เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - นายซักถุงเท้าให้ฉัน ฉันถึงจะยอมให้นายกินข้าว

บทที่ 8 - นายซักถุงเท้าให้ฉัน ฉันถึงจะยอมให้นายกินข้าว

บทที่ 8 - นายซักถุงเท้าให้ฉัน ฉันถึงจะยอมให้นายกินข้าว


เสิ่นฉีใช้เวลา 40 กว่านาทีในการทำอาหารสี่อย่าง

ซี่โครงหมูซอสบ๊วย พริกหยวกสอดไส้หมูสับ เห็ดหอมผัดน้ำมันหอย และยอดกะหล่ำปลีผัดเปรี้ยวหวาน

ในขณะเดียวกันก็ยังหุงข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุยเอาไว้อีกหนึ่งหม้อด้วย

รูป รส กลิ่น สีที่ครบถ้วนนั้นเป็นเพียงแค่ตัวอาหารเท่านั้น ในกระบวนการนี้เสิ่นฉีได้แสดงให้เห็นถึงความผ่อนคลาย ความชำนาญ และความเชี่ยวชาญในการทำอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิธีรีตองขั้นสุดยอดที่แสดงออกผ่านสีหน้าและคำพูด มันยิ่งทำให้อาหารมื้อนี้ที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่กลับไม่ธรรมดาเพิ่มความขลังและความตั้งใจเข้าไปอีกมาก

ทั้งหมดนี้ทำให้อาหารมื้อนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่อาหารอีกต่อไป

[น่าทึ่งมาก! ถ้ามีใครตั้งใจทำอาหารให้ฉันขนาดนี้ ฉันจะอายุ 48 แล้วยังไม่ได้แต่งงานได้ยังไง?]

[หลงรักเลยจริงๆ นี่มันผู้ชายที่เพอร์เฟกต์สุดๆ ถ้าเป็นฉันฉันก็ยินยอมให้เขากินเต้าหู้ ... เอ้ย ... เกาะฉันกินน่ะ]

[ไอ้หมอนี่มันน่าหมั่นไส้จริงๆ เล่นดึงมาตรฐานของการเกาะผู้หญิงกินกับนอนเปื่อยไปวันๆ ให้สูงปรี๊ดขนาดนี้ ถ้าผู้หญิงทั้งประเทศจีนได้ดูไลฟ์สดนี้ ต่อไปฉันจะไปหาเศรษฐีนีที่ไหนให้เกาะกินได้อีกล่ะเนี่ย?]

ตอนนี้ในใจของหลี่ฮวนเกอกำลังสับสนวุ่นวายสุดๆ

เสิ่นฉีแสดงออกได้ตรงตามความคาดหวังของหลี่ฮวนเกอ จุดนี้เป็นเรื่องที่น่าดีใจ

แต่หลี่ฮวนเกอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า อาหารทุกมื้อที่เสิ่นฉีทำให้เธอมันจะเต็มไปด้วยความใส่ใจขนาดนี้ แม้แต่ตอนที่เธอไม่อยู่บ้าน เสิ่นฉีทำอาหารกินเองก็ยังคงตั้งใจและพิถีพิถันขนาดนี้

หลี่ฮวนเกอรู้สึกซาบซึ้งใจมาก

อาหารมื้อนี้ทำให้หลี่ฮวนเกอมีความอยากอาหารมากกว่ามื้อไหนๆ ที่เคยกินมาซะอีก

...

เสิ่นฉีร้องเรียกด้วยความเคยชิน "ฮวน ... " จากนั้นเขาก็ยิ้มแล้วยกมือขึ้นเกาหัว

"เธอไม่อยู่บ้านนี่นา ... "

หลี่ฮวนเกอรู้สึกแปล๊บที่หัวใจ

เสิ่นฉีนะเสิ่นฉี พวกเราแต่งงานกันแค่ในนามเท่านั้นนะ นายนี่ ...

หรือว่านายจะรักฉันเข้าแล้วจริงๆ?

ใบหน้าของหลี่ฮวนเกอแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย แต่เธอกลับเห็นเสิ่นฉีเหลือบมองไปทางบันได

"ถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะยั่วให้น้ำลายสอ ฉันจะยอมเหนื่อยทำกับข้าวพวกนี้ไปทำไม?"

หลี่ฮวนเกอ ...

"ว่าแต่ไอ้เด็กนั่นทำไมยังไม่ลงมาอีกนะ? ถ้าไม่ลงมาแล้วฉันจะยั่วมันได้ยังไง?"

