เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 เคล็ดวิชาควบคุมน้ำ

บทที่ 20 เคล็ดวิชาควบคุมน้ำ

บทที่ 20 เคล็ดวิชาควบคุมน้ำ


บทที่ 20 เคล็ดวิชาควบคุมน้ำ

ช่วงบ่าย ณ ไร่นาวิญญาณระดับติง

ดวงอาทิตย์แผดเผาอยู่กลางสายนภา แม้จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว แต่ความร้อนระอุก็ยังคงแผดเผาจนรู้สึกแสบหนังศีรษะ

เด็กหนุ่มเก้าคนยืนเรียงแถวหน้ากระดาน สองมืองุ่มง่ามร่ายรำท่าผนึกตราเวทอย่างเก้ๆ กังๆ พลางถ่ายเทปราณไปยังไร่นาวิญญาณขนาดหนึ่งหมู่ที่แห้งผากจนแตกระแหงเบื้องหน้า

ทำจิตใจให้สงบ รวบรวมลมปราณ และสัมผัสถึงปราณวิญญาณธาตุน้ำ...

ผู้คุมกฎหวงเอามือไพล่หลังเดินวนไปมาอยู่ด้านหลังพวกเขา ท่าทางราวกับผู้คุมงาน

หลินเทียนยืนอยู่ริมสุดของแถว โดยมีวั่งไฉอยู่เคียงข้าง

วันนี้วั่งไฉดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะมันได้กลิ่นหอมบางอย่างที่ชวนให้ลุ่มหลงอย่างถึงที่สุด

นั่นคือกองสิ่งปฏิกูลสีดำทะมึนที่กองอยู่ไม่ไกล มันคือปุ๋ยที่หมักจากมูลของสัตว์วิญญาณ

โฮ่ง! หอมจังเลย!

วั่งไฉน้ำลายสอ สองขาหน้าตะกุยพื้นไม่หยุด ดวงตาของมันแทบจะจดจ้องติดหนึบอยู่กับกองมูลนั้น

หุบปากเลยนะ นั่นมันขี้ ไม่ใช่ของกิน

หลินเทียนลดเสียงลงและเอ่ยเตือน ถ้าแกกล้ากินเข้าไปคำเดียวล่ะก็ อย่ามาบอกใครนะว่าเป็นสุนัขที่ข้าเลี้ยงมา

วั่งไฉครางหงิงๆ ด้วยความน้อยใจ ทำได้เพียงยอมถอยมารองลงมาด้วยการวิ่งไล่จับตั๊กแตนวิญญาณในไร่นาแทน

พิรุณวิญญาณ จงร่วงหล่น!

ในตอนนั้นเอง เด็กหนุ่มรูปร่างท้วมที่อยู่ข้างๆ ก็ตะโกนลั่น ใบหน้าของเขาแดงก่ำขณะชี้หลุบปลายนิ้วลงไปที่พื้นอย่างแรง

พรวด—

สายน้ำเล็กจ้อยพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของเขา กระเด็นไปได้เพียงครึ่งเมตร ราวกับเด็กน้อยยืนปัสสาวะ ซ้ำยังไม่ทันทำให้ผิวดินเปียกชุ่มเลยด้วยซ้ำ

นี่คือพิรุณวิญญาณของเจ้างั้นหรือ

ผู้คุมกฎหวงยกมือขึ้นกุมขมับ เจ้ากำลังให้ไร่นาวิญญาณบ้วนปากอยู่หรือไง

เด็กหนุ่มร่างท้วมเกาหัวอย่างเก้อเขิน ผู้คุมกฎ ข้า... ข้าไตพร่อง... ไม่สิ ปราณพร่องขอรับ

ถึงคราวของหลินเทียนบ้างแล้ว

หลินเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก

อันที่จริงเขาเชี่ยวชาญวิชานี้มาตั้งนานแล้ว

แต่เขาจะแสดงออกให้ดูโดดเด่นเกินไปไม่ได้

หากศิษย์รับใช้ที่มีรากวิญญาณห้าธาตุสามารถสะบัดมือเรียกเมฆดำทะมึนออกมาได้ นั่นก็ไม่ใช่แค่อัจฉริยะแล้ว แต่มันคือตัวประหลาดที่จะต้องถูกจับไปผ่าตัดเพื่อการวิจัยต่างหาก

เคล็ดวิชาควบคุมน้ำ!

หลินเทียนแสร้งทำเป็นร่ายรำท่าผนึกตราเวทอยู่นาน นิ้วมือของเขาสั่นเทาราวกับคนเป็นโรคพาร์กินสัน ก่อนจะชี้ปลายนิ้วออกไปอย่างเฉียบขาด

ซ่า!

