เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - ประธานหวังมาเยือน ปิดประตูตีหมา!

บทที่ 24 - ประธานหวังมาเยือน ปิดประตูตีหมา!

บทที่ 24 - ประธานหวังมาเยือน ปิดประตูตีหมา!


ที่ด้านล่างตึกบริษัทเคเค
ผู้จัดการหลิวขัดรถออดี้ A6 สีดำจนมันปลาบ เปิดประตูรถรอไว้ล่วงหน้า แล้วยืนรออย่างนอบน้อมอยู่ข้างๆ

หวังเฮ่าอวี่เดินหน้าตึงลงมา ในมือหิ้วกล่องชา 'ต้าหงเผา' แพ็กเกจหรูหรา
อันที่จริงเขาก็เพิ่งสั่งให้ผู้จัดการหลิววิ่งไปซื้อจากร้านชาใต้ตึกเมื่อกี้นี้แหละ โดนฟันไปเกือบพันหยวน เล่นเอาเจ็บจี๊ดเลยทีเดียว
แต่ก็นะ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของประธานหม่า เพื่อรั้งเก้าอี้ของตัวเองเอาไว้
ลงทุนแค่นี้ถือว่าจิ๊บๆ

"ไปสตูดิโอกระจอกๆ ของหลินโม่" หวังเฮ่าอวี่มุดเข้าไปนั่งเบาะหลัง น้ำเสียงเย็นชา

"คะ... ครับ ผู้อำนวยการหวัง" ผู้จัดการหลิวรับคำ ในใจกลับมีอัลปาก้าวิ่งพล่านเป็นหมื่นตัว
ไปสตูดิโอของหลินโม่เหรอ?
ใครๆ เขาก็รู้กันทั่วว่าแกน่ะ เป็นพวกขายเพื่อนกินจนได้ดี
กลับไปคราวนี้คิดว่าเขาจะต้อนรับแกอย่างดีงั้นสิ?
โธ่เอ๊ย กูมาทำงานกับแกนี่มันซวยซับซวยซ้อนจริงๆ!

แต่ผู้จัดการหลิวก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง เพราะชีวิตการทำงานของเขาแขวนอยู่บนเส้นด้ายในกำมือของหวังเฮ่าอวี่
ถ้าหวังเฮ่าอวี่โดนเด้งออกจากเคเค เขาก็ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านเหมือนกัน
ด้วยเหตุนี้ ลึกๆ ในใจเขาถึงได้แต่ภาวนาให้หวังเฮ่าอวี่ฮุบสตูดิโอของหลินโม่มาให้สำเร็จ
ถึงแม้เขาจะรู้เต็มอกว่าโอกาสมันช่างริบหรี่เหลือเกินก็เถอะ!

รถยนต์แล่นฉิวไปตามถนน ไม่นานก็มาจอดอยู่ใต้ตึกสำนักงานที่เป็นที่ตั้งของสตูดิโอหลินโม่
หวังเฮ่าอวี่สูดหายใจเข้าลึก พยายามปั้นยิ้มที่ดู 'เป็นมิตร' ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาหิ้วกล่องชา เดินนำผู้จัดการหลิวเข้าไปในสตูดิโอที่เขาเคยคุ้นเคยดี แต่ตอนนี้กลับรู้สึกแปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง

ภายในสตูดิโอ จางเหว่ยกับหลี่เฮ่ากำลังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ถกเถียงอะไรบางอย่างกันอย่างเมามัน
พอได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา ทั้งสองก็หันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ

เมื่อเห็นชัดๆ ว่าผู้มาเยือนคือหวังเฮ่าอวี่ รอยยิ้มบนใบหน้าของจางเหว่ยก็หายวับไปในพริบตา แทนที่ด้วยความโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที!
"หวังเฮ่าอวี่?!" เขากัดฟันกรอด เรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาด้วยความแค้นจัด ร่างกายใหญ่โตกระโจนพรวดขึ้นจากเก้าอี้ราวกับกระทิงดุที่ถูกกระตุ้น!
"มึงยังมีหน้ากลับมาเหยียบที่นี่อีกเหรอวะ?!"

