- หน้าแรก
- ใครว่าเป็นแค่นักธนูธรรมดา พอดีดาเมจผมทะลุหลอดครับ
- บทที่ 2 - พรสวรรค์ซ่อนเร้น
บทที่ 2 - พรสวรรค์ซ่อนเร้น
บทที่ 2 - พรสวรรค์ซ่อนเร้น
เซี่ยมู่กระตุกยิ้มขมขื่น ถอนหายใจออกมาเบาๆ "ดูท่าความหวังที่จะได้เข้าหอวิญญาณนักรบของฉันคงจบเห่แล้วล่ะ"
หอวิญญาณนักรบแห่งประเทศมังกร คือองค์กรผู้ปลุกพลังเพียงแห่งเดียวที่ขึ้นตรงต่อกองทัพ การได้เข้าไปที่นั่นหมายถึงการได้รับการสนับสนุนระดับประเทศ ไม่เพียงแต่จะได้สิทธิ์เลือกใช้อุปกรณ์ระดับท็อปก่อนใคร แต่ยังสามารถเข้าถึงดันเจี้ยนลับระดับความมั่นคงของชาติได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นทางลัดสู่การเป็นผู้ปลุกพลังระดับแนวหน้าอย่างแท้จริง
พูดกันตามตรง หอวิญญาณนักรบคือองค์กรในฝันที่ผู้ปลุกพลังทุกคนในประเทศมังกรอยากเข้าไปอยู่ใจจะขาด
แต่ด้วยโควตาประชากร แต่ละปีเมืองหนานจะได้สิทธิ์ส่งคนเข้าร่วมเพียงแค่สามที่นั่งเท่านั้น
สำหรับคนที่ได้อาชีพซ่อนเร้นอย่างฉินเชี่ยนเสวี่ย สามารถเดินสวยๆ เข้าไปได้เลยโดยไม่ต้องสอบคัดเลือก แถมยังจะได้รับการทุ่มเททรัพยากรเพื่อปั้นให้เป็นกำลังหลักอีกด้วย
ส่วนโควตาอีกสองที่เหลือ... ต้องไปแย่งชิงกันเองจากบรรดาเด็กจบใหม่สายต่อสู้ทั้งหมด
เงื่อนไขคือ ผู้ปลุกพลังสายต่อสู้จะต้องปั่นเลเวลให้ถึงระดับ 10 ภายในหนึ่งสัปดาห์หลังพิธีปลุกพลัง เพื่อให้ได้สิทธิ์เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยผู้ปลุกพลัง ถึงจะมีคุณสมบัติเข้าร่วมการคัดเลือก
ในวันปัจฉิมนิเทศหลังจากนี้หนึ่งสัปดาห์ คนที่มีสิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัยจะต้องเข้าไปแข่งขันกันในดันเจี้ยนเฉพาะกิจ ตัดสินกันด้วยผลงานในการรบและการประเมินศักยภาพ เพื่อชิงสองโควตาสุดท้ายนั้นมา
และแน่นอนว่าสิทธิ์สองที่นั้น ก็มักจะตกเป็นของพวกที่ได้อาชีพขั้นสูงอยู่ดี เพราะในขั้นตอนการประเมินศักยภาพ พวกอาชีพขั้นสูงได้เปรียบกว่าเห็นๆ
ตอนแรก ด้วยสถิติค่าศักยภาพทะลุ 3000 Mh ระดับประเทศของเขา เซี่ยมู่มั่นใจว่าถ้าได้อาชีพซ่อนเร้น การเข้าหอวิญญาณนักรบก็เป็นแค่เรื่องกล้วยๆ เผลอๆ เข้าไปปุ๊บก็กลายเป็นระดับแกนนำปั๊บด้วยซ้ำ
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าสวรรค์จะเล่นตลก ค่าศักยภาพสูงปรี๊ดขนาดนั้น แต่ดั๊นมาแจ็คพอตแตกได้อาชีพนักธนูธรรมดาๆ ซะงั้น
"แม่งเอ๊ย โคตรซวยเลย!" เซี่ยมู่สบถในใจ จ้องมองลวดลายธนูบนข้อมืออย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด
อันที่จริงในสายตาคนทั่วไป การได้เป็นนักธนูก็ถือว่าไม่ได้แย่อะไรแล้ว
เพราะเด็กจบใหม่ทุกปี มีคนที่ปลุกพลังได้อาชีพสายต่อสู้แค่ราวๆ 20% เท่านั้น ส่วนอีก 80% ที่เหลือได้แต่อาชีพสายสนับสนุนการใช้ชีวิตทั่วไป
แต่นั่นแหละ... พอค่าศักยภาพ 3000 Mh มาเจอกับอาชีพนักธนูสุดแสนจะจืดชืด ความรู้สึกมันเลยเหมือนตกจากยอดเขาลงมากระแทกพื้นอย่างจัง
"ช่างเถอะ นักธนูก็นักธนูวะ อย่างน้อยก็ยังเป็นสายต่อสู้ พยายามหน่อยก็คงพอมีหวัง ดีกว่าพวกสายใช้ชีวิตตั้งเยอะ" เซี่ยมู่ฝืนยิ้ม ปลอบใจตัวเอง แล้วเรียกหน้าต่างสเตตัสของตัวเองขึ้นมาดู
[ชื่อ: เซี่ยมู่]
[อาชีพ: นักธนู]
[เลเวล: 1]
[พลังชีวิต: 100]
[มานา: 100]
[พลังโจมตี: 50]
[พลังป้องกัน: 30]
[ความเร็วโจมตี: 0/วินาที]
[พละกำลัง: 10]
[สติปัญญา: 10]
[ความอดทน: 10]
[ความว่องไว: 10]
[แต้มสถานะอิสระ: 0]
[ค่าประสบการณ์: 0/200]
เห็นหน้าต่างสเตตัสที่ราบเรียบไม่มีอะไรโดดเด่น เซี่ยมู่ก็อดไม่ได้ที่จะด่ากราดในใจอีกรอบ นี่ค่าศักยภาพทะลุ 3000 Mh จนเครื่องวัดพังของเขา มันเป็นของปลอมหรือไงวะเนี่ย!
