ่นฉีหรือเปล่า?
แต่ความสามารถนี้ ... ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรแม่เลยแฮะ
"ชิ ... ก็แค่เพนตาคิลครั้งเดียวเอง ผมทำได้ออกจะบ่อย ... " คำพูดของเสิ่นเสี่ยวคุนแฝงความไม่มั่นใจเอาไว้
เสิ่นฉีก็ไม่ได้ใส่ใจ เขาหัวเราะหึๆ "ใช่ๆๆ แกเล่นเกมเก่งที่สุดเลย"
แต่พอเสิ่นเสี่ยวคุนได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกเหมือนโดนประชด
"เอาใหม่อีกตา! เดี๋ยวผมจะเลือกฮีโร่ให้คุณเอง ถ้าคุณทำสถิติสวยๆ แล้วพาทีมชนะได้ผมถึงจะยอมรับในตัวคุณ!"
"ตามสบาย!"
พอเสิ่นเสี่ยวคุนเห็นท่าทีไม่แยแสของเสิ่นฉีเขาก็เริ่มหงุดหงิด
แต่หลังจากนั้นเขาก็พบว่า ความใจเย็นของเสิ่นฉีไม่ได้มาจากการขี้โม้ แต่มันคือความสามารถที่แท้จริงต่างหาก
ฮีโร่ที่เสิ่นเสี่ยวคุนเลือกให้เสิ่นฉีก็คือซัปพอร์ตอย่างหลิวฉาน แถมยังบังคับให้เล่นตำแหน่งป่าด้วย ผลปรากฏว่าเสิ่นฉีเล่นหลิวฉานหมุนติ้วเป็นพัดลมระบายความร้อน ไล่ดันป้อมฝั่งตรงข้ามจนราบคาบ แถมยังพาทีมชนะไปด้วยสถิติฆ่า 13 ตัว
คราวนี้ทำเอาเสิ่นเสี่ยวคุนถึงกับอ้าปากค้าง มันเหนือความเข้าใจเรื่องเกมของเขาไปอย่างสิ้นเชิง
หลี่ฮวนเกอไม่เหมือนกับสมาชิกกลุ่มผู้สังเกตการณ์อีกสามคน เธอไม่ค่อยรู้เรื่องเกมเท่าไหร่นัก แต่เธอก็พอจะเดาสถานการณ์ได้จากปฏิกิริยาของทุกคนและคอมเมนต์ที่หลั่งไหลเข้ามา
[นี่มันทำลายความเข้าใจเรื่องเกมของฉันไปเลยนะ ซัปพอร์ตก็เอาไปฟาร์มป่าได้เหรอ?]
[หลิวฉานของเขาคือพัดลมหมุนติ้ว ส่วนหลิวฉานของฉันเป็นได้แค่กระสอบทรายเอาไว้รับตีนสินะ]
[ทุกครั้งที่ฝั่งตรงข้ามมาดักซุ่มเหมือนเขาจะรู้ล่วงหน้าตลอดเลย จับตัวไม่ได้สักที แถมยังแอบดันป้อมจนฝั่งตรงข้ามหัวร้อนไปหมดแล้ว]
[แค่เรื่องเซนส์ในเกม ฉันว่าแรงก์กลอเรียสห้าสิบดาวของฉันยังสู้เขาไม่ได้เลย]
...
เสิ่นฉีวางโทรศัพท์ลงพลางหัวเราะเบาๆ แววตาที่มองเสิ่นเสี่ยวคุนผู้ซึ่งกำลังช็อกกับผลลัพธ์ของเกมแฝงไปด้วยรอยยิ้ม
"กากก็ต้องหัดเล่นให้เยอะๆ!"
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เสิ่นเสี่ยวคุนคงต้องเถียงกลับไปสักประโยคสองประโยค แต่ตอนนี้เขากลับพูดอะไรไม่ออกเลย
ความจริงอันโหดร้ายวางอยู่ตรงหน้า เสิ่นเสี่ยวคุนฝีมือกากกว่าเสิ่นฉีจริงๆ ไม่ใช่เหรอ?