ปฏิกิริยาของหลี่เฮ่าดูจะใจเย็นกว่า แต่แววตาของเขาก็ฉายแววรังเกียจและระแวดระวังอย่างไม่ปิดบัง

"ไอ้อ้วน!" หวังเฮ่าอวี่หน้าเสีย รอยยิ้มที่อุตส่าห์ปั้นมาเริ่มฝืดเฝื่อน เขาเผลอถอยกรูดไปหลบหลังผู้จัดการหลิวโดยอัตโนมัติ

"มึงไม่มีสิทธิ์มาเรียกกูว่าไอ้อ้วน!" จางเหว่ยตวาดลั่น หมัดโตๆ เงื้อขึ้นกะจะซัดเข้าที่หน้าของหวังเฮ่าอวี่เต็มแรง
"วันนี้กูจะอัดมึงให้ตายคาตีน ไอ้เนรคุณ! ไอ้เดรัจฉาน!"

ผู้จัดการหลิวเห็นหมัดลุ่นๆ พุ่งแหวกลมมาแต่ไกล ก็ถึงกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง!
แต่พอคิดได้ว่า นี่มันนาทีทองในการทำคะแนนความจงรักภักดีต่อหน้าผู้อำนวยการหวังเลยนี่หว่า!
โดนต่อยสักหมัดจะเป็นไรไป?
ขอแค่รักษาเก้าอี้ไว้ได้ ทำผลงานเข้าตาเจ้านาย คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!

"ผู้อำนวยการหวัง ระวังครับ!" ผู้จัดการหลิวแหกปากร้องลั่น รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี พุ่งพรวดออกไปกางแขนกางขา ขวางหน้าหวังเฮ่าอวี่เอาไว้ราวกับวีรบุรุษพลีชีพ!
"ใจเย็นๆ ก่อนครับ! อย่าใช้กำลัง! คุยกันดีๆ!"

หวังเฮ่าอวี่ไม่สนหรอกว่าผู้จัดการหลิวจะโดนต่อยหน้าแหกหรือไม่ เขาอาศัยจังหวะชุลมุน รีบตะโกนบอกจางเหว่ย:
"จางเหว่ย! หยุดก่อน! ฟังฉันพูดก่อน!"
"ที่ฉันมาวันนี้ มีเรื่องสำคัญจะคุยกับหลินโม่! เป็นข่าวดีระดับช็อกโลกเลยนะ!"

"ข่าวดีพ่องมึงสิ! คนระยำอย่างมึงจะพ่นเรื่องดีๆ ออกมาได้ไงวะ" จางเหว่ยของขึ้นสุดขีด ง้างหมัดเตรียมจะสอยผู้จัดการหลิวให้ร่วง

"ไอ้อ้วน! หยุดก่อน!" หลี่เฮ่าตาไว รีบคว้าแขนจางเหว่ยที่กำลังฟิวส์ขาดเอาไว้ได้ทัน
เขาจ้องหน้าหวังเฮ่าอวี่ด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง:
"หวังเฮ่าอวี่ มึงจะมาไม้ไหนอีก?"

"ไอ้หนู! มึงดึงกูไว้ทำไมวะ?! ปล่อยกู กูจะกระทืบไอ้ลูกหมานี่ให้ตาย!" จางเหว่ยดิ้นพล่าน

"ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามากระทืบมัน" หลี่เฮ่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ลองถามความเห็นพี่โม่ดูก่อน ถ้าพี่โม่ยอมคุย ก็ให้มันคุย
ถ้าพี่โม่ไม่อยากคุย เราค่อยโยนมันออกไปก็ยังไม่สาย"

เมื่อได้ยินดังนั้น จางเหว่ยถึงยอมสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง แต่ก็ยังไม่วายถลึงตาใส่หวังเฮ่าอวี่อย่างอาฆาตมาดร้าย:
"ดวงดีไปนะมึง! ถ้าเดี๋ยวพี่โม่ไม่อยากเห็นหน้ามึงล่ะก็ กูจะจับมึงโยนออกไปให้กระดูกหักเลยคอยดู!"

หลี่เฮ่าเดินเข้าไปในห้องทำงานของหลินโม่ สักพักก็เดินกลับออกมา
"พี่โม่ให้เข้าไปได้"
เขาบอกหวังเฮ่าอวี่ด้วยน้ำเสียงไร้เยื่อใย

แต่จางเหว่ยกลับทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่สบอารมณ์เอาซะเลย
"พี่โม่จะไปเสวนาอะไรกับไอ้สวะนี่อีกวะ?"
"ถ้าไม่ใช่เพราะความระยำของมัน สตูดิโอเราคงไม่เกือบเจ๊งแบบนั้นหรอก"
"ไอ้หมอนี่มันงูพิษชัดๆ ตอนนั้นก็เพราะเราไว้ใจมันเกินไป มันถึงขโมยข้อมูลไปได้ง่ายๆ พี่โม่ไม่น่าไปหลงกลมันอีกเลยนะเว้ย"

