- หน้าแรก
- ทะลุมิติปั้นอาณาจักรกำเนิดราชันอุตสาหกรรมฮ่องกง
- บทที่ 71 - สินค้ายอดฮิตแห่งศตวรรษที่ 20: กระดาษโน้ตกาวในตัว
บทที่ 71 - สินค้ายอดฮิตแห่งศตวรรษที่ 20: กระดาษโน้ตกาวในตัว
บทที่ 71 - สินค้ายอดฮิตแห่งศตวรรษที่ 20: กระดาษโน้ตกาวในตัว
บทที่ 71 - สินค้ายอดฮิตแห่งศตวรรษที่ 20: กระดาษโน้ตกาวในตัว
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ล่วงเลยมาสองเดือนแล้ว
ณ พื้นที่ของโรงงานพลาสติกฉางซิง โรงเรือนประกอบชิ้นส่วนแห่งใหม่สองหลังถูกสร้างเสร็จเรียบร้อย คนงานทั้งหมดถูกย้ายมาทำงานที่นี่ การนำขั้นตอนการฉีดพลาสติกและการประกอบมารวมไว้ในที่เดียวกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้เป็นอย่างดี
แต่โรงงานเก่าก็ยังคงใช้งานอยู่ เพราะจ่ายค่าเช่าไปแล้ว ขืนทิ้งไว้เฉยๆ ก็เสียดายแย่ เอาไว้หมดสัญญาเมื่อไหร่ค่อยคืนพื้นที่
...
ส่วนเรื่องที่ว่าตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่จากญี่ปุ่นและอังกฤษใช้กลยุทธ์อะไรไปเจาะตลาดแผ่นกาวดักหนูกับแผ่นกาวดักแมลงวันในประเทศตัวเองนั้น หยางเหวินตงก็สุดจะหยั่งรู้ได้ แต่ที่แน่ๆ คือตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ออเดอร์หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ทำเอาพนักงานโรงงานฉางซิงที่มีอยู่กว่าร้อยชีวิตต้องปั่นงานกันมือเป็นระวิง
ภายในห้องทำงาน
บนโต๊ะตรงหน้าหยางเหวินตง มีบล็อกพลาสติกชิ้นเล็กๆ กองอยู่เต็มไปหมด ใต้กองพลาสติกมีกระดาษหลายแผ่นที่เต็มไปด้วยภาพวาดรูปทรงต่างๆ
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก" เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากประตูที่เปิดแง้มไว้ ปรากฏร่างของหลินเฮ่าอวี่และจ้าวลี่หมิงเดินเข้ามา
หยางเหวินตงกวาดบล็อกพลาสติกไปกองรวมกันบนกระดาษ แล้วเลื่อนไปไว้มุมโต๊ะ "นั่งสิ มาด้วยกันแบบนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?"
เมื่อทั้งสองนั่งลง จ้าวลี่หมิงก็เปิดประเด็น "พี่ตงฮะ ช่วงนี้ออเดอร์จากญี่ปุ่นกับอังกฤษ จู่ๆ ก็ร่วงฮวบเลยฮะ โดยเฉพาะฝั่งญี่ปุ่น หายไปเกินครึ่งของสัปดาห์ก่อนเลยนะฮะ"
"เข้าเดือนกันยายนแล้ว แถมทั้งตัวแทนจำหน่ายและร้านค้าปลีกก็น่าจะมีสต๊อกตุนไว้บ้าง ยอดสั่งซื้อจะตกก็ไม่แปลกหรอก" หยางเหวินตงปรายตามองปฏิทินข้างโต๊ะ แล้วพยักหน้ารับอย่างไม่แปลกใจ
ในฮ่องกง ฤดูหนาวอาจจะเย็นลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้หนาวจับขั้วหัวใจ ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมคนไร้บ้านในฮ่องกง หรือแม้แต่คนที่อาศัยอยู่ในเพิงสังกะสีอย่างหยางเหวินตงในอดีต ถึงยังพอเอาชีวิตรอดผ่านฤดูหนาวไปได้โดยไม่หนาวตาย
แต่สำหรับญี่ปุ่น อังกฤษ หรือประเทศอื่นๆ ในยุโรป มันไม่ใช่แบบนั้น พอหน้าหนาวมาเยือน พวกหนูก็จะอพยพหนีหนาวลงไปมุดอยู่ตามท่อระบายน้ำใต้ดิน แทบจะไม่โผล่หัวมาให้คนเห็น ส่วนพวกแมลงวันน่ะเหรอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง หายเกลี้ยงสิครับ