เขาเซ็งจนแทบหมดแรง กำลังจะปิดหน้าต่างข้อมูลที่เห็นแล้วชวนหงุดหงิดทิ้ง แต่หางตากลับไปสะดุดเข้ากับข้อความสีทองจางๆ บรรทัดหนึ่งที่อยู่ด้านล่างสุดของแผงสเตตัส
[พรสวรรค์ซ่อนเร้น: ปลดล็อกเอฟเฟกต์พิเศษ 1 อย่าง ทุกๆ 10 เลเวล]
พรสวรรค์ซ่อนเร้น? มันคืออะไรวะ? เซี่ยมู่ขมวดคิ้วสงสัย ลองใช้นิ้วแตะเบาๆ ที่ข้อความสีทองนั้น
ทันใดนั้นก็มีข้อความอธิบายขยายความปรากฏขึ้นด้านล่าง
[พรสวรรค์ซ่อนเร้น: ปลดล็อกเอฟเฟกต์พิเศษ 1 อย่าง ทุกๆ 10 เลเวล]
[เอฟเฟกต์ปัจจุบันที่ 1: ตราประทับสังหารวิญญาณ — ทุกครั้งที่สังหารศัตรู 1 ตัว พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 1 หน่วยถาวร ไร้ขีดจำกัด]
หมายความว่ายังไงเนี่ย?
เซี่ยมู่นิ่งอึ้งไป กวาดสายตาอ่านตัวอักษรเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมาทีละตัว
ทุกครั้งที่สังหารศัตรู 1 ตัว พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 1 หน่วยถาวร ไร้ขีดจำกัด?
คำอธิบายสั้นๆ แค่ยี่สิบกว่าคำ แต่เซี่ยมู่กลับจ้องมองมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ
"เชี่ย..."
ไอ้ 'ตราประทับสังหารวิญญาณ' นี่มันโกงเกินไปแล้ว! หมายความว่าแค่เขาฆ่ามอนสเตอร์หนึ่งตัว พลังโจมตีก็บวกเพิ่มหนึ่งแต้มแบบถาวรเลยงั้นเหรอ?
แล้วถ้าฆ่าร้อยตัว ก็แปลว่าบวกพลังโจมตี 100 แต้มเลยสิ?
แถมยังเป็นแบบ "ถาวร" อีกต่างหาก ไม่มีเวลาจำกัด ไม่ต้องทำต่อเนื่อง ขอแค่ฆ่ามอนสเตอร์ได้ก็ทบพลังโจมตีขึ้นไปเรื่อยๆ
นั่นแปลว่าขอแค่เขาสู้ไปเรื่อยๆ สะสมยอดคิลให้มากพอ พลังโจมตีของเขาก็จะพุ่งทะยานขึ้นไปแบบไม่มีจุดสิ้นสุด
นี่มัน... น่ากลัวโคตรๆ
รู้ไหมว่าในตลาดหลอมอาวุธ หินตีบวกที่เพิ่มพลังโจมตีแค่ 10 หน่วย ก็แพงหูฉี่จนผู้ปลุกพลังทั่วไปต้องควักกระเป๋าจ่ายด้วยเงินเก็บหลายเดือนแล้ว
ส่วนคริสตัลเกล็ดมังกรที่ถูกปั่นราคาจนสูงลิ่วในงานประมูล เม็ดนึงเพิ่มพลังโจมตีได้แค่ 50 หน่วย แถมอุปกรณ์ชิ้นนึงยังยัดลงไปได้มากสุดแค่ 15 เม็ดเท่านั้น
แต่สำหรับเซี่ยมู่... เขาแค่ไปตีมอนสเตอร์อัปเลเวลตามปกติ ก็ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกับที่คนอื่นต้องทุ่มสุดตัวถึงจะทำได้แล้ว!