จู่ๆ เสิ่นเสี่ยวคุนก็หมดอารมณ์เล่นเกม เขาทำหน้ามุ่ยแล้วกดออกจากเกมไป
"ชิ ... ไม่เห็นจะมีอะไรน่าทึ่งเลย"
"ก็ไม่ได้น่าทึ่งอะไรหรอก" เสิ่นฉีตอบเสียงเรียบอย่างไม่ใส่ใจ
"คุณ ... " ใบหน้าขาวผ่องของเสิ่นเสี่ยวคุนเต็มไปด้วยความโกรธ "คุณเล่นอีกตาสิ เดี๋ยวผมจะเลือกฮีโร่ให้คุณอีกตัว ถ้าคุณทำได้อีก ... "
เสิ่นฉีโบกมือแล้วลุกขึ้นยืน
"ไม่ล่ะ ฉันพิสูจน์ตัวเองไปแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีก"
เสิ่นฉีเดินลงไปชั้นล่าง
เสิ่นเสี่ยวคุนในหน้าจอกำหมัดแน่น แล้วทุบลงบนเบาะโซฟาแรงๆ สองที
หลี่ฮวนเกอเห็นแล้วก็รู้สึกทั้งขำทั้งโมโห
หลีเหล่ยหัวเราะ
"ผมเป็นผู้ชายครับ ตอนผมอายุห้าหกขวบผมก็เป็นแบบนี้แหละ ถึงจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ความจริงในใจอาจจะเริ่มรู้สึกศรัทธาอีกฝ่ายไปแล้วก็ได้นะครับ"
"ผมคิดว่าผมเข้าใจวิธีของเสิ่นฉีนะ เมื่อเด็กเริ่มรู้สึกศรัทธาผู้ใหญ่คนหนึ่ง นั่นก็แสดงว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ดีแล้วล่ะครับ"
หลี่ฮวนเกอรู้สึกดีใจขึ้นมาทันที
หลีเหล่ยพูดถูก หลี่ฮวนเกอเองก็เชื่อว่าเสิ่นฉีฉลาดพอ ตอนนี้เธอมั่นใจในวิธีการและเป้าหมายของเสิ่นฉีแล้ว ในใจจึงรู้สึกโล่งอกขึ้นมาบ้าง
"ไม่ๆๆ ฉันขอเห็นต่างค่ะ!" ไป๋ชิงเหอส่ายหน้า "ฉันคิดว่าสิ่งที่เสิ่นฉีทำกับเสี่ยวคุนมันคือการทำลายความมั่นใจต่างหาก! ทำแบบนี้จะยิ่งทำให้เด็กสูญเสียความมั่นใจในตัวเองนะคะ"
"ฉันเห็นด้วยกับชิงเหอค่ะ!" หลินเซียวลู่รีบผสมโรง "ตั้งแต่ตอนที่เสิ่นฉีไม่ห้ามเสี่ยวคุนเล่นเกมมันก็ผิดตั้งแต่แรกแล้ว"
จั๋วอีอีเริ่มทนไม่ไหว
"ฉันกลับมองว่าเสิ่นฉีทำถูกแล้วนะคะ การทำแบบนี้จะทำให้เสี่ยวคุนเกิดความศรัทธาในตัวเสิ่นฉีได้ โลกของลูกผู้ชายบางทีมันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ"
"แถมฉันยังคิดว่าการโจมตีอย่างเหมาะสมอาจจะทำให้เสี่ยวคุนหมดความสนใจในเกมไปเลยก็ได้ ซึ่งวิธีนี้น่าจะได้ผลดีกว่าการบังคับห้ามไม่ให้เล่นซะอีกนะคะ"
และก็เป็นจริงดังคาด หลังจากนั้นเสิ่นเสี่ยวคุนก็ไม่ได้แตะเกมอีกเลย
เขาเดินลงมาที่ชั้นหนึ่ง เห็นเสิ่นฉีกำลังหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์เตรียมตัวจะออกไปข้างนอก
"เสี่ยวคุน โทรไปถามแม่แกหน่อยสิว่าคืนนี้จะกลับมากินข้าวบ้านไหม"
"อ้อ ... "
ทุกคนในห้องส่งต่างหันไปมองหลี่ฮวนเกอ เธอล้วงโทรศัพท์ออกมา และก็มีสายเรียกเข้าจากเสิ่นเสี่ยวคุนจริงๆ
จากนั้นบทสนทนาของทั้งสองคนก็ดังก้องไปทั่วห้องส่ง
"แม่ครับ คืนนี้แม่จะกลับมากินข้าวไหมครับ?"