หลี่เฮ่าถอนหายใจ "พี่โม่น่ะนะ จะพูดยังไงดีล่ะ แกเป็นคนใจอ่อน เห็นแก่ความผูกพันอยู่บ้างแหละ"
"แต่ก็เพราะความเป็นคนแบบนี้ไง พวกเราถึงมีโอกาสได้เกาะชายเสื้อแกมาจนถึงทุกวันนี้"

พอได้ยินแบบนั้น หวังเฮ่าอวี่ก็แทบจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์เพทุบาย
ดูท่าทางแล้ว หลินโม่ก็ยังนิสัยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนสินะ!
ยังคงเป็นไอ้ซื่อบื้อขี้ใจอ่อนคนเดิม
เดี๋ยวพอเข้าไปนะ แค่บีบน้ำตาเล่าความลำบากให้ฟังสักหน่อย
แล้วก็หลอกล่อด้วยข้อเสนอสวยหรูอีกนิด
ไอ้หลินโม่มันก็ต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตาม โดนเขาจูงจมูกง่ายๆ อยู่แล้ว

เขาจัดเสื้อสูทที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่เข้าทาง แย่งกล่องชามาจากมือผู้จัดการหลิว แล้วเชิดหน้าเดินตามหลี่เฮ่าเข้าไปในห้องทำงานของหลินโม่ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
ส่วนผู้จัดการหลิวก็ได้แต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ คลำไหล่ที่โดนจางเหว่ยผลักจนปวดระบม ยืนรออยู่ข้างนอกอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว

ห้องทำงานของหลินโม่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่มันก็ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เขากำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน มองหวังเฮ่าอวี่ที่เดินเข้ามาด้วยสายตาเรียบเฉย เดาไม่ออกเลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่

นี่มันผิดคาดจากที่หวังเฮ่าอวี่มโนเอาไว้ลิบลับเลยแฮะ
เขาคิดว่าพอเจอหน้ากัน หลินโม่ต้องของขึ้นด่าทอเหมือนจางเหว่ย ไม่ก็เค้นคอถามเขาอย่างบ้าคลั่งแน่ๆ
แต่ไหงหลินโม่ดันนิ่งสงบหยั่งกะน้ำในบ่อลึกซะงั้น บรรยากาศมันชวนให้อึดอัด... แถมยังรู้สึกเสียวสันหลังวาบยังไงก็ไม่รู้

"เชิญนั่ง" หลินโม่ชี้ไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงเย็นชา

หวังเฮ่าอวี่วางกล่องชาลงบนโต๊ะกระจก แล้วฝืนยิ้มแห้งๆ นั่งลงฝั่งตรงข้าม:
"หลินโม่ ไม่เจอกันนานเลยนะ
สตูดิโอนายตอนนี้ โตผิดหูผิดตาไปเลยนะเนี่ย"

หลินโม่ไม่เล่นด้วย เข้าประเด็นทันที "มีอะไรก็รีบว่ามา อย่ามามัวอ้อมค้อม ฉันมีเวลาไม่มาก"
เขาหยุดนิดนึง แล้วพูดต่อ "ฉันไม่กระทืบนายหรอกนะ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าไอ้อ้วนมันจะไม่ทำ
หมอนั่นอารมณ์ร้อนจะตาย ฉันรับประกันไม่ได้หรอกนะ"
"แถมถ้ามันลงมือเมื่อไหร่นะ รับรองว่ากะเอาตายแน่ๆ"
"ถ้าโดนซ้อมจนต้องไปหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาล ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือนล่ะ"

แค่คำพูดประโยคเดียว ก็ทำเอาหลังของหวังเฮ่าอวี่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ
เขารู้จักวีรกรรมความโหดของจางเหว่ยดี สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จางเหว่ยเคยมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นแค่เรื่องขี้ปะติ๋ว
ได้ข่าวว่าไอ้หมอนั่นโดนซัดจนต้องนอนโรงพยาบาลไปสามเดือนเต็ม
ถ้าไม่ใช่เพราะฝั่งนั้นเป็นฝ่ายผิดก่อน ป่านนี้จางเหว่ยคงโดนไล่ออกไปนานแล้ว
แล้วยิ่งตอนนี้ เขามาก่อเรื่องทรยศหักหลังเพื่อนแบบนี้อีก
ถ้าจางเหว่ยฟิวส์ขาดขึ้นมาจริงๆ ชีวิตน้อยๆ ของเขาคง...

จบบทที่ บทที่ 24 - ประธานหวังมาเยือน ปิดประตูตีหมา!

คัดลอกลิงก์แล้ว