[พรืดฮ่าฮ่าฮ่า เสิ่นฉีตลกเกินไปแล้ว จะว่าไปฉันก็ตั้งตารอดูสีหน้าของเสิ่นเสี่ยวคุนเดี๋ยวนี้เลยล่ะ]

[ใจร้ายจังเลย เสี่ยวคุนออกจะหล่อเหลาขนาดนั้น ยังจะใจดำปล่อยให้หิวอีกเหรอ?]

[พอดูเสิ่นฉีทำอาหารเสร็จตอนนี้ฉันเปลี่ยนความคิดแล้วนะ เสิ่นฉีเป็นคนทำทุกอย่าง ให้เสิ่นเสี่ยวคุนล้างจานแค่นี้เขายังไม่ยอมล้างอีกเหรอ?]

[คุนไจ๋เพิ่งจะห้าขวบเองนะ เขาซ้อมเขียนหนังสือซ้อมเปียโนมาตั้งเยอะ ไม่คู่ควรจะได้กินข้าวสักมื้อเลยเหรอ?]

ในที่สุดเสิ่นเสี่ยวคุนก็ลงมาจากชั้นบน

ดูเหมือนเสิ่นฉีจะจงใจรอจังหวะนี้อยู่ พอเสิ่นเสี่ยวคุนหันมามอง เขาก็เริ่มกินทันที

"ซี้ด ... ดีลิเชียส!"

สีหน้าของเสิ่นเสี่ยวคุนดำทะมึนขึ้นมาทันที

"ถ้าผมเดาไม่ผิด ... คุณกำลังพูดภาษาอังกฤษงั้นเหรอ?"

เสิ่นฉีหัวเราะหึๆ

"คำว่าอร่อยในภาษาอังกฤษพอออกเสียงเพี้ยนๆ อาจจะกลายเป็นคำว่าเสียสติได้นะ แล้วแกก็อาจจะได้สัมผัสประสบการณ์นั้นด้วยตัวเองเหมือนกัน"

เสิ่นเสี่ยวคุนเห็นว่าบนโต๊ะไม่มีชามและตะเกียบของตัวเอง จึงเดินเข้าครัวไปหยิบมาหนึ่งชุด จากนั้นก็เดินไปที่หม้อหุงข้าวเพื่อเตรียมจะตักข้าว

จู่ๆ มือใหญ่ข้างหนึ่งก็กดทับลงบนฝาหม้อหุงข้าว

เสิ่นฉีพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ฉันบอกแล้วไงว่าถ้าไม่ล้างจานก็ไม่มีข้าวให้กิน!"

"คุณ ... " เสิ่นเสี่ยวคุนเริ่มโมโหแล้ว

"ถึงแม้แกจะยังเด็ก แต่ฉันก็ต้องปฏิบัติกับแกเหมือนเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง!"

"ลูกผู้ชายคำพูดเป็นนาย ถ้ามื้อนี้แกได้กิน วันข้างหน้าที่เราต้องอยู่ด้วยกัน แกก็จะมองคำพูดของฉันเป็นแค่ลมปากไปโดยอัตโนมัติ"

"ในฐานะคนเป็นพ่อ ฉันจำเป็นต้องรักษาความน่าเชื่อถือของฉันเอาไว้ และแกเองก็ต้องใช้ความพยายามของตัวเองแลกกับอาหารเหมือนกัน"

เสิ่นเสี่ยวคุนจ้องมองเสิ่นฉีด้วยความมึนงง เขาไม่คิดเลยว่าพอหลี่ฮวนเกอไปทำงานต่างเมือง เสิ่นฉีจะเอาจริงขึ้นมาซะอย่างนั้น

"คุณเอาจริงดิ?"

เสิ่นฉีพยักหน้า

"ฉันสั่งสอนให้แกรู้จักความเหมาะสมอยู่ในบ้านตอนนี้ มันก็ยังดีกว่าปล่อยให้แกไปโดนสังคมสั่งสอนทีหลังเพราะนิสัยชอบได้อะไรมาฟรีๆ!"

บรรยากาศพลันเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที

[นี่ ... สิ่งที่เสิ่นฉีพูดมันก็มีเหตุผลนะ แต่ทำไมรู้สึกว่ามันดูตึงเครียดเกินไปหน่อยไหม?]

