- หน้าแรก
- ใครว่าเป็นแค่นักธนูธรรมดา พอดีดาเมจผมทะลุหลอดครับ
- บทที่ 42 - พวกเธอต่างหากที่เลียแข้งเลียขา
บทที่ 42 - พวกเธอต่างหากที่เลียแข้งเลียขา
บทที่ 42 - พวกเธอต่างหากที่เลียแข้งเลียขา
เมื่อได้ยินปลายสายรายงาน เฉินหงกลับรู้สึกอยากจะหัวเราะออกมาอย่างประหลาด ตอนแรกนึกว่าคนสนิททั้งสามจะถูกสวนกลับตอนปฏิบัติภารกิจ ที่ไหนได้ กลับกลายเป็นเรื่องตลกร้ายแบบนี้ไปได้
เป็นถึงนักฆ่า แต่กลับไม่มีแม้แต่ปัญญาจะซ่อนร่องรอยเนี่ยนะ?
เฉินหงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้าที่ทับกระดาษทองสัมฤทธิ์อันหนักอึ้งบนโต๊ะทำงาน แล้วเขวี้ยงอัดกำแพงสุดแรง "ไอ้พวกสวะ! สวะไม่ได้เรื่อง!!"
"เพล้ง— โครม!"
แจกันโบราณประเมินค่าไม่ได้แตกกระจาย! เศษกระเบื้องปลิวว่อน!
"ตายซะได้ก็ดี!! ไอ้พวกไร้น้ำยาเอ๊ย เรื่องแค่นี้ก็จัดการไม่ได้! ฉันยอมจ่ายเงินก้อนโตเลี้ยงพวกแกไว้ให้มากินขี้หรือไง!" เฉินหงตาแดงก่ำ ใบหน้าบิดเบี้ยว เหี้ยมเกรียม ไม่เหลือเค้าคนสุภาพน่าเกรงขามเลยสักนิด
เฉินจื้อกังตกใจกับปฏิกิริยาของพ่อจนสะดุ้ง ถามเสียงตะกุกตะกัก "พ่อ เกิดอะไรขึ้น"
เฉินหงสมกับเป็นคนที่อยู่ในตำแหน่งสูงมานาน เขาสามารถปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว ความแดงก่ำในดวงตาค่อยๆ จางลง
เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา พ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ แล้วพูดขึ้น "ไอ้สวะสามคนนั่น ยังไม่ทันได้ลงมือก็โดนคนของหอวิญญาณนักรบเจอเข้า ซัดจนตายคาป่าป่ายฮว่าทางทิศตะวันตกไปแล้ว"
"อะไรนะ" เฉินจื้อกังแทบจะสำลักน้ำลายตัวเองเมื่อได้ยิน อย่างน้อยสามคนนั้นก็เป็นลูกน้องมือฉมังที่พ่อเขาฟูมฟักมาแท้ๆ ดันมาทำพลาดเรื่องโง่ๆ แบบนี้เนี่ยนะ เขาถามอย่างจนใจ "แล้วแบบนี้จะทำยังไงล่ะเนี่ย ใกล้จะถึงวันปัจฉิมนิเทศแล้วด้วย ถ้าเซี่ยมู่มีอาวุธไม่จำกัดเลเวลคอยช่วย ยังไงก็ต้องถูกหอวิญญาณนักรบเลือกแน่ ถึงตอนนั้นคิดจะฆ่ามันก็คงยากแล้วล่ะ"
ที่เฉินจื้อกังอยากฆ่าเซี่ยมู่ ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องอาวุธเท่านั้น
เหตุการณ์เมื่อวานที่ศูนย์วาร์ป กะจะเข้าไปฉีกหน้าเซี่ยมู่ แต่ดันโดนตอกกลับจนหน้าม้าน ทุกครั้งที่นึกถึง เฉินจื้อกังก็รู้สึกเจ็บใจจนฟันแทบหัก
โดยเฉพาะไอ้คำว่า 'ไอ้โง่' ที่เซี่ยมู่ทิ้งท้ายไว้ก่อนไปพร้อมสายตาเหยียดหยาม มันเหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยกชัดๆ
การฆ่าคนชิงสมบัติก็เรื่องนึง แต่ถ้าให้แยกเป็นสองเรื่อง... เขาก็เลือกที่จะฆ่าอยู่ดี!
"เรื่องนี้พักไว้ก่อนละกัน" เฉินหงหน้าเครียด นวดขมับที่เริ่มปวดตุบๆ เบาๆ
ในประเทศมังกร การฆ่าคนถือเป็นความผิดอุกฉกรรจ์ ยิ่งเฉินหงเป็นคนของหอวิญญาณนักรบ แถมเป้าหมายยังเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งตื่นรู้พลังด้วยแล้ว โทษยิ่งหนักเป็นเท่าตัว
"เรื่องนี้แกไม่ต้องเข้ามายุ่งแล้วนะ รอดูท่าทีไปก่อน หวังว่าไอ้สวะสามคนนั่นจะไม่ได้เผยฐานะตัวเองก่อนตาย ถ้าเรื่องที่เราสั่งฆ่าเซี่ยมู่หลุดออกไปล่ะก็ งานงอกแน่" เฉินหงสั่งกำชับ
"พ่อ..."