จ้าวลี่หมิงพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ฮะ ฉันก็รู้ว่าหน้าหนาวมันต้องกระทบยอดขายเราแน่ๆ แต่ไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้"
"นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นแหละ เดือนต่อๆ ไปจะหนักกว่านี้อีก แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่นา" หยางเหวินตงกล่าวเสริม
จ้าวลี่หมิงลองเสนอแนวทาง "พี่ตงฮะ แล้วตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ล่ะฮะ? เราพอจะหาทางขยายตลาดไปทางนู้นเพิ่มอีกหน่อยได้ไหม? ถึงจะไม่เยอะมาก แต่อย่างน้อยก็พอประทังไปได้บ้าง"
"ฉันลองเจรจาดูแล้ว ผลลัพธ์ไม่ค่อยเวิร์กเท่าไหร่" หยางเหวินตงส่ายหน้ายิ้มๆ "พื้นที่แถบนั้น สภาพความเป็นอยู่ส่วนใหญ่ก็คล้ายๆ กับเขตเพิงพักที่เราเคยอยู่นั่นแหละ ยากจนข้นแค้นกันทั้งนั้น ชาวบ้านเขาไม่มานั่งสนใจเรื่องหนูกันหรอก"
"ที่น่าเสียดายที่สุดคือ เราเจาะตลาดอเมริกาไม่ทัน พอเพิ่งจะเริ่มเห็นผลนิดหน่อย หน้าหนาวก็มาเยือนซะแล้ว"
ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา หยางเหวินตงเดินสายพบปะพ่อค้าคนกลางที่ทำธุรกิจกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายราย และตกลงซื้อขายแผ่นกาวดักหนูไปได้บ้าง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝีมือของพ่อค้าคนกลาง หรือเป็นเพราะกำลังซื้อของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กันแน่ ยอดขายถึงได้ห่างชั้นกับอังกฤษและญี่ปุ่นลิบลับ
ส่วนตลาดไซส์ยักษ์อย่างอเมริกา หยางเหวินตงก็ลองให้พ่อค้าคนกลางไปทาบทามดูบ้างแล้ว แต่สุดท้ายก็ช้าไปก้าวหนึ่ง เพิ่งจะเห็นเค้าลางความสำเร็จ หน้าหนาวก็ดันมาเยือนเสียก่อน
หน้าหนาวในอเมริกาน่ะ หนาวเหน็บยิ่งกว่ายุโรปเสียอีก
จ้าวลี่หมิงพยักหน้าเข้าใจ "ถ้าเป็นแบบนั้น ช่วงหน้าหนาวเราก็คงต้องเน้นผลิตตุนไว้ขายปีหน้าสินะฮะ แต่ทำแบบนั้นมันจะจมทุนไปหน่อยหรือเปล่าฮะ?"
"อืม ก็จริง การผลิตตุนไว้เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้หรอก แต่จะตุนไว้เท่าไหร่ ฉันคงต้องขอดูทิศทางและปรึกษากับตัวแทนจำหน่ายอีกที" หยางเหวินตงยอมรับ
ถึงเขาจะมั่นใจว่ายอดขายแผ่นกาวดักหนูในปีหน้าจะพุ่งกระฉูดแน่นอน แต่การจะให้โรงงานผลิตสินค้าตุนไว้ล็อตใหญ่เบ้อเริ่ม มันก็เสี่ยงเกินไป เพราะสายป่านเรื่องเงินทุนเขายังไม่ยาวพอ
ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ยอดขายที่ถล่มทลายจากญี่ปุ่นและอังกฤษ สร้างกำไรสุทธิให้เขาได้ถึงสามหมื่นกว่าหยวน
แต่รายจ่ายก็เป็นเงาตามตัวเหมือนกัน ทั้งค่าซื้อที่ดินและโรงงานพลาสติก ไหนจะค่าก่อสร้างโรงเรือนแห่งใหม่ พอหักลบกับเงินทุนหมุนเวียนเดิมที่มีอยู่หมื่นกว่าหยวน ตอนนี้เขามีเงินสดนอนนิ่งอยู่ในบัญชีแค่ราวๆ สี่หมื่นหยวนเท่านั้น
ขืนปล่อยให้โรงงานเดินเครื่องผลิตเต็มสูบในช่วงที่ยอดขายหดหายไปหลายเดือนติด เงินทุนแค่นี้อาจจะเอาไม่อยู่ แถมในแง่ของการบริหารความเสี่ยง การทุ่มหมดหน้าตักแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง
"เข้าใจแล้วฮะ งั้นช่วงนี้ฉันจะเริ่มลดโอที แล้วก็ปรับลดค่าจ้างพนักงานบางส่วนลงนะฮะ" จ้าวลี่หมิงรับคำ
ค่าแรงที่โรงงานฉางซิงจ่าย ถือว่าไม่น้อยหน้าโรงงานอื่นเลย เผลอๆ จะสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปด้วยซ้ำ แต่พอเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซัน ก็ต้องรัดเข็มขัดลดต้นทุนกันบ้าง เพราะปริมาณงานมันน้อยลง พนักงานอาจจะต้องสลับกันหยุดพักบ้าง ซึ่งเรื่องพวกนี้เขาก็เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว
หยางเหวินตงพยักหน้าเห็นด้วย "อืม แต่เรื่องสวัสดิการอาหารการกิน อย่าไปลดของเขามากนักล่ะ อย่างน้อยก็ต้องให้เขากินอิ่มท้อง"
ในสังคมฮ่องกงยุคนี้ ไม่มีหรอกนะระบบประกันสังคมอะไรนั่น ต่อให้หยางเหวินตงใจป้ำอยากจะจ่ายให้ ก็ไม่รู้จะไปจ่ายที่ไหน
สวัสดิการที่เขาพูดถึง ก็คือการดูแลเรื่องปากท้องของพนักงานให้ดีขึ้นอีกนิด ให้พวกเขากินอิ่ม นอนหลับ มีน้ำซุปกระดูกหมูให้ซด มีเมนูเนื้อสัตว์ให้กินสัปดาห์ละครั้ง
แค่นี้ก็ถือว่าเลิศเลอเพอร์เฟกต์ แซงหน้าโรงงานอื่นๆ ไปไกลลิบแล้ว ดีไม่ดี อาหารในโรงอาหารของโรงงานฉางซิง อาจจะดีเทียบเท่ากับอาหารของพวกกรรมกรแบกหามตามท่าเรือเลยด้วยซ้ำ
"ได้ฮะ พี่ตง" จ้าวลี่หมิงรับคำอย่างหนักแน่น
หลินเฮ่าอวี่ที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ก็พูดขึ้นบ้าง "ทางฝั่งฉันก็เหมือนกันฮะ พอเข้าหน้าหนาว หนูในฮ่องกงก็ลดลงเยอะ แต่โชคดีที่ยังไม่มีลูกค้าเจ้าไหนขอยกเลิกสัญญาฮะ"
"ด้วยราคาที่เราเสนอไป พวกเขาคงขี้เกียจมานั่งยกเลิกให้วุ่นวายหรอกมั้ง" หยางเหวินตงหัวเราะเบาๆ
สิ่งที่เขาทำอยู่ ก็คือการถอดแบบโมเดลธุรกิจเรือขนส่งของเปาอวี้กางนั่นแหละ ไม่เน้นฟันกำไรก้อนโตในระยะสั้น แต่เน้นกินยาวๆ ให้มีกำไรเข้ามาหล่อเลี้ยงทุกเดือน พอสะสมไปนานๆ เข้า มันก็เป็นเงินก้อนโตเองแหละ
โดยเฉพาะธุรกิจรับเหมากำจัดหนู ถ้าวางระบบในช่วงแรกไว้ดีๆ ช่วงหลังก็แค่ส่งคนไปคอยตรวจเช็กตามวงรอบ ช่วยประหยัดต้นทุนไปได้เยอะ แถมยังทำกำไรได้งามๆ อีกด้วย
ข้อเสียอย่างเดียวของธุรกิจนี้ก็คือ ขีดจำกัดในการเติบโตมันต่ำไปหน่อย ถ้าเทียบกับฝั่งโรงงานแล้ว ถือว่ายังห่างชั้นกันเยอะ ตอนนี้ก็คงทำได้แค่เป็นธุรกิจเสริมไปก่อน
หลินเฮ่าอวี่ถอนหายใจ "แต่พอหนูน้อยลง การจะวิ่งหาลูกค้าใหม่ก็ยากขึ้นเป็นเงาตามตัวเลยฮะ"
"เป็นเรื่องปกติของธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับฤดูกาลนั่นแหละ" หยางเหวินตงพยักหน้าเข้าใจ "ช่วงนี้ก็ประคองธุรกิจให้เดินหน้าไปเรื่อยๆ ก่อน เดี๋ยวฉันจะลองประเมินทิศทางร่วมกับตัวแทนจำหน่ายดู แล้วค่อยมาตัดสินใจว่าจะผลิตสินค้าตุนไว้ล่วงหน้าสักเท่าไหร่"
"รับทราบฮะ" จ้าวลี่หมิงรับคำสั่ง
ช่วงบ่าย ซูอี้อี้หอบสมุดบัญชีเข้ามาให้หยางเหวินตงตรวจ พอเห็นบล็อกพลาสติกชิ้นเล็กๆ กองอยู่บนโต๊ะ เธอก็อดถามไม่ได้ "พี่ตงยังคลุกคลีอยู่กับของพวกนี้อีกเหรอคะ?"
