- หน้าแรก
- ซูเปอร์สตาร์สาวบ้างานกับสามีที่เป็นพ่อบ้านสุดแสนจะ(ไม่)ธรรมดา
- บทที่ 16 - เสี่ยวคุนเพิ่งจะอนุบาลเอง ยังไม่ทันขึ้นประถมด้วยซ้ำ
บทที่ 16 - เสี่ยวคุนเพิ่งจะอนุบาลเอง ยังไม่ทันขึ้นประถมด้วยซ้ำ
บทที่ 16 - เสี่ยวคุนเพิ่งจะอนุบาลเอง ยังไม่ทันขึ้นประถมด้วยซ้ำ
หลินเซียวลู่พูดด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า
"ในฐานะคนเป็นพ่อ นอกจากจะไม่ห้ามลูกเล่นเกมแล้ว ยังจะมานั่งดูอยู่ข้างๆ อีกเหรอ?"
"เสี่ยวคุนเล่นเกมมาเป็นชั่วโมงแล้ว เสิ่นฉีไม่คิดจะสั่งสอนเลยสักนิด เขาเป็นพ่อที่ไม่มีความรับผิดชอบจริงๆ"
ไป๋ชิงเหอพูดเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า
"เด็กในบ้านของฉันห้ามแตะต้องเกมมือถือเด็ดขาด ถ้าฉันจับได้ล่ะก็ ฉันจะสั่งสอนให้จำฝังใจไปเลย!"
"แล้วสามีของฉันก็ไม่มีทางปล่อยปละละเลยเด็กเหมือนเสิ่นฉีด้วย!"
พอหลี่ฮวนเกอได้ยินก็โมโหขึ้นมาทันที น้ำเสียงที่พูดออกมาก็เริ่มไม่เกรงใจแล้ว
"เมื่อเช้าเสี่ยวคุนก็ฝึกเขียนหนังสือ ฝึกเล่นเปียโนไปแล้ว!"
"ตอนเที่ยงก็ล้างจาน แถมยังฝึกกีตาร์อีก"
"เขาจะเล่นเกมสักหน่อยมันจะเป็นอะไรไป?"
"ก็แค่เล่นไปชั่วโมงกว่าๆ ต่อให้เขาจะเล่นสองชั่วโมงหรือสามชั่วโมง ฉันเป็นคนอนุญาตเอง แล้วมันจะมีปัญหาอะไรล่ะ?"
"ในบ้านของฉัน เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด! ขอแค่เสี่ยวคุนมีความรับผิดชอบในตัวเอง เรื่องความบันเทิงอื่นๆ ฉันก็ไม่เข้าไปก้าวก่ายหรอก!"
ถึงแม้หลี่ฮวนเกอจะปากไม่ตรงกับใจ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย
ไป๋ชิงเหอกับหลินเซียวลู่ยกมือขึ้นปิดปาก เบิกตากว้างจ้องมองหลี่ฮวนเกอ
"ไม่จริงน่า? ฮวนเกอ คุณปล่อยปละละเลยเด็กแบบนี้ไม่ถูกนะ เราทำไปก็เพราะหวังดีกับคุณนะ"
"ใช่ๆๆ ฮวนเกอ คุณไม่เคยมีลูก ก็เลยไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูก เสิ่นฉีเองก็ไม่มีประสบการณ์เหมือนกัน วิธีการเลี้ยงลูกแบบผิดๆ จะส่งผลเสียตามมาอย่างหนักเลยนะ"
หลี่ฮวนเกอโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง อยากจะด่ากลับไปว่าเสือกอะไรด้วยใจจะขาด
แต่มารยาทอันดีงามและประสบการณ์หน้ากล้องก็ทำให้หลี่ฮวนเกอต้องทนเอาไว้
จั๋วอีอีส่งสายตาให้หลี่ฮวนเกอ
อย่าเพิ่งอารมณ์เสียไปเลยค่ะพี่ฮวนเกอ ...