"เสี่ยวคุนลูก วันนี้แม่มีงานต้องเคลียร์น่ะ ถ้ากลับบ้านก็คงดึกเลย ลูกอยากกินอะไรก็บอกพ่อนะ ให้พ่อทำให้กิน"
"อ้อ ... " น้ำเสียงของเสิ่นเสี่ยวคุนดูซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
ฟังดูก็รู้ว่าเสิ่นเสี่ยวคุนติดหลี่ฮวนเกอมาก
หลี่ฮวนเกอใจอ่อนยวบ "เสี่ยวคุน วันนี้อยู่บ้านทำอะไรกับพ่อบ้างลูก?"
เสิ่นเสี่ยวคุนในหน้าจอดวงตาเป็นประกายวับขึ้นมาทันที เขานึกถึงความลับระหว่างเขากับเสิ่นฉี ความลับที่จะสามารถช่วยเหลือหลี่ฮวนเกอได้ แต่หลังจากนั้นแววตาของเขาก็เริ่มลังเล
หลายคนดูออกว่านี่คืออาการลังเลของเสิ่นเสี่ยวคุน เพราะสัญญาลูกผู้ชายที่มีกับเสิ่นฉี ทำให้เขาอยากจะบอกเรื่องบางอย่างให้หลี่ฮวนเกอฟังใจแทบขาด แต่ก็รู้สึกลำบากใจ
"มะ ... ไม่ได้ทำอะไรครับ ... "
"จริงเหรอ?" หลี่ฮวนเกอยิ้มแล้วแกล้งถามย้ำอีกครั้ง
ในที่สุดเสิ่นเสี่ยวคุนก็พูดด้วยน้ำเสียงเจือความโกรธว่า
"แม่ ผมจะบอกอะไรให้นะ เสิ่นฉีนิสัยไม่ดีเลย เมื่อเช้าผมไม่ได้ล้างจาน ตอนเที่ยงเขาก็เลยไม่ยอมให้ผมกินข้าว!"
"ผมต้องซักถุงเท้าให้เขาถึงจะได้กินข้าวกลางวัน! ผมน่าสงสารสุดๆ ไปเลย"
หลี่ฮวนเกอรู้สึกขำ "งั้นเดี๋ยวแม่กลับไปจัดการเขาให้ลูกเอง! แม่จะแก้แค้นให้นะ!"
"หา? มะ ... ไม่ต้องหรอกครับ ... " เสิ่นเสี่ยวคุนรีบปฏิเสธ "ความจริงเสิ่นฉีก็ ... ก็ดีเหมือนกันครับ ... "
หลี่ฮวนเกอชะงักไป
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอได้ยินเสิ่นเสี่ยวคุนพูดปกป้องเสิ่นฉีแบบนี้
"อ้อใช่ เมื่อเช้าเสิ่นฉีหลอกเอาเงินผมไปตั้ง 500 หยวนด้วย ... "
" ... "
[จบแล้ว]