เหนือศีรษะขึ้นไปสามฟุต กลุ่มละอองน้ำขนาดเท่าอ่างล้างหน้าควบแน่นขึ้นมาจากความว่างเปล่า หยาดฝนหยดลงมาประปราย เพียงพอที่จะทำให้พื้นดินบริเวณเล็กๆ เปียกชื้น

แม้มันจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็ยังดีกว่าน้ำยาบ้วนปากของเด็กหนุ่มร่างท้วม อย่างน้อยมันก็ก่อตัวเป็นกลุ่มละอองฝนได้ล่ะนะ

อืม พอใช้ได้

ผู้คุมกฎหวงพยักหน้ารับ การควบคุมถือว่าไม่เลว แต่พลังเวทวิญญาณยังอ่อนด้อยเกินไป คนต่อไป

หลินเทียนแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

การแสดงละครนี่เหนื่อยยิ่งกว่าการบ่มเพาะพลังเสียอีก เขาต้องควบคุมการปลดปล่อยพลังเวทอย่างแม่นยำ ไม่ให้รุนแรงหรืออ่อนแอจนเกินไป นี่แหละคือการแสดงฝีมือที่แท้จริง

ในตอนนั้นเอง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

เอ๋ง—!!!

เสียงสุนัขร้องแหลมปรี๊ดทำลายความเงียบสงบของไร่นาวิญญาณลง

ทุกคนหันไปมอง และเห็นวั่งไฉกำลังกลิ้งทุรนทุรายอยู่บนคันนาประหนึ่งสุนัขบ้า น้ำลายฟูมปาก ขาสี่ข้างกระตุกเกร็ง

เกิดอะไรขึ้น ผู้คุมกฎหวงขมวดคิ้ว

หัวใจของหลินเทียนกระตุกวูบ เขารีบพุ่งเข้าไปหาทันที

ข้างกายวั่งไฉมีหลุมเล็กๆ ที่เพิ่งถูกขุดคุ้ย ด้านในมีแมลงปีกแข็งสีทองส่องประกายที่ถูกกัดไปแล้วครึ่งตัว

หนอนด้ายทอง!

และมันยังเป็นราชาหนอนด้ายทองกลายพันธุ์ขนาดเท่านิ้วหัวแม่มืออีกด้วย!

เจ้าสุนัขหน้าโง่...

หลินเทียนเข้าใจเรื่องราวได้ในพริบตา

วั่งไฉคงจะวิ่งไล่จับตั๊กแตนวิญญาณเมื่อครู่ แล้วดันไปขุดเจอศัตรูพืชที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดินเข้า มันคงคิดว่าแมลงตัวนี้ดูเหมือนก้อนทองคำหรือก้อนเนื้อ จึงกลืนเข้าไปในคำเดียว

แต่หนอนด้ายทองตัวนี้ไม่เพียงแต่จะมีเปลือกแข็งเท่านั้น แต่มันยังมีพิษอัมพาตอีกด้วย!

เร็วเข้า! ง้างปากมันออก!

ผู้คุมกฎหวงมีประสบการณ์โชกโชน เขามองปราดเดียวก็รู้ถึงต้นตอของปัญหา สุนัขตัวนี้กินราชาหนอนด้ายทองเข้าไป! ถ้าไม่อยากให้มันตาย ก็บังคับให้มันคายออกมาเดี๋ยวนี้!

หลินเทียนไม่รอช้า เขาง้างขากรรไกรของวั่งไฉออก แล้วล้วงมืออีกข้างเข้าไปในปากของสุนัขเพื่อล้วงเอาสิ่งนั้นออกมา

วั่งไฉ! คายออกมาเดี๋ยวนี้! นั่นมันแมลง ไม่ใช่เนื้อ!

วั่งไฉตาเหลือก ลิ้นเริ่มชา แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังคงกัดฟันแน่น ส่งเสียงครางต่ำๆ อย่างหวงแหนออกมาจากลำคอ

ไม่คาย! นี่คือเนื้อที่ข้าหามาได้ด้วยความสามารถของตัวเองนะเว้ย! มันมีพลังปราณวิญญาณด้วย!

หลินเทียนร้อนรนใจ

สุนัขตัวนี้เห็นแก่เงิน... ไม่สิ เห็นแก่เนื้อมากกว่าชีวิตของตัวเองเสียอีก!

ในความสิ้นหวัง แววตาของหลินเทียนแปรเปลี่ยนเป็นเด็ดขาด

เขาลอบถ่ายเทค่าพละกำลังที่บวกสามลงไปที่ปลายนิ้ว แล้วจิ้มเบาๆ เข้าที่บริเวณกระเพาะของวั่งไฉ

ปุ่ก!

คลื่นพลังอันแยบยลสายหนึ่งแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของมัน

อ้วก—

วั่งไฉโก่งตัว ไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป มันอ้าปากคายประกายแสงสีทองออกมา

ครึ่งร่างของราชาหนอนด้ายทองที่ถูกบ้วนออกมายังคงดิ้นกระแด่วๆ อยู่บนพื้น

ฟู่...

หลินเทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วตบหัวสุนัขเบาๆ แกเป็นผีเปรตหิวโหยกลับชาติมาเกิดหรือไง ถึงได้กล้ากินมั่วซั่วไปหมดฮะ

วั่งไฉนอนนิ่งอยู่บนพื้นด้วยความน้อยใจ ลิ้นของมันยังคงห้อยต่องแต่ง ชาจนหดกลับไม่เข้า

ผู้คุมกฎหวงเดินเข้ามาหยิบซากแมลงขึ้นมา ประกายความประหลาดใจวาบขึ้นในดวงตา

เก่งไม่เบาเลยนี่ มันสามารถขุดราชาหนอนด้ายทองที่ฝังตัวอยู่ลึกลงไปสามฟุตขึ้นมาได้งั้นหรือ จมูกของสุนัขตัวนี้... มีของดีซ่อนอยู่แฮะ

สายตาที่เขามองหลินเทียนเปลี่ยนไป

เดิมทีเขาคิดว่านี่เป็นแค่สุนัขพันทางที่รอวันตาย แต่ไม่คิดเลยว่าจมูกของสุนัขตัวนี้จะมีดีขนาดนี้

หลินเทียน สุนัขของเจ้าสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่เลยล่ะ

ผู้คุมกฎหวงแสยะยิ้ม ราชาหนอนด้ายทองตัวนี้เป็นภัยคุกคามไร่นาระดับติงของเรามาหลายปีแล้ว และพวกเราก็ไม่เคยจับมันได้เลย ไม่นึกเลยว่ามันจะมาตกม้าตายเพราะปากสุนัข ข้าจะจดบันทึกความดีความชอบนี้ให้เจ้า และจะมอบรางวัล... อืม ข้าจะให้เนื้อสัตว์วิญญาณระดับต่ำสิบชั่งเป็นรางวัลก็แล้วกัน

จริงหรือขอรับ!

ก่อนที่หลินเทียนจะได้เอ่ยปาก วั่งไฉที่นอนอยู่บนพื้นก็หูผึ่ง ลิ้นของมันหดกลับเข้าไปในพริบตา ดวงตาเบิกโพลงเปล่งประกายกระจ่างใส—ไม่หลงเหลือวี่แววของอาการถูกพิษเลยแม้แต่น้อย

โฮ่ง! เนื้ออยู่ไหน เอามาให้ตอนนี้เลยได้ไหม

ทุกคนต่างพูดไม่ออก

หลินเทียนยกมือขึ้นกุมหน้า

น่าขายหน้า

ขายขี้หน้าชะมัด

สุนัขตัวนี้หมดเยียวยาแล้ว วันหลังถ้าออกไปข้างนอก อย่าบอกใครนะว่าเป็นสุนัขของข้า บอกแค่ว่าเก็บมาได้ก็พอ

อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายนี้ สายตาของทุกคนที่มองหลินเทียนและวั่งไฉก็ดูเป็นมิตรมากขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว ใครจะไปนึกอิจฉาเด็กหนุ่มชาวนาที่เลี้ยงสุนัขหน้าโง่กันล่ะ

สามเดือน ไม่ถือว่านานนัก และก็ไม่ได้สั้นจนเกินไป

ตลอดสามเดือนนี้ ในตอนกลางวันหลินเทียนติดตามผู้คุมกฎหวงเพื่อเรียนรู้เรื่องการทำเกษตรกรรม ส่วนตอนกลางคืนก็ต้องทนฟังเสียงรูมเมทนอนกัดฟันและผายลมในหอพัก บางครั้งในยามดึกสงัดเขาก็ลอบส่งสัมผัสวิญญาณเข้าไปในพื้นที่มิติเพื่อใส่ปุ๋ยบำรุงสมุนไพรวิญญาณและฝึกฝนบ่มเพาะพลัง