[จริงๆ แล้วฉันรู้สึกว่าเสิ่นฉีไม่ได้ทำอะไรผิดนะ เด็กมักจะเก่งเรื่องการหาจุดอ่อนของผู้ใหญ่ ถ้าผู้ใหญ่ใจแข็งได้ เด็กก็จะสามารถหล่อหลอมนิสัยที่ดีได้]

[โหดร้ายเกินไปแล้ว อาหารน่าตากินวางอยู่ตรงหน้าแต่กลับไม่ได้กิน ทรมานชัดๆ]

หลินเซียวลู่โกรธยิ่งกว่าเดิม "เหลวไหล! ไร้สาระสิ้นดี! เสิ่นฉีทำเกินไปแล้ว!"

"สุขภาพของเด็กต้องมาเป็นอันดับแรกสิคะ การสอนให้เด็กทำงานบ้านสามารถใช้วิธีพูดจาเกลี้ยกล่อมดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องทำตัวสุดโต่งขนาดนี้ด้วย?" ไป๋ชิงเหอโกรธจนลุกขึ้นยืน

จั๋วอีอีส่ายหน้าเบาๆ เธอคิดว่าเสิ่นฉีไม่ได้ทำอะไรผิด

ก็แค่อดข้าวไปมื้อเดียว บางทีมันอาจจะช่วยสร้างนิสัยรักการทำงานบ้านให้เสิ่นเสี่ยวคุนได้เลยก็ได้

หลี่ฮวนเกอเริ่มมีความรู้สึกขัดแย้งในใจอีกครั้ง

เธอรักเสิ่นเสี่ยวคุนเหมือนลูกแท้ๆ นอกจากการสอนให้เสิ่นเสี่ยวคุนมีความสามารถหลากหลายแล้ว โดยธรรมชาติเธอก็หวังให้เสิ่นเสี่ยวคุนรู้จักมารยาทและมีระเบียบวินัยในการเข้าสังคมด้วย

แต่หลี่ฮวนเกอก็รู้สึกว่าวิธีการของเสิ่นฉีมันออกจะรุนแรงเกินไปหน่อย

ยังไงซะก็ไม่ควรปล่อยให้เด็กอดข้าวสิ

ปกติเสิ่นเสี่ยวคุนกินจุมาก เพราะในแต่ละวันเขาต้องใช้พลังงานไปกับสิ่งที่เขาสนใจเยอะแยะมากมาย ร่างกายจึงเผาผลาญพลังงานเยอะมาก

แต่ท่าทางของเสิ่นฉีดูแน่วแน่และไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอยเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ไม่มีใครคิดว่าเสิ่นเสี่ยวคุนจะได้กินข้าวกลางวันมื้อนี้เลยสักคน

แต่เสิ่นเสี่ยวคุนก็มีความเป็นผู้ใหญ่เกินวัย เขาไม่ใช้วิธีร้องไห้งอแงเพื่อแก้ปัญหาเหมือนเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน

เสิ่นเสี่ยวคุนรู้ดีว่าขนาดอาหารกลางวันเสิ่นฉียังไม่ยอมให้เขากิน การร้องไห้งอแงก็ยิ่งไม่มีทางทำให้เสิ่นฉีใจอ่อนได้อย่างแน่นอน

โครกคราก ...

เสียงท้องร้องที่ดังออกมาชัดเจนทำให้ใบหน้าของเสิ่นเสี่ยวคุนแดงระเรื่อ อาหารที่ส่งกลิ่นหอมฉุยอยู่บนโต๊ะทำเอาเสิ่นเสี่ยวคุนน้ำลายสอ

"เสิ่นฉี ผมต้องทำยังไงถึงจะได้กินข้าวกลางวันมื้อนี้?"

[???]

[เชี่ย! คุณกล้าเชื่อไหมว่านี่คือวิธีแก้ปัญหาของเด็กห้าขวบ?]

[ก็มองออกตั้งนานแล้วว่าเสิ่นเสี่ยวคุนโตเกินวัย แต่ถึงขั้นวิเคราะห์จิตใจคนแล้วมาต่อรองเงื่อนไขกันได้เลยเนี่ยนะ?]

[แม่มเอ๊ย หลอกให้ฉันอยากมีลูกชายอีกแล้ว]

เสิ่นฉีหัวเราะหึๆ

"จานของมื้อที่แล้วแกยังไม่ได้ล้าง ตามหลักการแล้วมื้อนี้แกก็ไม่มีสิทธิ์ได้กิน!"

"แต่ตอนนี้แกกำลังแก้ปัญหาเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง จุดนี้ฉันรู้สึกยินดีมาก เพราะงั้นฉันจะให้โอกาสแกสักครั้ง"

"ถุงเท้าที่แกถอดทิ้งไว้ในรองเท้าเมื่อคืน แกไปซักมันซะเดี๋ยวนี้!"

เสิ่นเสี่ยวคุนพยักหน้า

"ตกลง ยังไงซะนั่นก็เป็นถุงเท้าที่ผมใส่เอง ผมก็ควรจะเป็นคนซักอยู่แล้ว"

เสิ่นเสี่ยวคุนเพิ่งจะก้าวเท้าเดิน จู่ๆ เสิ่นฉีก็ตะโกนขึ้นมาว่า "ใช่แล้ว"

"หืม?" เสิ่นเสี่ยวคุนหันไปมองเสิ่นฉี

จู่ๆ เสิ่นฉีก็พูดขึ้นมาว่า

"นั่นมันถุงเท้าที่แกใส่เอง แกก็ควรจะต้องซักเองอยู่แล้ว แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าวกลางวันมื้อนี้ล่ะ?"

"แล้วคุณหมายความว่ายังไง?" เสิ่นเสี่ยวคุนเริ่มเสียใจที่พูดเยอะเกินไป

เสิ่นฉีชี้ไปที่ตู้รองเท้าหน้าประตู

"แกต้องซักถุงเท้าให้ฉัน นั่นถึงจะหมายความว่าแกได้ลงแรงทำเพื่อฉัน เพื่อแลกกับอาหารที่ฉันลงแรงทำมา!"

"ว่าไง?"

เสิ่นเสี่ยวคุนร้องโวยวายขึ้นมาทันที "ไม่ว่าไงทั้งนั้นแหละ!"

"งั้นก็ตกลงตามนี้ ดูเหมือนแกคงไม่อยากกินข้าวกลางวันมื้อนี้แล้วล่ะ"

เสิ่นฉีนั่งลงแล้วเริ่มคีบกับข้าวเข้าปาก

เสิ่นเสี่ยวคุนกลืนน้ำลายดังเอื้อก

[นี่ ... คนเป็นพ่อคนนี้จะโหดร้ายเกินไปหน่อยไหม?]

[ไม่ใช่ลูกแท้ๆ แน่นอน! เพราะขนาดถุงเท้าของฉันเองยังเคยรมควันลูกชายแท้ๆ ของฉันจนสลบมาแล้วเลย]

[วิธีที่พ่อลูกคู่นี้ใช้รับมือกันมันคือการดึงเชือกและการเจรจาต่อรองของผู้ใหญ่ชัดๆ]

[คุณนายของบ้านรีบออกมาเร็วเข้า ลูกชายคุณกำลังจะโดนวางยาพิษตายแล้วนะ]

หลี่ฮวนเกอถึงกับอึ้งไปเลย ดูเหมือนเธอจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

ตอนอยู่ที่บ้าน หลี่ฮวนเกอไม่เคยซักเสื้อผ้าชุดไหนเลยนอกจากชุดชั้นใน ไม่ใช่ว่าเสิ่นฉีไม่ยอมซักให้ แต่เป็นเพราะพวกเขาแต่งงานกันแค่ในนาม หลี่ฮวนเกอจึงไม่อยากให้เสิ่นฉีซักชุดชั้นในให้

แต่เสิ่นฉีเป็นคนซักถุงเท้าให้นี่นา

การที่เสิ่นฉียินยอมซักเสื้อผ้าและถุงเท้าให้หลี่ฮวนเกอ นั่นเป็นเพราะหลี่ฮวนเกอจ่ายเงินให้เขา เสิ่นฉีจึงมองว่ามันคืองานที่เขาควรจะทำ

ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ ...

เสิ่นเสี่ยวคุนก็ต้องลงแรงทำงานเหมือนกัน ถึงจะได้รับผลตอบแทนกลับมางั้นเหรอ?

ดูเหมือนหลี่ฮวนเกอจะเข้าใจในตัวเสิ่นฉีมากขึ้นแล้ว แต่เธอไม่คิดว่าคนหยิ่งทะนงอย่างเสิ่นเสี่ยวคุนจะยอมลดตัวไปซักถุงเท้าให้เสิ่นฉีหรอกนะ

เสิ่นเสี่ยวคุนในหน้าจอกัดฟันแน่น แล้วหันไปมองทางตู้รองเท้า

"ถ้าอย่างนั้นผมก็คงต้องขอไปตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าถุงเท้าของคุณมัน ... เหม็นหรือเปล่า ... "

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 8 - นายซักถุงเท้าให้ฉัน ฉันถึงจะยอมให้นายกินข้าว

คัดลอกลิงก์แล้ว