"หุบปาก!" เฉินจื้อกังยังพูดไม่ทันจบก็โดนเฉินหงตวาดสวน "เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันนี้ แกไปเร่งอัปเลเวลซะ ตอนนี้โควตาหอวิญญาณนักรบน่าจะหายไปเกินครึ่งแล้ว ถ้าแกยังทำตัวเอ้อระเหยแบบนี้ ถึงตอนนั้นฉันก็ช่วยแกไม่ได้หรอกนะ!"
"ส่วนเด็กผู้หญิงที่อยู่ข้างตัวแกนั่น..." เฉินหงชะงักไปนิด ถามอย่างไม่แน่ใจ "เด็กนั่นแซ่อะไรนะ"
"ยัยนั่นน่ะเหรอ" เฉินจื้อกังกระตุกมุมปาก เหยียดยิ้มอย่างเย็นชา ไม่ปิดบังความรังเกียจ "จะแซ่อะไรก็ช่างเถอะ แค่ของเล่นคั่นเวลา เบื่อเมื่อไหร่ก็เขี่ยทิ้งได้ตลอด"
เฉินหงพยักหน้า หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า ทิ้งศีรษะอันหนักอึ้งพิงพนักหนังราคาแพง ยกมือขึ้นบีบนวดขมับที่ปวดตุบๆ พลางโบกมือไล่เฉินจื้อกัง
เฉินจื้อกังเข้าใจความหมาย ไม่พูดอะไรอีก หมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไปเงียบๆ
อีกด้านหนึ่ง หลังจากเซี่ยมู่กลับถึงบ้าน ก็รีบอาบน้ำชำระคราบเลือดจางๆ บนตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้าน พาเซี่ยจิ่นอวี๋ที่เตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วออกจากบ้าน
หอวั่งเจียง ตำนานบนหมู่เมฆของเมืองหนาน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ มองเห็นวิวทิวทัศน์งดงาม เป็นดั่งจุดสูงสุดของพีระมิดที่บ่งบอกถึงฐานะ
มันตั้งตระหง่านอยู่บนทำเลไข่มุกที่เจิดจรัสที่สุดริมแม่น้ำ เป็นดั่งพระราชวังที่ถักทอด้วยแสงไฟ
นอกหน้าต่างกระจกบานยักษ์ ผืนน้ำกว้างใหญ่สะท้อนแสงไฟนีออนของเมือง สว่างไสวระยิบระยับ
บริกรในชุดหรูหราเดินขวักไขว่ อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมจางๆ
"พี่ พี่ฉินไป๋จะเลี้ยงข้าวพวกเราที่นี่จริงๆ เหรอ" เซี่ยจิ่นอวี๋มองการตกแต่งอันหรูหราอลังการในล็อบบี้ น้ำเสียงเจือความตื่นเต้น
"อืม" เซี่ยมู่ยิ้มพลางขยี้ผมหน้าน้องสาวเบาๆ รับคำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เซี่ยจิ่นอวี๋ควงแขนเซี่ยมู่อย่างอารมณ์ดี "งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ อย่าให้คุณลุงฉินรอนานเลย!"
เซี่ยมู่พยักหน้า หันไปบอกชื่อฉินไป๋กับพนักงานต้อนรับ
พนักงานหญิงในชุดกี่เพ้ารีบเดินเข้ามาหา รอยยิ้มงดงามอ่อนหวานราวกับภาพวาด "สวัสดีค่ะ ท่านประธานฉินรออยู่ที่ 'ห้องกวนหลาน' ชั้นบนสุดแล้วค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ" เธอเบี่ยงตัวเล็กน้อย ท่าทางนอบน้อม
เซี่ยจิ่นอวี๋กำแขนเสื้อพี่ชายแน่นขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหม่า กวาดสายตามองความหรูหราโอ่อ่ารอบตัวด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนระแวดระวัง
จังหวะที่พวกเขากำลังจะก้าวเข้าลิฟต์ เสียงแหลมปรี๊ดของผู้หญิงก็ดังขึ้นมาจากข้างหลัง
"อ้าว? นี่มันดาวโรงเรียนยาจกของเรา เซี่ยจิ่นอวี๋ นี่นา"
สองพี่น้องชะงักฝีเท้า หันไปมองตามเสียง
หญิงสาวในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินรอยัลบลู เดินบิดสะโพกนวยนาดมาจากโซฟากำมะหยี่ในโซนพักคอย ท่าทางเหมือนนกยูงรำแพนหาง บนใบหน้าประดับรอยยิ้มหยามเหยียดอย่างไม่คิดจะปิดบัง
ข้างหลังเธอมีเด็กผู้หญิงอีกสองคนแต่งตัวจัดจ้านไม่แพ้กัน เดินตามมาด้วยใบหน้าเตรียมดูงิ้วเต็มที่
เซี่ยมู่ได้กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกเตะจมูก ทำเอากลิ่นหอมอ่อนๆ รอบๆ หายวับไปทันที เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
พอเซี่ยจิ่นอวี๋เห็นว่าเป็นใคร มุมปากก็กระตุกนิดๆ น้ำเสียงราบเรียบ "อ๋อ จ้าวเชี่ยนนี่เอง"
เธอตอบกลับส่งๆ แล้วไม่สนใจจ้าวเชี่ยนอีก ควงแขนเซี่ยมู่อย่างเป็นธรรมชาติ เตรียมจะเดินหน้าต่อ
ท่าทางนั่น เหมือนจ้าวเชี่ยนเป็นแค่หมาแมวข้างทางที่บังเอิญเดินสวนกันเท่านั้น
เมื่อถูกเมินใส่หน้าตาเฉย รอยยิ้มหยามเหยียดบนใบหน้าของจ้าวเชี่ยนก็พังทลายลง ความโกรธเกรี้ยวพาดผ่านใบหน้าทันที
สิ่งที่เธอเกลียดที่สุด ก็คือท่าทางไม่แยแสโลกของเซี่ยจิ่นอวี๋นี่แหละ!
"เหอะ ทำเป็นหยิ่งไปได้" เห็นประตูลิฟต์กำลังจะเปิด จ้าวเชี่ยนก็รีบซอยเท้าบนส้นเข็มตามมาสองก้าว ริมฝีปากสีแดงสดเหยียดยิ้มร้ายกาจ เสียงแหลมปรี๊ด "พอได้ยินว่าวันนี้เป็นงานวันเกิดหลินซิว ก็รีบวิ่งแจ้นหน้าด้านๆ มาเสนอหน้าเลยล่ะสิ"
"นั่นน่ะสิ" ผู้หญิงอีกคนที่เดินตามหลังมาปรายตามองชุดกระโปรงลายดอกไม้ซอมซ่อของเซี่ยจิ่นอวี๋อย่างรังเกียจ พูดจาถากถาง "เธอก็รู้ว่าวันนี้คุณชายหลินอารมณ์ดี เลยกะจะมาเสี่ยงดวงดู เผื่อคุณชายหลินจะ 'เรียกใช้บริการ' สักหน่อย จะได้ลบกลิ่นคนจนบนตัวออกไปบ้างไง"
แววตาเซี่ยมู่เย็นเยียบลงทันที กำลังจะอ้าปากด่า แต่น้องสาวข้างกายกลับหมุนตัวกลับมาอย่างพลิ้วไหว
เซี่ยจิ่นอวี๋เอียงคอเล็กน้อย เผยรอยยิ้มไร้เดียงสาสดใส เสียงใสแจ๋วราวกับกระดิ่ง "อ้าวเหรอ? เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าวันนี้วันเกิดหลินซิว ขอบใจที่บอกนะ แต่ว่า—" เธอลากเสียงยาว กะพริบตาปริบๆ "พวกเธอต่างหากที่เป็นหมาเลียแข้งเลียขาเขา ถึงต้องมาจัดวันเกิดให้เขา แต่ฉันไม่ใช่หรอกนะ ส่วนไอ้เรื่อง 'เรียกใช้บริการ' อะไรนั่น พวกเธอเก็บไว้ใช้เองเถอะ"
"พรืด..." บริกรที่เดินผ่านมากลั้นขำไม่อยู่ หลุดขำออกมา ก่อนจะรีบก้มหน้าซ่อนอาการ
เซี่ยมู่อึ้งไปนิด ไม่คิดว่าน้องสาวตัวเองจะสวนกลับได้เจ็บแสบขนาดนี้
แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ พอได้ยินคำพูดของเซี่ยจิ่นอวี๋ หน้าของจ้าวเชี่ยนก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเหมือนตับหมู ราวกับแมวโดนเหยียบหาง เสียงแหลมปรี๊ดดังลั่น "เซี่ยจิ่นอวี๋ แกเลิกเสแสร้งได้แล้ว! ถ้าไม่ได้มางานวันเกิดคุณชายหลิน สภาพซอมซ่ออย่างแกจะมีปัญญาเข้าหอวั่งเจียงได้ยังไง!"
เซี่ยจิ่นอวี๋แลบลิ้นปลิ้นตาอย่างอารมณ์ดี ยิ้มหวานพลางตอบ "ขอโทษทีนะจ๊ะ วันนี้ฉันมีคนเชิญมากินข้าวที่นี่จ้ะ"