"หึหึ ... ฉันรู้ลิมิตของตัวเองดี!" หลี่ฮวนเกอทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้
หลินเซียวลู่กับไป๋ชิงเหอสบตากัน ดูเหมือนจะมีความดีใจที่แผนการสำเร็จฉายชัดอยู่
ฟางเฉี่ยนรีบก้าวออกมาช่วยกู้สถานการณ์ "แต่ละครอบครัวก็มีวิธีการของตัวเองแหละค่ะ เสี่ยวคุนเป็นเด็กดี เขาต้องรู้จักควบคุมตัวเองอยู่แล้วล่ะ"
หลีเหล่ยก็รีบพูดเสริม "ใช่ครับๆ แถมความสัมพันธ์ระหว่างเสิ่นฉีกับเสี่ยวคุนก็ค่อนข้างละเอียดอ่อน บางทีเสิ่นฉีอาจจะมีแผนการของตัวเองก็ได้นะครับ"
ช่องคอมเมนต์ก็เริ่มทะเลาะกันอุตลุด แฟนคลับของหลี่ฮวนเกอกับแฟนคลับของหลินเซียวลู่และไป๋ชิงเหอเปิดศึกสาดน้ำลายใส่กัน
จางเหวยผู้ช่วยผู้กำกับรู้สึกกังวลเล็กน้อย แต่หงเทาผู้กำกับใหญ่กลับนั่งนิ่งอย่างมั่นคง มือก็ลูบหนวดเคราบางๆ ของตัวเองด้วยสีหน้าผ่อนคลายและพึงพอใจ
"ผู้กำกับครับ สมาชิกกลุ่มผู้สังเกตการณ์ทะเลาะกันแบบนี้จะไม่มีปัญหาอะไรเหรอครับ?"
"จะมีปัญหาอะไรล่ะ? จางเหวยเอ๊ย นายยังมีเรื่องต้องเรียนรู้อีกเยอะนะ ลองคิดดูสิ ทำไมฉันถึงต้องเชิญระดับราชินีนักร้องและราชินีจอเงินจากสี่ค่ายยักษ์ใหญ่มาด้วย?"
จางเหวยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยสีหน้าถึงบางอ้อออกมาทันที
สิ่งนี้ทำให้หงเทารู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก
หงเทาสอนจางเหวยด้วยสีหน้าจริงจังว่า
"จั๋วอีอีเป็นราชินีนักร้องหน้าใหม่ เธอยังไม่แต่งงานมีลูก แถมยังมองหลี่ฮวนเกอเป็นไอดอล เพราะงั้นเธอก็ต้องอยู่ฝั่งเดียวกับหลี่ฮวนเกออยู่แล้ว"
"ส่วนค่ายของหลินเซียวลู่กับไป๋ชิงเหอก็เป็นศัตรูคู่อาฆาตกับฮวนเกอเอนเตอร์เทนเมนต์อยู่แล้ว หลี่ฮวนเกออายุน้อยกว่าพวกเธอ แต่กลับมีสถานะในวงการสูงกว่า แบบนี้พวกเธอจะไม่ริษยาได้ยังไง?"
"แล้วครอบครัวของพวกเธอทั้งสองคนก็ต้องเข้าร่วมการถ่ายทอดสดในวันถัดๆ ไปด้วย ใครบ้างจะไม่อยากให้ครอบครัวตัวเองดูดีกว่าคนอื่น? นี่มันการถ่ายทอดสดให้คนดูทั้งประเทศเลยนะ!"
"เพราะงั้นสมาชิกกลุ่มผู้สังเกตการณ์ทั้งสี่คนถึงได้ถูกแบ่งเป็นสองฝั่งตั้งแต่ก่อนรายการจะออกอากาศซะอีก ถึงแม้พวกเธอจะเก่งเรื่องการจัดการสีหน้าและคำพูดตอนอยู่หน้ากล้อง แต่แฟนคลับของพวกเธอล่ะ? หึหึ ... "
"ทั้งหมดนี้มันอยู่ในแผนการที่ผู้กำกับใหญ่อย่างฉันคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว!"
จางเหวยตาสว่างขึ้นมาทันที เขายกนิ้วโป้งให้พลางเอ่ยชมอย่างจริงใจ
"สมกับเป็นผู้กำกับใหญ่ ล้ำลึกจริงๆ ครับ"
หงเทาลุกขึ้นตบไหล่จางเหวย ด้วยความรู้สึกอยากจะผลักดันรุ่นน้อง เขาจึงพูดว่า
"ในฐานะผู้กำกับรายการวาไรตี้ นายต้องมองให้รอบด้าน ต้องควบคุมทุกอย่างให้อยู่หมัดให้ได้! หนทางของนายยังอีกยาวไกล พยายามเข้าล่ะ ... "
"ครับๆๆ ... "
...