"ใช่สิ ลองผิดลองถูกมาพักใหญ่แล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าเป้าสักที" หยางเหวินตงลูบไล้บล็อกพลาสติกพลางถอนหายใจ
สองเดือนก่อน หลังจากที่ฮุบกิจการโรงงานพลาสติกมาได้ เขาก็มานั่งคิดหัวแทบแตกว่าจะผลิตอะไรดี สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกลูบิค เพราะเป็นสินค้าที่สร้างเม็ดเงินได้เร็วและมหาศาล นิยายทะลุมิติหลายเรื่องก็มักจะเอาลูบิคมาเป็นจุดขายเหมือนกัน
แต่ปัญหาคือ ถึงเขาจะเคยเล่นลูบิคมาจนพรุน แต่เขาก็ไม่ได้จบวิศวกรรมกลไกนี่นา ไอ้เรื่องโครงสร้างแกนกลางที่จะทำให้บล็อกแต่ละชิ้นหมุนสลับไปมาได้อย่างอิสระโดยไม่หลุดออกจากกันน่ะ เขาคิดยังไงก็คิดไม่ออก
แถมโรงงานที่เขามีอยู่ตอนนี้ ก็ยังเป็นแค่โรงงานระดับล่าง บุคลากรหัวกะทิก็ยังไม่มี โปรเจกต์นี้ก็เลยต้องพับเก็บเข้ากรุไปอย่างไม่มีกำหนด
ซูอี้อี้รายงานเรื่องงานต่อ "พี่ตงคะ นี่สมุดบัญชีของรอบที่แล้วนะคะ มีเรื่องนึงที่ฉันอยากจะบอก คือฉันลงตัวเลขผิดไปสองจุด ยอดเงินคลาดเคลื่อนไปร้อยกว่าหยวน แต่ฉันแก้ไขให้เรียบร้อยแล้วนะคะ"
"อืม ไม่เป็นไรหรอก" หยางเหวินตงไม่ได้ใส่ใจนัก "แต่วันหลังก็ต้องระวังให้มากขึ้นนะ นานๆ ผิดทีน่ะไม่เป็นไร แต่อย่าให้ผิดบ่อยๆ ก็แล้วกัน"
"ค่ะ..." ซูอี้อี้พยักหน้ารับอย่างรู้สึกผิด "บางทีทำงานนานๆ มันก็เบลอน่ะค่ะ อย่างเมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันอุตส่าห์ตั้งใจว่าจะจำเรื่องนึงไว้ให้แม่นๆ สุดท้ายก็ลืมซะสนิทเลย"
"ก็จดใส่กระดาษไว้สิ" หยางเหวินตงแนะนำยิ้มๆ "ความจำดีแค่ไหน ก็สู้รอยดินสอจางๆ ไม่ได้หรอกนะ"
ซูอี้อี้เถียง "ฉันก็จดนะคะ เขียนใส่เศษกระดาษแผ่นเล็กๆ ไว้ แต่บางทีลมพัดปลิวหายไปไหนก็ไม่รู้ แล้วฉันก็ลืมไปเลย"
"ก็หาอะไรที่มันสะดวก..." หยางเหวินตงชะงักคำพูดไว้แค่นั้น จู่ๆ ภาพบางอย่างก็แวบเข้ามาในหัว ในยุคนี้ มันยังไม่มีกระดาษโน้ตเตือนความจำขายใช่ไหม?
ไอ้กระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ดูแสนจะธรรมดา แต่มันคือสุดยอดนวัตกรรมที่ทำเงินได้มหาศาล และเป็นหนึ่งในสินค้ายอดฮิตถล่มทลายในศตวรรษที่ 20 ของบริษัท 3M เลยนะ ถึงขนาดได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 100 สิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมแห่งศตวรรษที่ 20 เชียวล่ะ!
แถมมันยังมีกาวเป็นส่วนประกอบ ซึ่งก็ถือว่ามีความเกี่ยวโยงกับสายการผลิตแผ่นกาวดักหนูที่เขามีอยู่แล้วด้วย!
(จบแล้ว)