"ครืด... ครืด..." โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นเตือน
เซี่ยมู่ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อก หน้าต่างแชทวีแชตก็เด้งขึ้นมาทันที
[จิ่นอวี๋พระจันทร์ดวงน้อย: พี่คะ ในอนาคตหนูกำลังจะเป็นน้องสาวของเทพนักธนูแล้ว แค่คิดก็ฟินแล้วอ่ะ!]
เซี่ยมู่มองข้อความบนหน้าจอ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก พ่อแม่ของพวกเขาจากไปตั้งแต่ยังเด็ก เซี่ยมู่กับน้องสาว เซี่ยจิ่นอวี๋ ใช้ชีวิตพึ่งพากันและกันมาตลอด
เทพนักธนูเหรอ? ยัยเด็กนี่กำลังพยายามปลอบใจเขาอยู่สินะ
ใจของเซี่ยมู่อุ่นวาบ เขาหันไปมองกลุ่มคนที่อยู่รอบนอกสนามกีฬา วันนี้เป็นพิธีปลุกพลังของเด็ก ม.6 มีเด็ก ม.5 หลายคนโดดเรียนมามุงดูด้วย
เขามองหาอยู่พักหนึ่งแต่ก็ไม่เห็นวี่แววของน้องสาว จึงหันกลับมาพิมพ์ข้อความตอบกลับอย่างรวดเร็ว
[นี่แอบโดดเรียนมาดูงานปลุกพลังใช่มั้ยเนี่ย อาจารย์ไม่ด่าเอาเหรอ?]
ถึงเซี่ยมู่จะเกิดก่อนจิ่นอวี๋แค่ 11 เดือน แต่เพราะเติบโตมาด้วยกันในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เขาเลยติดนิสัยชอบดุน้องสาวด้วยน้ำเสียงแบบผู้ปกครองไปแล้ว
ไม่นานโทรศัพท์ก็สั่นอีกครั้ง
[จิ่นอวี๋พระจันทร์ดวงน้อย: ไม่หรอกน่า ค่าศักยภาพหนูออกจะสูงปรี๊ด อาจารย์ตัดใจด่าไม่ลงหรอกค่ะ]
เซี่ยมู่หัวเราะขำ ที่จิ่นอวี๋พูดก็ไม่ผิดหรอก ค่าศักยภาพเบื้องต้นของเธอถึงจะไม่เวอร์วังเท่าเซี่ยมู่ แต่ก็การันตีว่าไม่ต่ำกว่า 1600 แน่นอน ซึ่งระดับนี้ถือว่าเป็นหัวกะทิของโรงเรียนมัธยมหนานอีเลยทีเดียว
เขายังไม่ทันพิมพ์ตอบ ข้อความใหม่ก็เด้งเข้ามาอีก
[จิ่นอวี๋พระจันทร์ดวงน้อย: พี่คะ หนูหวังว่าปีหน้าหนูจะได้อาชีพสายซัพพอร์ตนะ หนูจะได้เดินตามหลัง คอยบัฟสารพัดอย่างให้พี่ไง!]
นิ้วของเซี่ยมู่ชะงักอยู่เหนือหน้าจอไปครู่หนึ่ง สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเก็บเรื่องพรสวรรค์ซ่อนเร้นไว้เป็นความลับก่อน
จิ่นอวี๋เป็นเด็กใสซื่อ บางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องให้เธอรู้ละเอียดขนาดนั้นหรอก
[สบายใจได้ อาชีพที่พี่ได้น่ะ ไม่ใช่นักธนูธรรมดากระจอกๆ หรอกนะ เธอเอาเวลาไปภาวนาให้ปีหน้าตัวเองปลุกพลังแล้วอย่ามาเป็นตัวถ่วงพี่ก็พอ]
[จิ่นอวี๋พระจันทร์ดวงน้อย: ชิ! ก็ใครใช้ให้พี่เกิดเป็นพี่ชายหนูล่ะ ต่อให้หนูจะเป็นตัวถ่วง พี่ก็ต้องลากหนูไปด้วยอยู่ดี!]
เซี่ยมู่ส่ายหน้ายิ้มๆ กำลังจะพิมพ์ตอบ จิ่นอวี๋ก็ส่งข้อความรัวเข้ามาอีก
[จิ่นอวี๋พระจันทร์ดวงน้อย: อ๊ะ แย่แล้ว หัวหน้าระดับมาไล่จับพวกเราแล้ว หนูต้องรีบกลับห้องก่อนนะ พี่สู้ๆ น้า!]
เซี่ยมู่มองข้อความที่น้องสาวส่งมาพลางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋ากางเกง