- หน้าแรก
- กะทำเกมมาสูบตังค์ แต่เทพทรูดันเปย์จริงจังซะงั้น
- บทที่ 23 - ประธานหม่า: ไปกว้านซื้อ 'เจิงถู' มาซะ!
บทที่ 23 - ประธานหม่า: ไปกว้านซื้อ 'เจิงถู' มาซะ!
บทที่ 23 - ประธานหม่า: ไปกว้านซื้อ 'เจิงถู' มาซะ!
ขมับของหวังเฮ่าอวี่เต้นตุบๆ
ลางสังหรณ์ร้ายๆ พุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจเขาในทันที
เขากดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา และเปิดลำโพงเหมือนเดิม
คราวนี้เขาไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเสแสร้งทำเสียงแข็งอีกต่อไป น้ำเสียงแหบพร่าและแห้งผาก:
"ปะ... ประธานหม่า..."
ปลายสาย เสียงของประธานหม่าเย็นเยียบยิ่งกว่าครั้งก่อน ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความสงบที่น่าสะพรึงกลัว ราวกับภูเขาไฟที่รอวันปะทุ
"เฮ่าอวี่ ฉันเพิ่งดูสถิติมาอีกรอบ"
"ไอ้ที่นายเรียกว่า 'ปรับกลยุทธ์ฉุกเฉิน' หรือ 'แผนเล่นฟรี' อะไรนั่น ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเลยนะ"
เหงื่อเย็นเยียบของหวังเฮ่าอวี่ไหลทะลักราวกับน้ำตก แป๊บเดียวก็ชุ่มคอเสื้อไปหมด
"ประธานหม่า! พวก... พวกเรากำลังเร่งพัฒนาระบบใหม่อยู่ครับ!
สัตว์ขี่! เดี๋ยวเราก็จะปล่อยระบบสัตว์ขี่ออกมาแล้วครับ!
รับรองว่าถ้าระบบสัตว์ขี่เปิดตัว ผู้เล่นต้องกลับมาแน่นอนครับ!
ขอเวลาให้ผมอีกนิดเถอะครับ!"
เขาแก้ตัวอย่างลนลาน น้ำเสียงเจือไปด้วยความอ้อนวอนอย่างคนสิ้นหวัง
"เวลา?" ประธานหม่าแค่นเสียงหยัน "ฉันให้โอกาสนายไปแล้วนะ เฮ่าอวี่
บริษัททุ่มเงินเป็นร้อยล้านกับโปรเจกต์นี้ นายบอกจะเปิดเล่นฟรี ฉันก็ยอมให้เปิด! แล้วผลมันเป็นยังไงล่ะ?"
"ตัวเลขมันฟ้องอยู่ทนโท่ว่าร่วงเอาๆ! ไหนนายลองบอกฉันมาสิ ว่าตอนนี้ควรทำยังไง?!"
เสียงของประธานหม่าตวัดสูงขึ้น แฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับสายฟ้าฟาด
หวังเฮ่าอวี่เข่าอ่อน ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นหน้าซีดเผือดดั่งศพ
เขารู้ตัวดีว่าตัวเองไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ หลงเหลืออีกแล้ว
เสียงที่ลอดมาจากปลายสายกลับมาเรียบเฉยจนน่าอึดอัดอีกครั้ง
"เฮ่าอวี่ ฉันไม่ใช่คนขัดสนเรื่องเงิน บริษัทเคเคก็ไม่ได้เดือดร้อนกับอีแค่ค่าเสียเวลาลองผิดลองถูกแค่นี้"
"เพราะงั้น ฉันจะให้นายแก้ตัวเป็นครั้งสุดท้าย โอกาสที่จะล้างบาป... หรืออาจจะทำให้นายได้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น"
หวังเฮ่าอวี่ราวกับคนจมน้ำที่คว้าขอนไม้เอาไว้ได้ แววตาของเขาสาดประกายความหวังขึ้นมาทันที รีบละล่ำละลักใส่โทรศัพท์:
"ประธานหม่า! สั่งมาได้เลยครับ! ท่านจะให้ผมทำอะไรก็บอกมาเลย!
ขอแค่รักษา 'มหาอำนาจเทพมาร' เอาไว้ได้ รักษาตำแหน่งของผมเอาไว้ได้ จะให้ผมบุกน้ำลุยไฟที่ไหนก็ยอมครับ!"
"'มหาอำนาจเทพมาร'?" ประธานหม่าหัวเราะเยาะ "โอกาสที่ฉันว่า มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับไอ้เกมนั่นเลย"
เขาเว้นจังหวะไปนิดนึง ก่อนจะเอ่ยทีละคำ ทุกคำราวกับค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางใจของหวังเฮ่าอวี่:
"นายจงไป... กว้านซื้อ 'เจิงถู' มาซะ!"
"อะ... อะไรนะ?!" หวังเฮ่าอวี่แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
ซื้อ 'เจิงถู'?
ไอ้เกมขยะที่ต้อนเขาจนมุมเนี่ยนะ?
น้ำเสียงของประธานหม่าหนักแน่นและเฉียบขาด: "ฟังไม่ผิดหรอก
ใช้วิธีไหนก็ได้ ซื้อเกม 'เจิงถู' หรือจะเหมาสตูดิโอกระจอกๆ ของไอ้หลินโม่มาด้วยเลยก็ได้! ซื้อมาให้ฉันให้หมด!"
"เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ถ้ามันเล่นตัว นายก็บอกมันไป ว่าทรัพยากรของเคเคน่ะ มันเหนือกว่าที่สตูดิโอกิ๊กก๊อกอย่างมันจะจินตนาการได้"
"ใครทำตามฉัน คนนั้นได้ดี ใครขวางทางฉัน คนนั้นต้องพินาศ!"
"ถ้านายทำสำเร็จ ฉันจะไม่เอาความเรื่อง 'มหาอำนาจเทพมาร' แถมยังจะเลื่อนตำแหน่งและประเคนทรัพยากรให้แกมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ!"
"นี่คือโอกาสสุดท้ายของนาย ไปคิดดูให้ดีๆ"
พูดจบ ประธานหม่าก็ชิงตัดสายไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันราวกับหลุมศพ
ทุกคนมองไปที่หวังเฮ่าอวี่ที่นั่งกองอยู่บนพื้นด้วยสายตาประหลาดใจ ราวกับกำลังมองตัวประหลาด
ไปกว้านซื้อ 'เจิงถู' เนียนนะ?
นี่มันบ้าไปแล้ว! แถมยังเป็นการหยามเกียรติกันสุดๆ!
นี่มันเท่ากับเป็นการยอมรับกลายๆ เลยไม่ใช่หรือไง ว่าหวังเฮ่าอวี่ และทีมงานระดับพระกาฬของเคเค โดนไอ้เด็กหน้าใหม่ที่ชื่อหลินโม่ ตบคว่ำจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว?!
ใบหน้าของหวังเฮ่าอวี่เดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
ปฏิเสธเหรอ?
เขาจะกล้าเหรอ?
คำขาดของประธานหม่าที่ว่า 'ไปคิดดูให้ดีๆ' มันก็เท่ากับปิดประตูตายไปแล้ว!
ถ้างานนี้พลาด อนาคตของเขาในเคเค หรือแม้แต่อนาคตในวงการเกม ก็คงดับวูบลงอย่างสมบูรณ์แบบ!
ความอัปยศอดสูและความสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่เขาราวกับคลื่นยักษ์
ทว่า ท่ามกลางความมืดมิดนั้น กลับมี 'ความหวัง' วิปริตเล็กๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
หลินโม่...
ภาพของอดีตเพื่อนร่วมห้องสมัยเรียนที่ใส่แว่นตากรอบหนา ดูซื่อบื้อ และเชื่อฟังเขาทุกอย่าง ผุดขึ้นมาในหัว
ใช่แล้ว! ไอ้หลินโม่น่ะ มันเป็นพวกหัวอ่อน ไม่ค่อยมีความคิดเป็นของตัวเองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว!
ไม่งั้นตอนนั้น เขาจะหลอกเอาซอร์สโค้ดกับแผนงานของ 'บัญญัติเก้าทวีป' มาได้ง่ายๆ ขนาดนั้นได้ยังไงล่ะ?
ถึงแม้ตอนนี้หลินโม่จะดูเปลี่ยนไปบ้าง
แต่สันดอนคนมันเปลี่ยนกันไม่ได้หรอก! แค่เขายอมลดอีโก้ลงไปบีบน้ำตา ทำตัวน่าสงสาร ชักแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อม...
ไม่สิ! ไม่ต้องชักแม่น้ำทั้งห้าหรอก แค่เอา 'ความหวังดี' ของประธานหม่า กับ 'ข้อเสนอ' ของบริษัทเคเคไปวางล่อหน้า แถมขู่เรื่อง 'ผลกระทบ' ถ้าไม่ให้ความร่วมมือสักหน่อย...
เผลอๆ อาจจะฮุบ 'เจิงถู' มาได้จริงๆ ก็ได้!
สตูดิโอกระจอกๆ ของหลินโม่ จะเอาปัญญาที่ไหนมางัดกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเคเคได้ล่ะ?
แค่หาทางลงสวยๆ ให้ เสนอราคางามๆ ให้ หมอนั่นก็คงรีบตะครุบไว้แล้ว!
พอคิดได้แบบนี้ ความคิดนี้ก็เหมือนวัชพืชที่โตวันโตคืนจนหยุดไม่อยู่
ประกายตาของหวังเฮ่าอวี่ลุกโชนไปด้วยความอำมหิตและความตื่นเต้นแบบคนบ้า
นี่คือโอกาสรอดเดียวของเขา! เขาต้องคว้ามันไว้ให้ได้!
เขากระเด้งตัวลุกขึ้นจากพื้น จัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยเพราะความกลัวและความโกรธให้เข้าที่เข้าทาง พยายามปั้นยิ้มที่ดูอัปลักษณ์ยิ่งกว่าร้องไห้
"จะมัวยืนบื้อกันอยู่ทำไมวะ?!" เขาตวาดลั่นใส่ลูกน้องที่กำลังอ้าปากค้าง
"สถานการณ์มันยังไม่ถึงทางตันซะหน่อย!"
"ประธานหม่า ชี้ทางสว่างให้พวกเราแล้ว!"
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามดัดเสียงให้ดูมั่นใจ ทั้งที่ตัวเองก็รู้ดีว่ามันดูปลอมแค่ไหน
"วิกฤต มักมาพร้อมกับโอกาสเสมอ!
'เจิงถู' มันดังได้ ก็แปลว่ามันต้องมีของดีซ่อนอยู่!
เราก็แค่ซื้อมันมา ถอดรหัส แล้วเอามาเป็นส่วนหนึ่งในโปรเจกต์ใหม่ของเรา นี่แหละที่เรียกว่าการลงทุนเชิงกลยุทธ์!"
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ผู้จัดการหลิวที่ยังคงยืนหน้าซีดอยู่
"ผู้จัดการหลิว!"
"คะ... ครับ? ผะ... ผู้อำนวยการหวัง?" ผู้จัดการหลิวสะดุ้งสุดตัว แทบจะกระโดดหนี
หวังเฮ่าอวี่แสยะยิ้มประหลาด เอื้อมมือไปตบไหล่ผู้จัดการหลิว น้ำเสียง 'อ่อนโยน' ผิดปกติ:
"เหล่าหลิว ฉันมีงานสำคัญจะมอบหมายให้นายหน่อย"
ผู้จัดการหลิวแทบจะกราบกราน รีบก้มหน้ารับคำ:
"ผู้อำนวยการหวังมีอะไรสั่งมาได้เลยครับ! จะให้ผมบุกป่าฝ่าดงที่ไหน ผมก็ยอมพลีชีพครับ!"
หวังเฮ่าอวี่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด: "ไป! เอารถออก!"
"ตามฉันไปทำธุระหน่อย!"
ผู้จัดการหลิวใจคอไม่ดี เอ่ยถามอย่างระแวดระวัง:
"ผู้อำนวยการหวัง พวกเรา... จะไปไหนกันครับ?"
มุมปากของหวังเฮ่าอวี่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแฝงเลศนัย แววตาเต็มไปด้วยการคำนวณและความคาดหวังที่ผสมปนเปกันจนดูซับซ้อน
เขาเอ่ยเน้นทีละคำ: "จะไปไหนได้ล่ะ ก็ไปสตูดิโอกระจอกๆ ของไอ้หลินโม่ไง"
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้จัดการหลิวก็เหมือนถูกสาปให้กลายเป็นหิน แข็งทื่ออยู่กับที่
เขาอ้าปากพะงาบๆ อยากจะพูดอะไรสักอย่าง
แต่สุดท้ายก็เปล่งเสียงอุทานออกมาได้แค่คำเดียว ซึ่งอัดแน่นไปด้วยความตกตะลึงและความไม่เชื่อหูตัวเอง:
"หา?!"