ในการถ่ายทอดสด อวี๋จีของเสิ่นเสี่ยวคุนในตานี้ตายไปแล้วถึงหกครั้ง
สถิติ 0-6-2 มันช่างบาดตาบาดใจซะเหลือเกิน
แต่ที่น่าเจ็บใจก็คือ ก่อนจะตายทุกครั้ง เสิ่นฉีคอยเตือนเสิ่นเสี่ยวคุนล่วงหน้าเสมอ
และทุกครั้งที่เสิ่นเสี่ยวคุนตาย มันก็ตรงกับที่เสิ่นฉีเตือนไว้เป๊ะๆ
เสิ่นเสี่ยวคุนกัดฟันแน่น ใบหน้าที่แดงก่ำเต็มไปด้วยความรู้สึกอัปยศอดสู
เพื่อนร่วมทีมเริ่มด่าทอกันแล้ว
— แม่งเอ๊ย นี่มันช่วงปิดเทอม พวกเด็กประถมปิดเทอมกันหมดแล้วใช่ปะ?
— ประสาทจะแดก ช่วยแจกให้น้อยกว่านี้หน่อยได้ไหม?
— การเงินยังน้อยกว่าซัปพอร์ตอย่างฉันอีกนะ
— อวี๋จีเด็กประถม!
เสิ่นเสี่ยวคุนโกรธจนกดเปิดหน้าต่างขอยอมแพ้ขึ้นมา แต่เพื่อนร่วมทีมไม่ยอมกดเห็นด้วย พวกเขาตั้งใจจะให้เสิ่นเสี่ยวคุนตายอีกหลายๆ ครั้ง แล้วค่อยกดรีพอร์ตเสิ่นเสี่ยวคุน
เสิ่นฉีต่อให้ไม่พูดอะไร แต่แค่เสียงถอนหายใจเป็นบางครั้ง ก็ทำให้เสิ่นเสี่ยวคุนรู้สึกเหมือนกำลังถูกเยาะเย้ยอยู่ดี
เสิ่นเสี่ยวคุนโกรธจัดจนตบโทรศัพท์มือถือลงบนโซฟา
"ไม่เล่นแล้ว!"
เสิ่นฉีดวงตาเป็นประกาย "ไม่เล่นแล้วจริงๆ เหรอ?"
เสิ่นเสี่ยวคุนพูดด้วยความโมโห "วันนี้ผมแค่ฟอร์มตก สภาพไม่พร้อมเล่น ... "
เสิ่นฉีพยักหน้า
"อืม ฉันเข้าใจ!"
พูดจบ เสิ่นฉีก็หยิบโทรศัพท์มือถือของเสิ่นเสี่ยวคุนขึ้นมาหน้าตาเฉย
[ขำจนนิ่วในไตฉันแตกกระจายหมดแล้ว เสี่ยวคุนไม่ใช่เด็กประถมซะหน่อย เขาเพิ่งจะอยู่อนุบาลเองนะ]
[ลูกที่บ้านฉันก็เล่นเกมแนวนี้เหมือนกัน ถึงจะกากกว่าเสี่ยวคุนหน่อย แต่ตอนเล่นเกมนี่ด่าเสียงดังฟังชัดมากนะ]
[ลูกเล่นไม่ไหวก็เลยให้พ่อลุยแทนงั้นเหรอ? เพื่อนร่วมทีมของเสี่ยวคุนตานี้มันใจดำจริงๆ]
ปกติจั๋วอีอีก็เล่นเกมเหมือนกัน พอมองดูสถิติของเสิ่นเสี่ยวคุนในตอนนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
"เฮ้อ สถิติของเสี่ยวคุนแบบนี้แทบจะไม่มีโอกาสชนะแล้วล่ะค่ะ การเงินของอวี๋จีเพิ่งจะ 5000 ส่วนซัปพอร์ตฝั่งตรงข้ามการเงินเกือบจะ 5000 แล้ว แครี่กับป่าฝั่งนู้นก็ปาไป 7000 กว่าแล้ว"
แม้แต่ชาวเน็ตบางคนที่ไม่เล่นเกมก็ยังเกิดความรู้สึกสงสัยขึ้นมา
เสิ่นฉีมารับช่วงต่อตอนนี้ยังจะชนะได้อีกเหรอ?
ปกติหลี่ฮวนเกอไม่เล่นเกม แต่ตอนนี้กลับเกิดความรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
เด็กมักจะมีความเคารพศรัทธาในตัวพ่อ หากเสิ่นฉีสามารถทำให้เสิ่นเสี่ยวคุนรู้สึกศรัทธาในตัวเขาได้ มันก็จะส่งผลดีอย่างมากต่อการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพวกเขาทั้งสองคนในภายหลัง
"อีอี แล้วตอนนี้สถานการณ์มันเป็นยังไงบ้างคะ? เสิ่นฉีไม่มีทางชนะแล้วใช่ไหม?"
จั๋วอีอีพยักหน้า "ฉันอยู่แรงก์กลอเรียส 10 ดาวค่ะ พอมองเกมของพวกแรงก์ไดมอนด์ก็จะมองออกชัดเจน ฝั่งตรงข้ามมีพวกที่แรงก์สูงมาตบไก่ในแรงก์ต่ำแน่นอน เพราะงั้นต่อให้เสิ่นฉีจะเก่งแค่ไหน แต่พอการเงินตามหลังขนาดนี้ยังไงก็ไม่น่าจะชนะได้หรอกค่ะ"
หลินเซียวลู่กับไป๋ชิงเหอก็เล่นเกมเหมือนกัน แถมแรงก์ก็ไม่ใช่น้อยๆ ด้วย
"เกมนี้ความจริงน่าจะกดยอมแพ้ตั้งนานแล้ว เสิ่นฉีดูแล้วน่าจะเล่นไม่ค่อยเก่ง คงคิดอะไรง่ายเกินไปหน่อย"
"ใช่ๆๆ แผนการที่เสิ่นฉีอยากจะทำให้เสี่ยวคุนมองเขาด้วยความชื่นชมคงต้องล้มเหลวไม่เป็นท่าแล้วล่ะค่ะ"
...
ก่อนจะเริ่มทีมไฟต์ เสิ่นฉีเข้าไปหลบซุ่มอยู่ในพุ่มไม้
พอทีมไฟต์เริ่มขึ้น เสิ่นฉีก็กะจังหวะอย่างแม่นยำ ยิงธนูดอกเดียวจัดการเมจฝั่งตรงข้ามที่เลือดเหลือน้อยจนตายคาที่ จากนั้นก็กดสกิลสองเพิ่มความเร็วแล้วถอยร่นออกมา
ทีมไฟต์ยังคงดำเนินต่อไป
เสิ่นฉีวกกลับมาอีกครั้ง โจมตีปกติสองทีจัดการแครี่ฝั่งตรงข้ามจนร่วง
ดับเบิลคิล!
อาเคอพุ่งเข้ามาล้วง เสิ่นฉีกดสกิลสองเพื่อป้องกันสถานะผิดปกติ แล้วกดอัลติกระโดดลอยตัวขึ้นไปบนฟ้า
ก่อนจะร่วงลงพื้นก็กดสเปลแฟลชทันที ยิงข้ามกำแพงจัดการอาเคอจนตาย
ทริปเปิลคิล!
เสิ่นฉีเริ่มตีครีปเพื่อดูดเลือด พอเลือดฟื้นกลับมาพอสมควรแล้วเขาก็กลับเข้าร่วมทีมไฟต์อีกครั้ง
ยิงซัปพอร์ตฝั่งตรงข้ามที่เลือดเหลือน้อยตาย
ควอดราคิล!
เพื่อนร่วมทีมคนสุดท้ายโดนแทงก์ฝั่งตรงข้ามยื้อจนตาย เสิ่นฉีกดสกิลสองเพื่อป้องกันดาเมจ แล้วก็ยิงแทงก์ฝั่งตรงข้ามที่เลือดเหลือน้อยตายตามไปอย่างชิลๆ
เสียงประกาศรางวัลดังกึกก้อง
เพนตาคิล!
จากนั้นเสิ่นฉีก็ดันป้อมสองป้อมอย่างใจเย็นจนไปถึงฐานใหญ่ฝั่งตรงข้าม เคลียร์ครีปเวฟสุดท้ายเสร็จ เขาก็ตีคริสตัลจนเลือดเกือบหมดหลอด แล้วก็กดวาร์ปกลับฐานหน้าตาเฉย
ปล่อยให้ครีปเป็นคนตีคริสตัลจนแตกไปเอง
เสิ่นฉีหัวเราะหึๆ ก่อนจะวางโทรศัพท์มือถือลงอย่างนุ่มนวล เก็บซ่อนความเก่งกาจเอาไว้ไม่ให้ใครรู้
"ชิลๆ!"
[จบแล้ว]