การบ่มเพาะของเขา ภายใต้ความโชคดีสองชั้นจากเคล็ดวิชาเบญจธาตุและปราณวิญญาณในพื้นที่มิติ ได้ก้าวเข้าสู่ระดับสองขั้นหลอมปราณอย่างเงียบเชียบแล้ว

ทว่าเขามีระบบคอยช่วยเหลือในการกดทับกลิ่นอาย ดังนั้นในสายตาคนนอก เขาจึงดูเหมือนคนที่เพิ่งจะสัมผัสปราณได้สำเร็จเท่านั้น

นี่แหละคือวิถีแห่งความรอบคอบ ไม่โดดเด่นและไม่ล้าหลังจนเกินไป จะได้ไม่ตกเป็นเป้าสายตา

และแล้ว วันแห่งการประเมินและการแจกจ่ายไร่นาก็มาถึง

วันนี้ลานบ้านของหอเพาะปลูกวิญญาณคึกคักเป็นพิเศษ

นอกจากผู้คุมกฎหวงแล้ว ผู้อาวุโสผมขาวผู้หนึ่งก็เดินทางมาถึงด้วย ว่ากันว่าเขาคือผู้รับผิดชอบการประเมินในขั้นตอนสุดท้าย

เนื้อหาการประเมินนั้นเรียบง่ายมาก

ผู้คุมกฎหวงชี้ไปที่กระถางต้นไม้ที่วางเรียงรายอยู่เบื้องหน้า พวกเจ้าแต่ละคนจะได้รับเมล็ดพันธุ์พืชวิญญาณสีม่วงคนละหนึ่งเมล็ด ผู้ใดที่สามารถทำให้เมล็ดงอกและเติบโตจนมีใบสามใบได้ภายในหนึ่งชั่วโมงถือว่าผ่าน ยิ่งต้นสูงและมีใบมากเท่าใด คะแนนก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น และจะได้รับสิทธิ์ในการเลือกไร่นาวิญญาณเป็นอันดับแรก

พืชวิญญาณสีม่วง เป็นพืชวิญญาณระดับต่ำขั้นที่หนึ่ง แม้จะอยู่ในระดับล่าง แต่มันก็ต้องการการควบคุมปราณวิญญาณและปริมาณน้ำอย่างเคร่งครัดเป็นอย่างยิ่ง หากประมาทเพียงนิดเดียว มันก็จะเหี่ยวเฉาและตายไปในทันที

เริ่มได้!

สิ้นเสียงคำสั่ง เด็กหนุ่มทั้งหลายก็ลงมือปฏิบัติหน้าที่กันอย่างขะมักเขม้นทันที

บางคนพรวนดิน บางคนร่ายเคล็ดวิชาควบคุมน้ำ และบางคนก็พึมพำอธิษฐาน ขอให้เมล็ดพันธุ์เติบโตขึ้นมาได้ดี

หลินเทียนนั่งยองๆ อยู่หน้ากระถางต้นไม้ของตนอย่างไม่รีบร้อน

เขาปรายตามมองวั่งไฉที่อยู่ข้างๆ

วั่งไฉกำลังนอนหมอบอยู่บนพื้น มองดูเหล่ามนุษย์ที่กำลังวุ่นวายด้วยสายตาราวกับกำลังมองดูคนบ้า

วั่งไฉ ขอยืมน้ำลายหน่อยสิ

หลินเทียนค่อยๆ ยื่นนิ้วไปที่ปากของวั่งไฉอย่างแนบเนียน

โฮ่ง?

วั่งไฉสะบัดหน้าหนีด้วยความขยะแขยง แต่หลินเทียนก็ยังสามารถปาดเอาน้ำลายมาได้นิดหน่อย

แน่นอนว่า นี่เป็นเพียงแค่ฉากบังหน้าเท่านั้น

แท้จริงแล้วสิ่งที่หลินเทียนใช้คือน้ำพุวิญญาณจากพื้นที่มิติแบบเจือจางหนึ่งหยด ซึ่งเขาแอบซ่อนไว้ใต้เล็บมือต่างหาก

เขากดนิ้วลงไปในดิน ทำทีเป็นว่ากำลังพรวนดิน แต่แท้จริงแล้วเขากำลังหยดน้ำพุวิญญาณลงบนเมล็ดพันธุ์

จากนั้น เขาก็เริ่มร่ายรำท่าผนึกตราเวทอย่างช้าๆ เพื่อใช้เคล็ดวิชาควบคุมน้ำ

จบบทที่ บทที่ 20 เคล็ดวิชาควบคุมน้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว